ลักษณะของคนบุญคือคนมีวรรณะ 9.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข3 พฤศจิกายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

ลักษณะของคนบุญคือคนมีวรรณะ 9 _นพพล จรัสวิกรัยกุล . อาหารมังสวิรัติ คืออาหารที่เข้าวรรณะ 9 คือเป็นผู้เลี้ยงง่าย บำรุงง่าย เพราะพืชผักหาง่ายกว่าสัตว์ จับกินง่ายกว่าสัตว์ จะเห็นได้ชัดว่า ในสงครามอิสราเอลปาเลสไตน์ เด็กและผู้ที่ไม่มีอาหารกิน ก็ยังได้กินหญ้าเป็นอาหาร ยังพอประทังชีวิตได้ ถึงแม้จะไม่ยินดีนักก็ตาม จิตของคนที่ไม่เข้าถึงความรู้สึก ความเจ็บปวดยากลำบากของผู้อื่นหรือสัตว์อื่น คือคนบาป กราบนมัสการพ่อครูครับ พ่อครูว่า…ถ้าบอกว่าคำว่า คนบาป นี้กินความแล้ว คำว่าคนบาปนี่กินความเข้าไปถึงทุกอย่าง สรุปได้ว่า ถ้าเป็น โลกุตระ ก็มีคนบุญกับคนบาป คนเกิดมาต้องทำหน้าที่บุญให้ได้ คำว่าทำหน้าที่บุญนี้ก็ลึกซึ้ง บุญไม่ใช่สสาร บุญไม่ใช่สมบัติ บุญไม่มีตกค้างอยู่ในที่ไหน บุญเป็นกรรมกิริยาที่เกิดจากจิตวิญญาณมนุษย์ที่มีภูมิปัญญาเท่านั้น แล้วมีธรรมฤทธิ์ถึงขั้นกำจัดกิเลสได้ บุญนี่ พอกำจัดกิเลสได้แล้วก็หมดเลย หายไปจากคนผู้นั้น คนๆนั้นไม่ต้องไปทำอีกอะไรอย่างนี้ นี่ก็อธิบายมามากแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ลึกซึ้งที่สุด ไม่ใช่เรื่องเดา ไม่ใช่เรื่องพูดเพ้อเจ้อ ไม่ใช่เรื่องมาค้นคิดเอาเอง ไม่ได้ อาตมาพูดให้พูดมาจากสาระสัจจะที่อาตมาได้มาจริงๆ จากพระพุทธเจ้ามาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 แล้วก็จับสาระของสิ่งเหล่านี้ได้ ไม่ใช่จับเท่านั้น แต่รู้จัก รู้แจ้ง รู้จริง เพราะเป็นเองมาแล้ว ที่พูดนี่พูดโดยสารัตถะ ซึ่งเป็นปรมัตถสัจจะของความเป็นบุญของมันเองเลย พูดมาเป็นภาษา ขยายความให้ฟังแล้ว มันคืออะไร เพราะฉะนั้นคนยุคนี้ชาวพุทธ โลกุตรธรรมเสื่อมหมดจริงๆ เขาจะไม่เข้าใจได้ง่ายๆหรอกคำว่า “บุญ”คืออะไร อาตมาเคยอธิบายมาแล้ว เช่น อธิบายว่า “บุญ”นี่ไม่ใช่แค่ความเป็นฌาน 1 2 แค่นั้น แต่เป็นฌานที่เป็นพลังงานชั้นพิเศษ ไปถึงขั้นฌาน 3

อ่านต่อ

ฌาน 4 หรือเป็นมือสุดท้ายของฌาน 4 ก็ได้อธิบายไปแล้วใช่ไหม “บุญ”เป็นพลังงานที่มีคุณสมบัติหรือคุณวิเศษ ไม่ใช่สมบัติด้วย เป็นคุณฤทธิ์ เป็นธรรมฤทธิ์ที่เป็นคุณฤทธิ์ ใช้ศัพท์นี้ก็แล้วกัน เป็นฤทธิ์ที่เป็นคุณ เป็นประโยชน์ ซึ่งมนุษยชาติที่ศึกษาด้วยปัญญาของโลกุตรธรรมของศาสนาพุทธนี้ได้ ทำได้แล้วผู้นั้นมีสิทธิ์เป็นอรหันต์ ที่ทำพลังงานบุญนี้สำเร็จผล แล้วทำให้กิเลสเราลดได้จริง พอถึงขั้นบุญนี้ประหารคอขาดนะ เคยอธิบายไปแล้วใช่ไหม ถึงขั้นบุญนี่กิเลสถูกประหารคอขาด คนนี้ก็มีสิทธิ์ที่จะได้เป็นพระอรหันต์แน่นอน นี่เป็นความรู้ของพระพุทธเจ้าที่ยิ่งใหญ่ เพราะฉะนั้นคนที่จะมารวมกัน จนเกิดสังคมสาธารณโภคีในวรรณะ 9 ที่ไล่เรียงออกมา แค่เป็นคนเลี้ยงง่าย บำรุงง่าย แล้วไม่ได้ต่อไปอีก 7 ตัว เลี้ยงง่าย บำรุงง่าย แล้วมักน้อยหรือกล้าจน ใจพอหรือสันโดษ ขัดเกลา สัลเลขะ ขัดเกลากาย วาจา ใจ ตนเอง “ธูตะ” ข้อปฏิบัติมีหลักเกณฑ์ปฏิบัติ ที่ทำให้เจริญสูง ไปเป็นขั้นเป็นตอน ธูตะ หรือธุดงค์ ธุตังคะ “ปาสาทิกะ” แล้วก็จะเกิดอาการที่น่าเลื่อมใส ผู้ที่มีดวงตา ผู้ที่มีภูมิปัญญา สัมผัสคนเช่นนี้แล้ว คนที่มีมรรคผลมา เลี้ยงง่าย บำรุงง่ายเป็นคนกล้าจน ใจพอ สันโดษมานี่ หรือว่าขัดเกลาตัวเองมาจนได้ผลจริงๆเลย ตามหลักธรรมพระพุทธเจ้าคือ “ธูตะ” ขัดเกลาที่ให้ทำลายกิเลสเจริญขึ้นเจริญขึ้น จนมีผล มีอาการที่น่าเลื่อมใส ผลจบ 2 ข้อสุดท้าย เป็นคนไม่สะสม เป็นคนไม่สะสมนี้แหละจึงเป็นพลเมืองของกลุ่มสาธารณโภคี พลเมืองของชุมชนสังคมสาธารณโภคี คือพลเมืองที่ไม่สะสม นอกจากไม่สะสมแล้วยังสะสางอีก นี่ผ่านการสะสางมาจนกระทั่ง บางทีจะเอาหนังสือที่อาตมาใช้ประจำและมีลายเซ็นของผู้ที่ให้มา เอาออกไปซะอีก เผลอไม่ได้ เพราะมันมี 3 เล่มซ้อนไว้ตรงโน้น จะเอาเล่มสำคัญไว้ก็ไม่ได้ จะเอาเล่มสำคัญออกไปซะด้วยเล่มอื่นๆไม่เอา ไม่ฉลาดเลย สะสางเสียเกินขีดหน่อย สะสาง ไม่ใช่ไม่ดี ไม่สะสม แล้วยังแถม วิริยารัมภะ อปจยะ วิริยารัมภะ เป็นสุดยอดแห่งมนุษย์แล้วในโลก หมดความขี้เกียจ เป็นคนที่ยอดขยัน ขยันอยู่เสมอ ท่านเรียกว่า ปรารภความเพียร แปลคำสวยๆว่า ปรารภความเพียร สุดยอดขยัน แล้วขยันอย่างรู้จักพักรู้จักเพียรด้วย มีปัญญา แล้วไม่สะสม พิสูจน์ในสังคมสาธารณโภคี เป็นคนที่ไม่สะสม ขยัน สร้างสรร สร้างสรรแล้วไม่ได้ยึดเป็นเราเป็นของเรา ไม่ได้เป็นของตนอะไร สร้างสรรแล้ว ให้กองกลางร่วมกินร่วมใช้ อันนี้เป็นสิ่งที่เป็นปรากฏการณ์จริงๆ ที่เกิดได้เป็นได้ อย่างชาวพวกเราชาวอโศก ปฏิบัติได้ จริงไหม ...จริง โอ้โห.. จริงค่ะ แสดงถึงความมั่นใจ หนักแน่น เห็นจริง ซาบซึ้งเลยนะ สำเนียงส่อภาษากิริยาส่อสกุล เห็นมั้ย มันมั่นใจและมันเห็นดีเห็นงาม แล้วก็ภาคภูมิใจในตัวเลย จริงด้วยที่มีผลสำเร็จ มีผลสำเร็จที่เป็นมนุษย์อาริยะเป็นมนุษย์เจริญ เป็นอริยกะชนไม่ใช่ มิลักขชน อย่าง ปาเลสไตน์หรืออิสราเอลของเขา พวก มิลักขชน แค่ฆ่าสัตว์ แล้วไม่ใช่แค่สัตว์ด้วย ฆ่ามนุษย์ ไม่รู้สึกรู้สาเลย ฆ่ากันเป็นเบือ ไม่รู้จะอะไรกันนักกันหนา ญาติพี่น้องตระกูลเดียวกับเอง น่าสังเวชใจจริงๆ ความลึกซึ้งพวกนี้อาตมายิ่งมองเห็นแล้ว ประเทศในโลกที่คนไม่มีภูมิปัญญาเข้าใจ ไปมองประเทศที่มันเสื่อมมากๆ ในทิศทางเห็นแก่ตัว แล้วรุนแรงกับผู้อื่น แค่ 2 ประเด็นนี้ แล้วเขาหลงมองว่าเป็นประเทศเจริญ เขามองเห็นว่าประเทศที่เห็นแก่ตัวแล้วรังแกผู้อื่นเอาชนะผู้อื่นด้วยการรังแก เอาชนะผู้อื่นด้วยการเห็นแก่ตัวได้สำเร็จ แล้วไปยกย่องว่า เป็นคนเจริญเป็นอริยประเทศ นั่นแหละคือประเทศที่พัฒนาแล้ว เจริญแล้ว ส่วน ประเทศที่ไม่ไปรังแกใคร ไม่มีตัวตนถึงขั้นนั้นด้วย กลับมองไม่ออกว่านี่คืออาริยะแท้ๆ เห็นไหมว่าโลกุตรธรรมนี่มันทวนกระแส มันคนละทิศทางที่มนุษย์สามัญจะเข้าใจได้ ว่า ที่เป็นอาริยะจริงๆมันคืออย่างนี้หรือ สรุปชัดๆก็คืออย่างชาวอโศกนี่เป็นมนุษย์อาริยะจริงๆ โอ้โห! เห็นไหม..คนเรามันเข้าใจไม่ได้ มันเกิดถึงขั้นนั้น เพราะฉะนั้นกว่าจะเข้าใจได้ว่า เกิดมาเป็นมนุษย์นี่ จะเป็นคนเจริญได้จริงๆมันไม่ง่าย ประเทศไทยมีคนที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ชัดเจนว่าคนเจริญจริงๆคืออย่างไร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านตรัสชัดแล้ว นี่ลูกพระพุทธเจ้า= ในหลวงรัชกาลที่ 9 ลูกพระพุทธเจ้า เขาเรียกว่าโอรสพระพุทธเจ้าที่แท้จริง ก็ได้ออกมาทรงงานไป เพื่อสืบทอดความเป็นอาริยะในโลก เป็นรูปธรรม คนสัมผัสได้เห็นได้ แม้แต่คนในเทวนิยม คนต่างประเทศก็ยอมรับ ก็สัมผัสได้เห็นได้ อีกคนหนึ่งคนนี้ต้องเรียกว่าลูกพระพุทธเจ้า เรียกโอรสไม่ได้คือโพธิรักษ์ ลูกพระพุทธเจ้าอีกคนหนึ่ง มาทำทางนามธรรม มาเอาทางนามธรรมของธรรมะพระพุทธเจ้ามาเปิดเผย มาแสดง มาอธิบาย มาขยายความ คนก็ยังเข้าใจยาก ยังไม่รู้ถึงคุณค่าด้วย มีคนตาดี มีคนมีภูมิปัญญา มีดวงตาแห่งธรรม จึงมองออกแล้วก็เห็นได้ แล้วก็เอาไปปฏิบัติตามมีมรรค มีผล ก็มีผลสำเร็จอยู่ ไม่ได้ไม่มีผลประโยชน์ แต่ก็ได้ผลแล้ว มีผลสำเร็จ ไม่สูญเปล่า แต่ได้ขนาดนี้อาตมาก็ภูมิใจ ก็พูดหลายทีแล้ว แม้ได้แค่นี้ก็ภูมิใจแล้ว เห็นคำตรัสพระพุทธเจ้าที่บอกว่า โลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้านั้น คัมภีรา (ลึกซึ้งจริงจริง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่)คำนี้เราชินหูกับคำว่า “สันติ สันตา”ก็คือรากเหง้าของสันติ เป็นความสงบชนิดที่เรียกว่า สันตา หรือสันติ สงบแบบพิเศษ สงบอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย สงบอยู่อย่างช่วยคนอื่นเขา ได้เลย เป็นความสงบอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งต่างจากความสงบที่คนยังไม่มีภูมิปัญญาเป็นโลกียภูมิ ก็เข้าใจความสงบได้แบบนั้น แต่ความสงบอีก 1 อย่างในปัญญาข้อที่ 3 นี่แหละ “สันตา” ความสงบอีกอย่างหนึ่งเป็นโลกุตระ เป็นความสงบท่ามกลางความวุ่นวายแล้วก็ช่วยเขา โดยตัวเองไม่มีผลสะดุ้งสะเทือนอะไร สบาย อิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล เพิ่มพูนการเสียสละ อยู่อย่างเป็นคนมีประโยชน์อย่างนี้จริงๆเลย อยู่อย่างสบายอย่างนี้จริงๆเลย สันตา เพราะมันเป็นเรื่องปณีตา ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) แล้วการสุขุมประณีตละเอียดมันเรียกว่าราบลุ่มเรียบราบอย่างไม่มีอะไรสะดุดขรุขระเลยอย่างน่าอัศจรรย์ ปานฝั่งทะเลที่มีฝั่งทรายถูกน้ำทะเลซัดราบเรียบ น้ำซัดมาอีกทีก็เรียบอีกทีก็เรียบ เข้าที่ยังดีขึ้นไปเรื่อยๆ เม็ดทรายถูกน้ำซัดมันจะเรียงเข้าไป แทรกตัวเข้าไป แน่นเข้าแน่นเข้าแน่นเข้า เรียงละเอียดเข้าไปอย่างนั้น ปณีตา อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) เกินกว่าที่จะคิดขบคิดเดาไม่ได้ เป็นสัจจะที่เป็นอจินไตยเดาเอาไม่ได้ ปฏิบัติไปจะได้ไปตามบารมี มีบารมีสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะรู้ได้ไปตามลำดับ นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) เพราะฉะนั้นจึงเป็นบัณฑิตจริง บัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) ผู้ที่เป็นบัณฑิตแท้ๆไม่ใช่เป็นบัณฑิตที่สอบวัดจากมหาวิทยาลัยที่เรียกว่า บัณฑิต หรือว่าเป็นบัณฑิตที่ตั้งกันโก้เก๋เฉยๆไม่ใช่ แต่ผู้ที่เป็นบัณฑิตจริงนี้เป็นด้วยตัวท่านเองที่เป็นด้วยปัญญาที่มีความรู้นั้นๆในตัวท่านเอง เป็นบัณฑิต เป็นสัตบุรุษ เป็นอริยบุคคลที่แท้จริง เป็นผู้เป็นบัณฑิตที่แท้จริง เพราะฉะนั้นผู้นั้นจึงจะรู้ในตัวเองหรือผู้ที่มีดวงตา มีภูมิปัญญาที่จะสัมผัสได้เองรู้ได้เอง สัมผัสแล้วจะรู้ว่าคนนี้เป็นบัณฑิต คนนี้เป็นปราชญ์ คนนี้เป็นผู้รู้ที่แท้จริง จะเข้าใจอย่างนั้นเลย ทีนี้ ย้อนมาถึงเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียงนี้ ในหลวงใช้ภาษาคำนี้ ซึ่งเป็นภาษาที่อนุโลมกับภูมิปัญญามนุษย์ ภูมิปัญญาของประชาชน ท่านใช้คำว่าพอเพียง จริงๆแล้วแปลมาจากรากศัพท์ คำว่า สันโดษ หรือ สันตุฏฐิ หรือสันโตสะ มันหมายถึง ความพอ ใจพอ ใจมันมีความพอ เพียงนี้ แค่นี้พอ อาตมาเคยขยายความให้ฟัง เช่น เราเองเราไม่มีภูมิปัญญาในเรื่องสันโดษ กินทุกอย่างที่ขวางหน้า เคยเป็นมาแล้วบ้างหรือยัง อาตมาว่าถ้วนหน้า แม้แต่อาตมาก็เคยมาแล้ว กินทุกอย่างที่ขวางหน้า ยังไม่เคยมีภูมิปัญญาเลย ไม่มีความสำนึก ไม่มีความรู้เลยแม้แต่เพียงแค่นี้ พอมีปัญญาเห็นแล้ว เห็นแล้วว่าอย่างนี้ไม่ควร 1. ไม่ควรเพิ่มปริมาณ เรากินแค่นี้พอ 2. กินอย่างมีปัญญารู้จักคุณภาพ ว่าควรกิน อย่างนี้ไม่ควรกินไม่เอาแล้ว แต่ก่อนเราเคยกินอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ว่าจะคำนึงถึงสุขภาพหรือว่าคำนึงถึงบุญบาป คำนึงถึงกรรมวิบากอะไรก็แล้วแต่ ไม่คิดไม่รู้กินแหลก ทุกอย่างที่ขวางหน้า จนมีภูมิปัญญารู้ทั้งเรื่องของปริมาณ ยิ่งเรื่องของคุณภาพก็ใช้ปัญญาธรรมวิจัย วิจัยวิจารณ์เลือกเฟ้น ไอ้ที่ไม่ควรกิน เข้าออกพอ อย่างนี้หยุด เช่น แต่ก่อนนี้ โอ้โห กินไอ้น้ำเสียนิสัย กินอย่างไม่รู้ กินอย่างโง่ ไม่รู้อีกจักหยุด พอมีจิตว่าควรจะออก คนที่ติดเหล้า เขารู้เหมือนกันนะว่ามันไม่ดี แต่กิเลสมัน..เขาอดไม่ได้ ทนไม่ได้ เขาสู้กิเลสไม่ได้หรือคนเสพยาเสพติดแล้ว เขาก็รู้ว่าไม่ดี แต่มันติดซะแล้วมันอดไม่ได้ เพราะฉะนั้นกิเลสมันจึงมีกำลัง กิเลสมันมีกำลังมาก จนคนตกเป็นทาสกิเลสและสู้ไม่ได้ นี่ก็สุดสงสารแล้ว ไม่รู้จะช่วยยังไง เพราะฉะนั้นเป็นคนที่มีจิตตามลำดับ ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าเป็นคนวรรณะ 9 สันตุฏฐิ คือใจพอหรือความพอเพียง ที่เราเอามาใช้อธิบายกัน คนมีวรรณะ 9 วรรณะนี่ ภาษาอังกฤษก็คือ Classes คลาสสิคคือ คนที่มีความเจริญ คนเป็นหนึ่ง คนเป็นเอก คนมีวรรณะหรือคนมีขั้นชั้น เป็นอาริยะที่แท้จริง เป็นอาริยะมีขั้นชั้น ถึงขั้น 1 ขั้นเอก เรียกว่า คลาสสิค เป็นคนที่คลาสสิค เขาเอาไปใช้เป็นคำอธิบายเกี่ยวกับอะไรที่คลาสสิคเยอะแยะ เอามาอธิบาย ความเป็นคนคลาสสิคคือ อริยะที่แท้จริง เป็นคนมีชั้นวรรณะ ถ้าจะใช้ชั้นวรรณะประเดี๋ยวมันจะเป็นการแบ่งชั้นวรรณะ อาตมาก็เลยเรียกง่ายๆว่าเป็นคนมีขั้นชั้น มีขั้นชั้นที่เจริญจริงๆ เพราะฉะนั้นถ้าคนที่มีคุณสมบัติ 7 อย่างของวรรณะ 9 นี้แล้วสูงสุดก็เจริญ คุณสมบัติพิเศษ คุณธรรมขั้นวิเศษก็มี อปจยะกับวิริยารัมภะ ไม่สะสมแล้วอย่างชาวอโศก ขยันหมั่นเพียร ความขี้เกียจหายไป แม้แต่ว่า พวกเราแต่ละคนจะรู้สึกว่าแต่ก่อนเรามีความขี้เกียจไม่มากก็น้อย แต่มาทุกวันนี้อยู่ที่นี่แล้ว มันลดไปจริงๆนะ มันเลิกไปไอ้อย่างขี้เกียจอย่างเก่าๆมันไม่แล้ว บางคนนี้ โอ้โห ขยันจนไม่สบายเลย ต้องมีเพื่อนบอกให้พักทั้งๆที่เคยขี้เกียจมาเก่า มัน Over เกิน มันกลายเป็นเกินเลยไปได้ เรียกว่ามันกลายเป็นอุปกิเลส ซ้ำซ้อนจนตัวเองเลยเถิดไป มันเป็นไปได้เหมือนกัน 661027 พ่อครูคือก้อนแห่งสัมมาทิฏฐิที่คนต้องมีฉันทะมาเอา พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน