สื่อธรรมะพ่อครู(สาธารณโภคี) ตอน ลดตัวกูของกูได้ก็เข้าข่ายสาธารณโภคี.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.89 KB
วันที่แก้ไข10 ธันวาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สาธารณโภคี) ตอน ลดตัวกูของกูได้ก็เข้าข่ายสาธารณโภคี พ่อครูว่า...ข้อความอันนี้ที่เอามาอ่านเป็นหลักฐานยืนยันว่าสังคมมนุษย์แสวงหาและได้ทดลองปฏิบัติตนจริง เอาชีวิตจริงมาทำ เงินทองข้าวของสมบัติก็เอามาเสียสละเอามาเข้ากองกลางจริง เอาชีวิตจริงๆของเรากล้าได้กล้าเสียทำจริงๆ นี่มันถึงขั้นนี้แล้วจะว่าไป แล้วเขาก็ยืนยันว่ามีสังคมอื่นในประเทศต่างๆยังมีอยู่ เขายังไม่ได้สำรวจจริง เพราะอะไร เพราะสังคมที่มีส่วนกลางสูงสุดถึงสาธารณโภคีเอามารวมกันส่วนกลางหมด มันเป็นอุดมคติเป็นอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในมนุษย์โลก กำลังจะเริ่มเข้าใจกันได้ มนุษย์ในสังคมโลกกำลังเข้าใจ เพราะฉะนั้นก็เลยยังไม่มีการสำรวจ ก็เลยยังมีกลุ่มน้อย จริงๆแล้วก็เป็นกลุ่มน้อยที่บริสุทธิ์สะอาดจริงๆเหมือนยอดพีระมิด สะอาดบริสุทธิ์จริงๆก็มีจำนวนหนึ่ง นอกนั้นก็จะค่อยๆจางลงไป เชื่อมโยงต่อเนื่องเป็นลูกระนาดเป็นขั้นบันไดเป็นธรรมดาธรรมชาติเหมือนพีระมิด ซึ่งมันเป็นสภาพที่เต็มบริบูรณ์ ไม่ใช่มีแต่เสียสละได้เต็มที่ แล้วก็ไม่มีตัวเชื่อมต่อ จากข้างล่างทำให้เกิดช่องว่าง พวกที่จนอยู่ข้างบนไม่ดึงแย่งพวกอยู่ข้างล่าง แต่พวกข้างล่างอยากเป็นคนอย่างนี้แล้วเกิดช่องว่างมันก็เลยไม่เชื่อมต่อ ข้างล่างอยากเกิด พวกไม่อยากเกิดก็จมอยู่เบื้องล่างก็แล้วแต่ จะมีจำนวนมากแน่นอน ก็มีโลกีย์ที่ยังจมปลักอยู่ในก้นบึ้งของโลกีย์ ถ้าเกิดช่องว่าง ก็จะไม่มีผู้ที่มีตัวอย่างมีการดึงขึ้นไปได้ แต่ถ้ามันไล่ระดับขึ้นมาเป็นขั้นบันได มันก็จะเป็นตัวที่ ลื่นไหลเลื่อนเหมือนบันไดเลื่อนขึ้นไปได้อย่างแท้จริง สังคมไทยเราทำได้อย่างนี้ เชื่อไหมว่าชาวอโศกนี้จริง ที่มีสาธารณโภคีไม่ได้ยินดียินร้ายจะมีของตัวเอง เอาเข้ากองกลางหมด มีชีวิตกินใช้กับส่วนกลางเบิกมาใช้เหลือก็คืน

อ่านต่อ

มีการงานที่จะต้องใช้เงินก็เบิกมาใช้เหลือก็คืน สบายใจจะตายไม่ต้องไปถือไว้ เขาเบิกแล้วไม่ให้ก็ทำเท่าที่มี เครื่องใช้มันเก่ามันเสียเราก็ซ่อม ซ่อมเราก็เกิดความรู้ความชำนาญ มันไม่ได้เสียหายอะไรเมื่อเราได้ซ่อม เราก็เกิดความชำนาญได้ของมาใช้อีก ใช้ไม่ได้ซ่อมไปซ่อมมามันพัง ขอเบิกซื้อใหม่เลย เบิกค่าซ่อมไม่ให้ ซ่อมไปซ่อมมามันพังก็เลยเบิกซื้อใหม่ มันจำเป็นต้องใช้ก็ว่าไปสิ มันเป็นเหตุการณ์เป็นสัจธรรมจริงใจซะอย่างก็ทำ เราก็ไม่มีเจตนาว่าซ่อมให้มันพังแล้วจะได้ไปเบิกใหม่ เราก็ไม่มีความคิดร้ายนั้น แต่ถ้าเป็นกรรมที่คิดร้ายอย่างนั้นมันก็เป็นจริงคนคิดอะไรอย่างนั้นมันก็เป็นคนเลว พวกเราศึกษาแล้วกรรมดีกรรมชั่วคิดดีคิดชั่ว คุณอยากคิดชั่วแล้วก็ทำชั่วคนก็ทำไปสิ แล้วใครได้อะไร เรื่องเงินทองข้าวของเป็นเรื่องปลีกย่อย เรื่องจริงของคนต่างหากคุณคิดและคุณทำนี่ต่างหากมันเป็นเรื่องกรรมเป็นของของตน กรรมตัวจริงอันนี้ต่างหากเป็นตัวสำคัญ เพราะฉะนั้นที่พูดอธิบายสาธยายนี่แหละเป็นสัจธรรมของพระพุทธเจ้า ธรรมะของโลกุตระเข้าใจผู้ที่เป็นปุถุชนเป็นโลกียะ ตายอย่างไรก็ต้องเกิดตามกุศลอกุศลของตนได้ดีหรือไม่ได้ดีก็ต้องเป็นจริงตามนั้น และถ้าไม่ได้เรียนกรรมที่เป็นโลกุตระ มันก็จะมีดีสูงสุดไป คุณจะไปยืนอยู่ที่สูงสุดอย่างไรมันก็ต้องเปลี่ยน จิตของคนไม่เที่ยงหรอกจะรักษาความดีไว้อีกหน่อยก็จะชะล่าใจผิดพลาด หรือว่ามีคนแย่งตำแหน่งดีนี้มีความดีกว่าอย่างนี้เป็นต้น มันจะเป็นอย่างนั้นผลัดกัน ทำไมถึงสรุปด้วยพยัญชนะว่าเป็นสมบัติผลัดกันชม โลกียะเป็นสมบัติผลัดกันชม มันไม่มีความยืนหยัดยืนยันเที่ยงแท้เลยเป็นแค่สมบัติผลัดกันชมเข้าใจให้ดีๆให้ลึกซึ้ง กับสำนวนว่าสมบัติผลัดกันชมคือโลกีย์แท้ๆ ไม่มีใครที่จะครองความร่ำรวยความสูงส่งเป็นศาสดา ล้านชาติ ไม่มี อย่าว่าแต่ล้านสมัยเลย แค่สองสามสมัยก็เป็นไปไม่ได้ เพราะโลกีย์ ไม่มีสูตรชาติต่อไปก็ต้องไปจะเกิดเป็นศาสดาทุกๆสมัยมันจะเป็นไปได้ไหม ศาสนาเทวนิยมก็มีการแย่งชิงความดีสูงสุดเป็นศาสดากันทั้งนั้น และนัยยะของโลกีย์ศาสดาสูงสุดก็จนทั้งนั้นเหมือนกัน ไม่ได้รวย แต่จะจนต่างกันบ้าง ยกตัวอย่างจริงก็ได้ พระเยซูกับพระโมฮัมหมัดใครรวยกว่ากัน ก็เป็นอย่างนั้น อาตมาเป็นพระพุทธศาสนาความเป็นพุทธเป็นพระโพธิสัตว์มาไม่รู้กี่ล้านชาติ อาตมาพูดความจริงให้ฟัง มาชาตินี้ถึงบอกว่าตัวเองเป็นโพธิสัตว์บอกไปคนก็ไม่เชื่อจะมาไม่ได้ประหลาดใจอะไร หากเขาเชื่อทันทีมันเป็นเรื่องแปลก ทุกวันนี้อาตมาต้องใช้ความอุตสาหะพยายามพากเพียรเพื่อที่จะเอาความจริงนี่มาขยาย เจตนาเป็นความรู้ความสามารถเป็นหลักฐาน ด้วยอะไรทุกอย่างที่จะเอามาประกอบอ้างอิงยืนยัน เพื่อที่จะให้คนเห็นจริงว่าใช่จนต้องจำนน ขนาดนั้นก็ยังไม่ได้ง่ายนะแต่ก็ไม่เคยท้อแท้ มันเป็นสิ่งดีที่ไม่มีอะไรดีกว่านี้อีกแล้วมันสุดทางเลือก เป้าหมายของอาตมาจะเกิดมาเป็นความรู้เกิดมามีอัตภาพแห่งความเป็นสัตว์โลกสูงสุดความเป็นมนุษย์คือความเป็นพระพุทธเจ้า ตามหลักธรรมของศาสนาพุทธ ศาสนาอื่นเขาก็ว่ากันไปไม่วิจารณ์ต่อ พูดในบริบทของศาสนาพุทธเท่านั้นจะเป็นพระพุทธเจ้าให้ได้จริงๆ อาตมามีความมุ่งมั่นอย่างนั้นจริงๆ อาตมาว่าอาตมาเอง เป็นคนที่มาประกาศมาบอกว่าโพธิสัตว์มี 9 ระดับ อาตมาไม่ได้เอามาจากอรรถกถาจารย์ได้เลย แต่เอามาจากภูมิธรรมของตัวเองเอามาพูด จะบอกว่าอาตมาบัญญัติเองก็ไม่ใช่ อาตมาแน่ใจว่าบัญญัตินี้มีมาก่อนแล้ว เพราะว่ามันจะไม่มีการผิดเพี้ยนไปจากของจริงสำหรับบัญญัติเช่นนี้ อาจจะไม่ใช่ภาษานี้ เป็นภาษาอื่นๆไม่ใช่คำนี้ แต่ว่าสภาวะธรรมอันเดียวกัน โพธิสัตว์ 9 ระดับ 1.โสดาบันโพธิสัตว์ 2.สกิทาคามีโพธิสัตว์ 3.อนาคามีโพธิสัตว์ 4.อรหันต์โพธิสัตว์ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์ 8.มหาโพธิสัตว์ 9.พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คุณถามศึกษาว่าอาตมาขี้โม้หรือไม่ยกตัวยกตนหรือไม่ มันยากตรงที่ไม่มีโพธิสัตว์มาก แต่เมืองไทยมีโพธิสัตว์ระดับ 5 ระดับ 6 มันไม่ใช่มีมากนะ มันไม่มากนะสำหรับระดับ 5 ระดับ 6 ระดับ 7 เป็นต้นไป แม้แต่ระดับ 8 อาตมาก็ยังถามอยู่ว่าพี่อยู่ไหน ถ้ายังมีอยู่ในโลกขณะนี้ในยุคนี้ก็มาหาน้องหน่อย ถ้าเป็นโพธิสัตว์ของพุทธศาสนาอันเดียวกันมันก็จะไม่ขัดแย้งกันมีแต่จะเสริมส่งกันไปเลย แต่บัดนี้ก็ยังไม่มีโพธิสัตว์ระดับ 8 มาแสดงตัว อาตมาต้องยืนยันว่าอาตมาเป็นไก่ตัวพี่ แล้วพี่ไก่อยู่ที่ไหน มาหาไก่ตัวน้องหน่อย เมื่อไม่มีไก่ตัวพี่มายืนยันตัวตนอาตมาก็ต้องยืนยันว่าอาตมาเป็นไก่ตัวพี่ ไม่ใช่เป็นการพูดยกตัวตนหรือพูดเล่นหัว แต่เอามาอธิบายสัจธรรมให้ฟัง 621208_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ทานและบุญที่ฆ่าตัวตนและของๆตน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน