สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน ตัดสังขารเป็นการทำสมถะ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน ตัดสังขารเป็นการทำสมถะ _หนึ่งเสรี .... การปฏิบัติ. ยกตัวอย่างเริ่มที่ตาเห็น รูป เวทนา สัญญา. จบตรงสัญญา. จิตเราไม่สังขาร. ต่อ. คือไม่ปรุ่งแต่ง ว่าสุข ทุกข์. ปฏิบัติแบบนี้. ถูกต้องไหมครับ ตอบ...ปฏิบัติแบบสมถะ แต่ถ้าวิปัสสนาไม่ถูก วิปัสสนาไม่ใช่แค่ตัดสังขารแล้วไม่ต่อ แต่เรียนรู้เหตุปัจจัยทั้งหมด เวทนา สัญญา สังขาร แล้ว สัญญาทำงานแยกสังขาร แยกเวทนา ในสังขารคือการปรุงแต่งทั้งหมด มาเป็นรส คือเวทนา 2 ถ้ายังมีเหตุ เวทนาคือกรรมฐาน ต้องเรียนรู้แล้วทำให้สมบูรณ์ทั้ง เวทนา 108 ทำได้สมบูรณ์ก็จะบรรลุ เวทนาเทียมดับหมด เหลือเวทนาแท้ จนยังยืนถาวรไม่เปลี่ยนแปลง อดีต ปัจจุบัน อนาคต “นิจจัง-ธุวัง-สัสสตัง-อวิปริณามธัมมัง-อสังหิรัง-อสังกุปปัง”หรือ อวิชชาตัวที่ 7 ทำให้เกิดนิโรธได้ และทำทุกข์ทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต เป็น 0 จนกระทั่งอดีตกับปัจจุบัน แข็งแรงมั่นใจ จนมันจะมีอีกกี่ปัจจุบัน อดีตก็เป็นตัว constant ปัจจุบันเป็น kinetic มี Coefficient ทำให้0 ได้ตลอดกาลนาน อย่างมั่นใจอย่างรู้ของจริง ผู้นั้นก็สมบูรณ์ถือว่าสูงสุด พวกเราที่มีสภาพจริง เช่นกิเลสอบายของแต่ละคน จนเดี๋ยวนี้อยู่กับมันได้สบาย เท่ากับพระพุทธเจ้าว่า มีความสามารถมาก สามารถยื่นมือ ไปลูบพระอาทิตย์พระจันทร์ด้วยฝ่ามือ อาตมาแปลว่า ลูบหัวล้านยักษ์มารได้สบาย ท่านบอกว่าเหมือนมือไปลูบคลำ พระอาทิตย์พระจันทร์ ซึ่งมันร้อนแรงมาก นี่คือ อนุสาสนีปาฏิหาริย์ของพระพุทธเจ้า พูดเป็นภาษาธรรมไม่ใช่ภาษาคน เรียนรู้วิญญาณที่แจกเป็นเจตสิกทำให้สมบูรณ์ได้ วิญญาณเป็นสภาพองค์รวมของเจตสิกต่างๆ เวทนา สัญญา สังขาร เหมือนกระทรวง ส่งไปที่อธิบดีคือวิญญาณ 600628_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญญาพาพ้นวิตักกะ