6.610424.บทที่4_แพรลายไม้.pdf
เนื้อหาในไฟล์
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้สร้างโปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรม และให้กลุ่มตัวอย่าง จ านวน 30 คน ฝึกโปรแกรมการออกก าลังกายตามหลักการแพทย์วิถีธรรมเป็นเวลา 8 สัปดาห์ โดยท าการทดสอบสุขสมรรถนะ 5 ด้าน ได้แก่ สัดส่วนของร่างกาย (Body Composition) ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscle Strength) ความอดทนของกล้ามเนื้อ (Muscle Endurance) ความอ่อนตัว (Flexibility) และความอดทนของระบบหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Endurance) ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 โดยน าผลที่ได้มาวิเคราะห์ทางสถิติ ดังนี้ สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล X แทน ค่าเฉลี่ย S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน * แทน ความแตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 F แทน ค่าทดสอบสถิติแบบ F n แทน จ านวนของกลุ่มตัวอย่าง df แทน ระดับของความเป็นอิสระ (Degree of Freedom ) Sig. แทน โอกาสของความน่าจะเป็น (Probability) MS แทน ค่าเฉลี่ยของค่าเบี่ยงเบนก าลังสอง (Mean Squares) SS แทน ผลรวมก าลังสองของค่าเบี่ยงเบน (Sum of Squares) ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ส่วนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของประชาชนวัยท างาน ผู้ที่ผ่านค่ายศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ 1 อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ตารางที่ 2 ความถี่และร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จ าแนกตามเพศ (n = 30) เพศ จ านวน ร้อยละ หญิง 21 70.00 ชาย 9 30.00 รวม 30 100.00 จากตารางที่ 2 พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 70.00 และเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 30.00 77 ตารางที่ 3 ความถี่และร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จ าแนกตามอายุ (n = 30) อายุ จ านวน ร้อยละ ต่ ากว่า 25 ปี 1 3.33 25-29 ปี 1 3.33 30-3
อ่านต่อ
4 ปี 2 6.67 35-39 ปี 1 3.33 40-44 ปี 8 26.67 45-49 ปี 8 26.67 50-54 ปี 4 13.33 55-59 ปี 5 16.67 รวม 30 100.00 อายุต่ าสุด = 24 ปี อายุสูงสุด = 58 ปี อายุเฉลี่ย 45.33±8.60 ปี จากตารางที่ 3 พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีอายุ 40-44 ปี คิดเป็นร้อยละ 26.67 และ มีอายุ 45-49 ปี คิดเป็นร้อยละ 26.67 รองลงมาคือ มีอายุ 55-59 ปี น้อยที่สุดคือ มีอายุ ต่ ากว่า 25 ปี คิดเป็นร้อยละ 3.33 มีอายุ 25-29 ปี คิดเป็นร้อยละ 3.33 และมีอายุ 35-39 ปี คิดเป็นร้อยละ 3.33 อายุต่ าสุดคือ 24 ปี และมากที่สุดคือ 58 ปี อายุเฉลี่ย 45.33 ปี ตารางที่ 4 ความถี่และร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจ าแนกตามสถานภาพ (n = 30) สถานภาพ จ านวน ร้อยละ โสด 14 46.67 สมรส 7 23.33 หม้าย/หย่า/แยกกันอยู่ 9 30.00 รวม 30 100.00 จากตารางที่ 4 พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีสถานภาพโสด คิดเป็นร้อยละ 46.67 รองลงมาคือ มีสถานภาพ หม้าย/หย่า และแยกกันอยู่ คิดเป็นร้อยละ 30.00 และน้อยที่สุดคือ มีสถานภาพสมรส คิดเป็นร้อยละ 23.33 ตารางที่ 5 ความถี่และร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจ าแนกตามระดับการศึกษา (n = 30) ระดับการศึกษา จ านวน ร้อยละ ต่ ากว่าปริญญาตรี 9 30.00 ปริญญาตรี 18 60.00 สูงกว่าปริญญาตรี 3 10.00 รวม 30 100.00 78 จากตารางที่ 5 พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีระดับการศึกษา ระดับปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 60.00 รองลงมาคือ มีระดับการศึกษา ระดับต่ ากว่าปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 30.00 และน้อยที่สุดคือ มีระดับการศึกษา ระดับสูงกว่าปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 10.00 ตารางที่ 6 ความถี่และร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจ าแนกตามรายได้ต่อเดือน (n = 30) รายได้ต่อเดือน (บาท) จ านวน ร้อยละ ต่ ากว่า 5,000 บาท 15 50.00 5,001-10,000 บาท 0 0.00 10,001-15,000 บาท 12 40.00 15,000-20,000 บาท 3 10.00 รวม 30 100.00 จากตารางที่ 6 พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีรายได้ต่อเดือน ต่ ากว่า 5,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 50.00 รองลงมาคือ มีรายได้ต่อเดือน 10,001-15,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 40.00 และน้อยที่สุดคือ มีรายได้ต่อเดือน 15,000-20,000 คิดเป็นร้อยละ 10.00 ตารางที่ 7 ความถี่ และร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจ าแนกตามอาชีพ (n = 30) อาชีพ จ านวน ร้อยละ ธุรกิจส่วนตัว 4 13.33 ข้าราชการ 3 10.00 พนักงานบริษัทเอกชน 9 30.00 เกษตรกร 7 23.33 แม่บ้าน 5 16.67 รับจ้าง 2 6.67 รวม 30 100.00 จากตารางที่ 7 พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีอาชีพ พนักงานบริษัทเอกชน คิดเป็นร้อยละ 30.00 รองลงมาคือ มีอาชีพ เกษตรกร คิดเป็นร้อยละ 23.33 น้อยที่สุดคือ มีอาชีพรับจ้าง คิดเป็น ร้อยละ 6.67 79 ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติของสุขสมรรถนะของกลุ่มตัวอย่าง ตารางที่ 8 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอายุ น้ าหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย ความดันโลหิตซิสโตลิก ความดันโลหิตไดแอสโตลิก และอัตราการเต้นของหัวใจ ของกลุ่มตัวอย่าง (n = 30) กลุ่มตัวอย่าง X S.D. อายุ (ปี) 45.33 8.60 น้ าหนัก (กก.) 56.81 14.36 ส่วนสูง (ซม.) 159.90 0.08 ดัชนีมวลกาย (กก./ม²) 22.18 5.30 ความดันโลหิตซิสโตลิก (มม.ปรอท) 113.77 13.93 ความดันโลหิตไดแอสโตลิก (มม.ปรอท) 69.30 10.99 อัตราการเต้นของหัวใจ (ครั้ง/นาที) 73.52 10.48 จากตารางที่ 8 พบว่า ประชาชนวัยท างาน มีค่าเฉลี่ยของอายุ (X = 45.33) น้ าหนัก (X = 56.81) ส่วนสูง (X= 159.90) ดัชนีมวลกาย (X = 22.18) ความดันโลหิตซิสโตลิก (X = 113.77) ความดันโลหิตไดแอสโตลิก (X = 69.30) และอัตราการเต้นของหัวใจ (X = 73.52) ตารางที่ 9 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของสุขสมรรถนะ 5 ด้าน ของกลุ่มตัวอย่าง (n = 30) สุขสมรรถนะ ก่อนการฝึก หลังการฝึก สัปดาห์ที่ 4 หลังการฝึก สัปดาห์ที่ 8 X S.D. X S.D. X S.D 1. สัดส่วนของร่างกาย (เปอร์เซ็นต์) 17.74 7.78 15.93 7.69 14.95 6.33 2.ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (กก.) 0.50 0.14 0.54 0.15 0.57 0.15 3.ความอดทนของกล้ามเนื้อ (ครั้ง/นาที) 25.83 6.54 29.60 6.59 32.63 6.25 4.ความอ่อนตัว (ซม.) 11.58 8.89 15.42 7.60 18.13 6.94 5.ความอดทนของระบบหัวใจ และหลอดเลือด (ครั้ง/นาที) 101.80 19.28 92.10 15.34 88.40 13.71 จากตารางที่ 9 พบว่า ประชาชนวัยท างานมีค่าเฉลี่ยของสัดส่วนของร่างกาย ก่อนการฝึก (X= 17.74) หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 (X = 15.93) และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 (X = 14.95) ค่าเฉลี่ยของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ก่อนการฝึก (X = 0.50) หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 (X = 0.54) และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 (X = 0.57) 80 ค่าเฉลี่ยของความอดทนของกล้ามเนื้อ ก่อนการฝึก (X = 25.83) หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 (X = 29.60) และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 (X = 32.63) ค่าเฉลี่ยของความอ่อนตัว ก่อนการฝึก (X = 11.58) หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 (X = 15.42) และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 (X = 18.13) ค่าเฉลี่ยความอดทนของระบบหัวใจและหลอดเลือด ก่อนการฝึก (X = 101.80) หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 (X = 92.10) และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 (X = 88.40) ตารางที่ 10 การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ าชนิดมิติเดียวของสุขสมรรถนะด้านสัดส่วน ของร่างกายก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 ของกลุ่มตัวอย่าง (n = 30) สุขสมรรถนะ แหล่งความแปรปรวน SS Df MS F Sig. สัดส่วนของร่างกาย (เปอร์เซ็นต์) ภายในกลุ่ม 4238.778 29 146.165 ระหว่างการฝึก 120.552 2 60.276 8.888 .000* ปฏิสัมพันธ์ภายในกลุ่ม 393.326 58 6.781 *อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ < .05 จากตารางที่ 10 พบว่า ประชาชนวัยท างาน มีค่าเฉลี่ยของสัดส่วนของร่างกายก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 แตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ดังนั้น แสดงให้เห็นว่ามีค่าอย่างน้อยหนึ่งคู่แตกต่างกัน จึงเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ได้จากตารางที่ 11 ตารางที่ 11 การทดสอบความแตกต่างรายคู่ของค่าเฉลี่ยสัดส่วนของร่างกาย ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 ช่วงการฝึก ก่อนการฝึก หลังการฝึก สัปดาห์ที่ 4 หลังการฝึก สัปดาห์ที่ 8 สัดส่วนของร่างกาย (เปอร์เซ็นต์) X 17.74 15.93 14.95 ก่อนการฝึก 17.74 - 1.816* 2.793* หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 15.93 - - 0.978* หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 14.95 - - - *อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ < .05 81 จากตารางที่ 11 พบว่า ประชาชนวัยท างาน มีค่าเฉลี่ยของสัดส่วนของร่างกาย ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 แตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีแนวโน้มว่า ก่อนการฝึกค่าเฉลี่ยของสัดส่วนของร่างกายสูงที่สุด รองลงมาคือ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 ตามล าดับ ตารางที่ 12 การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ าชนิดมิติเดียวของสุขสมรรถนะ ด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 ของกลุ่มตัวอย่าง (n = 30) สุขสมรรถนะ แหล่งความแปรปรวน SS Df MS F Sig. ความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อ (กก.) ภายในกลุ่ม 1.785 29 0.062 ระหว่างการฝึก 0.061 2 0.030 46.189 .000* ปฏิสัมพันธ์ภายในกลุ่ม 0.038 58 0.001 *อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ < .05 จากตารางที่ 12 พบว่า ประชาชนวัยท างาน มีค่าเฉลี่ยของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ของกลุ่มตัวอย่างก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 แตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ดังนั้น แสดงให้เห็นว่ามีค่าอย่างน้อยหนึ่งคู่แตกต่างกัน จึงเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ได้จากตารางที่ 13 ตารางที่ 13 การทดสอบความแตกต่างรายคู่ของค่าเฉลี่ยความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 ช่วงการฝึก ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 หลังการฝึกสัปดาห์ ที่ 8 ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (ครั้ง/นาที) X 0.50 0.54 0.57 ก่อนการฝึก 0.50 - -.040* -.063* หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 0.54 - - -.023* หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 0.57 - - - *อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ < .05 จากตารางที่ 13 พบว่า ประชาชนวัยท างาน มีค่าเฉลี่ยของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 แตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 มีแนวโน้มว่า หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 ประชาชนวัยท างานมีค่าเฉลี่ยของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ มากที่สุด รองลงมาคือ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และก่อนการฝึก ตามล าดับ 82 ตารางที่ 14 การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ าชนิดมิติเดียวของสุขสมรรถนะด้านความอดทน ของกล้ามเนื้อ ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 ของกลุ่มตัวอย่าง (n = 30) สุขสมรรถนะ แหล่งความแปรปรวน SS Df MS F Sig. ความอดทนของกล้ามเนื้อ (ครั้ง/นาที) ภายในกลุ่ม 1.785 29 0.062 ระหว่างการฝึก 0.061 2 0.030 46.189 .000* ปฏิสัมพันธ์ภายในกลุ่ม 0.038 58 0.001 *อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ < .05 จากตารางที่ 14 พบว่า ประชาชนวัยท างาน มีค่าเฉลี่ยของความอดทนของกล้ามเนื้อ ก่อน การฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 แตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ดังนั้น แสดงให้เห็นว่ามีค่าอย่างน้อยหนึ่งคู่แตกต่างกัน จึงเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ได้จากตารางที่ 15 ตารางที่ 15 การทดสอบความแตกต่างรายคู่ของค่าเฉลี่ยของความอดทนของกล้ามเนื้อ ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 ช่วงการฝึก ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 หลังการฝึกสัปดาห์ ที่ 8 ความอดทนของกล้ามเนื้อ (ครั้ง/นาที) X 25.83 29.60 32.63 ก่อนการฝึก 25.83 - -3.767* -6.800* หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 29.60 - -3.033* หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 32.63 - - - *อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ < .05 จากตารางที่ 15 พบว่า ประชาชนวัยท างาน มีค่าเฉลี่ยของความอดทนของกล้ามเนื้อ ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 แตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีแนวโน้มว่า หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 ค่าเฉลี่ยของความอดทนของกล้ามเนื้อมากที่สุด รองลงมาคือ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และ ก่อนการฝึก ตามล าดับ 83 ตารางที่ 16 การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ าชนิดมิติเดียวของสุขสมรรถนะด้านความอ่อนตัว ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 ของกลุ่มตัวอย่าง (n = 30) สุขสมรรถนะ แหล่งความแปรปรวน SS Df MS F Sig. ความอ่อนตัว (เซนติเมตร) ภายในกลุ่ม 5063.575 29 174.606 ระหว่างการฝึก 651.504 2 325.752 62.799 .000* ปฏิสัมพันธ์ภายในกลุ่ม 300.858 58 5.187 *อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ < .05 จากตารางที่ 16 พบว่า ประชาชนวัยท างาน มีค่าเฉลี่ยของความอ่อนตัว ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 แตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ดังนั้น แสดงให้เห็นว่ามีค่าอย่างน้อยหนึ่งคู่แตกต่างกัน จึงเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ได้จากตารางที่ 17 ตารางที่ 17 การทดสอบความแตกต่างรายคู่ของค่าเฉลี่ยของความอ่อนตัว ก่อนการฝึก หลังการฝึก สัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 ช่วงการฝึก ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 หลังการฝึกสัปดาห์ ที่ 8 ความอ่อนตัว (เซนติเมตร) X 11.58 15.42 18.13 ก่อนการฝึก 11.58 - -3.842* -6.558* หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 15.42 - - -2.717* หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 18.13 - - - *อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ < .05 จากตารางที่ 17 พบว่า ประชาชนวัยท างาน มีค่าเฉลี่ยของความอ่อนตัวก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 แตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีแนวโน้มว่า หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 ค่าเฉลี่ยความอ่อนตัวก่อนการฝึกมากที่สุด รองลงมาคือ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และก่อนการฝึก ตามล าดับ 84 ตารางที่ 18 การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ าชนิดมิติเดียวของสุขสมรรถนะด้านความอดทน ของ ระบบหัวใจและหลอดเลือด ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 ของกลุ่ม ตัวอย่าง (n = 30) สุขสมรรถนะ แหล่งความแปรปรวน SS Df MS F Sig. ความอดทนของระบบหัวใจและหลอดเลือด (ครั้งต่อนาที) ภายในกลุ่ม 18026.100 29 621.590 ระหว่างการฝึก 2873.400 2 1436.700 16.571 .000* ปฏิสัมพันธ์ ภายในกลุ่ม 5028.600 58 86.700 *อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ < .05 จากตารางที่ 18 พบว่า ประชาชนวัยท างาน มีค่าเฉลี่ยของความอดทนของระบบหัวใจและหลอดเลือด ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 แตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ดังนั้น แสดงให้เห็นว่ามีค่าอย่างน้อยหนึ่งคู่แตกต่างกัน จึงเปรียบเทียบความแตกต่างเป็น รายคู่ได้จากตารางที่ 19 ตารางที่ 19 การทดสอบความแตกต่างรายคู่ของค่าเฉลี่ยของความอดทนของระบบหัวใจ และหลอดเลือด ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 ช่วงการฝึก ก่อน การฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ ที่ 4 หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 ความอดทนของระบบหัวใจและหลอดเลือด (ครั้งต่อนาที) X 101.80 92.10 88.40 ก่อนการฝึก 101.80 - 9.700* 13.400* หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 92.10 - - 3.700* หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 88.40 - - - *อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ < .05 จากตารางที่ 19 พบว่า ประชาชนวัยท างาน มีค่าเฉลี่ยของความอดทนของระบบหัวใจและหลอดเลือด ก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 แตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีแนวโน้มว่า หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 ค่าเฉลี่ยความอดทนของระบบหัวใจและหลอดเลือดดีที่สุด รองลงมาคือ หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และ ก่อนการฝึก ตามล าดับ