สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยสัจ 4) ตอน นั่งหลับตาปฏิบัติไม่ใช่มัชฌิมาปฏิปทา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.59 KB
วันที่แก้ไข10 ธันวาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยสัจ 4) ตอน นั่งหลับตาปฏิบัติไม่ใช่มัชฌิมาปฏิปทา _ทาทา ปัญญาชมแสง : นอบน้อมหมอบกราบนมัสการพ่อท่านด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่งครับ ตามที่ลูกได้ฟังพ่อท่านเทศ สื่อภาษาสมมุติคำว่าทางสายกลาง ตามความเข้าใจของลูก มัชฌิมาปฏิปทาคือมรรคกับผล เป็นเช่นทางเดินมรรคส่วนผลคือกลาง จุดที่สำคัญของทางสายกลางคือต้องเดินให้ถูกมรรควิธี อย่างถูกต้องถูกตรง ถึงสามารถเข้าถึงผล เป้าหมายคือจุดสูญกลางได้ น้อมกราบสาธุคุณความเมตตาพ่อท่านด้วยความนอบน้อมสุดจิตสุดใจของลูกครับ หากไม่ถูกต้องถูกตามตามที่ลูกพ่อเข้าใจได้ พ่อท่านโปรดเมตตาชี้ขุมทรัพย์ลูกด้วยครับ พ่อครูว่า…กลางคือจิตไม่มีเอียงไม่มีกิเลส ไม่มีเอียงไปทางกาม ไม่มีเอียงไปทางอัตตา ในธัมมจักกัปปวัตตนสูตรเป็นพระสูตรแรกที่พระพุทธเจ้าตรัส ผู้ที่อ่านจิตเป็นแล้วทำจิตเป็นให้ไม่มีกาม และไม่มีอัตตา ช่วยกันลดลง จนเหลือน้อยเป็น รูปราคะ มานะ อุทธัจจะ หมดอาสวะ จิตก็เป็นกลางมัชฌิมา แต่แปลมัชฌิมาปฏิปทาว่าทางสายกลาง ก็เลยเดินทางแบบไม่รู้ว่าจะหนีจากกามจากอัตตาอย่างไร ก็เดินไปตามทางสายกลาง แต่ไม่ได้เข้าใจสัมมาทิฎฐิว่าจะไปเดินไปสู่จุดไหน เหมือนกับพ่อแม่ลูกที่เดินไปตามทาง จนเสบียงอาหารหมด ก็บอกกันว่าจะไปเดินไปหานิพพาน เดินไปจนหมดอาหารก็ฆ่าลูกกิน เพื่อจะได้มรรคผล เพื่อจะบรรลุจุดมุ่งหมายที่เรียกว่าพระนิพพาน โดยไม่ได้รู้จักเรื่องของ กาม อัตตาสองข้างทางเลย นี่คือผู้ที่มิจฉาทิฐิเดินตามทางสายกลาง ฆ่าลูกกินแล้วก็ยังคร่ำครวญถึงลูกว่าลูกไปไหน คำเปรียบเทียบของพระพุทธเจ้าทำให้เห็นว่าเขาไม่มีทางเดินไปถึงนิพพานเลย ต้องแยกชัดเจนว่า กลางคือผล ลดกาม ลดอัตตาไปเรื่อยๆให้น้อยลงๆ จนหมดกามหมดอัตตาก็สูญ ไม่มีกามไม่มีอัตตา นี่คือผล พูดภาษาทำให้เข้าใจความหมายเป็นภาษาไทยโ

อ่านต่อ

ดยต้องแปลงมา จากภาษาบาลี เขาทำให้สับสนและงง เดินทางสายกลาง พูดถึงอันนี้แล้วก็นึกถึงตัวเองอาตมาปฏิบัติธรรม พยายามลดละอะไรต่างๆ ปฏิบัติตามภูมิปัญญาของตัวเองตั้งแต่อยู่ที่ทำงานโทรทัศน์อยู่ พูดถึงหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยบอกว่า รัก เอ๋ย ปฏิบัติธรรมต้องปฏิบัติทางสายกลางนะ... อาตมาก็ว่าอาตมาเข้าใจนะทางสายกลาง แต่ก็ไม่ได้พูดขัดแย้งเพราะเขานับถือท่านว่าเป็นปราชญ์ หม่อมเจ้าพูนพิศมัย เป็นธิดาของ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ นามสกุลดิศกุล อาตมาก็ว่าไม่ใช่ง่ายที่จะเข้าใจอย่างลึกซึ้งชัดเจน มัชฌิมาปฏิปทาแปลว่าให้เดินทางสายกลางอย่าไปแปลอย่างนี้เลย ถ้าหากอธิบายอย่างนี้จะหลงเดินทางกลางๆไม่เรียนรู้ว่า วิธีปฏิบัติไปสู่ความเป็นกลางเป็นอย่างไรไม่รู้ กาม ไม่รู้อัตตา หากปฏิบัติไม่รู้จักกาม รู้จักอัตตา เช่นไปนั่งหลับตาแล้วจะรู้จัก กามไหม ทิ้งกามคุณ 5 ไปนั่งหลับตาสะกดจิตเป็นโมฆะตั้งแต่เบื้องต้น คุณจะแปลเองว่าทางสายกลาง คุณก็ไม่มีทางที่รู้จักกามแล้วใช่ไหม อย่างนี้เป็นต้น ยิ่งอธิบายแล้ว ผู้ที่ตั้งใจฟังดีๆที่นั่งหลับตาปฏิบัติอยู่ทุกวันนี้ จะสะดุ้งตีลังกากลับ เอาหัวเดินต่างตีนกันกี่ชาติแล้ว แล้วไปหลงผิดว่าพระอรหันต์เป็นพวกนั่งหลับตาปฏิบัติอีก ของพระพุทธเจ้าจะบรรลุธรรมต้องลืมตามี จักษุ ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง จากการนั่งหลับตาไม่มี แต่ไปหลงว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์ขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ท่านนั่งแล้วจะหลับตาหรือลืมตาก็ไม่มีใครรู้ได้ ท่านไม่ต้องนั่งหลับตาก็ระลึกได้ แต่ผู้ที่ยังไม่เก่งก็ต้องไปนั่งหลับตานึก ท่านก็ระลึกของท่านได้ทันที ไม่ต้องหลับตาหรอก ท่านเพียงแต่ระลึกถึงอดีต ไม่ได้ปฏิบัติธรรม เตวิชโช ไม่ใช่การปฏิบัติธรรมแต่เป็นการตรวจสอบ การนั่งหลับตาปฏิบัติมีประโยชน์ 4 อย่าง ได้พักผ่อนแบบสงบจิต มีอุปการะมาก ศึกษาเพิ่มทักษะในเจโตสมถะ และใช้ตรวจอ่าน ภาวะจิตต่างๆ ในภวังค์ เอื้อให้ปฏิบัติเตวิชโช (ทบทวน) ได้อย่างดี . สร้างพลังทางจิต ที่จะนำไปทำฤทธิ์ต่างๆ (แต่ฤทธิ์ในพุทธศาสนา หมายถึง ฤทธิ์ที่ระงับ ดับกิเลส เพื่อไปสู่นิโรธ-วิมุติ-วิโมกข์-นิพพาน)

นั่งหลับตาไม่ใช่ทางปฏิบัติธรรม มีแต่ใช้เป็นเตวิชโชตรวจสอบลงบัญชี ที่ผ่านมา เมื่อวานนี้อาทิตย์ที่แล้วเราปฏิบัติทำอย่างไรมีอะไรเกิดอะไรดับกิเลสเกิดหรือเปล่า แล้วเราได้ดับกิเลสหรือเปล่าเราดับกิเลสได้ อันนี้ผ่านมา ตรวจสอบแล้วมันหมดจริงๆ อาสวะเราไม่มี และเราก็ไม่มีมาหลายทีแล้ว สัมผัสแม้ไม่รู้ตัวหลายทีแล้วมันแรงด้วยก็ไม่มีกิเลสเกิด คุณก็ตรวจสอบตัวเองได้ ของพระพุทธเจ้าต้องตรวจสอบแล้วมีการรักษาผล อย่างนี้เป็นต้น นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ ที่อาตมาเบิกบานตลอด มันเป็นสัจจะของอาตมาที่เป็นอโศก แม้วิรชะก็ไม่เหลือแล้ว เกษม เป็นมงคลอันสุดท้ายในมงคล 38 อโศกเป็น 36 วิรชะ 37 ส่วน เกษมเป็น 38 ของเราจะมีลักษณะ 36 หลายอย่าง อาตมาออกบวชอายุ 36 อาตมาใช้หลักนักษัตร 12 12 12 อย่างนี้เป็นต้น621204_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปฏิบัติธรรมกับอาหารในพระสูตรต่างๆ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน