190918 อปริหานิยธรรม7-พ่อท่าน-สันติอโศก.txt

โฟลเดอร์2519 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์152 KB
วันที่แก้ไข27 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เช้าวันสุดท้ายของการที่พ่อท่านได้เดินทางมาอบรมคณะผู้พวกเราที่อยู่ผู้โดยสารสันติอโศกซึ่งก็ตรงกับเช้าวันที่ 18 กันยายนพุทธศักราช 2519 วันนี้ก็เสริมธรรมะที่ควรจะได้เสริมกันบ้างผมตั้งใจจะเอามาที่เกี่ยวกับบริหารแจกแจงสู่ฟังพระ อารยธรรมนะเมื่อวานนี้ผ่านตาจะเป็นใบที่เอาถ่ายไอ้นั่นมาหรือไงถึงของท่านก็ไม่โทรเอามาหรือไงอันนั้นเมื่อวานมีคำอธิบายในส่วนใหญ่มันหมายความถึงจุดที่เรียกว่าไม่เป็นไปเพื่อปฏิเสธเอาประมาณเป็นคำปฏิเสธใช้คำว่าไม่บริหารธรรมะอันไม่ มันหมายความว่าไงธรรมะอ่านไม่เสร็จจริงๆมันก็เหมือนกันนั่นแหละเขาเขียนว่างั้นเป็นไปที่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อมไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อมธรรมะไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อมเป็นไปเพื่อความเจริญฝ่ายเดียวคือมันเป็นความเจริญไม่เป็นไปในความเสื่อมมันเป็นที่ตั้งความเสื่อมส่งไว้เป็นที่ตั้งคือความสูงไว้เพราะถ้าเผื่อว่ามีสภาพของกรรมกิริยาไม่มีสภาพของกรรมกิริยาอย่างนี้อย่างนี้อยู่อย่างที่พระพุทธเจ้าท่านบัญญัติขึ้นมาและท่านชี้ยืนยันลงไป ทำเป็นอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้อยู่แล้วล่ะก็หมายความว่าเป็นแต่ความเจริญฝ่ายเดียวเจริญอยู่เจริญอยู่ไม่เสือกแน่ว่างั้นหนึ่งมันประชุมกันเนืองนิตย์น้ำมันประชุมกันเมืองนี้ทำไมท่านถึงบอกว่ามันประชุมกันเรื่องนี้แล้วเราก็ต้องรู้ให้มันลึกซึ้งลงไปธรรมดาถ้าเผื่อว่าเป็นแต่เพียงคำบอกแล้วแต่เพียงหลักเกณฑ์แล้วเราก็ทำตามแต่หลักเกณฑ์เฉยๆมันก็เป็นแต่เพียงรูปประธรรมเสมอๆเรามีรูปประธรรมของเราอยู่แล้วนี่เป็นหลักเกณฑ์ของเราประชุมกันวันนึงบาย เราประชุมกันเสมอๆจะประชุมกันด้วยอธิการนะอะไรก็ตามแต่เป็นแม่ที่สุดก็แค่คิดจาทรคือหมายความว่ามีแต่กิจการงานเฉยๆอันที่เป็นไปตามกาลตามงานที่เราได้ตกลงกันไว้มันจะมาอ่านหนังสือสู่กันฟังเราจะมาใช้อันนั้นอันน

อ่านต่อ

ี้เป็นอะไรก็ตามแต่เป็นสื่อหรือเป็นเครื่องจูงนำเพื่อที่จะให้เกิดผลประโยชน์นั้นไม่มีอะไรก็ต้องให้มีกิจหรือมีการหรือมีงานหรือมีสภาวะหรือมีสภาพอะไรขึ้นมาอันนึงมันก็เป็นประโยชน์เพราะฉะนั้นเมื่อการมาประชุมกันโดยการตกลงกันว่าเราจะมาประชุมกันด้วยจิตอ่านหนังสือสุขกันฟัง มีเรื่องประจำขึ้นมาถ้าเกิดมีเรื่องจอห์นแล้วก็ใช้เรื่องจอห์นนั้นในขณะที่เราประชุมกันขึ้นมามีเรื่องจอห์นมีเรื่องที่จะต้องรีบพูดรีบแสดงพี่เสนอกันรีบบอกกันมันก็เร็วอ่าถ้าเผื่อว่ามองกันดูโดยในสภาพทั่วๆไปแล้วจะเห็นได้ว่าเป็นธรรมะหรือว่าเป็นลูกเป็นรูปแบบที่เหมือนกับคนพรั่งพร้อมเตรียมพร้อมอยู่เสมอรวมกลุ่มกันอยู่เสมอนั่นอยู่เสมอเป็นกำลังอยู่เสมอเป็นกำลังอยู่เสมอและรวมกันอยู่มันไม่แตกไม่แตกนี่มันก็มองเห็นแล้วว่ามันคือสภาพของการเกาะกันไว้ร่วมกันไว้ ชุมนุมกันไว้ประชุมกันไว้มันเป็นรูปแบบที่ชัดเจนที่บอกอยู่เลยเป็นสภาวะธรรมที่บอกว่านี่เราไม่แตกแยกนี่เราไม่แตกแยกนี่เราไม่แตกแยกเพราะงั้นสภาพอากาศหมั่นชุมนุมนี่ถ้าจะเอาถึงน้ำมาทำกันแล้วล่ะก็เราจะต้องใช้ไหวพริบเราจะต้องมีปัญญาเห็นว่าเราชุมนุมกันเนี่ยเพราะมีธรรมะอย่างที่ว่านี้แหละเพราะฉะนั้นการที่จะประชุมจึงต้องเห็นค่าของมันอย่างแท้จริงแล้วจิตใจของเรามาประชุมแล้วตัวเราเองก็เป็นธรรมะแล้วเราไม่ขาดทุนเริ่มต้นการประชุมพอจะมาประชุมแล้วพอได้ยินเสียงระฆัง สัมผัสเสียงระฆังปุ๊บเข้าหรือว่ามีความเวลาพับเข้าแล้วแทนที่จิตของเราจะวางกลางเฉยว่าเป็นไปธรรมดาหรืออย่างดีมีอิทธิบาทมีฉันทะมีการยินดีขึ้นไปเพิ่มเป็นจุดหนึ่งก็ยังดีกว่าที่คุณจะไม่เกิดฉันทะเพราะว่าอันนี้ยังไงยังไงเราก็ทำยังไงยังไงเราก็มีแต่ถ้าพ่อยังไงยังไงก็มีถ้าเกิดจิตมันไม่เป็นฉันทะมันไม่วางเฉยถ้าฉันถ้าได้กำไรถ้าฉันพลาดได้กำไรถ้าวางเฉยไม่ขาดทุนไม่เสียไม่เสียไม่ขาดทุนเป็น 7 วันก็เป็นปกติเป็นธรรมดาแต่ถ้าเพราะว่าเกิดต่อต้านโดนจิตไม่ชอบไม่ยินดีไม่มีฉันทะเราเสียแล้วขาดทุนแล้วจะต้องขาดทุนแล้ว ชื่ออะไรสั่งสูงเขาไม่ชอบอ่ะทีนี้มันต้องมีตามที่เราได้ตกลงกันแล้วเราจะต้องมีทุกวันทุกวันทุกวันตามนี้อย่างน้อยที่สุดวันนึง 2 จุดเป้งๆที่หนึ่งก็เกิดผิดชนิดคอร์ดเพลงน้ำหยดลงหินวันนึงมันหยดสักหยดเดียวล้านปีมันก็จะเป็นท้องทะเลวรรณะหยดเดียวหยดเดียวล้านๆปีมันก็เป็นท้องทะเลพยายามน่าจะพยายามขยายให้คุณเห็นลักษณะของจิตหรือว่าไปถึงนามธรรมเพราะฉะนั้นมันประชุมกันนึงนิดนึงเราจะต้องพยายามจับจิตนี่บอกหมด บทสุดท้ายแล้วบอกให้เรียนรู้ระบบอื่นก็เหมือนกันเรื่องอื่นก็เหมือนกันเมื่อเราเห็นดีแล้วว่าเป็นผลประโยชน์ว่าอะไรความมุ่งหมายเมื่อกี้บอกไปแล้วพระพุทธเจ้าทำไมให้ทำอย่างนั้นอยู่ก็เป็นสภาวะรวมกลุ่มรวมหมู่ตั้งมั่นการตั้งมั่นก็คือสภาพที่มันไม่สูญสลายและมีกำลังและมันก็เป็นไปอย่างดีแล้วก็เวลาเรามีมีเรื่องอะไรเราก็จะได้แจกแจงว่าจะได้พรั่งพร้อมมีอะไรก็ทิ้งกันอยู่ทีนี้ตัวเราส่วนบุคคลเป็นนามธรรมเราจึงตั้งใจพอไอ้นี่ก็ต้องให้มีจิตยินดีก็เป็นอิทธิบาทในการเสริมถ้าไม่ยินดีเฉยๆก็ไม่เป็นไรเฉยๆก็ยังดีไม่ยินดีไม่ยินร้ายก็ไปปกติแล้วล่ะเป็นธรรมดาของพระอริยะชั้นสูงก็อย่างนั้นก็ได้อย่างนั้น แต่ถ้ากินดีมันก็เป็นอิทธิบาทและบริการพัฒนาเป็นวิมังสาเป็นการปรับปรุงตกแต่งเป็นการได้เพิ่มเป็นลักษณะน้อมน้อมไปในทางการเกิดที่เป็นกุศลกรรมเรารู้อยู่แล้วว่าไอ้นี่เป็นธรรมดาไอ้นี่เป็นเรื่องของความเกิดนี่เป็นมุมเหลี่ยมไปในการเกิดและประชุมนี่เป็นการเกิดอยู่การเกิดอยู่เกิดอะไรเกิดกุศลธรรมเกิดกุศลกรรมเจริญขึ้นมีแต่ความเจริญฝ่ายเดียวเป็นการเกิดอย่าไปคิดถึงว่าเกิดนั้นเป็นทุกข์ดับการสบายอะไรได้ไปเอาสูตรนั้นมาใช้ตอนนี้ไม่ได้นะเพราะว่าเราต้องรู้ความจริงว่าเกิดเป็นสิ่งเจริญอย่างหนึ่งดาบก็เป็นสิ่งเจริญอย่างหนึ่งคือวางคือปล่อยเจริญในทางจิตที่มันเย็นมันสบายมันว่างเพราะในสภาพที่เรามีเกิดอันนี้แล้วเราก็มี ไม่สบายมีว่ามีปล่อยไม่ยึดถือไม่ไปมีอะไรไม่นอกจากไม่ยึดถือแล้วไม่พอมีอกปฏิกิริยาต่อต้านด้วยก็ยิ่งทุกข์ใหญ่แล้วเราก็ขาดทุนเพราะฉะนั้นเราก็จะต้องเข้าใจให้ได้ว่าเราประชุมนี่เป็นการประชุมที่เราตกลงแล้วพอตกลงแล้วอะไรทุกอย่างเราตัดแล้วเราดำเนินไปตามปัจจุบันเรื่องของธรรมดาทุกสิ่งทุกอย่างในโลกและพิจารณาถึงจุดแล้วก็ตัดแล้วก็ตัดสินแล้วก็หมดเรื่องกันแต่มันประชุมการเมืองนิดจึงเป็นสภาพที่เราจะต้องทำให้กำไรแล้วเราก็มาประชุมเมื่อมาประชุมแล้วเรามีอะไรที่เราควรที่จะทำงานพร้อมไม่ใช่มานั่งสังขารไปให้มันแล้วๆๆมันก็ไม่เกิดผลอะไรเมื่อเราทำงานก็ต้องพยายามเอาใจใส่ใน มีวิริยะในงานมีความเพียรขวนขวายอิทธิบาทนั่นแหละนอกจากมียินดีแล้วก็มีฉันทะแล้วก็มีวิริยะแล้วก็มีจิตตะเรามีความเพียรขึ้นมาหน่อยขวนขวายหน่อยมีจิตตะเอาใจใส่แต่มันไม่ใช่ว่ามานั่งเพ้อเลยแล้วจะมานั่งทำไมล่ะคนมีกิจอะไรสักพักก็มาทางนี้มันจะไม่ได้พักอะไรกันนักหนาแล้วก็เป็นการทำให้เราย้อนแย้งสิ่งที่เราจะต้องเป็นแฟนจริงเราก็ต้องพักไม่ใช่พักเนี่ยเรามาทำงานตอนนี้ร่วมงานเป็นกัมมะกรรมมันต่างอันนึงเป็นกิจอันนึงเหตุการณ์งานอันนึงแล้วก็มาทำการงานมาทำเสียทำให้ได้ผลสูงให้ไม่ได้ผลดีจิตเราวางเราปล่อยอยู่ ตัวสำคัญที่สุดคือจุดวางจุดปล่อยอยู่เราไม่ได้ถือสาอะไรเป็นไปแม้แต่จะมีการงานอะไรที่เราควรจะผสมโรงกับหมู่เพราะในขณะที่เราว่าประชุมนะมีเรื่องราวอะไรเป็นไปแล้วก็พยายามที่จะช่วยเป็นตัวเสริมเป็นตัวขับแต่ถ้าตัวเสริมไปทั้งตัวอากาศที่จะให้เกิดกำลังงานกำลังงานนี่มีการส่งเสริมทักษะถ้าอยู่เฉยๆเป็นภาระงานต้องให้ภาระเพื่อนแบกก็ไม่ขัดเสริมก็ไม่เสริมถ้าจะมองโดยลักษณะธรรมะแล้วก็เป็นมวลเป็นหน่วยหน่วยนึงคือไปด้วยกันมาด้วยกันเฉยๆเป็นมวลที่ไม่มีค่าถ้าเป็นจำนวนเท่านั้นเองแต่จะเขียนรูปประธรรมจำนวนเท่านั้นเองไม่มีไม่มีค่าในตัวมันเองไม่มีค่าในทางที่เรียก ผลักดันหรือว่าลดค่าเป็นอำนาจลดค่าหรือเป็นอำนาจใครเพิ่มค่าไม่มีอำนาจเพิ่มค่าและอำนาจลดค่าเป็นมวลถ้ามองไปในรูปก็เป็นแต่เพียงน้ำหนักแต่เพียงเนื้อหาเป็นแต่เพียงเนื้อชิ้นนึงเป็นน้ำหนักไม่มีอะไรมากเท่านั้นที่มันจะเพิ่มค่าอยู่ที่ไหนอยู่ที่จิตหรือพลังงานคนอยู่ที่จิตเป็นสำคัญเพราะจิตของเราก็เสริมขึ้นไปเรามีวิริยะมีจิตตะมีบางสาช่วยกันดัดแปลงช่วยกันปรับปรุงช่วยการประกอบพัฒนาที่มังสาเพราะเวลาเราทำงานแล้วก็มาประชุมแล้วก็มาตั้งใจถ้าเผื่อว่ามีแต่คนเดียวทำผู้นำทำคนเดียวเพราะประชุมเนี่ยผมคนเดียวเนี่ยคนเดียวพยายามที่จะปรุงขึ้นเพราะคุณก็เฉยมั่งไม่ใช่ผม พวกคุณไม่มีอิทธิบาทไม่เอาใจใส่เป็นวิริยะไม่เอาใจใส่ในวิริยะไม่มีฉันทะผมก็พยายามจะพัฒนาวิมังสาอยู่คนเดียวปรับปรุงอยู่คนเดียวแหม่มันก็ปรุงหนักกว่าจะเข็นขึ้นกว่าจะดึงขึ้นกว่าจะขัดสีกว่าจะทำอะไรขึ้นไปอีกผมก็หนักมันหนักเราทำนี่แหละเพราะถ้าเผื่อว่าเราได้ตังค์ไม่ช่วยกันองค์ประชุมทุกอย่างมันก็คุยกับเรามันก็ทับทิมมีปฏิกิริยาที่ตรงเป้าหมายมีการดำเนินไปอย่างเจริญเจริญถ้าเราจะต้องมาเสียเวลานั้นเสียเวลานี้คนนี้จะต้อง แม่คนนี้ก็ถ่วงไว้ในมุมนี้คนนี้ถ่วงไว้ในมุมนี้ก็ต้องมาขัดกันนิดนึงขัดกันนิดนึงขัดนิดนึงแต่ทีนี้ต่างคนก็ไม่ต้องระวังนะทุกคนแหมมาจุดเดียวกันพร้อมตั้งใจมาจนเต็มแล้วก็มีการขวนขวายพร้อมอ้าวมันก็เร็วไปปุ๊บๆๆอะไรคล่องปรี๊ดไปเลยมีลักษณะที่จะอธิบายในสภาวะของคำว่าประชุมที่มันจะเกิดผลที่มันจะช่วยแรงที่จะเห็นได้ว่าทุกอย่างมันเป็นธรรมะมันอยู่ในเนื้อหาสาระเราเข้าใจแล้วก็ทำไปมันก็สนับสนุนกันมันก็ดำเนินกันไปด้วยดีส่งเสริมไปด้วยดีไม่ดึงแรงและหมู่ที่ทำก็ไม่เหนื่อยไม่เมื่อยเจริญได้ผลส่งเสริมเป็นไปด้วยดีดำเนินไปด้วยดีเพราะมันประชุมเขา วันประชุมครั้งนี้เมื่อยิ่งทำประโยชน์ตนประโยชน์หมู่มันก็ได้ประชุมเมื่อเราต่างๆนาต่างๆส่งเสริมอะไรมีอะไรจะกลับปรับปรุงแก้ไขอะไรเราก็ทำอยู่เรื่อยๆนั่นแหละเราทำความเจริญให้แก่เราเองและแก่โลกและแกทุกๆสิ่งทุกอย่างในโลกนี้แม้แต่ว่าเราทำใจของเราได้เป็นนามธรรมที่ว่าเมื่อกี้นี้มีใจเราไม่มีขัดไม่มีคือไม่ยินดีเราไม่มีเราจะไม่ยินดีแล้วเราก็ยกยินดีและอีก 10 บาทคือยินดีตอนนี้เป็นการละของมันแล้วจิตใจของเราก็มาตั้งใจแล้วมันก็จะได้รับประโยชน์อันนี้ปัญญาเพิ่มขึ้นมีอะไรที่เราจะตกลงกันได้ดีขึ้นเพื่อที่จะกระทำขึ้นใหม่อีกมันก็จะเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเป็นสิ่งดีและใจเราได้วางมันก็มีผลแล้ว ใจเราไม่ถือสาใจเราตัดสินใจได้ปลดปล่อยแล้วร่วมมือวิสังขารด้วยถ้าเราปรุงด้วยเราเป็นไปด้วยมันก็เป็นไปอย่างจริงใช้ความคิดก็ใช้แล้วมีอะไรที่จะถ่ายก็จะร่วมด้วยได้แล้วก็ร่วมมีอะไรที่ควรจะเป็นไปได้ก็เป็นไปตามกาลเทศะและความเหมาะสมตามฐานะควรไหมตอนนี้ควรพูดหรือไม่ควรพูดตอนนี้ควรจะทำรูปไหนแสดงบทบาทไหนมีอะไรอะไรออกมาก็ทำไปตามไอ้สิ่งที่มันพอเหมาะพอเจาะพอสมไม่ควรพูดไม่ควรแย่งไม่ควรขัดขัดขึ้นมาได้คิดแล้วได้ไตร่ตรองแล้วขัดขึ้นมาไม่ดีสู้ไม่ขาดไม่ได้ก็ขัดขึ้นมาดีขึ้นมาใช้ได้แต่จองและประมาณนั้นทำไปทุกอย่าง กระปรี้กับเราไม่เหนื่อยนะเหนื่อยหน่ายไม่เฉื่อยชาไม่ทวงดึงจนกระทั่งอย่าเลยอย่าเลยไม่ไหวเลยมันก็ไม่เกิดผลอันนั้นขึ้นมามันก็จะทำดำเนินไปอย่างกับพี่ก็พร้อมรุดหน้าเดินทางไปดีๆสักพักจะหยุดไปมันก็เป็นรูปที่ชัดชัดเจนชัดเจนชัดๆเดินกับสภาพเดินไปชัดเจนเลยสภาพกลางๆเดินมั่งพักมั่งอ่าแล้วก็เป็นกลางๆทำไมมันก็ไม่เร่งเราอะไรเดินก็เดินจริงพักก็พักจริงเดินบ้างพักบ้างกลางๆแต่ว่าเดินก็ไม่ใช่แล้วพักก็ไม่ใช่กึ่งๆอยู่ผสมเปอร์เซียเพราะเรามีทิศทางหรือมีแนวโน้มมีจุดอย่างเงี้ยคนนี้ควรจะเพิ่มไอ้นี่ขึ้นไปคือขณะนี้เรา ตอนนี้พักผ่อนทำมั่งอธิพัฒน์พักเลยไม่ได้เคยแยกแยะให้ฟังแล้วมันกันประชุมอย่างนี้ก็จะเกิดผลเพราะเราจะวิเคราะห์แม้แต่หัวข้อธรรมะเรื่องธรรมะอะไรอันหนึ่งเราจะอธิบายเราจะพยายามทำความเข้าใจให้มันเกิดประโยชน์เกิดผลดีเกิดผลที่เป็นไปด้วยความเจริญด้วยความลงตัวเหมาะสมมันได้ทั้งนั้นเพราะเราทำงานเราก็มีจิตวางจิตปล่อยนี่แหละเป็นตัวพักอยู่ในตัวของเราไม่มีอะไรขาดปฏิกิริยาซ้อนไม่มีไม่ปฏิกิริยาซ้อนแทรกแซงอะไรอยู่ในจิตของเราไม่มีเราไม่ได้เดือดร้อนอะไรไม่มีทุกข์ไม่มีกูก็จะไม่มีความรำคาญใจอะไรก็ไม่มีไม่มีอะไรที่จะทวงมนัสก็ไม่มีอุปสรรคไม่มีไม้คับแค้นใจโทรมานัดมีไหมไม่มี ทุกข์เป็นทุกสภาวะนี่เป็นทุกสภาวะคือเป็นสภาพที่มันเป็นไปได้ทนได้ไหมแล้วทนได้โดยไม่ยากตรงที่ใจของเราไม่มีปัญหาการประชุมเราไปออกแรงอะไรมากมายเราไม่ได้ไปเต้นไปดีที่ไปแบกไปหาไปเรื่อยไม้นึงด้วยซ้ำไปยังออกแรงมากกว่ายังใช้อะไรต่ออะไรถึงจะต้องแย่มากกว่าในประชุมแล้วก็ว่าไปใช้ปัญญาเราเปิดปัญญาตามต่างกันนั่งอยู่มีอะไรพูดปากพูดแล้วก็ไม่ต้องไปใช้ความพากเพียรอะไรมากมายนักก็ใช้ปากพูดด้วยสมองและก็บรรดาให้เป็นวิธีกรรมแล้วก็ช่วยกันคิดแล้วก็ช่วยกันพูดอ่ะท่าทางแม้แต่กิริยากายแล้วก็ไม่มีมากแล้วง่ายจะตายไปเบากว่างานโน่นด้วยซ้ำไปงานประชุมเออใช้ปัญญาคิดมันก็อาจจะเป็นหนักตรงร้อนตรงที่สมองทำไปทำงานร่วมมันก็จะไปรอดตรงข้อใช้มือ ชักเลื่อยมันก็จะไปนอนตรงคอก็จะแตกไปแต่ส่วนอีกด้านนึงแต่คิดมากก็เหงื่อแตกเหมือนกันออกแรงกายก็เหงื่อแตกเหมือนกันอันนี้เป็นสภาพที่มันเร่งเกินไปมันก็มีอะไรที่ส่วนที่มาปรับปรุงไม่ทันปฏิกิริยาที่จะเป็นพลังงานมันเร่งออกมามากเกินไปมันก็มีส่วนเหนือนึกออกมาเป็นส่วนสูญเสียในส่วนสูงเสียซึ่งมันก็เกิดเป็นธรรมดาธรรมดาเป็นธรรมชาติธรรมชาติธรรมดาของเราก็ทำงานกันให้มันและผลประโยชน์ก็แล้วกันอาทิตย์นี้ก็ข้อ 2 เมื่อประชุมก็พร้อมเพรียงกันประชุมเมื่อเลิกประชุมก็พร้อมเพรียงกันเลิกแต่พร้อม ช่วยกันทำกิจที่สงฆ์จะต้องทำข้อ 2 เนี่ยเราจะพูดแล้วจะเห็นได้ถ้าฟังดีๆแล้วจะเห็นได้ว่ามันมีลักษณะบอกมิตรเชิงบอกอยู่ว่าถ้าพูดอย่างคนถือดีจะบอกว่าแม่มันอินเดียจังโง่จะต้องมานั่งบอกเมื่อประชุมก็พร้อมเพรียงกันประชุมต้องมาบอกก็ประชุมมันก็เป็นความพร้อมเพียงชนิดหนึ่งก็ควรจะพร้อมเพรียงกันเป็นธรรมดาอยู่แล้วคนโง่เหมือนเด็กอนุบาลไม่ต้องมาบอกว่าพร้อมเพียงกันนะเมื่อเลิกแล้วก็เลิกเลิกพร้อมกันนะพอเพียงจะประชุมแล้วก็หมดเลิกก็เพราะเพียงก็เลิกพร้อมเพียงกันช่วยกันทำกิจสงฆ์ที่จะต้องทำผิดอะไรที่เราเรียกว่าเป็นกิจหรือเป็นการเป็นงานในหมู่ 2 เห็นดีแล้วพรั่งพร้อม ทุกคนเห็นดีแล้วนะอ้าวก็ดำเนินดีนะไปพร้อมๆกันคนละมือคนละนิ้วเลยแตะแล้วก็เราจ่ายแค่นั้นมันก็ลอยแล้วงานมันคือประจำบ้านธรรมดาไม่ใช่ต้องบอกนี่บอกพร้อมกันเลิกงานประชุมพร้อมกันประชุมนะมาก็มาลงประชุมพร้อมๆกันนะเพราะการเลิกนะอย่าให้มันขยับบ้างจะลุกไปจะลุกมาคนนั้นจะเลิกไปจะเลิกมาคนนี้ไปก่อนคนนี้มาหลังอะไรต่ออะไรซึ่งมันไม่ใช่ความพร้อมคาถาวิ่งๆมันก็อินเดียมันก็คนเด็กๆโง่ๆแต่ชั้นปัญญาชนนักเดียวถือตัวถือตนว่าน่าจะบอกทำไมข้อนี้ต้องบอกทำไม เข้าดูไปเรื่อยๆนับถือตัวถือตนแต่มองดูเป็นในแง่คนที่เรียกว่าละเอียดลออพระพุทธเจ้าก็บอกอธิบายไปซ้ำซ้อนละเอียดถ้าคนถือตัวจะบอกว่าไม่เห็นต้องบอกเลยนี่ก็รู้ๆอยู่แล้วก็หลงความรู้หลงตนก็ถูกเวลาคุณรู้ก็ดีแล้วล่ะก็ไม่ต้องไปถือสาอะไรไม่ต้องหาว่าเขาดูถูกว่าเราจะไม่รู้จนเหลือแค่นี้ก็ไม่ต้องคนไม่รู้มันมีจริงๆหรือบางทีเราอาจจะลืมก็ได้หรือเราอาจจะตกหล่นก็ได้เขาเตือนสติให้ช่วยเก็บให้มันดีเท่าไหร่ล่ะแล้วก็มองไปในเชิงนี้ก็คนนั้นก็หมดมานะแต่ก่อนนั้นก็จะเห็นได้ว่าที่จริงเป็นการเก็บละเอียดบอก ถ้วนทั่วละเอียดไปเอาบัตรประชาชนเขาเปลี่ยนกันทำให้ทำดีพร้อมเพรียงกันลักษณะความพร้อมเพรียงของความประชุมเมื่อมีหมู่คุณก็ควรจะพร้อมเพียงเป็นเอกทมเหมือนกันเป็นไปร่วมแรงร่วมใจเป็นกำลังทำอะไรกับป๊าทุกอย่างก็หมื่นหลายๆหมื่นหลายๆนี้มันก็เมาจะเห็นได้ว่าการจุดมุ่งหมายสุดท้ายมันอยู่ที่เบาง่ายถ้าทุกคนแต่ละคน 1 2 3 4 5 6 7 8 พอบอกว่าเอาร่วมกันประชุมนะเอ่อคุณแบกอะไรกันฉันยืนดู 8 ตัวโกงเลยไม่ถือสาเหมือนกันน่ะ แต่หลังโก่งเลยนะยืนดูเฉยๆแล้วก็จ่ายออกไปนิดนึงเพราะเราเริ่มแกะแล้วก็จ่ายรถแล้วทุกคนก็รถเราก็ไม่เต็มที่ไม่จำเป็นหนักที่คนเดียวเป็นสภาพร่วมสภาพทำงานทำกิจเสื้อผ้าที่จะเกิดพลังสภาพที่จะเกิดการง่ายเห็นธรรมะลงไปที่ตัวก็บอกว่าเบาง่ายสะดวกเร็วเจริญเจริญไปก็ดีเพราะเกิดการร่วมแรงเกิดการเสริมแรงเกิดการช่วยแบ่งแรงมันเป็นอย่างนั้นนะเพราะมันพร้อมเพรียงกันเนี่ยมันเป็นภาษาสเปนเอาไป เอโกะธรรมโมการประชุมก็เป็นหนึ่งเป็นการลัดรอบไอ้หมู่ 1 พร้อมเพรียงเป็นการอธิบายลงไปว่าเมื่อผู้หนึ่งขัดอีกผู้หนึ่งมารวมกันแล้วแต่อีกคนนึงขับนั่นหมายความว่ามีมีมีมีมีมีมีหน่วยแทรกแซงมีตัวต่อต้านมีตัวถ่วงมีจุดท่วมแทรกแซงแล้วก็ท่วมไว้ครับมันไม่เป็นไปโดยอำนาจเต็มไม่ต้องวนไม่ต้องมีอะไรออกหมุนแยกออกมาแล้วต้องมีกำลังเสื่อมไม่มีกำลังรั่วอะไรทุกอย่างไปในทิศเดียวกันหมดเลยเพราะถ้าบอกว่าพร้อมกันนี่ ดูเป็นกำลังมันจะดูดีในโลกไม่ตั้งใจจะทำอะไรมีอำนาจเค้าเรียกเห็นได้ว่าแม้แต่เราไปเดินหมู่เนี่ยไม่มีอะไรหรอกเราไม่ได้ทำอะไรหรอกในโลกบางทีเราก็ไปเดินข้างนอกเดินพร้อมพลั้งเท่านั้นพอเกิดอำนาจชูใจคนเห็นแล้วก็กำลังกำลังพรรคพวกเดินสวนสนามนี้เขาทำให้มันพร้อมกันทำให้มันพร้อมกันให้เป็นกำลังอันหนึ่งอันเดียวกันใหม่มันรู้สึกว่ามันแพงแพงแล้วเขาก็เอาตัวนี้แหละมาสวนสนามคือการแสดงพละกำลังแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแสดงความมีน้ำหนักตราบอาทิตย์ปูข่มขู่ลิปปูอะไรเงี้ยซึ่งมันมันบอกตัวสภาวะจุดเป้าหมายของ เนื้อหาเลยฉันบอกจะเป้าหมายของเนื้อหาเพราะเราทำเนี่ยเราทำจริงๆแล้วเราก็ให้มันได้ผลเรามีความรู้ให้มันลึกเข้าไปเสียแล้วเราจะได้ทำอะไรต่ออะไรมันเกิดผลที่ลึกซึ้งทุกคนก็ร่วมมือกันเป็นไปดีเกิดผลสูงข้อ 3 ไม่บัญญัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่บัญญัติขึ้นไม่ถอนสิ่งที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้แล้วสมาทานศึกษาอยู่ในสินค้าหมดตามที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ก็เราเมื่อเราเองเราทำตามผู้นำที่เราทำตามศาสดาซึ่งเราถึงยังไงเราก็คิดแล้วว่าเราเองเราไม่เทียบเท่าเราไม่ถือเมื่อเราไม่ถึงเราก็ดำเนินตามสิ่งที่ท่านได้กำหนดขึ้นไว้สิ่งที่ท่านได้บัญญัติขึ้นไว้ ด้วยพระคุณด้วยพระปัญญาธิคุณได้บรรยายยิ่งแล้วท่านจะบัญญัติอะไรลงไปหรือว่าใครก็ตามจะบัญญัติอะไรออกมาให้คนอื่นรับเอาไปด้วยนี่นะแล้วจะเป็นหลักการที่ยืนนานด้วยแน่นอนจะต้องมีการคิดหลายรอบแล้วจะต้องมีการพยายามประมาณพยายามคำนึงคำนวณทั้งกาละทั้งเนื้อหาทั้งหมู่กลุ่มทั้งมวลสารอะไรต่างๆเอามาวิเคราะห์เป็นข้อมูลเป็นอะไรขึ้นไปแล้วมันควรจะได้แค่ไหนมันควรจะดีแค่ไหนเมื่อท่านทำขึ้นแล้วโดยการกำหนดแล้วเราก็ใช้สิ่งนี้อยู่ท่านก็ได้จำนวนไว้แล้วถ้าพูดอย่างนี้ยิ่งจะชัดเจนถ้าตัดไปอย่างนี้ยิ่งชัดเจนเลยว่าอย่าเพิ่งมาเลิกข้อทฤษฎีอะไรที่เราตั้งไว้นะเนี่ยท่านกล่าวอันนี้ก็หมายความว่ามันมีแสดงอยู่ในตัว เฮ้ยอย่าเพิ่งมาล้างถ้าเผื่อว่าถือว่าพูดๆก็อย่าเพิ่งมาวันจันทร์หรือว่าจะมาล้มล้างไอ้คำที่เรากำหนดขึ้นนะเพราะสิ่งที่เรากำหนดขึ้นแล้วนี่มันยังมีผลอยู่หรอกถ้าเราเห็นในพระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้าท่านมีใจบริสุทธิ์นะท่านพูดอย่างนี้ถ้าไม่ได้หมายความว่าท่านหลงตัวเองใหญ่คล้ายๆว่าเออจะมาทำเป็นใหญ่รบล้างสิ่งที่เราทำไว้เลยเพื่ออวดเก่งหัวใจเปล่าถ้าว่าเอาเถอะถึงยังไงอย่าเพิ่งล้างอย่าล้างเลยอย่าเพิ่งไปแก้ไขเลยไอ้นี่เรากะคำนวณแล้วเราก็ใช้ได้เมื่อใช้คำว่าพุธอยู่ในเวลาอยู่ในการรับของมันที่จะเป็นประโยชน์อย่าไปล้างเลยนะเดี๋ยวมันจัดอะไรขึ้นใหม่เลยเอาตามบัญญัตินี้เราใช้ไปเถอะ ใช้ไปเรื่อยๆยังใช้ได้ผลหรอกใช้ดีๆให้ถูกๆก็แล้วกันจะเป็นผลอยู่ดีหรอกพยายามให้รู้สาระของมันรู้ธรรมะของมันประมาณให้ดีมันก็จะเป็นจริงเพราะงั้นคำสอนอันนี้ยิ่งพูดไปแล้วยิ่งดูไปแล้วแล้วก็ถ้ามองอย่างคนถือตัวที่สุดแล้วล่ะก็เอาใหม่ไม่ต้องบังคับเราจะแก้ไขแล้วจะอนุโลมอะไรให้คนถือตัวที่มีปัญญาแล้วเราจะเอาลดลงเราจะคิดอย่างนี้บังคับเราอยู่ทำไมหาแต่นับปัญญาถือตัวขึ้นมาก็จะคิดอย่างนี้แต่ส่วนคนที่ไม่ไม่ไปคิดอย่างนั้นก็บอกว่านี่แหละเป็นของดีแล้วพระพุทธเจ้ากับชาวกัมพูชาเอาไว้ว่าเราคำนวณแล้วหน้าคล้ายๆกับท่านบอกไว้เราคำนวณแล้วนะเวลาขนาดนี้ประมาณขนาดนี้ในช่วงระยะ สมัยซักประมาณ 5,000 ปีอันนี้ใช้เถอะยังเป็นผลยังมีฤทธิ์เดชได้พอสมควรหรอกอย่าเพิ่งไปแก้ไปขายอะไรเลยอย่างเงี้ยเป็นต้นแล้วท่านก็บอกไว้แล้วว่าเราก็ดำเนินทำตามดูเป็นไปถ้าเราแน่ใจเลยว่าโดนคุณธรรมต่างๆที่เราประมูลแล้วจากพระไตรปิฎกนี่เรายังไม่ละเอียดละออเรายังไม่สูงส่งเรายังทำอะไรไม่ได้เท่าที่ท่านเป็นท่านทำนี่เลยทั้งมากมายเพราะเราจะไปบวชชีอะไรเราก็ต้องทำตามบัญญัติที่ท่านดูให้มันตรงกันเราก็เป็นคนดีคนนึงได้ว่าคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเอานะปฏิบัติตามกฎตามระเบียบนี่ก็แล้วกันเมื่อได้คนได้ระเบียบนี้แค่นั้นเองข้อ 4 ภิกษุเหล่าใดเป็นผู้ใหญ่เป็นประธานในสงฆ์เคารพนับถือภิกษุเหล่านั้น เชื่อฟังถ้อยคำของท่านข้อ 4 เนี่ยถ้าเป็นยิ่งสมัยใหม่พวกถือหัวหัวใหม่นี้ถึงแม้หญิงในปัญญาเคารพในปัญญาแบบนี้มันสักนี่นานี่หว่ามันไม่ประชาธิปไตยทุกคนมีสิทธิ์เสรีภาพในการที่จะออกหัวคิดออกหัวเสียงจะต้องมานั่งเคารพอยู่ทำไมนี่ก็ไม่มีสัจธรรมเค้าไม่มีอันหนึ่งว่าคนใดก็ตามที่เราจะยกขึ้นเป็นประธานหมู่ที่ไหนมันก็มีประธานหมู่เออนี่ผู้นำมีหัวหน้ามีผู้ที่ว่าเอานะเอาคนนี้เป็นจุดเอกเมื่อมีจุดเอกลักษณ์ใดเป็นผู้ใหญ่เป็นประธานในสงฆ์ผู้ใหญ่คำนี้เป็นของจริงหรือสัจจะเพราะไม่ใช่ใหญ่แต่รูปร่าง ยายด้วยคุณธรรมจ่ายด้วยความสามารถมีคุณธรรมมีปัญญามีความสามารถที่จะกระทำสิ่งที่เรากำลังมุ่งหมายอยู่เดี๋ยวนี้ได้มากกว่าเพื่อนนะเราจึงยกเป็นผู้ใหญ่ในหมู่เฮารบนับถือพระภิกษุเหล่านั้นเชื่อฟังถ้อยคำของท่านเพราะฉะนั้นเราก็ต้องมีจุดว่าอย่าไปถือตัวต้องมีพยายามรู้ในมานะที่ติดต่างๆอาราเนียเราก็ยกแล้วแต่ถ้าสมมุติว่าเราดีเขาก็ต้องยกกับเราเป็นผู้ใหญ่ในหมู่ที่จะพูดใหญ่โดยสมมติเราก็รู้ในเรื่องของคุณสมบัติผู้ที่รู้โดยปรมัตถ์เข้าใจสมมติผู้มีปรมัตถ์โดยเข้าใจสมมติที่แท้จริงนี่แหละจะไม่มีปัญหาเลยในการสมมุติว่าคนนี้เป็นผู้นำเป็นผู้ใหญ่ในพิธี แต่โดยแท้จริงแล้วเราเองนี่แหละเป็นผู้มีความสามารถกว่าเป็นผู้ที่มีปัญญากว่าถึงแม้จะเป็นนั่งซ้อนอยู่ในที่นอนคนนั้นไม่ได้ถือสาอะไรเลยหมดแล้วจิตว่างไม่มีมานะพอถึงกาลที่ควรจะใช้ก็มีความสามารถในการที่แตกต่างสาระอย่างนี้ควรแทรกแซงไปไหมควรเสนอไปไหมจะเสียหน้าไปไหมผู้ที่เป็นผู้นำโดยสมมติขณะนี้สมมุติว่ายังไงมีความยึดถืออยู่ขนาดไหนถ้าเราทำอย่างนี้ออกไปแล้วผู้ที่เป็นผู้สมมุติว่าเป็นผู้นำอยู่ข้างหน้าเดี๋ยวนี้แท้จริงยังไม่ใช่ผู้นำแท้ผู้ใหญ่แท้แต่ถ้าเราแสดงอันนี้ออกไปแทรกแซงเข้าไปแล้วจะเกิดผลกระทบกระเทือนต่อผู้นั้นและไม่มีผลประโยชน์อะไรต่อผู้ที่อยู่ในนี้พอคุ้มกันเลยก็ไม่แสดงออกมีการประมาณประเมินค่าก่อนที่จะแสดงอะไรออกมาไม่งั้นอย่างแท้จริง ผู้มีปัญญาจะมีอย่างนั้นอย่างแท้จริงถ้าเกิดว่าเราไม่รู้ซะเลยเราเข้าใจไม่ได้เรายกก็เป็นผู้นำหมู่แล้วเราก็ต้องเป็นผู้ตามไปก็แล้วกันเพราะทุกคนก็ต้องเป็นเข้าใจด้วยกันว่าทุกคนตกลงแล้วเขาไม่เห็นดีว่าเราจะต้องเป็นผู้นำเขาก็ต้องเห็นมีพวกนี้เป็นผู้นำเมื่อเราเองเข้าใจแรกๆก็ยกด้วยก็ต้องตามเขาทุกอย่างเพราะเราทุกคนก็เห็นแล้วทุกคนก็ไม่ได้มาเห็นเราอ่ะเราจะต้องเป็นผู้ที่เป็นผู้ใหญ่นำส่งหรือว่านำหมู่ผู้นั้นเป็นผู้นำเพราะผู้นั้นเป็นผู้นำไปแล้วก็ตามไปเราต้องรู้ประวัติที่สูงสุดอยู่ในตัวของเราแล้วก็เชื่อฟังเรียกว่ากระทำตามที่ว่านั้นก็แล้วกันเมื่อตกลงกันแล้วทุกอย่างก็ไม่ขัดเขินแต่ถ้าเกิดว่าใครก็ถือดีใครกระทืบดีกว่านี้ก็บอกเออไม่เอาคนนี้ก็ไม่เอาเรา แตกทันทีไม่ยากหรอกถ้าเกินครึ่งจะไปเมื่อไหร่แล้วก็ไม่ได้ผลอะไรเลยแต่ถ้าเกิดว่าผู้ใดมีความคิดอย่างนี้เห็นอย่างนี้แล้วก็ทำอย่างนี้จริงนะเพราะว่ามีปัญหานี้จะทำแน่นอนเป็นธรรมะที่ทรงไว้ได้อย่างนานกาละไม่มีการแตกสลายไปได้ง่ายๆเลยแม้แต่เป็นหมู่โจรเพราะคุมกำลังเขาอยู่แน่นหนาไม่มีการบ่อนไส้ว่ามีความแตกแยกเลยพร้อมฟังกันทำตามที่ใช้ปัญญาใช้การพัฒนาหมู่โจรนั้นตำรวจก็ตียากหมู่โจรนั้นตำรวจก็จะทำลายแก๊งนี้อยากจะบอกให้เพราะอำนาจในการรวมเป็นหนึ่งโจรมันก็มีแนวของมันแต่มันก็มีอธิษฐานรัก 3 หมู่โจรไว้ วันนี้เราหมู่ดีเราเป็นหมู่คนดีจะทำได้อย่างเปิดเผยพร้อมกล้าที่จะประชุมพร้อมภาพที่จะสาธยายไม่มีปิดบังอะไรไม่มีความลับอะไรพร้อมพร้อมที่จะกระทำกรรมคิดอะไรต่างๆนานาอย่างดีมั่นคงสร้างไม่มีประสิทธิภาพแข็งแรงได้ว่างๆจะออกไปอวดโชว์ได้เลยเอาไปกระทำแสดงสมรรถภาพต่างๆที่เป็นของดีนี่ออกไปประชาชนแน่นหนาและมันยิ่งจะกระจายผลไปด้วยเลยไม่ใช่ไอ้โจรจะต้องไปนั่งหลบเลี่ยงหลบเลี่ยงจะมีคุณธรรมอะไรของไอ้โจรจะประชุมกันยังไงก็บอกใครไม่ได้ลึกลับซับซ้อนอยู่อย่างนั้นมันยังเป็นผลงานได้เลยก็นี่เรายิ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน