ความเป็นพระโสดาบัน 4 ประการ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ความเป็นพระโสดาบัน 4 ประการ อาตมายิ่งพูดถึงธรรมะพระพุทธเจ้าแล้วนี่ยิ่งนึกถึงว่าเกิดมาเป็นคนแล้ว มันไม่มีอะไรดีไปกว่ามาศึกษาเอาธรรมะของพระพุทธเจ้านี้ให้ได้แล้ว ทีนี้แหละ ชีวิตคุณเป็นอาริยะแล้ว คุณก็อยู่ตามวิบาก อยู่ตามบารมี อยู่ตามฐานะแต่ละคน ที่จะอยู่ และเราก็รู้แล้วว่าชีวิตเราจะอยู่อย่างนี้ จะเป็นอย่างนี้ เราได้คติที่สุคติ ดีที่สุดแล้ว คติคือที่จะดำเนินไป สุคตินี่แหละคนถึงสุคติ ชาวอโศกนี่คือคนผู้ที่ถึงสุคติ พ้นจากทุคติมาอย่างชัดเจน การดำเนินชีวิตไปไม่มีทางตกต่ำ พระพุทธเจ้าท่านตรัส มาตรวัดคนเจริญไว้ 1.จิตเข้ากระแส 2.จิตเจริญไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา 3.เที่ยงแท้ เป็นคนเจริญที่เป็นอาริยะเข้ากระแสความเจริญแล้วไม่ตกต่ำขั้นที่ 2 ขั้นที่ 3 เที่ยงเลย ไม่มีจะยึกยักอย่าง อวินิปาตธรรม ท่านแปลเป็นไทยว่า ไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา คืออาจจะยึกยัก ยึกยักแต่ไม่หลุดออกไปจากกระแส..ขั้น 2 พอขั้นที่ 3 นี้ไม่ยึกยักเลย เที่ยง ไม่มียึกยักลงมาหาล่าง มีแต่ฐานที่เป็น Falcum เป็นจุดสตาร์ท สัมโพธิปรายนะ มีแต่พุ่งไปสู่ที่สูงที่สุดท่าเดียว เห็นภาพพจน์คำตรัสพระพุทธเจ้าไหม ความเจริญของมนุษย์ 4 ขั้น โสตาปันนะ อวินิปาตธัมโม นิยตะ สัมโพธิปรายนะ นี่คุณสมบัติของพระอริยะขั้นต้น นี่คือคุณธรรมของโสดาบันนะ โสดาบันมีความเที่ยงแท้ในตัว เป็นอริยะเข้ากระแสโลกุตระ เพราะฉะนั้นคนที่จะเป็นโสดาบัน นี่คือ ในประวัติในตำนานของพระพุทธเจ้ามีบางคน เป็นโสดาบันเข้ามาในแวดวงพระพุทธเจ้ามาบวช บวชแล้วสึกไป จะไปสำมะเลเทเมาถึง7เที่ยว แล้วก็กลับมาบวชอีก ออกไปแล้วกลับมาบวชอีก ถึง 7 เที่ยวถึงค่อยเที่ยง ถึงค่อยเป็นโสดาบัน ไม่สึกอีกแล้ว อย่างนี้เป็นต้น 661027 พ่อครูคือก้อนแห่งสัมมาทิฏฐิที่คนต้องมีฉันทะมาเอา พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก