กินเหล้ากับสูบบุหรี่ เป็นวิญญาณฐิติข้อ 2 หรือไม่.docx
เนื้อหาในไฟล์
กินเหล้ากับสูบบุหรี่ เป็นวิญญาณฐิติข้อ 2 หรือไม่ _พันธุ์ พอเพียง · กราบเรียนถามพ่อครูครับ สมมุติผมเลิกบุหรี่ได้ แต่มีญาติธรรม อีกท่านหนึ่ง เลิกเหล้าได้ จากทิฎฐิที่สัมมา เหมือนกัน อันนี้นับเข้าเป็น วิญญาณฐีติ ข้อที่ สอง ได้เหมือนกันใช่ไหมครับ ที่ว่ากายต่างกัน เพราะอีกคนหนึ่งเลิกเหล้า อีกคนหนึ่งเลิกบุหรี่ หรือผมเข้าใจ กาย ประเด็นนี้ คลาดเคลื่อนไปครับ กราบนมัสการครับ พ่อครูว่า... วิญญาณฐิติหมายความว่า ผู้ที่มีสัมมาทิฏฐิที่ปฏิบัติธรรม ต้องมีวิญญาณตั้งอยู่ในขณะปฏิบัติธรรม ฐิติ แปลว่าตั้งอยู่ ตั้งอยู่ก็คือวิญญาณจะต้องมีทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ภายนอก 5ทวาร สัมผัสภายนอกอยู่ มีกาย มีคำว่า กาย กายต้องมีภายนอกภายในเสมอ ขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้ จึงเรียกว่า ครบวิญญาณตั้งอยู่ ตาเห็นรูป ตากระทบรูปข้างนอกเห็นอยู่แล้วก็มีทั้งรูปภายนอกภายในในขณะปัจจุบันเลย ข้างนอกเห็นอยู่แล้วก็มีทั้งรูปภายนอกภายในในขณะปัจจุบันเลย ใจเราก็ได้รับรู้ภาพนั้นอย่างนี้ ครบวิญญาณ ถ้าหลับตาไม่มีภายนอกเขาเรียกว่า วิญญาณสัมภเวสี เป็นวิญญาณล่องลอย เป็นวิญญาณไม่มีที่ตั้ง คนที่หลับตาก็ไม่มีตาหูจมูกลิ้นกาย ก็อยู่แต่ในความนึกคิดของตนเอง หนึ่งเดียว อยู่ในใจอย่างเดียว ในขณะเป็นๆนี้หรือนอนหลับก็อยู่ที่เราอย่างเดียว สัญญากำหนดว่ารู้อยู่คนเดียว ยิ่งตาย ร่างกายแยกกันเลย วิญญาณก็ออกจากร่าง ร่างกายก็เป็นซากศพ วิญญาณก็ออกไป วิญญาณอย่างนั้นแหละคือวิญญาณสัมภเวสี นอกจากพระอรหันต์ท่านตายแล้วท่านก็ทำให้วิญญาณมันแตกสลายเป็นดินน้ำไปลงไปเลย ก็ไม่มีวิญญาณสัมภเวสี ไม่มีวิญญาณที่จะล่องลอยไปเกิดอีก จบแยกแตกธาตุจิตวิญญาณสูญไป แต่ถ้าพระอรหันต์บำเพ็ญโพธิสัตว์ ยังไม่ยอมปรินิพพานเป็นปริโยสาน ตาย จิตนี้ ท่านก็บอกว่าไปอยู่ที่ดุสิต ดุสิตคือแด
อ่านต่อ
นสงบ ดุสิตคือที่ที่ไม่ใช่นรกและสวรรค์คือ จุดพักของพระโพธิสัตว์ ใครเคยได้ยินบ้าง พระโพธิสัตว์มาเกิดก็มาจากดุสิตเป็นจุดพักของโพธิสัตว์ ยังไม่ยอมปรินิพพานเป็นปริโยสาน ก็พักที่ดุสิต ดุสิตแปลว่าที่พักที่เย็น สิตะ แปลว่าเย็น ก็เป็นการอธิบายสภาพของจิตวิญญาณ ผู้รู้ท่านอธิบายไว้ อาตมาก็รู้จริงด้วย อาตมาก็เข้าใจเรื่องนี้เพราะอาตมาก็ผ่านจิตวิญญาณ อาตมาก็ผ่านเรื่องเหล่านี้มา ก็พอเข้าใจพอรู้ระลึกได้ _สู่แดนธรรม... เขาถามมา เขายังเข้าใจผิดเรื่องกายต่างกันอยู่ พ่อครูว่า... อธิบายยังไม่ถึงเลย ที่เขาบอกว่าอันนี้นับเป็นวิญญาณฐีติข้อที่ 2 ได้เหมือนกันใช่ไหมครับ เราก็มาดู วิญญาณฐิติข้อที่ 2 มีอะไรบ้าง กายต่างกัน สัญญาอย่างเดียวกัน สัญญาคือการกำหนดหมายกันว่า จิตของเราไม่มีนิวรณ์ 5 นะ ที่นี้สัมมาทิฏฐิก็ดี มิจฉาทิฏฐิก็ดี สามารถทำให้จิตวิญญาณไม่มีนิวรณ์ 5 ได้ด้วยกัน เป็นสัญญาอย่างเดียวกันตรงกันได้ แต่กายของเขาจะต่างกัน กายคนหนึ่งลืมตา สัมมาทิฏฐิลืมตา แต่กายของคนมิจฉาทิฐิหลับตา มันชัดไหมวิญญาณฐิติข้อที่ 2 ที่นี้เขาถามมาว่า คนที่เลิกดูดบุหรี่ เลิกกินเหล้า ทิฏฐิของคนเลิกติดบุหรี่กับอีกคนหนึ่งเลิกเสพติดเหล้า มันมีคำว่า กาย คำว่า สัญญา คำว่าทิฏฐินะ ในวิญญาณฐิติ มันยืนยันคำว่า ถ้าสัมมาทิฏฐิคือผู้ที่ถูกต้องหนึ่งเดียวกันอยู่ในวิญญาณฐิติ แต่ถ้าใครมิจฉาทิฏฐิมันจะเป็นสัตตาวาส 9 ซึ่งก็มีวิญญาณฐิติ 7 แต่ยังแถม อสัญญีสัตว์ กับ เนวสัญญานาสัญญายตนะ อีก 2 อันเป็น 9 เพราะฉะนั้นวิญญาณฐิติ 7 จะบอกว่าเสพติด ก็คือเลิกเสพติดได้ก็เป็นนิวรณ์ มันก็ไม่เต็มนิวรณ์ทีเดียว มันไม่รายละเอียดทีเดียว แต่เริ่มได้คุณธรรม คนนี้เลิกบุหรี่ คนนี้เลิกเหล้า ทิฏฐิ ก็เลยสัมมาแบบเดียวกัน แต่ความสำเร็จสมบูรณ์มันยังไม่มี จะบอกว่าเหมือนกันอันนี้นับเป็นวิญญาณฐิติข้อที่ 2 ได้เหมือนกันไหมได้ แต่ยังไม่สมบูรณ์ ยังไม่บริบูรณ์ ที่ว่า กายต่างกัน คุณคนที่เลิกบุหรี่กับคุณคนที่เลิกเหล้ามา มีกายเหมือนกัน กายไม่ต่างกัน ถ้าคุณหลับตากับคุณลืมตา อันนี้กายจะต่างกัน นี่เขาถามโดยสามัญ คนหนึ่งเลิกเหล้า คนหนึ่งเลิกบุหรี่ ถ้าหลับตาทั้งคู่ก็คงไม่สนุก สูบบุหรี่ก็คงลืมตาสบายๆดื่มเหล้าก็คงลืมตาสบายๆแล้วก็เลิกมา เลิกเหล้าเลิกบุหรี่มันก็ลืมตากันทั้งคู่ไม่ได้หลับตากันทั้งคู่ คุณเข้าใจคลาดเคลื่อนไปนิดหน่อย เอาให้คมๆชัดๆ 660414 พ่อครูเอื้อไออุ่น งานตลาดอาริยะ 2566