13 บทที่ 8.pdf
เนื้อหาในไฟล์
บทที่ 8 การพัฒนาบทเรียนการพัฒนาสุขภาพของผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ไทลาว ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขง การพัฒนาบทเรียนการพัฒนาสุขภาพของผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ไทลาวในอนุภูมิภาค ลุ่มแม่น ้าโขง ด้วยเภสัชวัตถุในสวนป่านาที่สัมพันธ์กับบุญ ในบทนี เป็นขั นตอนการพัฒนาจากผลการวิจัย (Research and Development) ซึ่งผู้วิจัยได้น้าค่าคะแนนไอเกนจาก 4 องค์ประกอบในบทที่ 6 และรหัสภูมิปัญญาที่ได้ในบทที่ 7 มาเรียบเรียงและยกตัวอย่างตามวัตถุประสงค์การใช้ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถน้ารหัสภูมิปัญญาที่ค้นพบในงานวิจัยนี น้าไปปฏิบัติได้จริง โดยผู้วิจัยจัดเรียงรหัสภูมิปัญญาได้เป็น 3 แนวทางตามวัตถุประสงค์การใช้ คือ แนวทางการพัฒนาสุขภาพส้าหรับใช้ในยามเจ็บป่วย ส้าหรับใช้ในชีวิตประจ้าวัน และส้าหรับการเผยแพร่องค์ความรู้การพัฒนาสุขภาพ ตารางที่ 12 รหัสภูมิปัญญา ตามค่าน ้าหนักองค์ประกอบ รหัสภูมิปัญญา ข้อค้าถาม ค่าน ้าหนักองค์ประกอบ 1. ภูมิรู้เภสัชวัตถุ 1.1 เภสัชวัตถุ 9 รส 1 0.750 1.2 เภสัชวัตถุ ฤทธิ์ร้อน-เย็น 5 0.684 1.3 หมอดูแลตนเอง 48 0.708 2. ภูมิรู้สวนป่านาไร่ 2.1 ภูมิรู้สวนป่านาไร่ ให้ชีวิตพอเพียง 32 0.772 2.2 สวนป่านาไร่ สร้างสุขภาพกายใจที่ดี 16 0.651 2.3 จัดสรรพื นที่ สวนป่านาไร่ 31 0.762 2.4 ปลูกข้าว ถั่ว งา ให้เป็นวัฒนธรรม 13 0.669 2.5 วงจรสวนป่านาไร่ ใช้ธรรมชาติสร้างธรรมชาติ 26 0.749 3. เพิ่มศีล รักษาโรค 3.1 การไม่ท้าทุกข์ทับถมตน 55 0.746 3.2 การงดเว้นพฤติกรรมก่อโรค 49 0.613 232 ตารางที่ 12 (ต่อ) รหัสภูมิปัญญา ข้อค้าถาม ค่าน ้าหนักองค์ประกอบ 3.3 การลดการรับประทานเนื อสัตว์ 53 0.767 3.4 การปลูกพืชผักสวนครัวไร้สารพิษ 60 0.725 3.5 การฟังธรรม ไม่เพิ่มทุกข์ใจ 35 0.723 3.6 การแบ่งปัน สร้างสุข 40 0.753 3.7 หมอมีศีล
อ่านต่อ
เพิ่มฤทธิ์รักษาโรค 44 0.686 4 ศรัทธาสิ่งใด ๆ ที่รักษาโรคได้ 4 0.711 5 บุญกิริยาวัตถุ กลไกการฟื้นฟูสวนป่านาไร่ไร้สารพิษ 34 0.777 6 บุญกิริยาวัตถุ กลไกการเผยแพร่ภูมิรู้สวนป่านาไร่ และภูมิรู้เภสัชวัตถุ 24 0.669 7 ความเชื่อเรื่องกรรม ก่อเกิดบุญกิริยาวัตถุ 50 0.677 8 พลัง “บวร” กลไกการถ่ายทอดภูมิรู้เพื่อการพัฒนาสุขภาพดี 45 0.671 ตารางที่ 12 แสดงรายการ 8 รหัสภูมิปัญญาหลัก และ 12 รหัสภูมิปัญญาย่อย พร้อมแสดงที่มาของข้อค้าถามที่เกี่ยวข้อง และค่าน ้าหนักองค์ประกอบ ที่ได้จากผลการวิจัยเชิงส้ารวจ เ ภาพที่ 27 การด้าเนินงานวิจัยตามแบบแผนและขั นตอนกลไกสังคม 233 งานวิจัยเล่มนี ด้าเนินการตามแบบแผนและขั นตอนกลไกสังคมดังนี จากปัญหาและวัตถุประสงค์การวิจัย ผู้วิจัยแสวงหาความรู้ กฎทางสังคมจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ใน บทที่ 2 แล้วน้ามาออกแบบวิธีการวิจัย จากนั นด้าเนินการวิจัยเชิงคุณภาพ ลงพื นที่ภาคสนามเพื่อแสวงหาภูมิปัญญาเภสัชวัตถุในสวน ป่า นา ที่สัมพันธ์กับบุญจากหมอพื นบ้าน ผู้น้าชุมชน ผู้สูงอายุและผู้รู้อื่น ๆ ซึ่งเป็นผู้สร้างบรรทัดฐานให้คนในสังคมนั น ๆ และรายงานข้อค้นพบไว้ในบทที่ 4 และ 5 จากนั นน้าบทสัมภาษณ์ที่ได้มาสร้างกระทงค้าถามในบทที่ 6 แล้วน้าไปท้าการวิจัยเชิงปริมาณกับผู้สูงอายุ จ้านวน 500 คน เพื่อให้ได้มาซึ่งวิถีประชาที่ประชาชนเห็นชอบด้วย น้าข้อมูลที่ได้มาประมวลผลด้วยเทคนิคการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงส้ารวจ ได้ค่าน ้าหนักองค์ประกอบของแต่ละข้อกระทงค้าถาม และได้องค์ประกอบที่ส้าคัญจ้านวน 4 องค์ประกอบที่มีค่าไอเกนมากกว่า 1 น้าองค์ประกอบที่ได้ไปพิจารณาร่วมกับข้อมูลในบทที่ 4 , 5 และ 6 เพื่อความครอบคลุมในแต่ละประเด็นยิ่งขึ น จากนั นน้าข้อมูลที่ได้มาถอดรหัสภูมิปัญญา เพื่อก้าหนดบรรทัดฐานที่ได้จากการวิจัย ดังปรากฏในบทที่ 7 จากนั นน้ามาจัดท้าบทเรียนการพัฒนาสุขภาพของผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ไทลาว ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขง ในบทที่ 8 ซึ่งถือเป็นระเบียบในการเรียนการสอน บทเรียนการพัฒนาสุขภาพของผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ไทลาวในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขง ด้วยเภสัชวัตถุในสวนป่านาที่สัมพันธ์กับบุญ ประกอบด้วยหัวเรื่องและเนื อหาที่เรียบเรียงมาจากผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเภสัชวัตถุพรรณนาในสวน ป่า นา ที่สัมพันธ์กับบุญของผู้สูงอายุในประเทศไทย และรหัสภูมิปัญญาการพัฒนาสุขภาพของผู้สูงอายุ โดยน้าข้อมูลทั งสองส่วนมาเรียบเรียงผสมผสานระหว่างข้อปฏิบัติจากภูมิปัญญาดั งเดิมของชาวบ้านที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ การแพทย์พื นบ้าน การแพทย์วิถีพุทธ ร่วมกับธรรมะในพระพุทธศาสนา บทเรียนเล่มนี ได้รับการตรวจสอบความเหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญซึ่งเลือกแบบเจาะจง จากผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์วิถีพุทธ ปราชญ์พื นบ้านผู้มีภูมิรู้นิเวศการเกษตร ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ รวมทั งอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อให้ได้บทเรียนการพัฒนาสุขภาพของผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ไทลาวในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น ้าโขงที่สมบูรณ์และสอดคล้องกับบริบทของกลุ่มชาติพันธุ์ไทลาว รายละเอียดเนื อหาในบทเรียนการพัฒนาสุขภาพฯ ประกอบด้วย ปกหน้า ปกรอง วัตถุประสงค์การจัดท้าบทเรียน ค้าน้า สารบัญ รหัสภูมิปัญญาการพัฒนาสุขภาพของผู้สูงอายุ บทส่งท้าย และปกหลัง ดังนี 234 บทเรียนการพัฒนาสุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ไทลาว ในอนุภูมิภาคลุ่มน ้าแม่โขง ด้วยเภสัชวัตถุในสวนป่านาที่สัมพันธ์กับบุญ โดย ผุสดี เจริญไวยเจตน์ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค (สาธารณสุขชุมชน) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ค้าน้า บทเรียนฉบับนี จัดท้าเพื่อเป็นบทเรียนการพัฒนาสุขภาพของผู้สูงอายุ ด้วยเภสัชวัตถุในสวนป่านา ที่สัมพันธ์กับบุญ ตามวัตถุประสงค์ของวิทยานิพนธ์เรื่อง เภสัชวัตถุในสวน ป่า นา ที่สัมพันธ์กับบุญในประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ คือ ได้แนวทางการพัฒนาสุขภาพของผู้สูงอายุ รวมทั งเป็นแนวทางในการส่งเสริมสุขภาพให้กับประชาชนทั่วไป ให้เป็นผู้มีสุขภาพดี ห่างไกลโรค โดยน้าองค์ความรู้ภูมิปัญญาการแพทย์ ภูมิปัญญาการเกษตร และภูมิปัญญาทางพุทธศาสนา หรือน้าเรื่องของเภสัชวัตถุ สวนป่านาไร่ และบุญ ตามล้าดับ มาบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนมีความสามารถในการพัฒนาสุขภาพ และหรือส่งเสริมสุขภาพของตนเองผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในวิถีชีวิตของตนเอง อนึ่งการพัฒนาสุขภาพของผู้สูงอายุตามแนวทางนี สามารถเรียนรู้ได้ทุกช่วงวัย และควรเริ่มเรียนตั งแต่วัยเด็ก เพื่อสั่งสมประสบการณ์การใช้ภูมิปัญญาต่าง ๆ และการเห็นผลดีของการใช้ภูมิปัญญาเหล่านี จะสั่งสมเป็นความเชื่อ ความศรัทธา เกิดความมั่นใจในการใช้ เผยแพร่ และเป็นตัวอย่างจริงของผู้ใช้ภูมิปัญญานี ผุสดี เจริญไวยเจตน์ พฤศจิกายน 2561 232 สารบัญ หน้า ค้าน้า ................................................................................... 231 สารบัญ ................................................................................... 232 ค้าแนะน้าส้าหรับครู ................................................................................... 234 ค้าแนะน้าส้าหรับผู้เรียน ................................................................................... 235 แบบทดสอบก่อนเรียน ................................................................................... 236 บทที่ 1 รหัสภูมิปัญญาเภสัชวัตถุ ในสวนป่านาไร่ ที่สัมพันธ์กับบุญ สร้างสุขภาพดี .......... 237 ความส้าคัญของเภสัชวัตถุ ในสวนป่านาไร่ ที่สัมพันธ์กับบุญ สร้างสุขภาพดี ........... 237 สัญลักษณ์ภาพ เภสัชวัตถุ ในสวนป่านาไร่ ที่สัมพันธ์กับบุญ สร้างสุขภาพดี ........... 237 รหัสภูมิปัญญาเภสัชวัตถุ ในสวนป่านาไร่ ที่สัมพันธ์กับบุญ สร้างสุขภาพดี ............. 239 กิจกรรมท้ายบทเรียน ................................................................................... 243 บทที่ 2 แนวทางภูมิรู้ฟื้นฟูสุขภาพ เหมาะกับการถือปฏิบัติยามเจ็บป่วย .......................... 244 ความหมายภูมิรู้ฟื้นฟูสุขภาพ ................................................................................. 244 แนวทางภูมิรู้ฟื้นฟูสุขภาพ ................................................................................... 244 กิจกรรมท้ายบทเรียน ................................................................................... 250 บทที่ 3 แนวทางไร้สารพิษ สร้างสุขภาพ เหมาะกับการถือปฏิบัติในชีวิตประจ้าวัน .......... 251 ความหมายไร้สารพิษ สร้างสุขภาพ ....................................................................... 251 แนวทางไร้สารพิษ สร้างสุขภาพ ............................................................................ 251 กิจกรรมท้ายบทเรียน ................................................................................... 258 บทที่ 4 แนวทางชุมชนบุญ สุขภาพดี ............................................................................... 260 ความหมายชุมชนบุญ สุขภาพดี ............................................................................. 260 แนวทางชุมชนบุญ สุขภาพดี.................................................................................. 260 กิจกรรมท้ายบทเรียน ................................................................................... 261 แบบทดสอบหลังเรียน ................................................................................... 262 บรรณานุกรม ................................................................................... 263 ภาคผนวก ก วิธีการหายใจกปาละบาติ ของแพทย์วิถีพุทธ .............................................. 264 233 สารบัญ ภาคผนวก ข. การท้าจุลินทรีย์พลังศีล และปุ๋ยพลังศีล ..................................................... 265 ภาคผนวก ค การท้ากสิกรรมไร้สารพิษพลังศีลแบบยั่งยืน ............................................... 269 234 ค้าแนะน้าส้าหรับครู 1. บทเรียนการพัฒนาสุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ไทลาวในอนุภูมิภาคลุ่มน ้าแม่โขง ใช้ส้าหรับประกอบการจัดการเรียนรู้ในชั นเรียน หรือการศึกษาด้วยตนเอง ส้าหรับผู้สนใจ 2. ศึกษาบทเรียนตั งแต่เริ่มต้นถึงเนื อหาสุดท้าย อ่านทั งเนื อหาและกิจกรรมให้เข้าใจก่อน 3. ศึกษาว่ากิจกรรมในเรื่องใดที่ครูต้องเป็นผู้ให้ค้าแนะน้า หรือให้ค้าปรึกษา 4. ชี แจงให้ผู้เรียนอ่านค้าแนะน้าในการใช้บทเรียนส้าเร็จรูป และปฏิบัติตามทุกขั นตอน ทั งเนื อหา กิจกรรม ค้าถาม ค้าตอบ หรือแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 5. ครูท้าหน้าที่เป็นที่ปรึกษา คอยให้ค้าแนะน้า ช่วยเหลือยามที่ผู้เรียนเกิดปัญหา ครูไม่ได้ท้าหน้าที่เป็นผู้สอน 6. ก่อนเริ่มเรียนรู้ ควรจัดกิจกรรมที่เสริมสร้างการมีสมาธิ เช่น การนั่งสมาธิ ด้วยการก้าหนดสิ่งใด สิ่งหนึ่ง จะลืมตาหรือหลับตาก็ได้ ตามที่ตนเคยท้าสัก 5 นาทีก่อนเริ่มการเรียนรู้ หรือให้การเดินชมสวนป่านาไร่ สัก 5 – 10 นาที หรือท้าการฝึกการหายใจกปาละบาติ ของการแพทย์วิถีพุทธ ในภาคผนวก ก.วิธีการหายใจกปาละบาติ ของแพทย์วิถีพุทธ 235 ค้าแนะน้าส้าหรับผู้เรียน บทเรียนการพัฒนาสุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มชาติพันธุ์ไทลาวในอนุภูมิภาคลุ่มน ้าแม่โขงนี จัดท้าขึ นเพื่อให้ผู้เรียนศึกษาด้วยตนเอง โปรดอ่านค้าแนะน้าก่อนศึกษาบทเรียน ดังต่อไปนี 1. บทเรียนนี ไม่ใช่ข้อทดสอบ ผู้เรียนไม่ต้องกังวลใจ พยายามท้าไปอย่างช้าๆ ทีละเรื่อง ผู้เรียนจะได้รับความรู้ ได้ท้าแบบฝึกหัด และได้ท้ากิจกรรมต่างๆ ด้วยตัวผู้เรียนเอง 2. ก่อนที่ผู้เรียนจะศึกษา ควรท้าแบบทดสอบก่อนเรียนก่อน 3. ให้ท้าไปทีละเรื่อง ท้าไปช้าๆ ไม่ต้องรีบร้อน ถ้าเหนื่อยหรือเบื่อให้พักสักครู่แล้วค่อยท้าต่อไป 4. เมื่อศึกษาจบทุกบทแล้ว ให้ผู้เรียนท้าแบบทดสอบหลังเรียนด้วย เสร็จแล้วตรวจค้าตอบในเฉลย เพื่อดูผลความก้าวหน้าของตนเอง 5. ถ้าตอบผิด ให้กลับไปศึกษาเนื อหาอีกครั ง ท้าความเข้าใจให้ดี แล้วตอบค้าถามใหม่ ถ้าตอบค้าถามผิดอีก ให้ปรึกษาครูผู้สอน 6. ก่อนเริ่มเรียน ควรเริ่มกิจกรรมที่เสริมสร้างการมีสมาธิ เช่น การนั่งสมาธิ ด้วยการก้าหนดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะลืมตาหรือหลับตาก็ได้ ตามที่ตนเคยท้าสัก 5 นาทีก่อนเริ่มการเรียนรู้ หรือให้การเดินชมสวนป่านาไร่ สัก 5 – 10 นาที หรือท้าการฝึกการหายใจกปาละบาติ ของการแพทย์วิถีพุทธ ในภาคผนวก ก.วิธีการหายใจกปาละบาติ ของแพทย์วิถีพุทธ 236 แบบทดสอบก่อนเรียน 1. ข้อใดคือภูมิรู้เภสัชวัตถุ ก เภสัชวัตถุ 9 รส ข เภสัชวัตถุ ฤทธิ์ร้อน – ฤทธิ์เย็น ค หมอดูแลตนเอง ง ถูกทุกข้อ 2. ข้อใดคือ ภูมิรู้สวนป่านาไร่ ก ใช้ธรรมชาติ สร้างธรรมชาติ ข ปลูกข้าว ถั่ว งา ให้เป็นวัฒนธรรม ค ผิดทุกข้อ ง ถูกทุกข้อ 3. ข้อใดคือ บุญรักษาโรค ก ไม่เบียดเบียนตนเอง ด้วยการสร้างทุกข์ใจ ข ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ด้วยการพึ่งตนเองเท่าที่จะท้าได้ ค ไม่เบียดเบียนสัตว์อื่น ด้วยการลดการรับประทานเนื อสัตว์ ง ถูกทุกข้อ เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 1 ง 2 ง 3 ง 237 บทที่ 1 รหัสภูมิปัญญาเภสัชวัตถุ ในสวนป่านาไร่ ที่สัมพันธ์กับบุญ สร้างสุขภาพดี ความส้าคัญของเภสัชวัตถุ ในสวนป่านาไร่ ที่สัมพันธ์กับบุญ สร้างสุขภาพดี การมีสุขภาพดีเป็นสิ่งที่น่าปรารถนาของทุกคน แต่เมื่อมีความเจ็บป่วยเกิดขึ น ยารักษาโรค จะเป็นสิ่งแรก ๆ ที่ผู้คนจะแสวงหา ปัจจุบันมีโรคหลายโรคที่รักษาไม่หาย โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื อรัง โรคหลายโรคมีวิธีการรักษา แต่อาจมีอันตรายจากผลข้างเคียงของยาเคมี มีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพสูง บางคนเลือกใช้เภสัชวัตถุต่าง ๆ แล้วโรคหาย แต่บางคนเป็นโรคเดียวกันใช้เภสัชวัตถุเดียวกัน แต่โรคไม่หาย ผู้วิจัยจึงท้าการศึกษาเรื่องเภสัชวัตถุจากสวน ป่า นา ที่สัมพันธ์กับบุญของผู้สูงอายุในประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยใช้วิธีการศึกษาวิจัยแบบผสมผสาน เริ่มจากการลงภาคสนามและสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพแนวชาติพันธุ์วรรณนา น้าข้อมูลที่ได้สร้างเป็นข้อค้าถามจ้านวน 60 ข้อ แล้วน้าไปท้าวิจัยเชิงปริมาณในกลุ่มตัวอย่างจ้านวน 500 ราย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงส้ารวจ ตามวิธีการวิจัยเชิงปริมาณ เพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ได้มาจากงานวิจัยเชิงคุณภาพก่อนหน้า สัญลักษณ์ภาพ เภสัชวัตถุ ในสวนป่านาไร่ ที่สัมพันธ์กับบุญ สร้างสุขภาพดี 238 สัญลักษณ์ภาพเภสัชวัตถุ ในสวนป่านาไร่ ที่สัมพันธ์กับบุญ สร้างสุขภาพดี ผู้วิจัยดัดแปลงมาจากดอกอ่อมแซบ (บุษบาริมทาง) ซึ่งเป็นเภสัชวัตถุฤทธิ์เย็น ที่พบเห็นง่ายตามข้างทางทั งในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นเภสัชวัตถุที่ขึ นง่าย แต่ไม่ค่อยมีคนใส่ใจน้าไปปลูกเป็นพืชกินได้ หรือไม้ประดับ แต่เมื่อได้เรียนรู้เรื่องเภสัชวัตถุฤทธิ์เย็น รวมถึงวิธีการปรับสมดุลร้อนเย็นของร่างกาย เพื่อสร้างสุขภาพดี ท้าให้บ้านของผู้ที่รู้คุณค่าของอ่อมแซบ ก็จะน้าก้านแก่ไปปักช้า และน้ายอดไปกินเป็นผักสด ผักลวก แกงจืด โดยเฉพาะการน้าไปท้าน ้าสมุนไพรฤทธิ์เย็นดื่ม และเมื่อตัดยอดอ่อมแซบน้าไปใช้ ก็จะยิ่งแตกยอด ออกใบและดอกเป็นพุ่มสวย กลายเป็นไม้ประดับบ้าน มองแล้วสดชื่นมีความสุขได้ ดอกอ่อมแซบประกอบด้วยกลีบดอก 5 กลีบแทนรหัสภูมิปัญญาหลักในการพัฒนาสุขภาพ คือ 1) ภูมิรู้เภสัชวัตถุ 2) ภูมิรู้สวนป่านาไร่ และบุญกิริยาวัตถุ โดยส่วนของรหัสภูมิปัญญาบุญกิริยาวัตถุ มี 3 รหัสด้วยกันคือ 3) เพิ่มศีล รักษาโรค เป็นความรู้เรื่องบุญกิริยาวัตถุที่ใช้ในการพัฒนาสุขภาพ4) ศรัทธาสิ่งใด ที่รักษาโรคได้ ซึ่งเป็นบุญกิริยาวัตถุที่เสริมกับภูมิรู้เภสัชวัตถุ เพื่อสร้างสุขภาพดีอย่างมีประสิทธิภาพ 5) บุญกิริยาวัตถุ กลไกการฟื้นฟู สวนป่านาไร่ไร้สารพิษ ส่วนของกิ่งของอ่อมแซบแทนรหัสภูมิปัญญาที่ 6) บุญกิริยาวัตถุ กลไกการเผยแพร่ภูมิรู้สวนป่านาไร่ และภูมิรู้เภสัชวัตถุ โดยมีใบอ่อมแซบ 2 ใบแทน 7) ความเชื่อเรื่องกรรม และ 8) พลัง“บวร” ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนภายใน และพลังขับเคลื่อนภายนอก ตามล้าดับ ที่สนับสนุนการกระท้าบุญกิริยาวัตถุ รหัสภูมิปัญญาที่แสดงในกลีบดอก แต่ละรหัสภูมิปัญญา สามารถสร้างสุขภาพดีด้วยรหัสภูมิปัญญาเพียงรหัสเดียว แต่ประสิทธิภาพของการพัฒนาสุขภาพจะเพิ่มขึ นเมื่อบูรณาการร่วมกับรหัสภูมิปัญญาอื่น ๆ ขณะที่รหัสภูมิปัญญาที่อยู่ในส่วนของกิ่งและใบเป็นพลังในการขับเคลื่อนให้เกิดบุญกิริยาวัตถุซึ่งส่งเสริมให้การการพัฒนาสุขภาพ และการเผยแพร่องค์ความรู้การสร้างสุขขยายสู่ประชาชนในวงกว้าง เมื่อน้ารหัสภูมิปัญญาข้างต้นมาพัฒนาเป็นแนวทางการพัฒนาสุขภาพตามวัตถุประสงค์การใช้ พบแนวทางการพัฒนาสุขภาพ 3 แนวทางคือ 1. ภูมิรู้ฟื้นฟูสุขภาพ เป็นแนวทางที่บูรณาการจากภูมิรู้เภสัชวัตถุ บุญกิริยาวัตถุ และภูมิรู้สวนป่านาไร่ ที่เน้นภูมิรู้เภสัชวัตถุเป็นแกน เหมาะกับการถือปฏิบัติยามเจ็บป่วย กล่าวคือภูมิรู้เภสัชวัตถุ ในเรื่องรสยา 9 รสและฤทธิ์ร้อนเย็นของเภสัชวัตถุ ท้าให้ผู้ป่วยสามารถคัดสรรเภสัชวัตถุในสวนป่านาไร่ไร้สารพิษมาใช้ปรับสมดุลร่างกาย ท้าให้ร่างกายกลับสู่ความสมดุล คืนความสุขภาพดีอย่างรวดเร็ว ในรายที่สุขภาพฟื้นตัวช้า การเพิ่มศีล ท้าพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ซึ่งรวมถึงการลดการรับประทานเนื อสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในบุญกิริยาวัตถุ จะช่วยให้การฟื้นฟูสุขภาพได้ผลยิ่งขึ น 2. ไร้สารพิษ สร้างสุขภาพ เป็นแนวทางที่บูรณาการจากภูมิรู้เภสัชวัตถุ บุญกิริยาวัตถุ และภูมิรู้สวนป่านาไร่ ที่เน้นภูมิรู้สวนป่านาไร่เป็นแกน เหมาะที่จะถือปฏิบัติในชีวิตประจ้าวัน กล่าวคือ ภูมิรู้สวนป่านาไร่ ก่อให้เกิดอาหารและยา ที่เป็นสิ่งจ้าเป็นในการด้ารงชีวิต เมื่อร่วมกับบุญกิริยาวัตถุ 239 ความมีศีลตั งใจไม่เบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น และสัตว์อื่น และภูมิรู้เภสัชวัตถุ ในเรื่องรสของเภสัชวัตถุที่ช่วยในการไล่แมลงศัตรูพืช ลดปริมาณวัชพืช จะท้าให้เกิดสวนป่านาไร่ไร้สารพิษ สร้างอาหาร ยา อากาศ และสิ่งแวดล้อมไร้สารพิษ ที่เอื ออ้านวยให้สุขภาพดี 3. ชุมชนบุญ สุขภาพดี เป็นแนวทางที่บูรณาการภูมิรู้เภสัชวัตถุ บุญกิริยาวัตถุ และภูมิรู้สวนป่านาไร่ ร่วมกับการใช้ความเชื่อเรื่องกรรม เป็นกลไกการขับเคลื่อนภายในบุคคล และพลัง “บวร” เป็นกลไกการขับเคลื่อนภายนอก โดยใช้รหัสบุญกิริยาวัตถุเป็นแกนหลัก เกิดการบ้าเพ็ญบุญกุศล สร้างประโยชน์ให้กับตนเองและส่วนรวม ให้ผลคือ “ชุมชนบุญ สุขภาพดี” รหัสภูมิปัญญาเภสัชวัตถุ ในสวนป่านาไร่ ที่สัมพันธ์กับบุญ สร้างสุขภาพดี 1. ภูมิรู้เภสัชวัตถุ ความหมาย ความรู้ในเรื่องเภสัชวัตถุพืช 9 รส และฤทธิ์พืชทั งร้อนและเย็น เป็นภูมิรู้ที่น้ามาคัดสรรเภสัชวัตถุต่าง ๆ มารับประทานเป็นอาหารและยาได้ เมื่อร่วมกับการเป็นหมอดูแลตนเองด้วยการสังเกตความสบาย เบากาย มีก้าลัง จะท้าให้เลือกสรรเภสัชวัตถุได้ตรงกับอาการของร่างกายด้วยตนเอง ท้าให้พึ่งตนเองด้านสุขภาพได้มากขึ น (ที่มา ข้อค้าถามที่ 48 มีค่าน ้าหนักองค์ประกอบเท่ากับ 0.696) ข้อมูลเพิ่มเติม รสยา 9 รส เมื่อร่างกายมีความไม่สมดุลของธาตุท้าให้เจ็บป่วย จะไม่ได้ป่วยเพียงแค่ที่ใดที่หนึ่ง เพราะเมื่อจุดใดพร่อง จุดอื่นในร่างกายก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย การปรุงอาหารและยา เพื่อการโภชนาบ้าบัดที่ส้าคัญคือการน้าเภสัชวัตถุหลายรสมาใช้ร่วมกันมาปรุงเป็นยาหรืออาหาร เพื่อปรับสมดุลของธาตุในร่างกาย ฤทธิ์ร้อน - เย็น ร้อนเย็นไม่สมดุล เป็นสาเหตุที่ท้าให้เกิดการเจ็บป่วย เมื่อเป็นหวัดจากการตากฝน การอยู่ในที่อบอุ่น กินน ้าอุ่น เช็ดตัวด้วยน ้าอุ่น อาการเจ็บป่วยก็จะดีขึ นเพราะแก้สาเหตุจากร่างกายเย็นเกินจากการตากฝนแล้ว หมอดูแลตนเอง การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน มีประสิทธิภาพคือการแก้ปัญหาที่สาเหตุ หากผู้มีอาการเจ็บป่วยสังเกตพบเหตุของการเจ็บป่วย ก็จะท้าให้การรักษามีประสิทธิภาพ เช่น หากพบว่าตนเองเป็นไข้ หลังจากตากแดด แนวทางในการดูแลตนเองคือการเช็ดตัวด้วยน ้าธรรมดา ดื่มน ้าเย็น อาการก็จะดีขึ น 240 2. ภูมิรู้สวนป่านาไร่ ความหมาย ภูมิรู้สวนป่านาไร่ เป็นการใช้ธรรมชาติสร้างธรรมชาติ เกิดจากการอิงอาศัยกันและกันของพืช สัตว์ และมนุษย์ ก่อให้เกิดสิ่งแวดล้อมดิน น ้า อากาศที่ดี อุดมสมบูรณ์ ตัวอย่างการปฏิบัติเช่นจัดสรรพื นที่ สวนป่านาไร่ ด้วยเกษตรทฤษฎีใหม่ขั นที่ 1 การคัดสรรพืช ด้วย พออยู่ พอกิน พอใช้ ด้วยแนวทางป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง การปลูกข้าว ถั่ว งา ให้เป็นวัฒนธรรม และการใช้ธรรมชาติสร้างธรรมชาติ ด้วยวงจรกสิกรรมธรรมชาติ ปุ๋ยสะอาด และขยะวิทยา เป็นต้น ภูมิรู้สวนป่านาไร่ จึงเป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศ เกิดความอุดมสมบูรณ์ของ พืช สัตว์ นานาพรรณ และท้าให้คนมีปัจจัย 4 ท้าจ้าเป็นกับชีวิตเพียงพอ เป็นการสร้างชีวิตดีให้กับทุกสรรพสิ่ง ผล ให้ชีวิตพอเพียง ที่ดินอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารและท้ามาหากิน ปลอดหนี พออยู่ พอกิน พอใช้ (ที่มา ข้อค้าถามที่ 33 มีค่าน ้าหนักองค์ประกอบ 0.792) สร้างสุขภาพกายใจที่ดี ผู้ท้าสวนป่านาไร่ โชคดีได้กินพืชเก็บสด ๆ ซึ่งมีน ้าธรรมชาติ ที่ประกอบด้วยสารส้าคัญ ต่อการเพิ่มภูมิต้านทาน ลดความเสื่อมสภาพของร่างกาย ได้ออกก้าลังกาย ได้สูดไอระเหยของพืชที่ปลูกเป็นกลิ่นบ้าบัดเพื่อสุขภาพ ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติสีเขียว ช่วยบรรเทาความเครียด และได้อยู่กับลูกหลานพร้อมหน้าพร้อมตา (ที่มา ข้อค้าถามที่ 16 มีค่าน ้าหนักองค์ประกอบ 0.651) 3. เพิ่มศีล ลดโรค ความหมาย การเพิ่มศีล คือสร้างความประพฤติทางกาย ทางวาจา รวมถึงใจให้ดีต่อสุภาพ เพราะโรคหลายโรคมีสาเหตุเกิดจากกรรม การกระท้าที่หลายคนทราบว่าพฤติกรรมใดท้าให้ก่อโรค หลายคนไม่ทราบแต่เชื่อในค้าตรัสของพระพุทธเจ้าที่ว่าเหตุของการมีโรคมาก เกิดจากการผิดศีลข้อที่ 1 การเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น สัตว์อื่น การแก้กรรมเก่า ในทางพระพุทธศาสนานั นไม่มี ทุกคนมีกรรมเป็นของตน ท้ากรรมใดไว้ย่อมรับผลกรรมนั น แต่เพื่อลดความรุนแรงของผลกรรมเรื่องความเจ็บป่วย จึงสร้างเหตุใหม่ด้วยการรักษาศีลข้อที่ 1 การไม่เบียดเบียนสัตว์ให้ยิ่งขึ น เพื่อกลายเป็นคนที่มีโรคน้อย ที่เกิดจากการไม่เบียดเบียนสัตว์ ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ (ที่มา ข้อค้าถามที่ 16 มีค่าน ้าหนักองค์ประกอบ 0.651) การเพิ่มศีลที่พบในงานวิจัยนี มี 7 วิธีที่ส้าคัญคือ 1) การไม่ท้าทุกข์ทับถมตน 2) การงดเว้นพฤติกรรมก่อโรค 3) การลดการรับประทานเนื อสัตว์ 4) การปลูกพืชผักสวนครัวไร้สารพิษ 5) การฟังธรรม ไม่เพิ่มทุกข์ใจ 6) การแบ่งปัน สร้างสุข และ 7) หมอมีศีล เพิ่มฤทธิ์รักษาโรค 241 4. ศรัทธาสิ่งใด ๆ ที่รักษาโรคได้ ความหมาย ศรัทธาสิ่งใด ๆ ที่รักษาโรคได้ หมายถึง เมื่อจะใช้วิธีการใด หมอแผนใด เภสัชวัตถุชนิดใดก็ตามที่จะใช้รักษาโรคของตน ให้ศรัทธาสิ่งนั น ๆ ว่ารักษาโรคของตนได้ เมื่อใจเชื่อมั่นเช่นนั น จะไม่มีความระแวง หวั่นไหว วิตกกังวล ก็จะไม่เกิดการท้าทุกข์ทับถมตนให้ทุกข์ทางใจเพิ่มขึ น ขณะเดียวกันความมั่นใจว่าจะหาย ร่างกายก็จะหลั่งสารเอ็นโดรฟิน สารแห่งความสุข ที่ช่วยระงับความเจ็บปวดได้ ก็จะยิ่งมี ความมั่นใจว่าจะหายมากขึ น ความโน้มเอียงที่จะท้าพฤติกรรมที่ส่งเสริมการหายโรคก็มีมากขึ น กล่าวได้ว่า การศรัทธาสิ่งใด ๆ ที่รักษาโรคได้ไม่ใช่สิ่งเสียหาย มีแต่ประโยชน์อย่างน้อยก็ท้าให้ใจเป็นสุข ไม่ท้าทุกข์ทับถมตน เป็นการท้าบุญกิริยาวัตถุอย่างหนึ่ง แสดงออกถึงการอ่อนน้อมถ่อมตน ศรัทธาในสิ่งที่ควรศรัทธา รวมถึงการอยู่ในศีลไม่เบียดเบียนตนเองด้วยความทุกข์ ความกังวลในวิธีการรักษาโรค (ที่มา ข้อค้าถามที่ 4 มีค่าน ้าหนักองค์ประกอบ 0.711) 5. บุญกิริยาวัตถุ กลไกการฟื้นฟูสวนป่านาไร่ไร้สารพิษ ความหมาย การท้าบุญเป็นความเชื่อและวิถีชีวิตของคนไทยมาช้านาน การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ถ้าสอดคล้องไปกับความเชื่อและวิถีชีวิตปกติของผู้คน จะเป็นที่ยอมรับได้ง่าย การฟื้นฟูสวนป่านาไร่ไร้สารพิษ เป็นงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของคนในครอบครัว ชุมชน เป็นงานที่ใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็นผลอย่างชัดแจ้ง และในช่วงเริ่มแรกของการปรับเปลี่ยนนั นมีต้นทุนสูงผลตอบแทนทางตัวเงินน้อย พลังศรัทธาความเชื่อในผลของบุญกิริยาที่ท้า จะเป็นพลังในการขับเคลื่อนการฟื้นฟูสวนป่านาไร่ที่ส้าคัญ ความเชื่อในการให้ทาน ด้วยของดี ของบริสุทธิ์ จะได้อานิสงส์มาก หันกลับมาปลูกพืชไร้สารพิษ การอยู่ในศีลข้อ 1 เป็นผู้ไม่เบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น และสัตว์อื่น ช่วยลดความหวั่นไหวในการท้าสวนป่านาไร่ ยามผลผลิตได้รับความเสียหายจากสัตว์และแมลงต่าง ๆ (ที่มา ข้อค้าถามที่ 34 มีค่าน ้าหนัก
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive