สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ยอดคนอาภัพที่มีระดับ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ยอดคนอาภัพที่มีระดับ พูดตรงๆ ศาสนาพุทธกระแสหลักทุกวันนี้ช่วยประเทศชาติไม่ได้ ถ้าหากช่วยได้ทุกวันนี้ มีแต่ว่าพฤติกรรมของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เอาโลกุตรธรรม มาปฏิบัติประพฤติ พระจริยวัตรของในหลวงร.9 คือโลกุตระ ส่วนศาสนาพุทธนั้นไม่มี ก็มีคนท้วงอาตมาว่าในหลวงก็เคารพพระทางโน้น แล้วโพธิรักษ์หากถูกต้องในหลวงทำไมไม่มาหาโพธิรักษ์ เพราะเกิดในยุคเดียวกัน อันนี้เป็นอาภัพพะของโพธิรักษ์ เป็นความอาภัพของอาตมา พูดอย่างสัจธรรมนะ อาตมาเป็นอาภัพพบุคคล เป็นยุคที่เกิดมาแล้วคนไม่รู้จัก โลกุตระ คนทั้งหลายไม่รู้จักโลกุตระ จึงเป็นสังคมที่น่าสงสาร คนยุคนี้เป็นคนอาภัพ อาตมาเป็นอาภัพพบุคคล คุณต้องมาศึกษาจาก อาภัพพบุคคล แล้วพวกคุณจมในอวิชชา จึงต้องมาศึกษา อาภัพพบุคคล คืออาตมา เขาไม่เข้าใจภาษาสิริมหามายาอย่างนี้หรอก ยุคนี้เข้าใจดำเป็นขาว เป็นยุคที่คุณจะชอบจะเชื่อนักมายากล สลับดำสลับขาว อาตมามาบอกตรงกันข้ามกับเขา มาเปิดเผยนักมายากล เขาไม่เชื่อ เขาเชื่อนักมายากลยิ่งกว่าอาตมา เขาเชื่อว่านักมายากลเป็นคนจริง แต่คนจริงมาเขาเชื่อว่าเป็นนักมายากล
เข้าสู่สาระเรื่อง อาตมาก็ทำงานของอาตมา เพราะอาตมาเป็นโลกุตรบุคคล เป็นตัวแทนของศาสนาพุทธอาตมาก็เอาศาสนาพุทธตามภูมิ ยืนยันว่าเป็นโลกุตระอย่างไร ก็ได้อธิบายโลกุตระบุคคลที่เป็นอาริยธรรมของพระพุทธเจ้า เมื่อได้อธิบายออกไปแล้ว คนที่เป็นอาภัพพบุคคลยุคนี้ก็เลยตามมาเจอ อาภัพพบุคคล ตัวจริงก็เลยบอกว่าใช่ เลยมาเรียนรู้ตามที่อธิบายแม้จะค้านแย้งกับบุคคลที่ได้รับความนิยมชมชื่นจากสังคม พวกคุณก็เลยกลายมาเป็นอาภัพพบุคคลด้วยกัน ...น่าสงสารตัวเองไหม...พวกคุณไม่น่าสงสารตัวเองหรอก พวกคุณมีปัญญารู้จักสงสารแล้วละสงสาร ละความเวียนว่ายตายเกิดจากโลกขอ
อ่านต่อ
ง อบายมุข กาม โลกธรรม ชุมชนชาวอโศกเป็นชุมชนที่ไม่มีอบาย แม้กามหยาบๆ กามจัดจ้านอย่างโลกีย์ก็ไม่มี มีเหลือในระดับสกิทาคามีบุคคล มีกามเหลือบ้าง อนาคามีเยอะ กามไม่จัดจ้านแล้ว เหลือแต่รูปราคะอรูปราคะที่พวกคุณอ่านยาก มันไม่มีปัญหาริกรี้ๆ นอกจากระริกระรี้แล้วมีวิบาก ก็เลยยอมมัน แต่ถ้าสู้กับวิบากก็ไปได้ พวกเราฐานจะเข้าสู่อนาคามีแต่ไม่สู้วิบาก ถ้ามันมีอะไรสู้ให้ตายอย่าไปแต่งงานอย่าไปวุ่นวายเรื่องนี้ อยู่เป็นโสดให้ได้ไม่ตายหรอก คนโสดของชาวอโศกจึงมีเยอะ จนถูกหาว่าพวกนี้จะทำให้คนสูญพันธุ์ อาตมาจึงบอกว่า อาตมาไม่เถียงกับคุณหรอก อาตมาให้คุณมาปฏิบัติก่อน คุณจะลดอันนี้ได้จนไม่ต้องไปแต่งงานก็แล้วกัน แล้วก็จะสบายเป็นพระอรหันต์คุณทำได้ เขาก็ไม่เถียง พวกเรานี้อาตมาเคยพูดไปมากหลายทีแล้ว ชุมชนชาวอโศกเป็นชุมชนที่มีธรรมะของพระพุทธเจ้าจริง เป็นสังคมในระดับอนาคามีภูมิขึ้นไป จะมีคนที่มี กามบ้างเป็นสกิทาคามี ก็เข้าใจไม่เป็นไร 1.ก็สู้ได้แต่ใจไม่เก่ง หรือ 2.วิบากไม่สู้ วิบากมีเหลือบ้าง มาแหย่ก็ใจอ่อนกับวิบาก กับไม่เอาจริงกับวิบากก็เลยแพ้ แต่ถ้าเอาจริงแล้วก็ชนะ เปอร์เซ็นคนที่มีจิตใจชาวอโศกเป็นคนระดับอนาคามีเป็นต้นไปถึงพระอรหันต์ เพราะฉะนั้นสังคมชาวอโศกจึงสร้างเศรษฐกิจในระดับ สาธารณโภคีสำเร็จในยุคนี้ ยุคพระพุทธเจ้าสร้างไม่ได้ในฆราวาส สร้างได้แต่ในหมู่ภิกษุ เป็นยุคมีข้อจำกัด เป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มีนายทาส ลูกทาส ไม่รู้จักสิทธิมนุษยชนต่างๆ ที่มนุษย์พึงมี สมัยนี้ทรัพยากรโลกขาดแคลน เอาไปกอบไปกองกับนายทุนเยอะ เป็นยอดปิรามิด ให้ข้างล่างแย่งชิงอดตายกันเลยในบางประเทศ เป็นยุคที่เห็นทุกข์อย่างชัดเจนเป็นสาธารณะโภคีไม่ได้ แต่ยุคนี้เป็นยุคที่มีปัญญา ปลดจาก สมบูรณาญาสิทธิราชย์ แม้แต่ว่าทรัพยากรธรรมชาติเจริญน้อยอย่างไรก็กัด กันน่าดู แต่ชาวอโศกไม่กัดกับใคร อาตมาภูมิใจที่พาให้สมาชิกชาวอโศก มาอยู่รวมกันเป็นสังคมที่มีพฤติกรรมวัฒนธรรมสังคมมีความเป็นอยู่บริบูรณ์ด้วยเศรษฐกิจ เป็นเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือสาธารณโภคี เพราะว่าสมาชิกของที่นี่ทำงานแล้วเสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์ทำงานแล้วเอาเข้าส่วนกลางหมด เป็นคนรู้จักสาระ ชาวอโศกเป็นคนเต็มไปด้วยสาระ รู้สาระ มีเวลาทุนรอนแรงงานเอามาทำสาระให้แก่สังคม แล้วเป็นคนไม่เห็นแก่ได้ไม่เห็นแก่ตัวไม่งกไม่สะสมเป็นคนมีวรรณะ 9 เป็นคนมีสาราณียธรรม 6 คนสูงสุดคือมีสาราณียธรรม 6 วรรณะ 9 คนที่มีเศรษฐกิจชั้นสูงคือ คนมีวรรณะ 9
อย่างเจ็กเอี๋ยวก็มีภาชนะส่วนตัวคือกะลาและตะเกียบไว้เท่านั้น พวกเราเป็นนักเศรษฐศาสตร์นักเศรษฐกิจชั้น 1 ของโลก ไม่ใช่แค่ของประเทศไทยด้วยนะ พวกเรามีลาภโดยธรรม มีผลผลิตแรงงานก็เอามารวมกันเป็นสาธารณโภคีไม่ยึดเป็นของตัวของตน มีศีลเสมอกัน มีทิฏฐิเสมอกัน กับผู้อยู่ร่วมกัน ศีลเสมอกัน ทิฏฐิเสมอกัน ก็เคารพกัน โสดาฯเคารพโสดาฯ … จึงอยู่กันอย่างสงบมากเลยเป็นคนชั้นสูงเรียกว่าเป็นคน classic เป็น The Classes ของศาสนาพุทธ เลี้ยงง่าย (สุภระ) เลี้ยงง่ายกว่าหมูหมา เพราะหมาถูกเลี้ยงจนเสียนิสัยหมา มีหมาตัวเมียที่อาตมาเอาไปให้ห้องภาพสุวรรณเลี้ยง ชื่อโทน มันถูกเลี้ยงจนเสียนิสัย เอาก๋วยเตี๋ยวหากไม่ปรุงแต่งมันไม่กินขนมปังไม่ทานมมันไม่กิน เสียนิสัยหมาหมด เอาไปปล่อยป่ามันอดตายนะ เลี้ยงตัวเองไม่เป็น บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) . . ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) .
อยากเจาะลึกถึงเศรษฐกิจพอเพียงกับเศรษฐกิจสาธารณโภคี ประเทศไทยเป็นประเทศที่กล่าวถึงคำว่าเศรษฐกิจสองคำนี้ ในหลวงท่านตรัส เศรษฐกิจพอเพียง อาตมาก็พูดว่า เศรษฐกิจสาธารณโภคี ในหลวงท่านตรัสในระดับเศรษฐกิจพอเพียงคือ ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) คำว่า เศรษฐกิจพอเพียงคือใจพอ มีเท่านี้ก็พอ พอแล้วเลี้ยงตัวเองได้ ตัวเองก็มีสมรรถนะดี สร้างสรรกินใช้ แล้วมีเหลือเกิน จึงเอาของส่วนเหลือส่วนเกินมาขายถูกๆหรือแจกคนอื่น ถ้าเราเอาของเรามารวมกันทั้งหมดจะเป็นทุน แล้วเราก็เอาของที่เป็นสิทธิของเราไปขาดทุน แต่การคิดอย่างทุนนิยมเขาคิดทุนและค่าแรงงานไปหมด ดีไม่ดีบวก error ไปด้วย บางคน บวกไป 5% 10% มันไม่อยากจะสูญเสียอะไรเลย แนวคิดแบบ บุญนิยม คือ เรามีการสร้างสรรของเราได้เท่าไหร่ก็กินใช้ เหลือแล้วก็เอาไปแจก แต่แนวคิดนี้คนต้องลดการใช้ให้น้อยลง เริ่มที่ลดอบายมุข ของที่สังคมเขาว่าต้องมีต้องเป็นต้องไป เราก็เลิกมาก็ลดการใช้จ่าย แต่สมรรรถภาพเรามีเต็มมีมาก เราก็ทำได้มาก พวกเราเป็นอนาคามี ไม่ต้องมีบ้านช่องเรือนชานทรัพย์สินส่วนตัวอยู่กันอย่างศูนย์รวมพิสูจน์ธรรมะพระพุทธเจ้ากับวรรณะ 9 สาราณียธรรม 6 เป็นธรรมะที่ปฏิบัติได้และเป็นจริง ยุคใดสมัยใด มีผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามพระพุทธเจ้าโลกนั้นไม่ว่างจากพระอรหันต์ เป็นแดนอาริยบุคคล แดนศิวิไลซ์ เศรษฐกิจพอเพียงคนไม่ใช่ศาสนาพุทธก็ยังพอเข้าใจ ในหลวงจึงได้รับถ้วยเกียรติยศจากสหประชาชาติเพราะท่านประกาศหลักเศรษฐกิจพอเพียงนี้ แต่โลกเข้าใจเศรษฐกิจสาธารณโภคีไม่ได้ ไม่เชื่อว่ามีคนที่ไม่ต้องมีเงินเดือน ไม่ต้องมีรายได้เลย อยู่กับส่วนกลางเลยจะได้ หากคนเข้าใจยกย่องเศรษฐกิจสาธารณโภคีเอาไปยืนยันกับโลกว่ามีอย่างนี้ดีกว่า แล้วเป็นไปได้จริง แม้คุณอยู่ในยุคทุนนิยมสามานย์จัดจ้านก็แหวกออกมาได้ คุณจะอยู่กับเขาก็ได้แม้เขาจะมีสังคมอย่างโลกีย์ แต่เราไม่ได้ไปหลงกับเขา ดีไม่ดีช่วยเขาด้วย เมืองไทยเป็นเมืองที่อาตมาภาคภูมิใจ อรหันต์ในพวกเรามีเยอะแต่แต่ละคนตัดรอบสรุปไม่เป็น ไม่ชัดเจนในความเป็นกาม ความเป็นรูป อรูป ก็เลยต่องแต่งอยู่อย่างนั้น หากเข้าใจแล้วมันเป็นแล้วเป็นพอสมควรมีมวลพอสมควร เช่นพวกคุณมีความรู้สมรรถภาพ แต่ก่อนต้องไปรวย ห้าล้านสิบล้าน พวกคุณทำได้ พอมาเข้าใจแล้วเปลียนไปได้ มายังไม่ถึง 10 ล้าน ออกมาก่อนก็อาจสงสัยว่า จะได้จริงไหม แต่มาได้แล้ว แต่หากไปมีก่อนได้ 10 ล้านแล้วก็จะมายาก หลายคนมาก่อนก็สำเร็จ ไม่ไปแล้ว ตายอยู่กับที่นี่แหละ วิจารณ์ต้อม ดร.ทางเศรษฐศาสตร์ ไม่ใช่อะไรหรอก ขอวิจารณ์สักหน่อยตั้งใจรับดีๆ แค่ชื่อปรารถนา อาตมาต่อให้เอา “จน” ใส่ท้ายให้ว่า ปรารถนาจน ก็ไม่กล้าเปลี่ยน ยังมีมากอยู่ มันย้อนแย้ง แต่จิตเข้าใจแล้วล่ะ อาตมาสรุปว่า คุณจะตายจากเงินคุณไหม ตาย หากทิ้งมาจิตวิญญาณคุณจะเจริญเร็ว เพราะอะไร เพราะยังติดเที่ยว ติดอะไรทางโน้นเยอะ นี่ไปเอสกิโมมาหรือยัง ไปแล้ว วางแผนเป็นปีเลย
นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะฟ้าไท...พ่อครูให้สัญญาณตัดเรื่องกามเรื่องเงิน พ่อครูว่า...ไม่ต้องหักดิบหรอกค่อยๆเป็นไป
เข้าสู่เศรษฐศาสตร์ระดับขั้นสาธารณโภคี คนจะมีภูมิธรรมระดับวรรณะ 9 แล้วจะเกิดผลตามพุทธพจน์ 7 สาราณียะ (รู้จักระลึกถึงกัน คำนึงถึงคนที่ควรเอื้อ) ปิยกรณะ (รักกันสัมพันธ์ดี-ปรารถนาดีต่อกัน) . ครุกรณะ (เคารพกัน รู้จักฐานะ รู้จักคุณวุฒิ) สังคหะ (สงเคราะห์เกื้อกูลช่วยเหลือกัน) . . . อวิวาทะ (ไม่วิวาทแตกแยกกัน) . สามัคคียะ (พร้อมเพรียงกัน มีพลังรวมยิ่งใหญ่) . เอกีภาวะ (เป็นปึกแผ่น มีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน) (โกสัมพีสูตร พตปฎ. ล.22 ข.282-283)
จะเกิดได้เพราะมีพุทธพจน์ 7 จะทำให้เป็นคนมีวรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) . . ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) . สุโปสะเป็นคนทำให้เจริญได้ง่าย เป็นคนมีน้อยๆได้ มักน้อยหรือชอบมีน้อยๆ ไม่ใช่ชอบมีมากๆ ชอบมีน้อยคืออัปปิจฉะ อาตมาแปลว่ากล้าจน มีน้อยๆก็สบายแล้วอย่างเจ็กเอี๋ยว แต่ก่อนอยู่บ้านที่สวนยาง พอไม้ร่มมาอยู่ เจ็กเอี๋ยวก็ออกมา มาอยู่เมรุ อยู่หัวเรือท้ายเรือกับสังวร เจ็กบอกว่าให้คนมีครอบครัวเขาอยู่บ้านเถอะ อาตมาตั้งชื่อว่าบ้านโลงพัก มีเพียงแค่นี้พอ ก่อนจะพอก็มักน้อย ที่มากก็เผื่อไว้แล้วจำเป็นแค่นี้แล้วตัดขีดพอ นอกนั้นตัดออก สังคหะ ช่วยคนอื่น ไม่สะสม อปจยะ เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ดีของพุทธ ในหลวงร.9 ท่านก็ประพฤติให้ดู ซึ่งยาก ท่านเป็นในหลวงฯ ท่านจะเอาหลักธรรมศาสนาพุทธมาพูดก็จะข่มศาสนาอื่น แต่โพธิรักษ์พูดอย่างไม่ไว้หน้า แต่ไม่ระรานศาสนาอื่น แต่หากคนในศาสนาพุทธขบถต่อพุทธอาตมาว่าหนักเลยนะ โดยเฉพาะผู้ที่รับผิดชอบศาสนาคือกระแสหลัก อาตมาต้องว่าต้องตำหนิให้รู้ให้แก้ไข หากอาตมาพูดผิดก็แย้งมา แต่แย้งยาก อาตมามีปฏิบัติจริง หมู่จริง พฤติกรรมสังคมจริง หมู่อโศกมีวรรณะ 9 จริงหรือไม่ เขาแย้งไม่ได้อย่างนี้ ซึ่งมันไม่ง่าย โลกทั้งโลกทำไมง่ายนะ สังคมหลักสูตรทฤษฎีที่ไหนเขาทำไม่ได้ มาจนอย่างอุดมสมบูรณ์คือมีส่วนกลาง พึ่งเกิดแก่เจ็บตายกันได้ สุดยอดของสังคมศาสตร์แล้ว อาตมาภูมิใจเอาทฤษฏี พระพุทธเจ้ามาให้พวกเราทำได้ ได้ผล ทั้งที่พวกคุณจะไปร่ำรวยหรูหรามากกว่านี้ เสพสุขมากกว่านี้ เขาโฆษณาทางทีวีเต็มไปหมด
เมืองไทยเศรษฐกิจสาธารณโภคี มีสังคมจริงพฤติกรรมจริงเป็นสังคมศิวิไลซ์สังคมคนเจริญ เจริญด้วยรัฐกิจ สังคมกิจ เศรษฐกิจ แต่ก่อนเราช่วยแต่ตัวเองเหลือจริงๆจึงไปช่วยคนอื่น ขนาดเหลือยังเอาไปออกดอกปันผลอีก ผู้ที่ชัดแล้วว่าแค่นี้พอเหลือเฟือ เราเองสะสมกักตุนกอบโกยอีก ก็จะเป็นแรงดูดทำให้สังคมเดือดร้อน คนไม่มีสมรรถภาพ หรือแพ้วิธีการทุนนิยมที่นายทุนจะได้กำไร ไม่มีวิธีการใดของทุนนิยมจะเสียเปรียบให้สังคมหรอก มีแต่บุญนิยมที่เจตนาจะเสียสละให้สังคมจริง สังคมที่เอาบุญนิยมมาให้คนเรียนรู้ปฏิบัติว่าบุญนิยมเหนือกว่าทุนนิยม มาเป็นเศรษฐกิจพอเพียงจนถึงเศรษฐกิจสาธารณโภคี เป็นตัวอย่างได้จริง เป็นได้แล้วไม่ลำบากใจเลย อยู่ในอโศกเบิกบานสำราญใจ เพราะมันลงตัว จิตมันมี วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) สู่แดนธรรม สรุป เศรษฐกิจพอเพียงคือตัวเองได้หลักประกันแล้ว แต่เศรษฐกิจสาธารณโภคีนี้กว้างกว่า คือตนเองได้พอเพียงแล้ว มีแกนกลางแน่นจึงเจริญสู่ทางกว้าง พ่อครูว่า...เป็นเรื่องจิตวิญญาณรู้ได้ ทำให้จิตใจตนเองเป็นไปได้ตามหลักธรรมพระพุทธเจ้าได้จริง มันจึงเกิดปรากฏการณ์จริงของสังคมมนุษยชาติในชาวอโศกในโลกยุคนี้ เราก็ยืนยันประกาศไปเขาก็หาว่าอวดตัวตนโชว์ แต่พวกร่ำรวยอวดยิ่งกว่าอาตมาแล้วมาชื่นชมกันอีก พวกฟุ้งเฟ้อเอร็ดอร่อยสนุกสนาน แต่ทางนี้ไม่มาทำข่าวกันเลย เขาไม่มีรสชาติอย่างนี้ คำว่ารสชาติ คือเวทนา มันมีรสชาติมันได้บำเรออย่างนี้แล้วเกิดรสชาติ ได้บำเรอกิเลส อุปาทาน ตัณหา ได้รสชาติ แล้วคุณก็ไม่รู้จักรสชาติ รสชาติมันมีอยู่สองอย่างคือรสแท้กับรสเก๊ เสียงคุณได้ยินอย่างไร ไทย จีน แขกฝรั่งได้ยินเสียงเหมือนกันหมด แต่คนหนึ่งชอบ เสียงนี้ดี คนหนึ่งไม่ชอบ รูปอย่างนี้เสียงกลิ่นรส อย่างนี้ชอบไม่ชอบ ใจก็ปั้นเองชอบไม่ชอบแต่ละคน อย่างนี้เป็นต้นก็มีอยู่ 2 ก็มาเรียนรู้รสเก๊ ในเวทนาในเวทนา คือหัวใจศาสนาพุทธอยู่ตรงนี้ ได้ตามชอบก็สุขไม่ได้ตามชอบก็แย่งชิง ฆ่าแกงกัน มันเป็นอิทัปปัจจยตา ศาสนาพุทธให้รู้เหตุแล้วเลิกเหตุ แค่นี้ก็พอ เรามีกระบวนการสาราณียธรรม 6 วรรณะ 9 เป็นคนจนสุขสำราญเบิกบานใจ คนจนที่คนไม่เชื่อว่ามาจน พอถึงฤดูสังคมลำบากยากเย็น พวกนี้ไปแจกอีก คนจะมาช่วยที่นี่ไม่เอาอีก ไปช่วยคนอื่นอีก นี่พูดเรื่องจริงนะ มันมหัศจรรย์ประหลาด แล้วเป็นเรื่องดี มหัศจรรย์ดีนะ ไม่ใช่บ้าๆบอๆ เป็นอิทธิปาฏิหาริย์อาเทศนาปาฏิหารย์นะ แต่เป็นจริงอานุสาสนีย์ปาฏิหาริย์ยืนยันได้ เป็นคนจนมีเศรษฐกิจรับใช้สังคม ไม่ใช่คนแย่งชิงเศรษฐกิจกับประชาชน
ชาวอโศกจะมีจำนวนเท่าไหร่ รวมทั้งหมดจะถึงแสนไหม อาตมาทำได้เกินเป้าเกินคาดแล้ว เกินกว่าผลที่คาดว่าจะได้ ตามหลักของทุนนิยมเขาอาตมาทำได้เกินคาดที่จะได้แล้ว 621206_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ยอดคนอาภัพที่มีระดับของศาสนาพุทธ