สมาหิโต คือสมาธิของพระพุทธเจ้า.docx
เนื้อหาในไฟล์
สมาหิโต คือสมาธิของพระพุทธเจ้า _พ่อครูว่า... จิตที่เป็นสมาธิของพระพุทธเจ้า ท่านจึงตั้งคำศัพท์แยกเลยว่า ไม่ใช่เจโตสมาธิ ไม่ใช่สมาธิแบบเจโตจิตทั่วไป ที่เขาเรียนกันที่มีศัพท์เรียกเฉพาะว่า เจโตสมาธิ ไม่ใช่ แต่ของพระพุทธเจ้านั้นเรียกว่า สมาหิตะหรือสมาหิโต อาตมาก็ยังไม่เคยเห็นใครเอามาขยายความอย่างที่อาตมาขยายความนี้ สมาหิโต อยู่ในเจโตปริยญาณ 16 เป็นเจโตปริยญาณ คู่รองสุดท้าย 16 นั้นเป็น 8 คู่ 1. สราคจิต (จิตมีราคะ) 2. วีตราคจิต (จิตไม่มีราคะ) 3. สโทสจิต (จิตมีโทสะ) 4. วีตโทสจิต (จิตไม่มีโทสะ) 5. สโมหจิต (จิตมีโมหะ) 6. วีตโมหจิต (จิตไม่มีโมหะ) เพราะฉะนั้นผู้ใดที่ยังเข้าใจไม่ละเอียดพอว่า สมาหิโตหรือสมาธิของพระพุทธเจ้านั้นคุณจะต้องมีความชัดเจน มีหลักฐานยืนยันว่าคุณได้ปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ กระบวนการของเจโตปริยญาณ 16 ปฏิบัติกับราคะโทสะโมหะ รู้จักกิเลสแต่ละตัวนี้ กระทำกับแต่ละตัวจน วีตะราคะ วีตโทสะ วีตะโมหะ คุณจะทำให้บรรลุทีเดียวหมดเลยไม่ได้หรอก ต้องทำไปตามลำดับ ซึ่งจะมีขั้นต่อไปคือ 7. สังขิตฺตํจิตตํ. (จิตเกร็ง-จับตัวแน่น หด คุมเคร่งอยู่) . 8. วิกขิตฺตํจิตตํ . (จิตกระจาย-ดิ้นไป ฟุ้ง จับไม่ติด) ก็เป็น 2 สาย สายแน่นกับสายฟุ้ง วิกขิตฺตํจิตตํ คือ พวกอุทธัจจะ ฟุ้งซ่านกระจายไป ถ้า สังขิตฺตํจิตตํ ก็เป็นก้อน แท่ง แน่นๆ นิ่งๆ เกาะตัวแน่ขึ้นมา แต่นี่เป็นสภาพของจิตที่เจริญขึ้นๆ จากขั้นต้น มาได้ระดับหนึ่ง ระดับนี้มันก็ดีขึ้นกว่า ราคะ โทสะ โมหะ เคยมีเต็มที่ เราก็ได้แล้ว แต่มันยังไม่เก่งมันยังมีลักษณะ 2 กระจายอยู่ แน่นเกิน กระจายมากเกิน แน่นเกิน ยังไม่ลงตัวยังไม่ได้สัดส่วนที่สวยงาม ก็ทำให้ดี ทำให้เจริญกว่านั้น สังขิตฺตํจิตตํ ก็ทำให้มันดีขึ้น ให้มันคลายขึ้น วิกขิตฺตํจิตตํ รวมลงมา ที่มันไม่ด
อ่านต่อ
ีนั้นทำให้มันดีได้ทั้ง 2 มุม ถ้าทำได้ดีก็เป็น 9. มหัคคตจิต (จิตเจริญยิ่งใหญ่ขึ้น) ยังทำไม่ได้ก็เป็น 10. อมหัคคตจิต (จิตไม่เจริญขึ้น) เป็นคู่ที่ 5 คุณก็ต้องทำให้เป็น มหัคคตะให้ได้ มหะคือมาก อัคคะก็ยิ่งใหญ่ คุณทำได้ก็ไป มหัคตะ แล้วก็ทำให้มันดียิ่งขึ้นกว่านั้นอีกมากยิ่งขึ้นกว่านั้นอีก ประเสริฐเลิศเลอกว่านั้นอีกขึ้นมา ทำให้ได้ คุณทำได้ขึ้นมาอีก ก็เรียกว่า 11. สอุตตรจิต (จิตมีดีแต่ยังมีดียิ่งกว่านี้-ยังไม่จบ) เราจะรู้เองเราจะมีปฏิภาณรู้เองว่ามันดีนะแต่มันยังไม่จบ มันจะรู้ด้วยไหวพริบ ผู้ที่มีปฏิภาณปัญญาจะรู้จักสัจธรรมพวกนี้ ถ้ากิเลสออกได้ มันเป็นปัญญาจริงๆ มันเฉลียวฉลาดจริงๆ ที่รู้จักปรมัตถ์ รู้จักจิต เจตสิก รูปนิพพาน มันเป็นสัจธรรมที่เป็นโลกุตระแท้จริงๆเลย เพราะฉะนั้นคุณจะต้องมาทำให้ เป็น 12. อนุตตรจิต (จิตไม่มีจิตอื่นสูงยิ่งกว่า) จิตที่ดีกว่านี้ไม่มีอีก จนกระทั่งคุณทำไป ตัดสินได้ ว่า ดีจริงๆ ดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว กระนั้นก็ดี ท่านก็ยังให้ตรวจอีกในลักษณะ 2 คือสมาธิกับปัญญา สมาธิคือ สมาหิโต ปัญญาคือ วิมุติญาณทัสนะ 13. สมาหิตจิต (จิตตั้งมั่นเป็นประโยชน์ดีแล้ว) 14. อสมาหิตจิต (จิตยังไม่ตั้งมั่นไม่เป็นประโยชน์) 15. วิมุตตจิต (จิตหลุดพ้น) . . . 16. อวิมุตตจิต (จิตยังไม่หลุดพ้นสิ้นเกลี้ยง) . (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 135) สมาหิโตคือ สมาธิที่เกิดจากจิตได้ปฏิบัติลดละกิเลสแบบเจโตปริยญาณ ไม่ใช่ไปนั่งหลับตาเอาเจโตปริยญาณไปยืนยันกับพวกสายหลับตา ซึ่งเขาไม่มีเลย ไม่รู้เรื่องเลยไม่ได้แยกไม่ได้วิจัยวิจารณ์อะไรพวกนี้เลย มีแต่ ดับๆๆ เพ่งๆๆ กดๆๆ หยุดๆๆเลิก หยุด ซึ่งมันง่ายๆอย่างนั้นมันตื้นๆ ซื่อๆ ระนาบเดียว แต่นี่ของพระพุทธเจ้าสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนเยอะมากมาย คัมภีราวภาโส หรือ ปฏินิสสัคคะหรือ ปฏินิสรณะ , นิสสัคคะ ไม่มีสวรรค์ หรือนิสรณะคือ ไม่ต้องมีที่พึ่งอีกเลย แต่เขาไปแปลว่า สรณะเป็นที่พึ่ง สรุปแล้ว ทำวิธีปฏิบัติของพระพุทธเจ้านี้ให้เกิดฌาน ก่อนเกิดสมาธิ สมาธิต้องเป็น สมาหิโตด้วยนะ 650729 สภาวะ ฌาน สมาธิ ของพระอรหันต์เป็นเช่นไร พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ