สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ_สังกัปปะ 7) ตอน ตักกะ วิตักกะ ก็เป็นกรรมแล้ว.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ_สังกัปปะ 7) ตอน ตักกะ วิตักกะ ก็เป็นกรรมแล้ว _เกี่ยวกับสังกัปปะ7 พ่อท่านเคยบอกไว้ว่า ขั้น1ตักกะ 2วิตักกะ ยังไม่เป็นกรรม แต่พอถึงขั้น3สังกัปปะ เริ่มเป็นกรรมเป็นวิบากแล้ว ลูกขอเรียนถามว่า แค่ไหนคะ ถึงจะเป็นขั้นสังกัปปะ?. ช่วงเกิดดำริขึ้นมาเป็นตักกะ เราก็จับได้ วิตักกะ ก็อ่านว่าเป็นกามเป็นพยาบาท แล้วเราทำการประหารมัน ช่วงนี้เป็นสังกัปปะรึยังคะ และถ้าเป็นสังกัปปะ มันก็เริ่มนับเป็นกรรมเป็นวิบากแล้วใช่ไหมคะ หรืออย่างไร พ่อท่านช่วยกรุณาอธิบายรายละเอียดของแต่ละขั้น ในช่วง3ขั้นตอนนี้ด้วยนะคะ อีกข้อคือ วจีสังขารในขั้นที่7 ของสังกัปปะ7 กับตัวจิตสังขาร มันต่างกันอย่างไรคะ แค่ไหนจึงจะเป็นวจีสังขาร และแค่ไหนเป็นจิตสังขารคะ กราบขอบพระคุณค่ะ พ่อครูว่า ก็ขั้นธรรมะสองคือตักกะ วิตักกะ เริ่มดำริ เป็นตักกะ หากเป็นวิจารคือพฤติกรรมของจิต หากคุณไม่วิตักกะ ไม่สามารถนึกคิดค้นคว้าวิจัยในจาระ จนแยกแยะกิเลสออกได้ ตักกะ วิตักกะ สองตัวแล้วก็เป็นกรรม แล้วปล่อยให้สองตัวนี้ทำงานมีกิเลสมาปรุงอีก จึงต้องรีบ วิเคราะห์วิจัยแยกจากกิเลสออกมาจากตักกะให้ได้ ถ้าครบจึงเป็นสังกัปปะ เป็นผลงานเป็นการนึกคิดของโลกุตระ อาริยบุคคล จัดการอภิสังขาร หากมันไม่มีความรู้ก็สังขารเป็นโลกียะ หากมีความรู้อภิธรรม ก็จับกิเลสกำจัดกิเลสได้ จนดับสนิท ดับได้เท่าไหร่ก็ตาม ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ คุณยังไม่เก่งถึงอรหัตตผล ก็ผ่าน อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา เป็นตัว คอนสแตนท์ หรือหน้าด่าน พวกหน้าด่านนี้เหมือนตำรวจคุมป้อม ไม่ฉลาดเท่ากับตำรวจคณะใหญ่ที่มีกระบวนการกลั่นกรอง แต่พวก อัปปนา พยัปปนา เจตโส อภินิโรปนา กรองไม่ได้ละเอียดเท่า ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะหรอก เป็นวจีสังขาร เป็นมโนวิญญัติ ยังไม่ใช่วจีกรรม เป็นแค่
อ่านต่อ
ปฏิฆสัมผัสโส ถ้าปรุงมาเป็นวจีสังขารแล้ว ยังไม่มีคำพูดเรียก ไม่มีอธิวจนะเลย พูดออกมาไม่มีบัญญัติเฉพาะตัวก็พูดอ้อม เอาอันอื่นไปแทนกว่าจะประกอบเป็นรูปร่างได้ ต้องตั้งชื่อเฉพาะคืออธิวจนะ คืออธิวจนสัมผัสโสก็กล่าวอยู่ในวจีได้ ใช้วจนนี้ออกเป็นวจีกรรมได้เลยทันที ปฏิฆสัมผัสโสนี้ก็จะมีอธิวจนสัมผัสโสก็จะเอามาใช้เป็นวจีกรรมได้ นี่คือกระบวนการของสังกัปปะ 7 อันนี้อาตมาอาจบกพร่องเป็นสัญญาวิปลาสได้ อาตมาอาจเคยสอนบกพร่องว่า ตักกะ วิตักกะ ไม่เป็นกรรม แต่ที่จริงเป็นกรรมแล้ว ถ้ายังไม่ถึงสังกัปปะ นี่บอกว่า อาตมาเคยบอกว่า ตักกะ วิตักกะ ยังไม่เป็นกรรม แต่ถ้าสังกัปปะก็เป็นกรรม ก็จริง ถ้าจะพูดเช่นนั้น ถ้าเป็นตักกะ วิตักกไม่มีสังกัปปะ แต่ออกไปเลยก็ไม่เป็นกรรม แต่ถ้าเผื่อว่าไม่ติดบัญญัติภาษาก็ไม่ผิดทั้งคู่ หากเข้าใจสภาวะ แต่ถ้าติดพยัญชนะ บอกว่า ตักกะ วิตักกะไม่เป็นกรรม พูดไว้นะ แต่พอสังกัปปะ ซึ่ง ตักกะ สังกัปปะ มันไม่ได้อยู่แค่สอง แต่ทำกระบวนการจนกิเลสหมดได้แล้วออกเป็นวจีกรรม ถ้าไม่ผ่านถึงสังกัปปะอย่างสมบูรณ์ ก็ออกไปเป็นวจีสังขารที่ไม่มีกรรม แต่ถ้าผ่านครบกระบวนการก็เป็นกรรมสมบูรณ์ แต่ถ้าตักกะ วิตักกะ ไม่มีอภิสังขารก็ออกไปเป็นกรรมที่เลวเลย ตักกะเริ่มดำริมาก็แยกแยะกิเลส แล้วกำจัดกิเลสให้ได้ กำจัดได้เป็นวิจาร จาระนี้ก็สะอาดจากกิเลสไม่เหลือเป็นวิเศษ จบการกระทำการจัดการ มนสิการ จิตเป็นสังกัปปะ ผ่านเพื่อความเผื่อพอ ผ่านด่าน อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา ตรวจให้ละเอียด ถ้ามีเหลืออีกจริงๆ มันจะไปเหลือซากหรือ กลไกของพระพุทธเจ้านี่รอบรัดมากไม่ให้เล็ดลอดเลย เป็นวจีสังขารที่สะอาดที่สุด ตัวที่ 7 เป็นหลักการที่คิดเองไม่ได้ สูตรแบบนี้เก่งกว่า E=mc 2 เป็น E=mc 2 +A ตัว A คือตัวที่จะทำเพิ่มยกกำลังได้เลย 600628_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญญาพาพ้นวิตักกะ