สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน คนจนที่ทำเพื่อฟ้าดิน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์22 KB
วันที่แก้ไข3 มกราคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน คนจนที่ทำเพื่อฟ้าดิน ทีนี้มาเข้าสู่หัวข้อประเด็น ตอนนี้หัวข้อที่อาตมาเทศน์ตอนนี้ระบุชื่อเรื่องให้อาตมาเทศน์เลยว่า เพื่อฟ้าดิน สร้างคนจนสุขสำราญเบิกบานใจ ตั้งชื่อเอาไว้ซะไพเราะเพราะพริ้ง สะเทือนโลก เพื่อฟ้าดิน รวมหมดแล้วทั้งฟ้าและดินหมดแล้ว ใหญ่เหลือเกินนะ ทำเพื่อฟ้าดินทั้งหมดเลย จะสร้างอะไร สร้างคนจนที่สุขสำราญเบิกบานใจ ให้แก่ฟ้าให้แก่ดิน ไม่ใช่สร้างให้แก่ประเทศไทยเท่านั้นนะ ฟังให้ดี สร้างหมด ไม่ใช่หมดโลกเท่านั้น หมดรวมหมดเลยทั้งฟ้าทั้งดิน การเทศน์ ตั้งค่าให้เทศน์ใหญ่มาก อาตมาก็ไม่มีปัญหา เพราะอาตมามีปัญญา อาตมาไม่มีปัญหาแล้วอาตมาไม่เอาปัญหา อาตมาก็เอาปัญญากลบเลย อาตมามั่นใจรัฐบาลไม่มีปัญหาคุณจะมีปัญหาอะไรอาตมาก็เอาก็เอาปัญญากลบ ถ้าปัญหานั้นอาตมาไม่รู้ ก็มีปัญญาตอบอีกว่าไม่รู้ ก็ตอบความจริงก็จบ คุณจะเอามีดมาผ่า เอาสมองอาตมาออกมา มาค้นหาคำตอบมันไม่ได้รู้ หัวใจ หรือจะถามว่าไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่ มันเป็นเรื่องของการตั้งขึ้นมาเท่านั้นเอง ว่าให้อันนี้เริ่มต้น ก.ไก่เริ่มต้น ข.ไข่ตามมา มันเป็นการสื่อเท่านั้น คุณจะไปยุ่งกับเขาทำไม ภาษาไทยเขาว่าไม่ดีนะ ไปยุ่งกับเขาเกินควร เราได้พยายามอธิบายถึงคนจน ไม่ได้เป็นคนต่ำต้อย เป็นชาวอโศกมาเป็นคนจนได้สำเร็จ สำเร็จอย่างที่อาตมาภาคภูมิใจ เพราะพวกเราเป็นคนจนเพื่อฟ้าดิน เป็นคนจนที่มาอยู่กับดิน แน่นอน เราขึ้นสู่ฟ้าไม่ไหวหรอก แต่ว่าฟ้าก็เป็นของเราหมดแหละ เราอยู่กับดินก็สร้างสรรเป็นให้ดี ดินไม่ดีก็ทำให้ได้สัดส่วนเรียกว่าทำปุ๋ย ทำองค์ประกอบของดินให้มันดีให้มันเป็นประโยชน์คุณค่า ดินดีคือดินที่คนจะอยู่ด้วยก็ไม่เป็นพิษต่อคน คนอยู่ด้วย เป็นสัตว์เป็นพืช ก็ไม่เป็นพิษต่อพืช แถมยังเป็นประโยชน์ต่อพืชอย่างยิ

อ่านต่อ

่ง เราอยู่กับดิน เราก็เป็นคนมีประโยชน์กับดิน ถ้าดินมันไม่มีอาหารให้พืช ดินมันก็เป็นดินอย่างเรา เอาไปใช้ให้เหมาะสมก็ถูกต้อง แต่ดินที่จะต้องใช้อย่างมีอาหารให้พืชอย่างเหมาะสมเราก็ต้องให้มี เราเป็นคนจัดสรรให้มันเกิด ก็เป็นประโยชน์ต่อดินต่อพืช ก็สร้างผลผลิตสร้างสิ่งที่เกิดที่ดี อาตมาพาพวกเรามาทำ อาตมาว่า พระพุทธเจ้าตรัสว่า อาหารเป็นหนึ่งในโลก เรามาทำสิ่งที่เป็นหนึ่งในโลก โดยเฉพาะอาหาร กวฬิงการาหาร เรากำหนดในอาหาร 4 กวฬิงการาหาร เราทำได้แล้วแต่ผัสสาหาร ศาสนาพุทธทุกวันนี้ก็ล้มเหลวเพราะไม่มีผัสสะเป็นอาหาร จึงสูญแล้ว ไม่มีมโนสัญเจตนาหารต่อก็ไม่ได้ ไม่มี เพราะฉะนั้นอย่าไปฝันเลยว่าจะมีนามรูป หรือรูปนามที่เป็นวิญญาณาหาร ไม่มีความรู้ แม้แต่พยัญชนะ ไม่มีรูปนาม ในอายตนะ ผัสสะไม่มี อาหารต่อเนื่องไม่มี แม้แต่อาหารคือคำข้าว ก็เพื่อเรียนรู้ภาษา เรียนรู้มโนสัญเจตนา คุณกินข้าวแตะต้องอาหารคือคำข้าว กวฬิงการาหาร กิเลสอยู่ในนั้น พรึ่บ แล้วก็เรียนรู้ ผัสสะ ในนั้นมีเจตนา เจตนามีสามคือกาม ภวตัณหา วิภวตัณหา แน่นอนคุณไม่เป็นวิภวตัณหาแน่ จะมีกามกับภวตัณหา กามจะเป็นมโนสัญเจตนาหารตัวแรก ตักกะ วิตักกะ มีธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ ให้รู้ว่าจิตของคุณสัมผัส ก็เป็นตักกะทันที ถ้าผู้ที่มีวิปัสสนา แปลว่าเห็นทันที อยากได้ทันที ธรรมะวิจัยทันที แล้วเห็นพฤติกรรม วิจารของ ตักกะ ของจิตที่ดำริมา คุณมีวิจัย ธรรมะวิจัย ในตักกะแยกออก จิตของเราไม่บริสุทธิ์มีกามผสมมา ก็วิจัย กามในจิต ก็เป็นวิตักกะ เพราะคุณจับอาการ พฤติการณ์การเคลื่อนไหวของจิตออก แยกออกชัดเจนว่า มันไม่ใช่มีจิตบริสุทธิ์ มันมีจิตตัวจริง กับมีจิตตัวปลอม มันมีกี่ตัวปรุงแต่งเป็นกิเลสร่วมมาด้วย มันมี 2 มันมากับกิเลส มันไม่ใช่จิตมาตัวเดียว คุณก็แยกมันออก แยกจากวิจาร เมื่อตักกะคุณก็วิมัน คือวิจัย ตักกะ วิตกวิจาร คุณต้องเป็นประธานเป็นตัวเอง ที่ต้องวิจัย ถ้าคุณไม่มีวิจัย ก็มีแต่ตักกะ กับจาระ ตักกะคือจิตเริ่มต้นมาแล้วเป็นพฤติกรรม คือจาร แต่ถ้าคุณไม่ได้มีธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ไม่ได้เลย ยังไม่เคยใช้แล้ว เอาแต่นั่งหลับตาสะกดจิต ไม่ให้กระดุกกระดิก ไปติทำไม ถ้าไม่ติก็ไม่มีใคร ติ ไม่มีใครเอาภาระ เมื่อไม่มีใครติ ไม่มีใครท้วงติง ก็จมกับสิ่งน้ัน จมไปกับสิ่งผิด ปล่อยให้คนตกน้ำอยู่นั่นแหละมันน่าสงสารไหม แล้วเราไม่ลงไปช่วย ก็น่าสงสารคนตกน้ำ คนถูกไฟไหม้หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่เขาเป็นทุกข์อยู่ แล้วเขาไม่เจริญ ก็เห็นอยู่หลัดๆคาตา แล้วเราก็ผ่านไปช่างเขาเถอะวิบากของเขา จะเป็นอะไรก็ช่างศีรษะเขา คุณก็เป็นคนใจดำอำมหิต อาตมาไม่เป็นเช่นนั้นหรอก โดยเฉพาะหัวใจของศาสนาพุทธ คนที่นำพาศาสนาพุทธ ถือว่าเป็นผู้สอนผู้เผยแพร่เป็นผู้รู้แต่พูดผิดๆ เผยแพร่สิ่งที่เป็นผิดๆ สอนสิ่งที่ผิดๆนั้นคุณเป็นบาปนะ อาตมาว่าคุณอย่าทำมันบาปนะ มาศึกษาให้ถูกๆแล้วค่อยๆเผยแพร่สิ่งที่ถูก ก็ต้องทำ ส่วนเขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อ นับถือ หรือไม่นับถือก็ต้องหยุด ให้เขาใช้วิจารณญาณ ใช้ญาณพิจารณาว่า คนนี้พูดถูกต้องไหมพูดดีไหม คนนี้มีประโยชน์ไหม ถ้าคนไหนฟังก็ได้ศึกษา คนไหนไม่เห็นประโยชน์ก็ไม่ศึกษา ก็บอกว่าเป็นเศษสวะ ไม่น่าสนใจเขาก็ไม่แยแส ก็เป็นธรรมดา อาตมาไม่ได้มีปัญหาอะไรเข้าใจสิ่งเหล่านั้น คนที่จะฟังอาตมาเห็นว่าเป็นสาระ เห็นเป็นประโยชน์ มาถึงจุดนี้บรรยายธรรมะมาเกือบ 50 ปี อาตมานำพาพวกเราไปสู่ความเป็นคนจน ศาสนาพุทธนำพาไปสู่ความเป็นคนจนที่ประเสริฐ คือเป็นคนที่ 1. เป็นคนประสบผลสำเร็จ คือ เป็นคนที่ไม่เบียดเบียนใคร ทำงาน เป็นคนมีความรู้มีความสามารถ ทำงาน แล้วรู้งานที่ควรทำ อนวัชชะ เป็นงานที่ควรทำ งานที่ควรทำอย่างยิ่ง คืองานอะไร คือสิ่งที่เป็นหนึ่ง สิ่งที่เป็นที่หนึ่ง อะไรเป็นที่หนึ่ง อาหารเป็นที่หนึ่ง ในอาหารนี่นะ ไม่มีอะไรที่จะเป็นอาหาร ขั้น 1 ในปัจจัย 4 ยารักษาโรค ที่อยู่ เครื่องนุ่งห่ม อาหาร อะไรมาก่อน ก็คืออาหารมาก่อน ในชีวิตคน อาหารต้องเป็นหนึ่งมาก่อน ถ้าไม่มีอาหาร คุณก็ไม่มีอยู่ในโลกแล้ว อย่างไรๆอาหารก็เป็นหนึ่ง อาตมาพาพวกเรามาอยู่กับการสร้างอาหาร จนกระทั่งทุกวันนี้ เราสามารถทำอาหารไร้สารพิษ ไม่ใช่แค่ปลอดสารพิษ พวกเรานี้มีความเข้าใจชัด แม้แต่คำว่าปลอดสารพิษกับไร้สารพิษเราก็มีความรู้ ความชัดเจน ไร้สารพิษคือ เราปลูกสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหาร โดยไม่เอาสิ่งที่เป็นพิษเข้ามาเกี่ยวข้องเลย คือไร้สารพิษ ถ้าปลอดสารพิษคือ คนจะใช้ธาตุที่เรียกว่า สารเคมีก็แล้วแต่หรือแม้แต่ยา จะรักษาสิ่งที่ควรรักษา เขายังใช้ยาใช้สารเคมีอะไรอยู่ แม้แต่ที่สุดใช้สารเคมีเพื่อเร่งเป็นอาหาร จัดไปมากไป ที่มากไปคือใช้สารเคมีเร่งเกินไปแล้วจะปรุงแต่งให้ได้ มันไม่สมบูรณ์หรอก มันเป็นการเร่งรัดเกินไป คนที่ใส่สารเคมีมากๆ ให้มันโตเร็วใหญ่ เร็วอะไรก็แล้วแต่ มันพวกจำบ่ม เร่งรัดให้เร็ว แต่มันไม่สมบูรณ์ ถ้าเข้าใจคำว่าจำบ่มคืออะไร โอ้โห เร่งนะ สุกเหลืองเลย แต่ไม่ได้รสชาติ ไม่ได้วิตามินสมบูรณ์ ไม่ได้เนื้อหนังสมบูรณ์ เป็นของธรรมดา เป็นสัจจะของมัน สรุปแล้ว อาตมาพาพวกเรามาหาที่หนึ่งสำเร็จ มาสร้างอาหาร อาหารไร้สารพิษอาหารปลอดสารพิษ จนเจริญ พูดไปแล้วเหมือนเราไป ฮุบเอาว่าเรานี่แหละเป็นเจ้าแห่งการทำอาหารไร้สารพิษ จนหาวิธีการจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ เป็นตัวตั้งต้นทำ ไม่คล้ายหรอก จะเป็นความจริง เราทำอย่างเอาจริงเอาจังมีความรู้ จนมีผลสำเร็จ เราไม่ต้องใส่ปุ๋ยมันก็งอกงาม งอกงามจนผิดสังเกต งอกงามและสะอาดบริสุทธิ์ มีเนื้อหาทั้งดอกใบผลสมบูรณ์ไปหมด ถ้าจะพูดถึงอจินไตย พวกเราเป็นหมู่เดียวกันกับชาวพุทธที่ตรงกันเป็นสาระสำคัญ ถ้ามารวมมันก็มาหมดเอง มันเป็นธรรมดาธรรมชาติของอจินไตย มันต้องมา ไม่มาก็ไม่ใช่ ที่มาก็ใช่เท่านั้นเองไม่มีอะไร พูดชัดๆก็ต้องมา มาหาพุทธ น้ำก็ไหลไปหาน้ำ น้ำมันก็ไหลไปหาน้ำมันเป็นของจริงโดยธรรมชาติ จึงรวมครบครัน ไม่ว่าจะทำอะไรในด้านสังคมศาสตร์ พวกเราก็เป็นสังคมกลุ่มชาวอโศก ที่เป็นกลุ่มสังคมที่อาตมาว่า สงบสุขสันติสุข อิสระเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ สมรรถภาพ บูรณภาพ เป็นสังคมที่ครบแล้วมี 5 ภาพนี้ สงบสุขสมบูรณ์ ทั้งในระดับของเศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์สมบูรณ์แล้ว ทั้งห้าภาพนี้ เศรษฐศาสตร์ก็สมบูรณ์ มีอยู่ มีกิน มีใช้ มีอาศัย อุดมสมบูรณ์ไม่ขาดแคลน จนเฟ้อเกินสุรุ่ยสุร่าย ใครว่าชาวอโศกนี้สุรุ่ยสุร่ายไหม ใช่ ทิ้งขว้างเพราะเหลือเฟือ จนเด็กๆ นิสัยเสียเพราะผู้ใหญ่ไม่นำพาเท่าไหร่ สอนเขาดีๆ กินแล้วรู้จักเก็บรักษา ข้าวของภาชนะอะไรทิ้งขว้างไปหมด มันพอมันเหลือ เยอะๆ มันก็เลยขี้เกียจดูแลเก็บงำ ทำทิ้งๆ มักง่าย นิสัยเสียหมด ก็ต้องช่วยกันดูแลฝึกฝนอบรมเด็กๆ แม้แต่ตัวผู้ใหญ่ก็อย่าเป็นคนเช่นนั้นเสียล่ะ ควรเป็นคนที่ดีหน่อย ดูแลเก็บงำอะไรต่างๆบ้าง ซึ่งอาตมาไม่ต้องพูดหรอก มันเป็นความรู้ที่จะช่วยกันได้ สำหรับอาตมาขอสงวนเวลาแรงงานไว้พูดเรื่องสัจธรรมลึกๆก็แล้วกัน พูดเปรยๆบอกกันไป ในความหมายของเศรษฐศาสตร์ สิ่งที่อาศัยใช้สอยเผื่อแผ่เกื้อกูลกัน พวกเราคือผู้สัมพันธ์ให้ผู้อื่นได้ สะพัดให้ผู้อื่นได้ โดยไม่หวงแหน ไม่ขี้เหนียว สะพัดอย่างเจือจานแจกจ่ายเกื้อกูล แต่ไม่มีจิตใจเจตนาเอาเปรียบเอารัดมากมาย แม้จะขายบ้าง จนกลายเป็นคนทุนนิยม ทุนนิยมน้ำเน่า ไม่อยากชมเชยหรอก มันครบครัน ทั้งความตะกละตะกราม ความโลภ ความรุนแรง ครบครัน ตะกละตะกรามเต็มที่ จิตไม่ได้ศึกษามันจะเป็นเช่นนั้น พวกเรา ทางด้านเศรษฐศาสตร์ ก็สามารถสมบูรณ์แบบ กลุ่มชาวอโศกมีเศรษฐกิจดีที่สุด จะเรียกว่าเศรษฐกิจพอเพียงก็ดีที่สุดในความพอเพียง จะเรียกว่าเศรษฐกิจที่อุดมสมบูรณ์ก็เหลือเฟืออุดมสมบูรณ์จริงๆ ขาดแคลนไม่มีเลย เศรษฐกิจของชาวอโศกไม่มีขาดแคลน แล้วเป็นเศรษฐกิจแบบคนจน อาตมาว่าดร.สมคิดฟังแล้ว หูหักแน่ เศรษฐกิจคนจน การที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจแล้วก็ไปสร้าง Concept สร้าง paradigm เป็นความคิดองค์รวมเรียกว่าConcept เป็นกระบวนทัศน์เรียกว่า paradigm เป็นองค์ประกอบของความคิด เรียกว่า แก้ปัญหาเศรษฐกิจจะต้องพาคนไปรวย อะไรก็แล้วแต่ในโลกนี้ไม่มีทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจสำเร็จ ถ้าจะบอกว่าคุณต้องสร้าง Concept ต้องสร้าง paradigm ไม่ไปรวย คุณใส่อันนี้เข้าไปในจิตของคน ปั๊บ ...แต่คุณเอง ตั้งเขื่อนอะไรที่ทำอะไรไม่ได้ แข็งหนาใหญ่คุณตั้งกำแพงนี้กันคุณเองเลย คุณแก้ปัญหาไม่ตกหรอก คุณใส่ Concept ใส่ paradigm ว่าจะต้องรวย เราจะต้องทำให้คนรวยทั้งประเทศ แสดงถึงความไม่รู้จักสัจธรรมจริงๆ แก้ไม่ได้ ต้องให้คนมาจน โดยเฉพาะคนรวยมากๆ นั้นให้มาจนสิวะ จะได้แก้ปัญหาสำเร็จ นั่นต่างหากเล่า การให้คนจนไปเป็นคนรวยนั้นมันแก้ไม่ได้ คนรวยมันมีแล้วออกมามันง่ายจะตาย คนจนมันจะออกมามันยาก มันฝืนสัจธรรมมันเป็นไปไม่ได้ มันจะต้องสลายกำแพงคนรวยเข้ามาหา คุณไม่ต้องไปตั้งหน้าตั้งตาคิดคนเดียว ไม่ได้สักคนจน เมื่อเห็นคนจนก็เหมือนเข็นเขาขึ้นครกมันไม่ได้ อย่างในหลวงท่านบอกว่าให้พอเพียงมันมากไปแล้วนะ ท่านเป็นในหลวงก็ตรัสเช่นนั้น อาตมาก็ต้องพูดอย่างอาตมา พูดทุกมุม ต้องดึงคนรวยลงมา ในจำนวนพวกเรานี้สามารถมีสมรรถนะไปแย่งเอาความร่ำรวยในสังคม เอาเศรษฐกิจเอาข้าวของได้ พวกเรามีประสิทธิภาพแบ่งแย่งเอามาได้ แต่อาตมาดึงคนลงมา มาพอเพียง น้อยๆก็ได้ จนหลายคน ไม่ต้องไปคิดค่าแรงงานเลยทำงานอยู่ฟรี ในนี้สบาย อาตมาทำสำเร็จ พวกเราก็มาทำสำเร็จแล้ว นี่คืออาตมาเป็นนักเศรษฐศาสตร์ของประเทศไทยหรือของโลกเลย วิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจสำเร็จ คือมันสงบแล้วมันหยุดแล้ว แล้วเป็นภราดรภาพ สันติภาพ แล้วอิสรภาพเสรีภาพ ด้วยความเข้าใจของตนเอง คุณมาด้วยปัญญา คนเข้ามาในอโศกใช้ปัญญาด้วยตัวเอง อิสระเสรีภาพ อาตมาไม่หลอกล่อ ไม่และเล็มเลียบเคียง ที่มานี้พูดสัจจะทั้งนั้น มีแต่บอกความจริง มันอาจจะน่าเกลียดเลยบอกว่าความจนมาจน ถ้าจะพูดกันด้วยภาษาเป็นสิ่งที่น่าเกลียด จริงๆแล้วมันไม่น่าเกลียดหรอกมันน่าศรัทธาด้วยซ้ำ ในด้านเศรษฐกิจรอบก็สำเร็จ ในด้านของการเมืองเราก็สำเร็จ ความเป็นประชาธิปไตยของชาวอโศกนี้ 100% ความเป็น คอมมูนก็สาธารณโภคีเลย ความเป็นเผด็จการก็เรียบร้อยเลย ไม่มีใครจัดการได้ แม้แต่อาตมาก็เผด็จการไม่ได้ อาตมาใหญ่ที่สุดในนี้แต่อาตมาเผด็จการไม่ได้ พวกคุณจะยอมหรือ? จริงๆอาตมาว่า อาตมาเผด็จการ อาตมาสั่งให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ คุณยอมได้แต่อาตมาไม่ทำต่างหาก อาตมาไม่เป็นจอมเผด็จการ แต่อาตมาเป็นจอมเผด็จการที่ประสบผลสำเร็จ ถ้าอาตมาว่าขอสั่งให้ทำอย่างนี้คุณก็ทำตามหมด เพราะว่ามีความศรัทธา อาตมารู้แต่อาตมาย่อมไม่ทำ ไม่ทำแน่นอน ถ้ามันเป็นความเลวความไม่ดี อาตมาไม่เป็นจอมเผด็จการแล้ว ทั้งๆที่อาตมาเป็นจอมเผด็จการที่สำเร็จ แต่อาตมาย่อมไม่ทำ นี่คือจอมเผด็จการที่สุดยอด คอมมิวนิสต์หรือสาธารณโภคีหรือประชาธิปไตย ที่เป็นอิสระเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ บูรณภาพ 5 ภาพนี้อาตมาเป็นคนบัญญัติตั้งขึ้นมาเอง อาตมาว่าครบครันแล้ว มนุษยชาติ ที่ฝรั่งเศส เขามีสามภาพ มีภราดรภาพ อิสระเสรีภาพ เสมอภาพ independence อิสรเสรีภาพ (Independent) มีอิสรภาพพ้นอำนาจกิเลส ภราดรภาพ มีภาวะแห่งรักกว้างออกไปดุจดั่งญาติ สันติภาพ มีภาวะสงบแท้ ไม่มีตัวเหตุเบียดเบียน สมรรถภาพ มีความสามารถสรรสร้างประโยชน์สุข บูรณภาพ ปรับปรุงพัฒนาให้เจริญ ให้เต็มบริบูรณ์ อาตมาทำงานเพื่อให้เกิด 5 ภาพนี้แหละ ในมวลชน แล้วอาตมาว่า อาตมาประสบผลสำเร็จแล้ว ชาวอโศกได้ทำสำเร็จ อาตมาจึงไม่ได้ไปวุ่นวายข้างนอก คุณจะมาก็มาเองนะ มาดูแล้วจะรู้สึกว่าอบอุ่น ไม่ได้เป็นศัตรูวุ่นวายกัน ลูกหลานก็ดูแลช่วยกัน เป็นสังคมที่ภราดรภาพสมบูรณ์แบบ คนเฒ่าคนแก่ก็ช่วยกัน ไม่เหมือนคนเฒ่าคน งกๆเงิ่นๆ ไม่ค่อยถนัด คุณจะรู้สึกอย่างไร? ก็ต้องไปช่วยเหลือ ไม่เหมือนข้างนอกหรอก ถ้ามาง่อกๆแง่กๆ พ่อใครแม่ใครก็ช่างหัว แต่ที่นี่ไม่ใช่ ช่วยเหลือกันเสมอ หรือช่วยมากจนกลายเป็นตำรวจจับเกินไปก็เหมือนกัน เด็กมันจะเล่นบ้างก็ไม่ได้ ว้ากๆๆ ก็บันยะบันยังบ้าง ตำรวจเอ๋ย ตำรวจไม่ได้จ้าง พวกเราก็มีภาวะนั้น ก็ปรามๆกันไป โดยเฉพาะเรื่องการเมือง เศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจของเราสมบูรณ์แบบ อุดมสมบูรณ์อยู่กันอย่างสบาย ไม่อดไม่อยาก เผื่อแผ่แจกจ่ายเจือจานกันครอบครองลักษณะเศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจ ไม่หวงแหน ไม่ยึดเป็นเราเป็นของเราเลย แม้แต่เงินแต่ทองก็ตามก็แบ่งแจกกันพอสมควร ก็หวงบ้าง ก็เป็นธรรมชาติธรรมดา ทางด้านการเมือง การเมืองอย่างไรเป็นการเมืองที่สมบูรณ์ การเมืองที่สมบูรณ์ก็คือคนรับใช้ประชาชน คนรับใช้ผู้อื่นนั่นคือการเมืองสมบูรณ์ รับใช้อย่างประชาธิปไตยรับใช้อย่างเต็มใจ รับใช้จริงๆ แล้วรับใช้อย่างสูงสุดไม่เอาสิ่งตอบแทน รับใช้ไม่หลงว่าตัวเองใหญ่ ตัวเองมีอำนาจ ตัวเองมีความรู้ ตัวเองมีแต่งาน ตัวเองเป็นผู้ทำประโยชน์ให้เขา ไม่ทวงบุญคุณอะไรเลย รับใช้โดยไม่มี สาเปกโข รับใช้โดยไม่หวังอะไรตอบแทน รับใช้โดยไม่มีภพมีชาติ ชาวอโศกเป็นนักการเมืองที่รับใช้ประชาชน เป็นคนรับใช้ประชาชนอย่างไม่หวังอะไรตอบแทนสักอย่าง ไม่มีสาเปกโข จะเป็นลาภยศสรรเสริญเยินยอไม่ต้องสุขต้องทุกข์ จะรู้ว่าลงทุนลงแรงอะไร เราทำได้ยากลำบากก็อยู่กับทุกข์อย่างสุขสำราญเบิกบานใจ เพราะว่าทุกวันไม่มี มีแต่สูญๆ อันนี้มันลำบากแล้วก็รู้ เป็นอุปายานะนะ เป็นความลำบาก ทรถ มันเป็นความยากที่จะช่วยเขา ยากลำบากไม่ใช่ง่ายๆ หนัก แต่เราก็เต็มใจที่จะช่วยเขา มันร้อนนะ นี่มันหนักนะนี่ มันยากนะนี่ เราก็สมควรจะช่วยเราก็ช่วย เราก็ทำอย่างเต็มใจ ทั้งที่ยากลำบากนะ อีกนัยคือทุกข์ แต่เราพอใจจะช่วย หนักหนาเหน็ดเหนื่อย เหงื่อไหลไคลย้อย บางทีบาดเจ็บนิดหน่อยแต่ก็ช่วย เป็นคนเสียสละ การเมืองคืออะไร การเมืองคือผู้รับใช้ รับใช้ผู้อื่น จบเลย การเมืองนี่ พระอรหันต์คือใคร คือผู้รับใช้ประชาชน พระอรหันต์คือนักการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คนที่ไม่เข้าใจอะไร ไม่เข้าใจสัจธรรมไม่เข้าใจธรรมะ เอาการเมืองออกจากธรรมะเอาธรรมะออกจากการเมือง อย่าไปยุ่งไปอะไร ..ถูก ..เขากันคนไม่ประสีประสาหากเข้าไปก็เป็นเหยื่อเขาหมด วัดต่างๆเจ้าอาวาส ถูกนักการเมืองครอบงำหมด นักการเมืองพรรคพวกเขี้ยวลากดินลิ้น 8 แฉก อย่าไปคบกับมัน เขาก็เลยยกพระเอาไว้ว่า แยกธรรมะกับการเมือง นี่พูดอย่างยก แต่ว่าพระอย่าอวดดีกับนักการเมืองมันเขี้ยวลากดินลิ้น 8 แฉก เขาก็เลยต้องแยกออกจากกัน แต่เขาแยกอย่างให้เกียรติพระอย่าไปยุ่งกับการเมือง พูดเพราะ แต่ที่จริงก็จะบอกว่า โง่อยู่ส่วนโง่ ฉลาดเฉโกให้มันอยู่กับพวกมัน สู้มันไม่ได้นะ แต่ผู้ที่มีภูมิปัญญาพอ อาตมาควรเป็นนักการเมือง พวกลิ้น 8 แฉกเอามาทำต้มยำเลย เอามาต้มสตูว์ลิ้นเลยไปกลัวมันทำไม เพราะว่าเราเป็นนักการเมืองเองเลย นักการเมืองคือผู้บริสุทธิ์ใจที่จะรับใช้ประชาชน นี่สูงสุดแล้ว ถ้าเราเป็นเผด็จการก็ต้องเบ่งอำนาจตัวเอง คอมมิวนิสต์กูต้องมีอำนาจเบ่ง แต่ประชาธิปไตยไม่เอา อำนาจเบ่ง แต่มันก็ยังไม่รู้ตัว ทำให้ตัวเองเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ไม่ได้ ในหลวงของเรา ทรงพระจริยวัตร ของพระองค์เป็นนักการเมืองที่สวยงามที่สุด ไม่ไปว่าใคร ไม่ไปเบ่งทับใครเลย แนะนำเท่านั้น สอนแนะนำเท่านั้น ทีนี้ อาตมาพูดก็เหมือนไปว่าท่านๆไม่จ้ำจี้จ้ำไช แล้วคนทุกวันนี้มันด้านดื้อ ไม่จำจี้จ้ำไชไม่ได้ผล ท่านมีอำนาจถ้าจะทำก็ได้ ทำให้ช้า ท่านให้เกียรติทุกคน ท่านไม่ได้เป็นนักจ้ำจี้จ้ำไช บอกแล้วไม่ทำก็แล้วไป ก็เลยได้เท่านี้ ส่วนอาตมาเห็นว่าพร่องก็ต้องเติม เติมหนักเติมมากด้วย ก็เลยเหมือน ครูไหวใจร้าย ในยุคนี้มันขาดแคลน ไม่อย่างนั้นมันไม่ทันมันจมน้ำตายถูกสึนามิกวาดไปก่อนไม่ไหวไม่รอด เป็นเช่นนั้น ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ขณะนี้เมืองไทยเรากำลังเก็บเอาสิ่งที่ ไม่เฉลียวฉลาด ไม่เหมาะไม่ควรอะไรขึ้นมาได้มากขึ้น ถ้าจะให้อาตมา วัด วัดค่าแล้วก็ให้คะแนน ว่าประเทศไทยกับประเทศอื่นๆ ในโลกในด้านการเมืองประเทศไทยดีที่สุด ดีกว่าอเมริกา ดีกว่าเกาหลีเหนือนั้นแน่นอนที่สุดอยู่แล้ว ดีกว่าแม้แต่อเมริกาที่เขาประกาศเป็นเมืองประชาธิปไตย อเมริกาเป็นประชาธิปไตยขี้หมา เป็นประชาธิปไตยที่ เบ่งอำนาจ ฉันเก่งฉันใหญ่ฉันรวย โดยเบื้องหลัง เอ็งเก่งสร้างอาวุธฆ่าคน มีอันนี้จริง อาตมาขอถามหน่อย อเมริกา ซุกซ่อนระเบิดนิวเคลียร์อยู่ไหม แล้วก็เป็นนายตำรวจใหญ่ไม่ให้ใครสร้างระเบิดนิวเคลียร์ นี่เป็นเรื่องจริง เกินไป คุณไม่ให้ใครสร้างคุณก็อย่าสร้างสิ เป็นสิ่งที่ไม่เป็นสัจจะ เป็นเรื่องเลวร้าย อเมริกานี่ถามจริงๆ คนที่พอรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์ อเมริกาทุกวันนี้รวยหรือจน ดอลล่าร์ เศษกระดาษที่อเมริกาปั๊มออกมาทุกวันนี้ ไม่มีหลักประกันอะไรเลยในอเมริกา ถ้าคนทั้งโลก เอาดอลลาร์ทุกใบคืนอเมริกา เอาสิ่งที่เป็นสาระแลกเปลี่ยนกลับมา ผลไม้ลูกหนึ่ง เข็มเล่มหนึ่ง อย่าไปว่าถึงทองคำเลย อเมริกามีแลกคืนไหม ไม่พอหรอก ให้แก้ผ้าล่อนจ้อนหมดทั้งประเทศมาแลกคืนก็ไม่พอ มันปั๊ม เศษกระดาษออกไปทั่วโลกเป็นใหญ่ แล้วมันเก่งสร้างค่าของดอลลาร์ได้ เก่งชิบหายแล้วคนก็ยอมทั้งโลก ก็ต้องเรียกว่ามาเฟียของโลก เบ่งกล้าม อาตมามองอเมริกาอย่างนี้ นี่น้องชายก็บอกให้กลับมา แต่เขาฝังรกรากแล้ว มีลูก 3 คนเมียคนเดียว แล้วผัวอยู่ในอาณัติเมียด้วย น้องชายอาตมา ถ้าเผื่อว่า ตอนนี้เขาจะทำลายแบงค์ดอลล่าร์ทั่วโลก แล้วจะออกแบงค์ใหม่ขึ้นมา ถ้าอเมริกาทำอย่างนั้นจริงๆสำเร็จ ประเทศทุกประเทศในโลกยกให้อเมริกาเถอะ แต่เป็นขี้ข้า อเมริกาให้หมด จีนก็ไม่ยอม รัสเซียก็ไม่ยอมหรอก ทำเบ่งไปเถอะ อาตมาว่า ถ้าอเมริกาไม่เจียมตัวไม่รู้ตัว ไม่ดูว่าตัวเราก็เท่านี้จริงๆ ทำออกมาเกินเหตุเกินการณ์ อเมริกาจะไร้เครดิตทุกอย่าง จะใช้ระเบิดนิวเคลียร์ ก็ต้องใช้สู้กับคิมน้อย อาตมาถึงบอกว่าเมืองไทยเป็นเมืองที่ปลอดพ้นจากสิ่งเหล่านี้ทุกอย่าง แต่ว่าก็ยังไม่พยายามที่จะทำให้มันเป็นเหมือนอย่างกับสวิตเซอร์แลนด์ ถ้าเมืองไทยทำตัวอย่างสวิตเซอร์แลนด์มันสุดยอดสบาย เรามีอยู่มีกิน อุดมสมบูรณ์ มีกินมีใช้ ไม่มีระเบิดนิวเคลียร์แล้วไม่มีอาวุธสำคัญ ไม่ต้องไปทำเลย ทำตัวให้เหมือนสวิตเซอร์แลนด์ น่าจะมีนโยบายทำอย่างไรให้เหมือนสวิตเซอร์แลนด์ อย่าทำอย่างทุกวันนี้มันเหมือนไปไม่รอด เพราะแนวโน้มประเทศไทยมันไปทางนี้ ไม่ใช่แนวโน้ม ไม่ใช่แนวโน้มจะเข้าไปสู่สงคราม จะเป็นคู่ร่วมสงคราม คุณจะรบไปเราก็จะเป็นกองกำลังเสบียงกับกาชาด ถ้าทำอย่างนี้ได้ จะสบาย ปลอดภัยแล้วก็สบาย อยู่กันอย่างสงบสบาย จะเป็นประเทศที่สุดยอด ถ้าผู้บริหารมีนโยบายที่จะทำให้เกิดเป็นประเทศแบบสวิตเซอร์แลนด์ สงบ ไม่ต้องมีทหารไม่ต้องมีอาวุธ มีแต่เศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจ ที่ปลอดภัย ถ้าเราทำประเทศเราได้อย่างนั้น ทุกประเทศในโลกเขาก็ไว้ใจว่าประเทศนี้ เขาเป็นประเทศที่จิตวิญญาณของเขาสงบเหมือนสวิตเซอร์แลนด์ ไม่ไปรุกรานไม่ไปทำอะไร ขอเป็นวัฒนธรรมแล้วเป็นสนามแม่เหล็กที่สงบ สนามแม่เหล็กที่ไม่มีพลังงานออกไปเบียดเบียนใคร เป็นแหล่งพีชนิยามสูงสุด สร้างเนื้อสร้างตัวอยู่กินไปรักษาดูแลตัวเองไป ช่วยเหลือผู้อื่นเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น พืชพรรณธัญญาหารนี่มันสร้างตัวมันเอง มันมีแต่ประโยชน์ให้ผู้อื่น สร้างผล ดอก ใบ ต้น เพื่อจะให้เป็นประโยชน์แก่สัตว์ ต้นไม้ บีเวอร์มันก็รู้ว่าเอามาทำเขื่อนได้ มันก็ไปตัดต้นไม้มา ลากมาทำเขื่อน เพื่อให้เป็นประโยชน์จะมาใช้อะไรยกตัวอย่างธรรมชาติขึ้นมา จะเป็นลูกผล อาหาร เพราะคนเราจะไปกินดินเหมือนสัตว์บางอย่างก็ไม่ได้ จะไปกินสัตว์มันก็ไม่ควร เพราะสัตว์มันมีพยาบาท มีรักมีชังมีวิบากแล้ว วิบากมาตั้งแต่มีอวิชชามา อย่าไปสร้างวิบากต่อเลย แต่ละคนๆ หยุดเถอะ เพราะฉะนั้นจะไปกินเนื้อสัตว์อยู่ คุณก็จะไปเชื่อมโยงกับวิบากต่อกับสัตว์ คุณอยู่กับพืชกินแต่พืชไม่มีวิบากต่อ เพราะว่าพืชมันไม่มีเวทนาไม่มีวิญญาณไม่มีรักไม่มีชัง ไม่มีวิบากเพราะสัตว์มันมี คุณไม่ไปกินไวรัส แต่คุณก็ไปกินสัตว์ที่ยังมีรักชังมากกว่าไวรัส วิบากตัวตนมากแล้วอย่าไปสร้างวิบากเลย วิบากของคุณก็มาหาฉันแล้วไปจองเวรจองกรรมอีกทำไม แต่คนที่ไม่รู้ติดรสเนื้อสัตว์ ก็ต้องไปกินไปฆ่ามัน แต่ถ้าคนไม่ติดและมีปัญญาพอ จะไปสร้างวิบากใส่จิตวิญญาณใส่อัตภาพเราทำไม ผู้ที่รู้ดีแล้วก็ไม่ไปกินเนื้อสัตว์ สุขสำราญเบิกบานใจ คนรู้ก็มาเอา คนไม่รู้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร คนจนมาสร้างชุมชน จนกระทั่ง มีจิตใจเป็นจิตใจอันเดียวกันเป็นญาติ ยิ่งกว่ามิตรสหาย เป็นญาติ เผื่อแผ่การมีน้ำใจ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเลี้ยงดูกัน เกื้อกูลกัน ถ้าจะให้วิจัยจริงๆแล้วสังคมอโศกนี้ ครบบริบูรณ์ของความเป็นสังคมที่งดงาม เป็นสังคมที่สำเร็จ สำเร็จสิ่งที่ประสงค์แล้ว กลุ่มสังคมของชาวอโศกแต่ละหมู่บ้านเป็นสังคมที่สำเร็จด้านเศรษฐกิจด้านสังคม ครบบริบูรณ์สมบูรณ์บริบูรณ์ พัฒนามาเป็นสังคมมนุษยชาติ เป็นองค์รวมของอิสระเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ สมรรถภาพ บูรณภาพ มีสมรรถภาพพึ่งพาตนเองรอด กินใช้อะไรเป็นเศรษฐกิจที่พอกินพอใช้เหลือกินเหลือใช้ มีบูรณภาพสร้างเสริมมีส่วนที่มากที่เกินที่เหลือเผื่อเผื่อแผ่แจกจ่ายเจือจานคนอื่นไป ทั้งแจกจ่ายในระดับขายถูกกว่าราคาตลาด ขายเท่าทุน ขายต่ำกว่าราคาตลาด แจกฟรี นี่คือวิธีการจำหน่ายจ่ายแจกของชาวอโศก แน่นอนเราสร้างระเบิดนิวเคลียร์ไม่ได้ เราก็ไม่มีระเบิดนิวเคลียร์ขาย แต่ตอนนี้เรามีระเบิดกะหล่ำปลีมันก็ไม่ค่อยห่อ ลูกระเบิดกะหล่ำปลีมันก็ไม่ค่อยห่อ หนาวมาช้าไปนิด แต่ถ้าหนาวมาก่อนหน้านี้ก็คงห่อดีขึ้น นี่บนโต๊ะมีแตงเมล่อน พวกเรานี่เป็นคนจนที่สร้างชุมชน มาเป็นชุมชนที่เป็นญาติธรรม เห็นใจกันและกันช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แต่คนรวยนี่ เขาไปสร้างวิมาน แต่พวกเรามาสร้างหมู่บ้าน คนจนมาสร้างหมู่บ้าน สร้างชุมชน แล้วก็เป็นชุมชนหมู่บ้านที่เป็นสังคมที่อยู่กันอย่าง อิสระเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ สมรรถภาพ บูรณภาพ ส่วนคนรวยนั้น ก่อสร้างวิมานกัน เฟส 2 เฟส 3 เฟส 4 คนรวยเขาสร้างวิมานเพ้อฝัน แล้วก็วิมานใครวิมานมัน นี่คนรวยเขาสร้างอย่างนั้น คนจนมาร่วมกันสร้างหมู่บ้านแล้วก็ผลิต มีสมรรถนะ สร้างสิ่งที่เป็นปัจจัย โดยเฉพาะตั้งแต่ปัจจัย 4 แบ่งแจกที่อุดมสมบูรณ์ แล้วก็แบ่งแจกกันกิน ส่วนคนรวยนั้นสร้างวิมานใครวิมานมัน วิมานกู ก็แย่งกัน เบ่งข่มวิมานกัน นี่คือคนรวย เส้นทางของคนรวยก็เป็นอย่างนั้น ต่อให้เป็นคอมมิวนิสต์ก็ต้องเป็นแบบนั้น ได้ข่าวว่าหลานเหลนของเหมาเจอตุงเป็นมะเร็ง จะต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อรักษา บอกว่า ไปไม่ไหวหรอก เสียดายบ้านทองคำ อะไรวะ หัวหน้าคอมมิวนิสต์ปฏิวัติ แต่หลานมีบ้านทองคำ มันกบฎ ที่พูดไปนี้ฟังแล้วคนเรามันอะไร วนเวียนวกวนไม่เข้าเรื่อง อย่างพวกเรามาเป็นคนจนสนิท เป็นคนจนที่จบบริบูรณ์ จนแล้วจนเลย จนแล้วจนรอด จนแล้วไม่ต้องไปนึกที่จะต้องอยากได้อะไรอีก อยู่สบายแล้ว อยู่อย่างคนจนสบายแล้วไม่ต้องไปรวย แต่เราจนอย่างอุดมสมบูรณ์มีกินมีใช้ ดีไม่ดี สุรุ่ยสุร่ายอย่างที่ว

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน