สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยสัจ 4) ตอน ทางสายกลางคือเช่นไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข10 ธันวาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยสัจ 4) ตอน ทางสายกลางคือเช่นไร พ่อครูว่า…SMS วันที่ 4 - 5 ธ.ค. 2562 _เชวง กิจจะบรรณ์ : ซึมเศร้าเกิดจากจิตที่ทำตามคำสั่งสอนของพ่อแม่ที่ฝากความหวังและแยกดีชั่วไม่ถูกขัดแย้งในความคิดและทำไม่ได้ที่พ่อแม่หวัง : เดินตามมรรคมีองค์8ถือเป็นทางสายกลางไหมครับ _ผัน พันตา : สุขทางโลกคือสุดโต่งข้างหนึ่ง ทุกข์ทางโลกคือสุดโต่งข้างหนึ่ง ทางธรรมเมื่อสุขเกิดขึ้นละสุขเสีย และเมื่อทุกข์เกิดขึ้นเพราะละทุกข์เสียได้ นั่นแหละทางสายกลาง...สาธุ พ่อครูว่า...ประเด็นคือทางสายกลาง เดินตามมรรคมีองค์ 8 ถือเป็นทางสายกลางถูกต้อง มรรค แปลว่า ทาง มรรคมีองค์ 8 คือทางสายกลาง หรือว่าคือทางปฏิบัติไปสู่ความเป็นกลาง มรรค แปลว่า ทาง แต่ถ้าเข้าใจกันไม่ละเอียดพอ ไปบอกว่า มัชฌิมาปฏิปทาแปลว่าทางสายกลางแล้วไม่ได้แปลเข้าไปสู่มัชฌิมะเลยก็ไม่ถูก ปฏิปทาแปลว่าทาง วิธีปฏิบัติ แล้วเราก็ปฏิบัติตามที่เราเข้าใจก็เกิดผลถึงความเป็นกลาง ละทุกข์ได้คือความเป็นกลาง ก็คือละสุขได้ด้วย เหตุแห่งสุขก็คือตัวทุกข์ ตัวต้นทางเลย ต้องดับเหตุที่ต้องการได้ความสุข เหตุมันก็คือต้องการได้ความสุข ทุกคนไม่รู้มีอวิชชาก็ต้องการได้สุขทั้งนั้นไม่มีใครต้องการได้ความทุกข์ เมื่อดับเหตุแห่งทุกข์หมด สุขทุกข์ก็หมดไปด้วย นี่คือสิ่งที่ศาสนาเทวนิยมไม่รู้ แล้วกลายเป็นศาสนาสุขนิยม เพราะดับทุกข์ไม่เป็น แต่ศาสนาพุทธดับความทุกข์เป็น สุขจึงหมดเกลี้ยงไปด้วย เมื่อดับสุขไม่เป็นก็หลงแต่สุขนิรันดร ส่วนศาสนาพุทธนั้นรู้เหตุแห่งทุกข์ สุข เป็นอัลลิกะ จึงเรียกสุขขัลลิกะ ผู้ฉลาดรู้ความจริงอันเป็นอาริยะ จะรู้สัจธรรมแท้คือสุขทุกข์ แต่ศาสนาเทวนิยมดับทุกข์ได้ไม่ได้ จะเอาสุขนิรันดร จึงมีเหตุแห่งทุกข์อยู่ด้วยนิรันดร และศาสนาเทวนิยมไม่รู้จักการเวีย

อ่านต่อ

นตายเวียนเกิด ก็ไม่รู้จักเรื่องของกรรมวิบาก รู้แต่ว่าเกิดชาติเดียวแล้วไปอยู่กับพระเจ้า ต่อจากนั้นจะมีกรรมวิบากอย่างไรก็ไม่รู้เรื่อง แล้วแต่พระเจ้าจะสั่ง พระเจ้าก็ไม่เคยรู้เรื่องของกรรม ในคัมภีร์ของศาสนาเทวนิยมก็ไม่มีสอนเรื่องกรรมก็แก้ หรือเปลี่ยนแปลงกรรมไม่ได้ พระเจ้าจริงๆแล้วคือความไม่รู้ ไม่รู้จักกรรม ไม่รู้จักการแก้ทุกข์แก้สุขได้ แต่ศาสนาพุทธแม้ปัจจุบันก็ต้องทำให้ชีวิตหมดความสุขความทุกข์ตั้งแต่ตอนเป็นเป็น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องลึกซึ้งสุดยอด ถ้าหากผู้ใดรู้จักจิตวิญญาณที่เป็นตัวประธานสิ่งทั้งปวงแล้ว และเรียนรู้ยังศาสนาพุทธก็จะรู้จักจิตวิญญาณ มันจะเข้าใจหมดเรื่องอุตุ เรื่องเกิดชีวะเป็นระดับพีชะ หรือจิตนิยาม มีธาตุรู้แล้วดับธาตุรู้ได้ จนมีทางออกทำให้จิตเป็นอุตุ เป็นพีชะได้ จิตก็ผ่องใส ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ เป็นอมตบุคคล จบอมตบุคคลแล้วจะเกิดหรือตายก็ได้ ตายอย่างไม่เหลืออะไรเลยอย่างนิรันดรก็ได้ ไม่ใช่ตายแล้วไปอยู่กับพระเจ้า จิตวิญญาณของเราเองไม่ใช่ของพระเจ้า ศาสนาพุทธมีนิพพาน แต่ศาสนาเทวนิยมบอกว่าศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาเป็นแต่เพียงปรัชญา มันเป็นไปไม่ได้หรอกเรื่องของนิพพานมันไม่มี เขายังเข้าใจอย่างนั้น เขาขบถต่อพระเจ้าที่เป็นเจ้าของทุกสิ่งไม่ได้ ศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาที่ดับสุขดับทุกข์ วิธีดับทุกข์ดับทุกข์ให้แก่ตัวเองได้ก็จบ เป็นพระอรหันต์ จบแล้วจะตายเลิกไปเลยปรินิพพานเป็นปริโยสานแยกให้จิตเป็นอุตุนิยามได้เลย แต่ถ้าไม่ตายเลิก จิตวิญญาณไม่แตกเป็นอุตุธาตุ อย่างอาตมาเป็นพระอรหันต์มาแล้วมาเป็นพระโพธิสัตว์ต่อ พูดอย่างไม่ได้เก้อเขิน ไม่ลำบาก ชัดเจน จึงได้มาสอนให้พวกเรารับรู้เข้าใจปฏิบัติจนเป็นพระอรหันต์ได้ ชีวิตจริงสุดยอดเมื่อเป็นพระอรหันต์แล้ว อยากเกิดก็เกิดได้ เพราะว่ามีหลักฐานรับรอง ว่าผู้ที่บรรลุเป็นพระอรหันต์แล้วไม่ทำชั่วอีกเลย สัพพปาปัสสอกรณัง ถ้าจะมีกรรมกิริยาในโลกก็จะทำแต่กุศล เพราะได้ชำระจิตให้หมดกิเลสได้แล้ว สร้างคนอย่างนี้ได้เป็นคนที่สมบูรณ์แล้วโลกจะเป็นอย่างไรก็เพราะว่าคนนี้แหละเป็นตัวป่วน เป็นยอดทำลายยอดดุร้ายเลย หากว่าไดโนเสาร์มีในยุคนี้คนก็คงจะเอามาขี่เล่นเอามาฆ่ากิน ยุคนี้มีช้าง แต่ดีนะ คนไม่ไปฝึกจับปลาวาฬมาฝึก หรือจับฉลามมาขี่แทนเรือดำน้ำ

_1614 จะมีสติสัมปชัญญะสมบรูณ์ที่สุดนั้น จะต้องมีวิธีฝึกไปในทางที่จะคอยเฝ้ากำหนดการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไปของเวทนา สัญญาและวิตก -พุทธทาสภิกขุ- พ่อครูว่า...ที่จริงต้องมีการใช้สัญญาเป็นตัวกำหนด ให้รู้เวทนา กำหนดรู้วิตกวิจาร ทำธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ต่อไป แยกแยะ เป็นตัวพลังงานต่อไป แล้วทำให้พลังงานที่ไม่ต้องการหายไป รู้จักจิตเจตสิกต่างๆ ทำอกุศลเจตสิกดับหมดสำเร็จก็มีแต่กุศลเจตสิกเรียบร้อย _ภัทราวดี อินทรสุนทร : ลูกมาจากสายหลับตามาก่อน ทำมาค่อนข้างเข้มข้น สมาธิหลับตาไม่ได้ช่วยล้างกิเลส ได้เพียงการกดข่มเหมือนหินทับหญ้ารอวันงอกเงย และไม่ได้ทำให้เกิดปัญญาเท่าที่ควร คำสอนของพ่อครูล้วนคือสัจจธรรมโดยแท้ พ่อครูว่า...คุณคนนี้มีสัมมาทิฏฐิ ส่วนพวกสายหลับตา เป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ ไกลจากวิเวกไม่มีความสงัดเลย ก็ไม่เคยเจอ ไกลวิเวก จะเอาปัสสัทธิก็ไม่ได้ จะเกิดแต่สมถะอย่างเดียว กดข่ม แต่ไม่ได้เรียนรู้เหตุดับเหตุได้ กายวิเวก จิตวิเวก ก็เพราะว่าเรียนรู้อุปธิวิเวก คือกิเลส ชัดเจนว่ารู้จักขันธ์ 5 รูป เวทนา สัญญา สังขาร แล้วเรียนรู้ที่จะกำจัดกิเลสที่อยู่ในนั้นเรียกว่าเป็นการทำอภิสังขารได้ รู้จักการสังขารขั้นอภิ ขั้นยิ่งจัดการฆ่าจิตอกุศลที่เคยร่วมสังขารจนไม่ให้กิเลสมาร่วมสังขารได้เลยคือหมดบุญ _กุญแจ เงินทอง : ก็อะไรเป็นอาหารของการฟังสัทธรรมควรกล่าวว่าการคบสัปบุรุษ พ่อครูว่า...คุณจับเหตุได้ยอดยิ่งแค่นี้ก็สมบูรณ์แล้ว คนจะศรัทธาอะไรต่างๆต้องคบสัตบุรุษให้ดีให้จริง หากไม่ใช่สัตบุรุษจริง ยังไม่สัมมาทิฏฐิ จนหลงเชื่อ พอสัตบุรุษพูด เท่าไหร่เขาก็ไม่เชื่อ เขาว่าต้องคนที่เขายึดถือ คนนี้ยิ่งพูดตรงกันข้ามก็ยิ่งยากมากเลย อาตมาเห็นความจริงอันนี้จึงไม่แปลกเลย อาตมามาประกาศสัจธรรมของพระพุทธเจ้าขึ้นมา บรรดาครูบาอาจารย์ต่างๆจึงรุมทำลายอาตมาเลย น่าสงสาร อาตมาพูดอย่างจริงใจว่าน่าสงสาร น่าเวทนาท่านเหล่านั้น อาตมาต้องการให้ท่านเข้าใจถูก แต่เขาว่าอาตมามาทำลายศาสนา มันเหมือนเด็กจับไฟจนมือด้าน ไม่รู้ว่ามันคือไฟ ไปหลงว่าเป็นของดี อย่างนั้นจริงๆ มหาอภิอวิชชาไม่รู้เรื่องอะไรเลย จิตมันด้านยิ่งกว่าวัตถุ คนที่แย้งอาตมาอยู่ต้องทำความเข้าใจไหมว่าที่อาตมาพูดนี้ถูก พวกคุณพูดผิด ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ยิ่งผู้ถูกยกในฐานะผู้รู้แล้วหากท่านมีอัตตามานะ อาตมาว่าหัวใจท่านจะระเบิดเอานะ 621206_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ยอดคนอาภัพที่มีระดับของศาสนาพุทธ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน