สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน พระโสดาบันกับสังโยชน์ 3.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.05 KB
วันที่แก้ไข3 มกราคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน พระโสดาบันกับสังโยชน์ 3 ก็อยากจะสรุปเรื่องโสดาบันก่อนจะจบ เหลือ 10 นาที โสดาบันเป็นตัวตนของอาริยะภูมิ ของภูมิผู้เจริญ ปุถุชนนั้นยังเป็นคนไม่เจริญ ตามทฤษฎีของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้ความจริงอันเดียวกันหมด ยุคนี้ใช้ภาษาสื่ออันนี้ ผู้ที่เป็นอาริยะขั้นต้นเลย คือผู้รู้จักสักกายะคือความเป็นตัวตน กายคือรูปกับนาม ตัวตนคือคนมีจิตนิยามเป็นนามธรรมหรือธาตุรู้ ธาตุรู้ต้องรู้องค์ประกอบ 2 ตั้งแต่ภายนอกจนกระทั่งถึงภายใน ที่เป็นตัวถูกรู้ ถ้าถูกรู้อยู่ภายในเราก็ได้รู้รูป และก็มีอรูป ถ้าข้างนอกก็เรียกกามรูป หรือรูปรูป หรือนามรูปก็ได้ มีสิ่งที่ถูกรู้เรียกว่ารูปมีนามเป็นธาตุที่ไปสัมผัส ถ้าไม่มีสัมผัสมันก็เป็นของมันเอง รูปรูป กล้วยก็อยู่ของมันเอง ไม่มีธาตุรู้ ไม่มีสัตว์อะไรไปสัมผัส มันก็เป็นตัวของมันเอง มีรูปรูปของมันเองไม่มีตัวกูไม่มีวิญญาณอยู่กันตามประสา แม้แต่พืชหรือพีชะก็ตามแต่นี่มันตัดออกมาจากต้นแล้ว ขาดพีชะแล้ว ก็มีแต่จะชรตา เสื่อมไป เสื่อมเร็วมาก เพราะคนเอาไปกิน ปากเคี้ยวกลืนออกไปเป็นขี้ ถ้าปล่อยไปก็เสื่อมช้าหน่อย โสดาบัน ท่านบอกว่าจะต้องพ้น สังโยชน์ 3 ข้อ ของพระโสดาบันจะต้องอยู่ในกรอบของศีล 5 ไม่ใช่ สักกายะก็ไม่มีกรอบขอบเขต สักกายะคือ จะต้องรู้ตัวเองไปเกี่ยวข้องอยู่กับ สามอย่าง พูดแล้วก็คือ ศีล 5 นี้ 1.สัตว์ 2.ของ 3.สัมผัสแล้วเกิดกามคุณ 5 คุณจะต้องเรียนรู้ตอนนี้ เรื่องผัสสะแล้วมาเป็นเวทนาแล้วเกิดสุขทุกข์ ศาสนาพุทธให้เรียนสุขเรียนทุกข์ เรียนเหตุแห่งทุกข์ หมดเหตุแห่งทุกข์ถือว่าเป็นคนที่ดีที่สุดอยู่ในสังคมนี้ต่อไป เพราะตัวร้ายที่สุดของธาตุจิตวิญญาณคือกิเลส กิเลสนี่มันพาให้เกิด สังคมยุ่งเหยิงสังคมไม่เป็นสุข สังคมไม่เจริญ ก็เป็นเพร

อ่านต่อ

าะกิเลสทั้งนั้น พระพุทธเจ้าถึงตรัสรู้สิ่งที่เป็น โจรใหญ่ ในตัวมนุษยชาติก็คือกิเลส ท่านถึงไม่ไปรบกับเกาหลีเหนือ ไม่ไปรบกับอเมริกา ไม่ไปรบกับทางไหนจังหวัดไหนก็แล้วแต่ รบกับศัตรูในจิตนี่คือกิเลส รบกับตัวนี้ ถ้าตัวนี้จบแล้วคุณจะเป็นพลเมืองของชาติไหนก็ตาม เป็นพลเมืองดีของทุกชาติได้หมด เป็นประโยชน์ของทุกชาติเลย ในโลกๆหนึ่งมีดิน น้ำ ไฟ ลม แล้วก็มีอากาศ มีอุณหภูมิ จนกว่าจะถึงวันนั้นภูมิชีวะ ที่จิตนิยามอยู่ได้ พืชอยู่ได้ ชีวะอยู่ได้ ก็จะเป็นโลกที่มีองค์ประกอบของชีวะ โลกที่อุณหภูมิของชีวะอยู่ไม่ได้ บางที่ ชีวะระดับพืชอยู่ได้ แต่ระดับจิตอยู่ไม่ได้ แต่พืชก็เจริญใหญ่ไม่ได้ บางลูก อุณหภูมิมันยังไม่ไหว ต้องลดอุณหภูมิระดับหนึ่งจนกระทั่งชื่อว่าอยู่ได้ แล้วมีจิตนิยาม จิตนิยามเกิดการเจริญขึ้นจนรู้ กรรมนิยาม เกิดธรรมนิยาม ธรรมเป็น static กรรมเป็น dynamic ก็ต้องรู้จัก 2 สภาพจัดการ 2 สภาพนี้ให้ได้ ทำให้มันดีที่สุด จิตนิยาม ที่รู้จักกรรม ธรรมะจึงเจริญ จิตนิยามของปุถุชน ยังไม่สามารถควบคุมกรรม ทรงไว้ตามยถากรรม กรรมมันจะพาไปอย่างไร มีกิเลสเป็นเจ้าเรือน แล้วก็เอามากองใส่ธรรมะ ใส่ทรงไว้ในจิต เรียกว่าอธรรม คือสิ่งที่ไม่ดี ก็ได้อันนั้น พระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่จะรู้เรื่องกรรมเรื่องธรรมะ คนที่มาศึกษา จัดการกรรมได้ แล้วทรงไว้ทรงอยู่ สิ่งที่เป็นคุณภาพ กรรมไม่มีอกุศลกรรมอีกเลยเป็นอรหันต์ ไม่มีบาปทั้งปวง เพราะบุญได้กำจัดบาปอกุศล กำจัดเสร็จ บุญก็หายไป ความรู้เรื่องบุญเป็นเครื่องมือกำจัดบาปอกุศล มีหน้าที่อย่างเดียว ไม่มีหน้าที่ตกค้างหรือสะสม ความรู้นี้ของศาสนาพุทธได้หมดไปแล้วหายไปแล้ว อาตมาแนะนำมาฟื้นคืนขึ้นมา บอกได้เลยว่า เป็นคนเดียวที่รู้ว่าบุญนี่คือเครื่องมือประหาร เป็น เอกังเสนะ คือมันมีหน้าที่เดียวถ่ายเดียว ทำหน้าที่เสร็จมันก็หมดหน้าที่ สูญหายไปเลยไม่ตกค้างเป็นบุญ เพราะฉะนั้นความรู้ศาสนาพุทธ ที่ไปสะสมบุญมีบุญมากๆ ก็เท่ากับกิเลสคุณมากสิ ถ้าคุณสร้างพลังงานเป็นส่วนบุญไม่ได้ สร้างให้เป็นบุญเป็นอาวุธประหารกิเลสไม่ได้ เป็นไฟ ตั้งแต่เรียกว่าไฟฌาน รู้ เป็นพลังงานที่เหนือไฟราคะโทสะโมหะ มันก็สามารถกำจัดไฟราคะโทสะโมหะได้ สร้างพลังงานไฟฌาน ไฟบุญได้ เป็นนามธรรมแต่มันเป็นจริง โดยเฉพาะบุญนั้นมีปัญญาเป็นธาตุรู้ ที่มีคุณสมบัติสูงสุด อะ อิ อุ ไปลงสระคี่ สามเส้านี้จบ ปัญญะ เป็นอัญญะ ปัญญารู้จักโลกุตระ แล้วทำงานเป็นปริญญะหรือปริญญาแล้วมาเป็นปุญญะ เป็นภาษาสันสกฤต เป็นปรัชญา ตัวความหมายพวกนี้มีสภาวะของมัน ถ้าทำ สัจธรรมที่เป็นพลังงานที่ได้จริงก็เป็นจริง ชาวอโศกสร้างพลังงานพวกนี้ได้แล้ว ทำลายกิเลสได้ เรียนไปฟังไปแล้ว เอาไปทำไปอ่านอาการจิตของเรา ….จบหมดเวลา

601229_ทวช.งานว.บบบ.ครั้งที่ 5 เพื่อฟ้าดิน สร้างคนจนสุขสำราญฯ ตอน2

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน