ยุทธศาสตร์ประเทศไทยให้เป็นกลางและเป็นผู้สร้างพืชพันธุ์ธัญญาหาร.docx
เนื้อหาในไฟล์
ยุทธศาสตร์ประเทศไทยให้เป็นกลางและเป็นผู้สร้างพืชพันธุ์ธัญญาหาร _ขวัญ เขตบุญ . น้อมกราบนมัสการพ่อครู ด้วยความเคารพบูชายิ่งค่ะ กราบนมัสการ ท่านสมณะ ท่านสิกขมาตุ ทุกรูป ทุกบวรฯ ด้วยความเคารพค่ะ เจริญธรรมญาติธรรมทุกท่านค่ะ งานเจปีนี้ทุกบวรฯ ดูคึกคักมากเลยค่ะ นอกจากแจกอาหารเจแล้ว ยังมีการสอนทำอาหารเจ และอาหารสุขภาพ เป็นการต่อยอดด้วยดีเลยค่ะ กราบนมัสการค่ะ พ่อครูว่า…ดี สังเกตการณ์แล้วก็แสดงความเห็นมา ดีอันนี้ก็เป็นความพัฒนาก้าวหน้าในพวกเรา ทั้งประชาชนและทั้งพวกเรา ทั้งพวกชาวอโศกหรือว่าชาวที่มาร่วมงานกับพวกเรานี่แหละ เครือแหต่างๆก็ตาม มันก็พัฒนาไปเรื่อยๆ อาตมาก็ขอย้ำเลยนะว่า อาหารนี้เป็นหนึ่งในโลก โดยเฉพาะอาหารที่อย่าไปเกี่ยวข้องเอาสัตว์มาเป็นอาหาร สัตว์เล็กสัตว์น้อยสัตว์ใหญ่อะไรก็อย่าไปเอามาเป็นอาหาร อยู่รอด อยู่ได้ เจริญดีด้วย อายุยืนด้วย พิสูจน์ได้จริงๆ เพราะฉะนั้นที่เราทำพากันทำ นำสังคม มันไม่ได้หมายความว่าเราโดดเดี่ยวนะ เรื่องอาหารพืช อาหารวีแกน อาหาร Vegetarian มันไม่ใช่ว่าเราโดดเดี่ยวนะมันทั่วโลก เขาเข้าใจกันมาแล้วเราไม่ได้เพิ่งเริ่ม แต่เราเห็นสำคัญ เรานำกันอย่างจริงจัง อาตมาเอามาเป็นบุญญาวุธหมายเลข 1 ซึ่งไม่ประสีประสากันเท่าไหร่เลยในคนไทย มีคนจีนที่มีการกินเจกันบ้างกุ๊กๆกิ๊กๆอยู่อย่างนั้นแล้ว ก็ตามโรงเจ งานเจ เกาอ๊วงเจทีนึงก็นิดๆหน่อยๆไม่ได้ฮือฮาอะไร จนกระทั่งอาตมามาตีปี๊บเป็นมังสวิรัติขึ้นมา จนกระทั่งเรามาพูดไปแล้วก็เถอะ เรามาฮุบเอาใจเข้ามาร่วมด้วย จริงๆมังสวิรัติของเรามันมีนัยยะที่ต่างกันด้วย เจมันก็ไปแบบของเขา ตาม Concept ของเขา Concept ชาวเจก็ว่ากันไป ของเรามังสวิรัติ Concept ของเราก็ต่างกันไปบ้าง มันไม่มุ่งแบบของเขามาก แต่มุมของเขาก็ดีเหมือนกันนะ เขาก็มองว่า เ
อ่านต่อ
จ นี่เขาไม่เอาอะไร ให้มันละเอียดเลยไม่เกี่ยวเลย ทุกภาชนะก็จะต้องสะอาด ไม่เคยใช้เกี่ยวข้องกับเนื้อสัตว์มาเลย อย่างนี้เป็นต้น รักษาความสะอาดให้ยิ่งไม่ให้มันต่อเชื่อมอะไรเลย ก็ดูดี แต่มันจะละเลียดเกินไปหรือเปล่า หรือมันจะมีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสนะ มันมีกลิ่นยั่วยวน มันเป็นรสยั่วยวนในผักพืชอีก 5-6 ชนิด ห้ามกินห้ามอะไรพวกนี้ เขาก็อธิบายกันไป อาตมาว่าก็ดี แต่ว่ามันจะละเลียดกันไปหรือเปล่า มันจะกระเบียดกระเสียนตัวเองมากเกินไปหรือเปล่า ก็เราเรียนรู้สิ่งที่เป็นรูป รส กลิ่นก็เราเรียนรู้สิ่งที่เป็นรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสแล้วก็เรียนรู้อยู่แล้วกินเจก็จะเอาถึง รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสที่มันอยู่ในพืชอีก ก็ได้แต่มันจำกัดจำเขี่ยมากไปบ้างหรือเปล่า นี่ก็อธิบายพอสมควร ก็ขออธิบายเพิ่มเติมขึ้นว่า พืชพันธุ์ธัญญาหารนี่แหละ ให้เราตื่นตัวกันเถิด เมืองไทยนี่เป็นเมืองที่อยู่ในศูนย์สูตรนี้ บรรยากาศที่ปลูกผักปลูกพืชได้ ถ้าไม่ใช่ที่น้ำท่วมเหมือนบ้านราชก็จะปลูกได้ตลอดปี 12 เดือน นอกจากบ้านราชนี่น้ำท่วม ก็อาจจะไม่ได้ตลอด 12 เดือนเท่านั้น นอกจากไม่ได้ตลอดแล้ว พอถึงน้ำท่วม ไอ้ที่ปลูกไว้ก็ตายไป ต้องมากอบกู้กันใหม่อีกอันนั้นก็แล้วไปเถอะ เราเป็นพวกขยันเราก็ทำ คนขี้เกียจเขาไม่มาทำหรอก ที่จริงๆไม่ใช่อะไรหรอก บารมีเรามันได้แค่นี้ ไอ้ที่ดีๆที่ไม่ต้องมาเสียเวล่ำเวลาที่จะต้องมาน้ำท่วมตายมันก็ไม่ได้ บารมีเรามีแค่นี้ ก็เอาแค่นี้ ก็รับเอาไปแล้วกัน ก็ไม่เสียหลายอะไรหรอก อาตมาย้ำแล้วย้ำอีกว่า อยากจะให้เมืองไทยเป็นเมืองพืชพรรณธัญญาหาร ประเทศแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร ดีไม่ดีจะแพ้ตะวันออกกลางเขานะ ส่งพืชพันธุ์ธัญญาหารขายตีตลาดไทย ขายขี้หน้าเขาตายเลย จริง แผ่นดินเขาเยอะ เงินเขาเยอะ เขาเนรมิตอะไรต่ออะไรได้เยอะก็จริงอยู่ แต่อย่าให้เสียท่าตรงนี้เลย อาตมาว่า เอาเถอะเขาจะชนะหรือไม่ชนะก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก เพราะว่าประเทศเราประเทศเล็ก คนน้อย พื้นที่น้อยกว่าเขาเยอะ ทุนรอนก็น้อยกว่าเขาเยอะ แต่เราทำให้เต็มที่ของเราเถอะ อาตมาว่าอันนี้ อาตมาไม่อยากจะใช้คำว่า อำนาจ อำนาจใหญ่ ที่จะคุ้มตัวเราเองไปสู่สังคมโลก ก็คือเรามีพืชพันธุ์ธัญญาหารเป็นอำนาจหรือเป็นพลัง ไม่ใช่ปืนผาหน้าไม้ อาวุธฆ่าคน ไม่ใช่ หรือแม้แต่ไอทีต่างๆ หรือไอ้พวกเทคโนโลยีต่างๆเราเก่งก็ไม่ใช่ เราจะเก่งพืชพันธุ์ธัญญาหารนี่แหละ อาตมาสรุปมาหลายทีแล้ว 1. ประเทศไทยขอให้รักษาความเป็นกลางให้ดี อย่าไปหาเรื่องที่จะไปรบราฆ่าฟัน ไปรบราฆ่าฟันกับใคร ประสานให้ทั่วสิบทิศเลย ไม่ใช่ผู้ชนะ 10 ทิศหรอก แต่เป็นผู้ประสาน 10 ทิศ เป็นผู้ประสานสิบทิศให้ได้ เป็นกลางและประสาน 10 ทิศ 2. ทำพืชพันธุ์ธัญญาหาร ให้เป็น มันยังคิดคำไม่ออกที่เกินกว่าพลังอำนาจ เป็นคุณก็ได้ เป็นพลังอำนาจ เป็นธรรมฤทธิ์ ที่จะเข้าไปกอบกู้อะไรทุกอย่าง จะใช้คำว่า ประเทศมหาอำนาจ มันก็ดูรุนแรง ใช้คำว่า ประเทศมหากรุณา จะดีกว่า เป็นมหาเมตตา สรุปแล้ว อาตมาเคยเน้นมาหลายทีว่า1.เป็นกลาง 2.สร้างพืชพันธุ์ธัญญาหาร แล้วเคยพูดอีกเรื่องหนึ่งก็คือไม่อยากย้ำเท่าไหร่เพราะว่าเห็นใเหมือนกันมันยาก คืออย่าไปหลงเศรษฐกิจในเรื่องของการท่องเที่ยว เรื่องการท่องเที่ยว เศรษฐกิจในการท่องเที่ยวหรือสรุปง่ายๆก็คือ ได้เงินจากการท่องเที่ยวมาเป็นรายได้หลัก รายได้สำคัญอะไร อย่าเลย อาตมาเคยอธิบายว่า มีแขกมาเยี่ยม มาสู่เรือนชาน ต้อนรับเขา ให้เขา ดีไม่ดีเลี้ยงดูเขา แล้ว ให้ของใส่กระเช้า ใส่ชะลอมกลับบ้านไปอีก อย่างนี้ต่างหากเล่า แค่นี้แหละแขกมาหรือว่านักท่องเที่ยวมาคุณขูดรีด ขูดเลือดขูดเนื้อเอาเปรียบเขา อาตมาพูดแค่นี้ก็น่าจะมีปฏิภาณเข้าใจได้แล้วนะว่า มันไม่งามเลย ใช่ไหม มันไม่งามเลย ไปขูดรีดรายได้จากแขกอาคันตุกะ จากผู้มาเยี่ยมเยียน จากมิตรสหายชาวโลก ชาวต่างบ้าน ต่างเรือน ต่างเมือง ต่างประเทศมา เราน่าจะต้องมีน้ำใจให้แก่เขาให้มากๆ แทนที่จะไปดูดเลือด ฉวยโอกาส เห็นไหมว่านี่คือในความอาริยธรรมหรืออาริยกะ อารยธรรมอย่างนี้ เข้าใจให้ดีๆเถอะ แล้วเมืองไทยทำให้ได้ เศรษฐศาสตร์พุทธนี่เข้าใจถึงสาระ เข้าใจถึงปัจจัยสำคัญ เน้นเข้าหาปัจจัย 4 ที่พระพุทธเจ้าท่านเน้นแล้ว นอกนั้นก็เป็นความสำคัญด้อย น้อยลง น้อยลงทั้งนั้น ความสำคัญหลักก็คือปัจจัย 4 อาหารสำคัญที่หนึ่ง ต่อจากนั้นก็เป็นที่พัก เสื้อผ้าหน้าแพร ยารักษาโรค ยารักษาโรคนี้เป็นอันที่ 4 เลย เพราะถ้าเราแข็งแรงดี ไม่ต้องใช้ยารักษาโรคเลยตลอดชีวิต แต่คนก็ต้องนุ่งผ้าบ้างอันที่ 3 แล้วคนต้องมีที่อยู่เป็นอันที่ 2 อันที่ 1 ก็คืออาหารหรือคำข้าว เห็นไหมลำดับความสำคัญของมัน อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น ถ้าเผื่อว่าเราเองมีที่หนึ่งคืออาหารได้แล้ว แม้ที่อยู่เราจะไม่เก่ง เสื้อผ้าหน้าแพรเราจะไม่เก่ง ยารักษาโรคเราก็จะไม่เก่ง อาหารคำข้าวพืชพันธุ์ธัญญาหารเก่งที่1 นี้ให้ได้ เน้นจุดนี้เป็นเลิศเป็นหนึ่ง เท่าที่เราทำได้ แล้วถ้าเราทำได้ แม้คนเราจะน้อย พื้นที่เราจะน้อย กำลังงานเราจะน้อย เราทำเต็มที่มันก็ได้เต็มที่ เรากินเราใช้ไม่ได้หลงโลกมามอมเมา รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส(โผฏฐัพพะ) มอมเมาด้วยค่านิยม อวดโอ่อะไรมากมาย เราก็กินน้อยใช้น้อยกินอย่างถูกๆไม่แพงไม่อะไร แต่ได้เนื้อหาสาระเพราะเรามีปัญญาในเรื่องโภชนาการเต็มที่แล้ว เพราะฉะนั้นเราสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารแล้วก็เอาแจกจ่าย ในความซับซ้อน ไดอะแลกติกของความเห็นที่ย้อนแย้งกันนี่ แม้แต่รายได้ที่เราจะแลกกลับคืนมา เศรษฐศาสตร์ที่เจริญของศาสนาพุทธโลกุตระได้คืนมาน้อยที่สุดหรือไม่เอาคืนมาเลยต่างหากคือความเจริญ คุณให้เขาไป 100%เลยเอากลับมา 0 นั่นคือความเจริญ แลกเอาคืนมาน้อยที่สุดนั่นคือความเจริญ ถ้าเอามากขึ้นมากขึ้นคือความเสื่อม แต่ทิศทางของคนกลับจะแลกกลับมาให้ได้มากๆนี่คือความคิดเศรษฐศาสตร์ของเทวนิยม เศรษฐศาสตร์โลกียะ เศรษฐศาสตร์ของผู้ที่ไม่เข้าใจชัดเจนเลยในโลกุตรธรรม ก็ค่อยๆเข้าใจไปมันไม่ใช่ง่าย พูดแล้วดูเหมือนง่าย พวกเราเข้าใจได้ เพราะพวกเราศึกษามาแล้วก็ปฏิบัติประพฤติแล้ว ก็เห็นจริงแล้วมันมีของแท้ มันมีของแท้ของจริงในตัวเอง เพราะฉะนั้นมันจึงไม่ยากไม่เย็นอะไร แต่ผู้ที่ยังไม่ เข้าใจยังยาก 661025 ผู้จบกิจ 4 ประการเป็นผู้อยู่เหนือกาละได้ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก