ฌานเผากิเลสได้อุเบกขา 5 ตกผลึกเป็นสมาธิ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ฌานเผากิเลสได้อุเบกขา 5 ตกผลึกเป็นสมาธิ _พ่อครูว่า... ผู้ที่จะรู้จักฌานจะทำฌานได้ นัยยะของฌานกับสมาธิต่างกัน ฌาน เป็นทั้งบทบาทของการประพฤติปฏิบัติในภาคมรรคและเป็นทั้งภาคผล ฌาน เมื่อปฏิบัติเผากิเลส เผาไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโมหะ จนสลายลงไปได้ จิตสะอาดขึ้นจากกิเลส จนกระทั่งสิ้นอาสวะ คำว่าสมาธิเป็นคำที่ใช้ทั่วไป แปลว่าจิต ตั้งมั่น ฌานยังไม่ใช่จิตที่จะมาตั้งมั่นอยู่เฉยๆ ฌานเป็นอาการเคลื่อนไหว สมาธิหรือจิตตั้งมั่นเป็นอาการตั้งอยู่เป็น Static ฌาน เป็น Dynamic เพราะฉะนั้นการได้สมาธิ สายหลับตา เดียรถีย์ ที่ไม่ใช่พุทธก็จะไปทำฌานกับสมาธิเป็นอย่างนั้นคือ ฌาน คือพยายามเพ่งให้จิตหยุดให้จิตนิ่ง ให้จิตตั้งอยู่เฉยๆ แล้วให้อยู่เฉยๆอย่างแข็งแรงมั่นคงตั้งมั่น นี่คือฌานของ เดียรถีย์ ทั่วไป แต่ฌานพุทธไม่ใช่ ฌานพุทธยิ่งพัฒนายิ่งปฏิบัติด้วยไตรสิกขา ด้วยจรณะ 15 วิชชา 8 ปฏิบัติลืมตาปฏิบัติอยู่ในชีวิตสามัญ ทำอาชีพอยู่ก็ปฏิบัติ ฌาน เกิดสมาธิ ทำการงานต่างๆก็ปฏิบัติให้เกิดฌานเกิดสมาธิ พูดอยู่ก็ทำให้เกิดฌานเกิดสมาธิ คิดก็ไม่ต้องหยุดคิด แต่คิดให้เกิดฌานเกิดสมาธิ ซี่งต่างกัน อันหนึ่งมีอย่างเดียวคือทำให้หยุดๆนิ่งๆแล้วตั้งมั่น แต่อีกอันหนึ่งทำให้กิเลสออกๆๆๆ จิตก็ยิ่ง ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา ปริสุทธาคือจิตจะสะอาดบริสุทธิ์จากกิเลส บริสุทธิ์สะอาดจากกิเลสนี่แหละคือ สะอาดจากกิเลสขั้นอาสวะด้วย สะอาดจาก กิเลสาสวะ จิตบริสุทธิ์จากอาสวะ ปริโยทาตา ยิ่งบริสุทธิ์ตั้งมั่นสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ตั้งมั่นยิ่งขึ้นสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น แต่ไม่ใช่หยุดอีก ยิ่งคล่องแคล่วขึ้นเป็นมุทุธาตุ มุทุภูเต คล่องแคล่วว่องไวปราดเปรียว เป็น กายปาคุญญตา จิตปาคุญญตา พร้อมกันเลยทั้งภายนอกภายในคล่องแคล่ว ซึ่งมันตรงกันข้ามกั
อ่านต่อ
นกับทาง เดียรถีย์ ทางโลกียะเขาไปหมด นอกจากจะ มุทุภูตธาตุ ทั้งแน่นก็อยู่ในนี้ ทั้งคล่องแคล่วแววไว ปราดเปรียวยิ่งขึ้นๆก็อยู่ในนี้ เป็น 2 สภาพที่เป็นสภาวะจิตทั้ง เจโตและปัญญา เจริญขึ้นไปควบแน่นอยู่ในจิตหนึ่งเดียว เพราะฉะนั้น จิตนี้จึง กัมมัญญา มาทำงานอะไรก็คล่องแคล่วว่องไวปราดเปรียวเรียบร้อย ได้สมเหมาะสมควร สมดุล ดีทุกประการเพราะมีทั้งการประมาณได้เหมาะเจาะดีที่สุด ปโหติ ทำการงานก็เก่งมีสมรรถนะสูงสุดไปด้วย ทำเท่าไหร่เท่าไหร่ จิตก็ยิ่งสะอาดบริสุทธิ์เรียกว่า จิตประภัสสร คุณจะทำอะไร อย่างไรก็สะอาดยิ่งกว่าเดิมขึ้นด้วย ยิ่งใสๆๆ ประภัสสร แต่ไม่ใช่ใสอย่างพวกธรรมกาย ก็จะไม่พูดถึงเขา คนจะแย่เต็มที่อย่างธรรมกายก็ยากแล้ว ก็จะมีคนจํานวนหนึ่งงมงายอยู่ตรงนั้นต่อไป ซึ่งก็มีแน่นอนเขาต้องมีบริวาร พระเทวทัตก็ยังต้องมีบริวาร ก็ไม่เป็นปัญหาหรอก คนในโลกนี้ก็ต้องมีจำนวนหนึ่งที่เป็นอย่างนั้นมันจะเป็นสภาพ 2 อยู่เสมอ มีทั้งบวกและลบ มีผิดมีถูกเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้น ฌานกับสมาธิ มันเป็นสภาพที่มีนัยยะสำคัญที่ต่างกันอยู่ที่ว่า ฌานนั้นเผากิเลส เผาออกให้จิตสะอาด ตกผลึกเป็นสมาธิ 650729 สภาวะ ฌาน สมาธิ ของพระอรหันต์เป็นเช่นไร พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ