965531_02 บทที่-1- นิตยาภรณ์ สุระสาย.pdf

โฟลเดอร์Pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์293 KB
วันที่แก้ไข16 มิถุนายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 1 บทน ำ ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญของปัญหำ กำรแพทย์ดั้งเดิมแบบดูแลตนเอง กำรแพทย์พื้นบ้ำน หรือกำรแพทย์ทำงเลือกมีกำรใช้กันอย่ำงแพร่หลำยทั่วโลก และเป็นที่ยอมรับในคุณประโยชน์ด้วยเหตุผลนำนำประกำร ในกำรประชุมนำนำชำติว่ำด้วยกำรแพทย์พื้นบ้ำนของประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (International Conference on Traditional Medicine for South-East Asian Countries) เมื่อเดือนกุมภำพันธ์ พ.ศ. 2556 แพทย์หญิง มำร์กำเร็ต ชำน ผู้อ ำนวยกำรใหญ่องค์กำรอนำมัยโลก กล่ำวว่ำ “กำรดูแลตนเองด้วยกำรแพทย์พื้นบ้ำนและกำรแพทย์ทำงเลือกถือเป็นองค์ประกอบที่ส ำคัญของกำรดูแลสุขภำพ ซึ่งมักจะได้รับกำรประเมินคุณค่ำต่ ำกว่ำควำมเป็นจริง กำรแพทย์พื้นบ้ำนส่วนใหญ่มีค่ำใช้จ่ำยต่ ำซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในสถำนกำรณ์ปัจจุบันที่ค่ำใช้จ่ำยด้ำนสุขภำพพุ่งสูงขึ้น กำรดูแลตนเองแบบแพทย์พื้นบ้ำนยังเป็นแนวทำงที่มีจุดเด่นในกำรรับมือกับกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังซึ่งนับวันจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้ กำรแพทย์พื้นบ้ำนและกำรแพทย์ทำงเลือกจึงได้รับควำมสนใจจำกผู้คนทั่วโลกมำกขึ้นเรื่อย ๆ” (วิชัย โชควิวัฒน์ 2559: 5) สอดคล้องกับข้อมูลขององค์กำรอนำมัยโลกประมำณกำรว่ำร้อยละ 65-80 ของกำรให้บริกำรสุขภำพทั่วโลกเกี่ยวข้องกับกำรใช้กำรดูแลตนเองแบบแพทย์พื้นบ้ำน และเป็นที่ทรำบกันดีว่ำกำรแพทย์พื้นบ้ำนครอบคลุมกำรรักษำ และกำรปฏิบัติที่หลำกหลำย ซึ่งแตกต่ำงกันออกไปในแต่ละวัฒนธรรมและบริบทของแต่ละประเทศ (Pan S-Y, Litscher G, Chan K, et al. 2014) ระบบกำรดูแลสุขภำพของประชำชนไทยในอดีต เมื่อมีควำมเจ็บป่วยเกิดขึ้นได้ใช้วิธีกำรดูแลตนเองแบบพึ่งตนในเบื้องต้นโดยใช้ภูมิปัญญำกำรแพทย์แผนไทย โดยแพทย์แผนไทยเป็นกำรผสมผสำนกันระหว่ำงกำรแพทย์แบบจีน อินเดีย และกำรแพทย์พื้นบ้ำนผนวกเข้ำกั

อ่านต่อ

บควำมคิดและควำมเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธศำสนำในเรื่องของกรรมและผลของกรรม (สุภำพร คชำรัตน์ 2560: 2803) แต่ปัจจุบันประเทศไทยใช้กำรแพทย์แผนตะวันตกเป็นกำรแพทย์กระแสหลัก ท ำให้ศักยภำพในกำรดูแลตนเองของประชำชนลดลง เนื่องจำกกระบวนทัศน์ของกำรแพทย์ตะวันตกให้ควำมส ำคัญกับทฤษฎีเชื้อโรคและกำรรักษำอำกำรป่วยมำกกว่ำกำรดูแลสุขภำพของบุคคลและสังคมแบบองค์รวม 2 (พัชรินทร์ สิรสุนทร 2559: 1) โดยวิธีกำรรักษำของกำรแพทย์แผนตะวันตกเป็นระบบที่เน้นกำรซ่อมแซมหรือลดอำกำรเจ็บป่วยทำงด้ำนกำยภำพและสรีระวิทยำเป็นหลักและท ำลำยเชื้อโรคที่มีผลต่อคน ผลที่ได้จำกกำรรักษำโดยวิธีนี้ จึงเป็นเพียงกำรซ่อมแซม ตัด ลดอำกำรและกดอำกำรแสดงของโรคเท่ำนั้น (สมพร กันทรดุษฎี เตรียมชัยศรี 2557: 9) ดังนั้นแม้ว่ำวิวัฒนำกำรกำรแพทย์แผนตะวันตกจะก้ำวไกลเพียงใด แต่สถำนกำรณ์ปัจจุบันกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังซึ่งสำมำรถป้องกันได้ด้วยกำรดูแลสุขภำพตนเองเป็นปัญหำอันดับหนึ่งของโลกและอันดับหนึ่งในประเทศไทย ทั้งในมิติของจ ำนวนกำรเสียชีวิตและภำระโรคโดยรวม ในช่วงทศวรรษที่ผ่ำนมำกลุ่มโรคไม่ติดต่อได้คร่ำชีวิตประชำกรไทยถึงร้อยละ 75.00 ของกำรเสียชีวิตทั้งหมด หรือ ประมำณ 320,000 คนต่อปี รวมทั้งสถำนกำรณ์ค่ำใช้จ่ำยด้ำนกำรแพทย์และสำธำรณสุขแผนปัจจุบันก็มีอัตรำที่เพิ่มขึ้นอย่ำงต่อเนื่องเช่นกัน (กลุ่มยุทธศำสตร์และแผนงำน ส ำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค 2560: 8) นโยบำยสุขภำพกำรพัฒนำสุขภำพและระบบสุขภำพไม่ใช่เรื่องของระบบกำรแพทย์เพียงอย่ำงเดียว แต่เป็นเรื่องควำมร่วมมือกันของสังคม บุคคลในสังคมจึงจ ำเป็นต้องร่วมสร้ำงค่ำนิยมที่ถูกต้องเกี่ยวกับกำรดูแลตนเองสุขภำพ เพื่อให้บุคคลเกิดสุขภำพแข็งแรง ปรำศจำกโรคภัยไข้เจ็บ และสำมำรถด ำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่ำงปกติสุข (กุนนที พุ่มสงวน 2557: 10) กำรที่ประชำชนจะมีสุขภำพดีถ้วนหน้ำได้นั้น จะต้องมีกลวิธีปฏิบัติเพื่อให้ประชำชนมีส่วนร่วมและมีควำมสำมำรถในกำรดูแลสุขภำพด้วยตัวเอง (เมธี จันทร์จำรุภรณ์ 2559: 9-4) แผนพัฒนำสุขภำพแห่งชำติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560–2564) ด้ำนสุขภำพ ยุทธศำสตร์ที่ 1 คือ เร่งกำรเสริมสร้ำงสุขภำพคนไทยเชิงรุก เพื่อให้บุคคลมีควำมรู้และทัศนคติที่ถูกต้องด้ำนพฤติกรรมสุขภำพ มีกำรเรียนรู้ มีพฤติกรรมเสี่ยงทำงสุขภำพลดลง สำมำรถช่วยเหลือ ดูแลตนเองและ ชุมชน ตลอดจน บุคคล ชุมชน องค์กรภำครัฐ องค์กรภำคประชำชน มีส่วนร่วมในกำรสร้ำงและจัดกำรระบบสุขภำพ (คณะกรรมกำรอ ำนวยกำรจัดท ำแผนพัฒนำสุขภำพแห่งชำติ ฉบับที่ 12 พ.ศ.2560–2564 2559: 1-4) แม้จะปรำกฏว่ำมีกำรส่งเสริมกำรดูแลตนเองในเชิงนโยบำยแต่ในทำงปฏิบัติกำรดูแลสุขภำพที่อ้ำงอิงกำรแพทย์แผนตะวันตกยังต้องพึ่งพำผู้ให้บริกำรเป็นหลัก ขณะที่กำรมีสุขภำพดีเป็นสิทธิขั้นพื้นฐำนของมนุษย์ จะต้องมีกลวิธีปฏิบัติเพื่อให้ประชำชนมีส่วนร่วมและมีควำมสำมำรถในกำรดูแลสุขภำพด้วยตัวเอง (กุนนที พุ่มสงวน 2557: 10) ปัจจุบันมีกลุ่ม “จิตอำสำแพทย์วิถีธรรม” เป็นกลุ่มบุคคลที่เผยแพร่ควำมรู้กำรดูแลสุขภำพแบบพึ่งตนด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมสู่ประชำชน เพื่อส่งเสริมกำรดูแลสุขภำพแบบพึ่งตนเอง เชื่อมั่นตนเอง เคำรพตนเอง และลงมือท ำด้วยตนเอง ซึ่งองค์ควำมรู้กำรแพทย์วิถีธรรมนั้น บูรณำกำร 3 โดย ดร. ใจเพชร กล้ำจน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 จนกระทั่ง ปี พ.ศ. 2555 ได้รับกำรพัฒนำและรับรองเป็นหลักสูตรของกรมพัฒนำแพทย์แผนไทยและกำรแพทย์ทำงเลือกชื่อ “หลักสูตรกำรแพทย์วิถีธรรมเพื่อกำรพึ่งตนตำมแนวเศรษฐกิจพอเพียง” (ส ำนักกำรแพทย์ทำงเลือก 2555: 1) แต่กำรแพทย์วิถีธรรมก็ยังไม่เป็นที่รู้จักและน ำไปใช้มำกนัก จำกกำรศึกษำของ ปทิตตำ จำรุวรรณชัย (2558: 195-197) เรื่องกำรพัฒนำองค์กรแพทย์ทำงเลือกในประเทศไทยอย่ำงยั่งยืน พบว่ำกลุ่มตัวอย่ำงรู้จักและเข้ำถึงวิธีกำรรักษำแพทย์ทำงเลือกวิถีธรรม เพียงร้อยละ 6.30 และมีประสบกำรณ์ในกำรรับบริกำรกำรแพทย์ทำงเลือกวิถีธรรม เพียงร้อยละ 7.40 จำกกำรทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม พบว่ำมีผลดีต่อสุขภำพกำย ลดโรค ลดค่ำใช้จ่ำย เพิ่มควำมสำมำรถในกำรพึ่งตนเอง ดังเช่น ผลกำรศึกษำของใจเพชร กล้ำจน (2553: 94) ตั้งแต่ พ.ศ. 2538 - พ.ศ. 2558 จ ำนวนรวม 63,399 คน จ ำนวนกลุ่มตัวอย่ำง 1,542 กรณีศึกษำ (2,316 โรคหรืออำกำร) ผลพบว่ำมีสุขภำวะที่เปลี่ยนแปลงไปด้ำนร่ำงกำยในทำงที่เป็นประโยชน์ คือ หำยจำกโรคหรืออำกำรแสดง ร้อยละ 30.74 หรือจ ำนวน 712 โรคหรืออำกำรแสดง และมีกำรเปลี่ยนแปลงในทำงที่ดีขึ้นร้อยละ 59.67 กำรใช้องค์ควำมรู้แพทย์วิถีธรรมในกำรดูแลสุขภำพ ท ำให้เกิดกำรเปลี่ยนแปลงภำยในเวลำ 5 วัน ภำวะสุขภำพโดยรวมดีขึ้น น้ ำหนักตัวลดลงร้อยละ 81.13 ซึ่งเป็นผลดีต่อกำรลดโรคเรื้อรังต่ำง ๆ และนิตยำภรณ์ สุระสำย (2558: 132) พบว่ำ ผู้ต้องขังหญิงเรือนจ ำกลำงนครพนมที่ใช้องค์ควำมรู้กำรแพทย์วิถีธรรมในกำรดูแลสุขภำพเป็นเวลำ 7 เดือน มีค่ำเฉลี่ยของระดับดัชนีมวลกำยก่อนและหลังกำรทดลองเท่ำกับ 25.60 และ 23.90 ตำมล ำดับ นอกจำกนั้น ผลกำรประเมินโครงกำรสร้ำงครอบครัวสุขภำพดีวิถีธรรมเพื่อชำวร้อยแก่นสำรสินธุ์ไร้พุงไร้โรค ของเขตสุขภำพที่ 7 (ร้อยแก่นสำรสินธุ์) ในกลุ่มตัวอย่ำง 3,871 คน ผลกำรประเมินสุขภำพหลังกำรเข้ำค่ำยอบรมมีกำรเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ผลกระทบ ด้ำนลดค่ำใช้จ่ำยและกำรพึ่งตนเอง โดยภำพรวมมีกำรเปลี่ยนแปลงมีคะแนนเฉลี่ยในระดับสูง (X= 2.55, S.D.= .68) (สม นำสอ้ำน และคณะ 2562: 1-8) ซึ่งเขตสุขภำพที่ 7 (ร้อยแก่นสำรสินธุ์) เป็นเขตสุขภำพแห่งเดียวที่ก ำหนดนโยบำยพัฒนำนวัตกรรมเพื่อกำรเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม โดยจัดท ำโครงกำรสร้ำงครอบครัวสุขภำพดีวิถีธรรมเพื่อชำวร้อยแก่นสำรสินธุ์ไร้พุงไร้โรค ซึ่งด ำเนินงำนมำในปี 2560-2561 มีผู้ผ่ำนกำรอบรมจ ำนวน 4,000 คน (สม นำสอ้ำน และคณะ 2562: 1-8 ) จำกกำรทบทวนวรรณกรรมแสดงให้เห็นว่ำ นวัตกรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมเป็นเครื่องมือส ำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เพื่อผ่ำทำงตันปัญหำสุขภำพที่จะท ำให้ประชำชนสำมำรถดูแล 4 สุขภำพตนเองได้ และสำมำรถตอบสนองนโยบำยสุขภำพแห่งชำติ จึงจ ำเป็นต้องหำแนวทำงให้กำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมเข้ำสู่ระบบกำรดูแลตนเองในสังคม จำกกำรศึกษำ พบว่ำ ยังไม่มีรำยงำนวิจัยใดศึกษำอย่ำงเป็นระบบในจิตอำสำแพทย์วิถีธรรม ซึ่งเป็นผู้มีประสบกำรณ์ตรงในกำรปฏิบัติร่วมกับน ำกำรแพทย์วิถีธรรมไปใช้ในครอบครัว หรือชุมชนที่ตนอำศัยอยู่ ดังนั้น ผู้วิจัยในฐำนะหัวหน้ำทีมขับเคลื่อนกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม จึงใช้เขตสุขภำพที่ 7 เป็นพื้นที่ศึกษำ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสำนวิธี ศึกษำรูปแบบกำรบูรณำกำรวัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม เพื่อน ำเสนอเป็นทำงเลือกของกำรดูแลสุขภำพตนเองที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต เพื่อสุขภำวะองค์รวมที่ดีขึ้นของประชำชนต่อไป วัตถุประสงค์ของกำรวิจัย 1. เพื่อศึกษำสภำพปัจจุบันของกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม 2. เพื่อพัฒนำรูปแบบกำรบูรณำกำรวัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม 3. เพื่อประเมินรูปแบบกำรบูรณำกำรวัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับ 1. ได้องค์ควำมรู้เกี่ยวกับรูปแบบกำรบูรณำกำรวัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม 2. ได้องค์ควำมรู้ในกำรน ำรูปแบบกำรบูรณำกำรวัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมไปประยุกต์ใช้ในกำรพัฒนำกำรดูแลสุขภำพของประชำชนทั้งในระดับบุคคล ระดับปฏิบัติและระดับนโยบำย 2.1 ระดับบุคคล ได้แนวทำงในกำรบูรณำกำรวัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมตนเอง 2.2 ระดับปฏิบัติ ได้แนวทำงในกำรด ำเนินกำรส่งเสริมกำรบูรณำกำรวัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมส ำหรับประชำชน 2.3 ระดับนโยบำย ได้แนวทำงในกำรก ำหนดนโยบำยแนวทำงด ำเนินกำรส่งเสริมกำรบูรณำกำรวัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมส ำหรับประชำชน 5 ขอบเขตของกำรวิจัย กำรศึกษำรูปแบบกำรบูรณำกำรวัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม ขอบเขตเนื้อหำ งำนวิจัยครั้งนี้ มุ่งศึกษำกำรพัฒนำรูปแบบกำรบูรณำกำรวัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม ประกอบด้วย 1) กำรศึกษำสภำพปัจจุบันของกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์ วิถีธรรม ประกอบด้วย ส ำรวจประสบกำรณ์ในกำรใช้ยำ 9 เม็ดของกำรแพทย์วิถีธรรมจำกผู้ผ่ำนกำรอบรมกำรแพทย์วิถีธรรม ศึกษำข้อมูลเชิงลึก 7 ประเด็น ได้แก่ แรงจูงใจในกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม กำรศึกษำองค์ควำมรู้เรื่องกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม กำรปฏิบัติกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม กำรเป็นแบบอย่ำงที่ดีในกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม กำรแบ่งปันควำมรู้กำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม ผลที่ได้จำกกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม และเงื่อนไขแห่งควำมส ำเร็จในกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมจำกผู้ปฏิบัติดี 2) กำรพัฒนำรูปแบบกำรบูรณำกำรวัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมจำกผู้ทรงคุณวุฒิและทดลองใช้รูปแบบกำรบูรณำกำรวัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมจำกกลุ่มเป้ำหมำย 3) กำรประเมินรูปแบบกำรบูรณำกำรวัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมจำกผู้เชี่ยวชำญ ขอบเขตด้ำนพื้นที่ งำนวิจัยนี้มุ่งศึกษำในพื้นที่เขตสุขภำพที่ 7 (ร้อยแก่นสำรสินธุ์) ของภำคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอบเขตด้ำนประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง 1. ประชำกรที่ใช้ในกำรศึกษำครั้งนี้ ประกอบด้วย ประชำชนอำยุ 20 ปี ขึ้นไปที่อำศัยในเขตสุขภำพที่ 7 (ร้อยแก่นสำรสินธุ์) ประกอบด้วย 4 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหำสำรคำม กำฬสินธุ์ ที่ผ่ำนกำรอบรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม จังหวัดละ 1,000 คน รวมจ ำนวน 4,000 คน (ส ำนักงำนเขตสุขภำพที่ 7 (ร้อยแก่นสำรสินธุ์) 2561: 1) และกลุ่มตัวอย่ำงได้แก่ ตัวแทนประชำชนอำยุ 20 ปี ขึ้นไปที่อำศัยในเขตสุขภำพที่ 7 (ร้อยแก่นสำรสินธุ์) จ ำนวน 351 คน ซึ่งก ำหนดขนำดกลุ่มตัวอย่ำง โดยใช้ตำรำงส ำเร็จรูปของ 6 Krejcie and Morgan (1970: 607-610, อ้ำงถึงในธีรวุฒิ เอกะกุล 2555: 121) ปรับขนำดตัวอย่ำงเป็น 384 คนเพื่อควำมเข้มแข็งของข้อมูล สุ่มกลุ่มตัวอย่ำงโดยกำรสุ่มแบบหลำยขั้นตอน (Multistage Random Sampling) 2. ผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key Informants) ในกำรศึกษำครั้งนี้ ประกอบด้วย 2.1 กำรสนทนำกลุ่ม (Focus Group Discussion) ผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key Informants) ได้มำจำกกำรเลือกแบบเจำะจง จ ำนวน 12 คน โดยมีเกณฑ์คัดเข้ำคือ 1) เป็นจิตอำสำแพทย์วิถีธรรมสังกัดเครือข่ำยภำคตะวันออกเฉียงเหนือ 2) เป็นผู้มีอำยุ 20 ปีขึ้นไป 3) เป็นแบบอย่ำงที่ดีในกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมในวิถีชีวิต 5 ปีขึ้นไป และเกณฑ์คัดออกคือ ไม่สำมำรถร่วมกิจกรรมได้ตลอดโครงกำรวิจัย 2.2 กำรสัมภำษณ์ (In-depth Interview) ผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key Informants) ได้มำจำกกำรเลือกแบบเจำะจง จ ำนวน 16 คน โดยมีเกณฑ์คัดเข้ำคือ 1) เป็นจิตอำสำแพทย์วิถีธรรมสังกัดเครือข่ำยภำคตะวันออกเฉียงเหนือ จ ำนวน 12 คน และ เป็นจิตอำสำแพทย์วิถีธรรมที่เป็นบุคลำกรสำธำรณสุขในเขตสุขภำพที่ 7 จ ำนวน 4 คน 2) เป็นผู้มีอำยุ 20 ปีขึ้นไป 3) เป็นแบบอย่ำงที่ดีในกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมในวิถีชีวิต 5 ปีขึ้นไป เกณฑ์คัดออกคือ ไม่สำมำรถร่วมกิจกรรมได้ตลอดโครงกำรวิจัย กรอบแนวคิดในกำรวิจัย กรอบแนวคิดกำรวิจัยในครั้งนี้ผู้วิจัยได้ประยุกต์ใช้แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับกำรบูรณำกำร วัฒนธรรมสุขภำพ กำรดูแลสุขภำพ สุขภำวะองค์รวม และกำรแพทย์วิถีธรรม ดังแสดงในภำพที่ 1.1 ดังนี้ 7 ภำพที่ 1.1 กรอบแนวคิดในกำรท ำวิจัย แนวคิด กำรบูรณำกำร แนวคิด วัฒนธรรมสุขภำพ แนวคิด กำรดูแลสุขภำพ แนวคิด สุขภำวะ องค์รวม แนวคิด กำรแพทย์ วิถีธรรม สภำพปัจจุบันของกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม กำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม (ยำ 9 เม็ด) กำรสร้ำงและทดลองใช้รูปแบบกำรบูรณำกำรวัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม 1. หลักกำรของรูปแบบ กำรด ำเนินกำรพัฒนำบุคคลให้บูรณำกำรวัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพ ด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมในวิถีชีวิตได้ 2. วัตถุประสงค์ของรูปแบบ เพื่อพัฒนำบุคคลให้สำมำรถบูรณำกำรวัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมในวิถีชีวิตได้ 3. กำรด ำเนินกำรของรูปแบบบูรณำกำรวัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม 4. กำรประเมินผลของรูปแบบ ประเมินระดับควำมรู้กำรดูแลตนแบบวิถีธรรม กำรรับรู้ ควำมสำมำรถตัวเองในกำรดูแลตนแบบวิถีธรรม กำรปฏิบัติดูแลตนแบบวิถีธรรม และ สุขภำวะองค์รวม ได้แก่ สุขภำวะทำงกำย ทำงจิต ทำงสังคม และทำงจิตวิญำณ 5. เงื่อนไขแห่งควำมส ำเร็จของรูปแบบ รูปแบบกำรบูรณำกำรวัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม ประเมินรูปแบบกำรบูรณำกำรวัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม 1. ควำมเหมำะสม 2. ควำมเป็นไปได้ในกำรปฏิบัติ 8 นิยำมศัพท์เฉพำะ รูปแบบกำรบูรณำกำร หมำยถึง กระบวนกำรผสมผสำนเชื่อมโยงองค์ควำมรู้วัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมเข้ำด้วยกันอย่ำงสอดคล้องเป็นระบบ กำรดูแลสุขภำพ หมำยถึง กำรดูแลสุขภำพทั้งในภำวะปกติและภำวะเจ็บป่วย ครอบคลุม 4 ด้ำน ได้แก่ กำรสร้ำงเสริมสุขภำพและกำรป้องกันโรคในภำวะปกติ และกำรบ ำบัดรักษำโรคและกำรฟื้นฟูสมรรถภำพสมรรถภำพในภำวะเจ็บป่วย ทั้งทำงกำยและทำงใจ วัฒนธรรมกำรดูแลสุขภำพ หมำยถึง องค์ควำมรู้กำรดูแลสุขภำพและกำรดูแลผู้ป่วยที่พัฒนำขึ้นเองจำกประสบกำรณ์ หรือรับเข้ำมำแล้วจำกภำยนอก แต่ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับควำมเชื่อ วิถีชีวิต และถ่ำยทอดใช้สืบต่อกันมำจนเป็นที่ยอมรับ ได้แก่ กำรดูแลสุขภำพแบบพื้นบ้ำน อำหำรพื้นบ้ำน ภูมิปัญญำกำรแพทย์พื้นบ้ำน กำรแพทย์แผนไทย และกำรแพทย์ทำงเลือก กำรแพทย์วิถีธรรม หมำยถึง กำรดูแลสุขภำวะทำงกำย ทำงจิต ทำงสังคม ทำงจิตวิญญำณ ด้วยเทคนิคกำรดูแลตนเอง 9 ข้อ (ยำ 9 เม็ด) ดังนี้ 1) กำรรับประทำนสมุนไพรปรับสมดุลร้อนเย็น 2) กำรกัวซำหรือขูดซำหรือขูดพิษหรือขูดลม (กำรขูดระบำยพิษทำงผิวหนัง) 3) กำรสวนล้ำงพิษออกจำกล ำไส้ใหญ่ด้วยสมุนไพรที่ถูกสมดุลร้อนเย็น (ดีทอกซ์) 4) กำรแช่มือแช่เท้ำหรือส่วนที่ไม่สบำยในน้ ำสมุนไพร ตำมภำวะร้อนเย็นของร่ำงกำย 5) กำรพอก ทำ หยอด ประคบ อบ อำบ เช็ด ด้วยสมุนไพร ตำมภำวะร้อนเย็นของร่ำงกำย 6) กำรออกก ำลังกำย กดจุดลมปรำณ โยคะ กำยบริหำร ที่ถูกต้อง 7) กำรรับประทำนอำหำรปรับสมดุล ตำมภำวะร้อนเย็นของร่ำงกำย 8) ใช้ธรรมะ ละบำป บ ำเพ็ญบุญกุศล ท ำจิตใจให้ผ่องใส คบมิตรดีสร้ำงสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดี และ 9) รู้เพียรรู้พักให้พอดี เพื่อให้เกิดสุขภำพที่ดี ยำ 9 เม็ด หมำยถึง เทคนิคกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรม 9 ข้อ ยำเม็ดที่ 1 หมำยถึง เทคนิคกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมข้อที่ 1 กำรรับประทำนสมุนไพรปรับสมดุล ประกอบด้วย สมุนไพรฤทธิ์เย็น ฤทธิ์ร้อน และฤทธิ์เย็นผสมฤทธิ์ร้อน ยำเม็ดที่ 2 หมำยถึง เทคนิคกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมข้อที่ 2 กำรกัวซำหรือกำรขูดระบำยพิษทำงผิวหนังที่ใบหน้ำและศีรษะหรือล ำตัวแขนขำ ยำเม็ดที่ 3 หมำยถึง เทคนิคกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมข้อที่ 3 กำรสวนล้ำงล ำไส้ใหญ่หรือกำรขับถ่ำยอุจจำระ 9 ยำเม็ดที่ 4 หมำยถึง เทคนิคกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมข้อที่ 4 กำรแช่มือแช่เท้ำหรือส่วนที่ไม่สบำยในน้ ำสมุนไพรตำมภำวะร้อนเย็นของร่ำงกำย ยำเม็ดที่ 5 หมำยถึง เทคนิคกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมข้อที่ 5 กำรพอก กำรทำ กำรหยอด กำรประคบ กำรอบ กำรอำบ ด้วยสมุนไพรตำมภำวะร้อนเย็นของร่ำงกำย ยำเม็ดที่ 6 หมำยถึง เทคนิคกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมข้อที่ 6 กำรออกก ำลังกำย ประกอบด้วย กำรกดจุดลมปรำณ โยคะ กำยบริหำรยืดเหยียด กำรเดินเร็ว กำรฝึกลมหำยใจ และอิริยำบถที่ถูกต้อง ยำเม็ดที่ 7 หมำยถึง เทคนิคกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมข้อที่ 7 กำรรับประทำนอำหำรปรับสมดุล ประกอบด้วย กำรรับประทำนอำหำรปรับสมดุลตำมภำวะร้อนเย็นของร่ำงกำย กำรรับประทำนน้ ำผักและผลไม้ปั่น กำรรับประทำนอำหำรตำมล ำดับ กำรรับประทำนอำหำรสุขภำพ กำรรับประทำนอำหำรปรำศจำกเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จำกสัตว์ (มังสวิรัติหรืออำหำรเจ) กำรลดหรือละกำรรับประทำนอำหำรเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จำกสัตว์ ยำเม็ดที่ 8 หมำยถึง เทคนิคกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมข้อที่ 8 กำรใช้ธรรมะ ละบำป บ ำเพ็ญบุญกุศล ท ำจิตใจให้ผ่องใส คบมิตรดีสร้ำงสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดี ประกอบด้วย กำรใช้หลักธรรมะในชีวิตประจ ำวัน กำรใช้เทคนิคท ำใจให้หำยโรคเร็ว กำรสวดมนต์ กำรทบทวนธรรม สมำธิบ ำบัด ละอบำยมุข กำรท ำกิจกรรมกำรงำนด้วยอิทธิบำท 4 กำรคบมิตรดีสร้ำงสังคมดี และกำรประกอบสัมมำอำชีพ ยำเม็ดที่ 9 หมำยถึง เทคนิคกำรดูแลสุขภำพด้วยกำรแพทย์วิถีธรรมข้อที่ 9 กำรรู้เพียรรู้พักให้พอดี ประกอบด้วย กำรรู้เพียรรู้พักให้พอดีหรือกำรท ำงำนเต็มที่และพักผ่อนให้พอดี กำรนอนหลับในช่วงเวลำ 21.00 - 03.00 น. กำรพักผ่อนให้เพียงพอ จิตอำสำแพทย์วิถีธรรม หมำยถึง บุคคลที่ได้เรียนรู้กำรแพทย์วิถีธรรมด้วยกำรอบรมหรือศึกษำตำมสื่อต่ำง ๆ แล้วน ำไปปฏิบัติดูแลสุขภำพตนเอง และรวมกลุ่มกับหมู่มิตรดีในเครือข่ำยภำคตะวันออกเฉียงเหนือจัดกิจกรรมค่ำยสุขภำพแนะน ำช่วยเหลือผู้อื่นให้ดูแลสุขภำพตำมหลักกำรแพทย์วิถีธรรม โดยไม่รับค่ำตอบแทนใด ๆ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน