965537_05 บทที่-4 -นิตยาภรณ์ สุระสาย.pdf

โฟลเดอร์Pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์1.21 MB
วันที่แก้ไข16 มิถุนายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การศึกษารูปแบบการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม ผู้วิจัยได้แบ่งการน าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลเป็น 3 ระยะ ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ ระยะที่ 1 ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันของการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม ระยะที่ 2 ผลการพัฒนารูปแบบการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม ระยะที่ 3 ผลการประเมินผลรูปแบบการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม สัญลักษณ์และอักษรย่อที่ใช้สื่อความหมายในการวิจัย เพื่อความสะดวกในการน าเสนอและแปลความหมายผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยจึงก าหนดสัญลักษณ์และอักษรย่อต่าง ๆ ที่ใช้ในการวิเคราะห์ ดังนี้ n แทน ขนาดกลุ่มตัวอย่าง X แทน ค่าเฉลี่ย S แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Sd แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนผลต่างระหว่างก่อนกับหลังการทดลอง D แทน ค่าเฉลี่ยของผลต่าง t แทน ค่าของตัวสถิติที่มีการแจกแจงแบบ t เพื่อใช้ทดสอบความมีนัยส าคัญ p แทน ค่าความน่าจะเป็นของสถิติที่ค านวณได้ เพื่อใช้ทดสอบความมีนัยส าคัญ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล . ระยะที่ 1 ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันของการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันของการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม มีรายละเอียดดังนี้ 139 1. ผลการส ารวจสภาพปัจจุบันของการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม 2. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันของการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม 3. ผลการสังเคราะห์ข้อมูลสภาพปัจจุบันของการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม 1. ผลการส ารวจสภาพปัจจุบันของการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม โดยสอบถามประชาชนอายุ 20 ปีขึ้นไปในเขตสุขภาพที่ 7 ที่เคยผ่านการอบรมการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม จ านวน 384 คน แบบสอบถามมีทั้งหมด 4 ตอน ประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไปข

อ่านต่อ

องผู้ตอบแบบสอบถาม สภาพปัจจุบันของการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม ด้านการเข้าใจถึงวิธีการใช้การดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรมหรือการใช้ยา 9 เม็ดของการแพทย์วิถีธรรม สภาพปัจจุบันของการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม ด้านประสบการณ์ในการใช้ 1 เดือนที่ผ่านมา และข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ โดยแบ่งผลการวิเคราะห์ข้อมูลเป็น 3 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ดังตารางที่ 4.1 ตารางที่ 4.1 จ านวน ร้อยละของข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จ าแนกตามเพศ อายุ ศาสนา อาชีพ การศึกษาสูงสุด อาชีพ ความพอเพียงของรายได้ โรคหรือปัญหาสุขภาพและยาที่รับประทานเป็นประจ า (n=384) รายการ จ านวน (n) ร้อยละ เพศ ชาย หญิง 69 315 17.97 82.03 รวม 384 100.00 อายุ 21-30 ปี 31-40 ปี 41-50 ปี 51-60 ปี 60 ปี ขึ้นไป 42 52 74 111 105 10.94 13.54 19.27 28.91 27.34 รวม 384 100.00 140 ตารางที่ 4.1 จ านวน ร้อยละของข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จ าแนกตามเพศ อายุ ศาสนา อาชีพ การศึกษาสูงสุด อาชีพ ความพอเพียงของรายได้ โรคหรือปัญหาสุขภาพและยาที่รับประทานเป็นประจ า (n=384) (ต่อ) รายการ จ านวน (n) ร้อยละ ศาสนา พุทธ คริสต์ 383 1 99.74 0.26 รวม 384 100.00 การศึกษาสูงสุด ไม่ได้เรียนหนังสือ ต่ ากว่าปริญญาตรี ปริญญาตรี สูงกว่าปริญญาตรี 4 109 187 84 1.04 28.39 48.70 21.88 รวม 384 100.00 อาชีพ นักศึกษา ข้าราชการ/บ านาญ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว เกษตรกรรม รับจ้าง 28 168 25 58 79 26 7.29 43.75 6.51 15.10 20.57 6.77 รวม 384 100.00 ความพอเพียงของรายได้ ไม่พอใช้ มีหนี้สิน พอใช้ มีหนี้สิน พอใช้ ไม่มีหนี้สิน พอใช้ เหลือเก็บออม 36 188 109 51 9.38 48.96 28.39 13.28 รวม 384 100.00 141 ตารางที่ 4.1 จ านวน ร้อยละของข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จ าแนกตามเพศ อายุ ศาสนา อาชีพ การศึกษาสูงสุด อาชีพ ความพอเพียงของรายได้ โรคหรือปัญหาสุขภาพและยาที่รับประทานเป็นประจ า (n=384) (ต่อ) รายการ จ านวน (n) ร้อยละ โรคหรือปัญหาสุขภาพ ไม่มี มี 196 188 51.04 48.96 รวม 384 100.00 มีโรค (ตอบได้มากกว่า 1 โรค) ความดันโลหิตสูง ภูมิแพ้ โรคไต เบาหวาน โรคกระดูกและข้อเข่าเสื่อม มะเร็ง (มะเร็งเต้านม, ล าไส้ใหญ่, เม็ดเลือดขาว, ปอด) ไขมันในเลือดสูง ระบบทางเดินอาหาร ไทรอยด์ ทารัสซีเมีย ตับอักเสบ ลิ้นหัวใจรั่ว อื่น ๆ 30 23 22 18 14 14 13 13 7 6 6 5 18 15.87 12.17 11.64 9.52 7.41 7.41 6.88 6.88 3.70 3.17 3.17 2.65 9.52 รวม 189 100.00 ยาที่รับประทานเป็นประจ า ไม่มี มี 289 95 75.26 24.74 รวม 384 100.00 142 ตารางที่ 4.1 จ านวน ร้อยละของข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จ าแนกตามเพศ อายุ ศาสนา อาชีพ การศึกษาสูงสุด อาชีพ ความพอเพียงของรายได้ โรคหรือปัญหาสุขภาพและยาที่รับประทานเป็นประจ า (n=384) (ต่อ) รายการ จ านวน (n) ร้อยละ มียาโรคประจ าตัว ยาลดความดันโลหิตสูง ยาภูมิแพ้ ยาเบาหวาน ยาลดไขมัน ยาโรคหัวใจ ยาวิตามิน ยาไทรอยด์ ยาคลายเครียด ยาขยายหลอดเลือด อื่นๆ 23 13 13 9 8 14 8 4 4 17 20.35 11.50 11.50 7.96 7.08 12.39 7.08 3.54 3.54 15.04 รวม 113 100.00 จากตารางที่ 4.1 พบว่า ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 82.03 ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 51-60 ปี คิดเป็นร้อยละ 28.91 รองลงมามีอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 27.34 ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธคิดเป็นร้อยละ 99.74 รองลงมานับถือศาสนาคริสต์ คิดเป็นร้อยละ 0.26 ส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 48.70 รองลงมามีการศึกษาระดับต่ ากว่าปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 28.39 ส่วนใหญ่มีรายได้พอใช้ แต่ยังมีหนี้สิน คิดเป็นร้อยละ 48.96 รองลงมามีรายได้พอใช้ แต่ไม่มีหนี้สิน คิดเป็นร้อยละ 28.39 ส่วนใหญ่ไม่มีโรคประจ าตัว คิดเป็นร้อยละ 51.04 และส่วนใหญ่ไม่มียารับประทานเป็นประจ า คิดเป็นร้อยละ 75.26 โรคหรือปัญหาสุขภาพ พบว่า ส่วนใหญ่ไม่มีโรคประจ าตัว ร้อยละ 51.04 โดยผู้ที่เป็นโรคหรือมีปัญหาสุขภาพส่วนใหญ่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 15.87 รองลงมาเป็นโรคภูมิแพ้ ร้อยละ 11.11 ยาที่รับประทานเป็นประจ า พบว่า ส่วนใหญ่ไม่มียารับประทานเป็นประจ า ร้อยละ 75.26 ซึ่งผู้ที่ได้รับ 143 ประทานยาเป็นประจ าส่วนใหญ่ได้รับยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 20.35 รองลงมาได้รับยารักษาโรคเบาหวานและภูมิแพ้ ร้อยละ 11.50 ส่วนที่ 2 สภาพปัจจุบันการบูรณาการวัฒนธรรมวิธีการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรมด้านการเข้าใจถึงวิธีการใช้ ด้านของประสบการณ์ในการใช้ยา 9 เม็ดของการแพทย์วิถีธรรม ดังตารางที่ 2-3 ตารางที่ 4.2 สภาพปัจจุบันการบูรณาการวัฒนธรรมวิธีการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรมด้านการเข้าใจถึงวิธีการใช้ (n=384) เทคนิค ยา 9 เม็ด วิธีการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่ ใช่ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ ยาเม็ดที่ 1 1. ดื่มน้ าสมุนไพรปรับสมดุลฤทธิ์เย็น เช่น น้ าย่านาง-ใบเตย 72 18.75 312 81.25 2. ดื่มน้ าสมุนไพรปรับสมดุลฤทธิ์ร้อน เช่น น้ าตะไคร้ น้ าขิง 132 34.38 252 65.63 3. ดื่มน้ าสมุนไพรปรับสมดุลฤทธิ์ร้อนผสมฤทธิ์เย็น เช่น น้ าย่านาง-ใบเตยผสมกับน้ าตะไคร้ 19 4.95 365 95.05 รวม 223 19.36 929 80.64 ยาเม็ดที่ 2 1. กัวซาระบายพิษทางผิวหนังทั้งตัว 118 30.73 266 69.27 2. การกัวซาใบหน้า 170 44.27 214 55.73 รวม 288 37.50 480 62.50 ยาเม็ดที่ 3 1. สวนล้างล าไส้ใหญ่ 112 29.17 272 70.83 2. การขับถ่ายอุจจาระ 40 10.42 344 89.58 รวม 152 19.79 616 80.21 144 ตารางที่ 4.2 สภาพปัจจุบันการบูรณาการวัฒนธรรมวิธีการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรมด้านการเข้าใจถึงวิธีการใช้ (n=384) (ต่อ) เทคนิค ยา 9 เม็ด วิธีการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่ ใช่ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ ยาเม็ดที่ 4 1. แช่มือแช่เท้าด้วยน้ าสมุนไพร 106 27.60 278 72.40 2. แช่ส่วนที่ไม่สบายของร่างกาย เช่น แช่สะโพก แช่ตัว เป็นต้น 160 41.67 224 58.33 รวม 266 34.64 502 65.36 ยาเม็ดที่ 5 1. พอกด้วยสมุนไพร 118 30.73 266 69.27 2. ทา ถูด้วยสมุนไพร 94 24.48 290 75.52 3. หยอด ด้วยสมุนไพร 159 41.41 225 58.59 4. ประคบด้วยสมุนไพร 90 23.44 294 76.56 5. อบด้วยสมุนไพร 104 27.08 280 72.92 6. อาบด้วยสมุนไพร 116 30.21 268 69.79 รวม 681 29.56 1,623 70.44 ยาเม็ดที่ 6 1. กดจุดลมปราณ 129 33.59 255 66.41 2. โยคะ 92 23.96 292 76.04 3. กายบริหารยืดเหยียด 99 25.78 285 74.22 4. การเดินเร็ว 55 14.32 329 85.68 5. การฝึกลมหายใจ 67 17.45 317 82.55 6. อิริยาบถที่ถูกต้อง 74 19.27 310 80.73 รวม 516 22.40 1,788 77.60 ยาเม็ดที่ 7 1. การรับประทานอาหารปรับสมดุลตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย 87 22.66 297 77.34 2. การรับประทานน้ าผักและผลไม้ปั่น 37 9.64 347 90.36 3. การรับประทานอาหารตามล าดับ 37 9.64 347 90.36 145 ตารางที่ 4.2 สภาพปัจจุบันการบูรณาการวัฒนธรรมวิธีการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรมด้านการเข้าใจถึงวิธีการใช้ (n=384) (ต่อ) เทคนิค ยา 9 เม็ด วิธีการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่ ใช่ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ 4. การรับประทานอาหารสุขภาพ 44 11.46 340 88.54 5. การรับประทานอาหารปราศจากเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์(มังสวิรัติหรืออาหารเจ) 79 20.57 305 79.43 6. การลดหรือละการรับประทานอาหารเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ 130 33.85 254 66.15 รวม 414 17.97 1,890 82.03 ยาเม็ดที่ 8 1. การใช้หลักธรรมะ ในชีวิตประจ าวัน 30 7.80 354 92.20 2. การใช้เทคนิคท าใจให้หายโรคเร็ว 110 28.65 274 71.35 3. การสวดมนต์ 31 8.07 353 91.93 4. การทบทวนธรรม 74 19.27 310 80.73 5. สมาธิบ าบัด 74 19.27 310 80.73 6. ละอบายมุข เช่น หวย พนัน เป็นต้น 53 13.8 331 86.2 7. การท ากิจกรรมการงานด้วยอิทธิบาท 4 (มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) 33 8.59 351 91.41 8. การคบมิตรดีสร้างสังคมดี 31 8.07 353 91.93 9. การประกอบสัมมาอาชีพ 24 6.25 360 93.75 รวม 460 13.31 2,996 86.69 146 ตารางที่ 4.2 สภาพปัจจุบันการบูรณาการวัฒนธรรมวิธีการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรมด้านการเข้าใจถึงวิธีการใช้ (n=384) (ต่อ) เทคนิค ยา 9 เม็ด วิธีการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่ ใช่ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ ยาเม็ดที่ 9 1. การรู้เพียรรู้พักให้พอดีหรือการท างานเต็มที่และพักผ่อนให้พอดี 57 14.84 327 85.16 2. การนอนหลับในช่วงเวลา 21.00 -03.00 น. 49 12.76 335 87.24 3. การพักผ่อนให้เพียงพอ 18 4.69 366 90.31 รวม 124 10.76 1028 89.24 รวมโดยเฉลี่ย 2.93 19.60 308.75 80.40 จากตารางที่ 4.2 พบว่า สภาพปัจจุบันของการบูรณาการวัฒนธรรมวิธีการดูแลสุขภาพ ด้วยการแพทย์วิถีธรรมด้านความเข้าใจถึงวิธีการใช้ ร้อยละ 80.40 โดยส่วนใหญ่เข้าใจถึงวิธีการใช้ยาเม็ดที่ 9 สูงสุด ร้อยละ 89.24 รองลงมาคือ ยาเม็ดที่ 8 เข้าใจถึงวิธีการใช้ ร้อยละ 86.69 147 ตารางที่ 4.3 สภาพปัจจุบันของการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม ด้านของประสบการณ์ในการใช้ยา 9 เม็ดของการแพทย์วิถีธรรม 1 เดือนที่ผ่านมา (n=384) เทคนิค ยา 9 เม็ด วิธีการดูแลสุขภาพ X S ระดับ ยาเม็ดที่ 1 1. ดื่มน้ าสมุนไพรปรับสมดุลฤทธิ์เย็น เช่น น้ าย่านาง-ใบเตย 3.18 1.38 ปานกลาง 2. ดื่มน้ าสมุนไพรปรับสมดุลฤทธิ์ร้อน เช่น น้ าตะไคร้ น้ าขิง 2.62 1.66 ปานกลาง 3. ดื่มน้ าสมุนไพรปรับสมดุลฤทธิ์ร้อนผสมฤทธิ์เย็น เช่น น้ าย่านาง-ใบเตยผสมกับน้ าตะไคร้ 2.75 1.22 ปานกลาง รวม 2.85 1.42 ปานกลาง ยาเม็ดที่ 2 1. กัวซาระบายพิษทางผิวหนังทั้งตัว 2.45 1.28 ปานกลาง 2. การกัวซาใบหน้า 2.21 1.51 ต่ า รวม 2.33 1.40 ต่ า ยาเม็ดที่ 3 1. สวนล้างล าไส้ใหญ่ 2.49 1.46 ปานกลาง 2. การขับถ่ายอุจจาระ 3.22 1.08 ปานกลาง รวม 2.86 1.27 ปานกลาง ยาเม็ดที่ 4 1. แช่มือแช่เท้าด้วยน้ าสมุนไพร 2.29 1.23 ต่ า 2. แช่ส่วนที่ไม่สบายของร่างกาย เช่น แช่สะโพก แช่ตัว เป็นต้น 2.30 1.55 ปานกลาง รวม 2.30 1.39 ต่ า 148 ตารางที่ 4.3 สภาพปัจจุบันของการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม ด้านของประสบการณ์ในการใช้ยา 9 เม็ดของการแพทย์วิถีธรรม 1 เดือนที่ผ่านมา (n=384) (ต่อ) เทคนิค ยา 9 เม็ด วิธีการดูแลสุขภาพ X S ระดับ ยาเม็ดที่ 5 1. พอกด้วยสมุนไพร 2.28 1.25 ต่ า 2. ทา ถูด้วยสมุนไพร 2.63 1.37 ปานกลาง 3. หยอด ด้วยสมุนไพร 2.39 1.45 ปานกลาง 4. ประคบด้วยสมุนไพร 2.23 1.16 ต่ า 5. อบด้วยสมุนไพร 2.14 1.19 ต่ า 6. อาบด้วยสมุนไพร 2.08 1.21 ต่ า รวม 2.29 1.27 ต่ า ยาเม็ดที่ 6 1. กดจุดลมปราณ 2.29 1.27 ต่ า 2. โยคะ 2.66 1.39 ปานกลาง 3. กายบริหารยืดเหยียด 2.58 1.34 ปานกลาง 4. การเดินเร็ว 3.16 1.37 ปานกลาง 5. การฝึกลมหายใจ 3.32 1.35 ปานกลาง 6. อิริยาบถที่ถูกต้อง 3.34 1.27 ปานกลาง รวม 2.89 1.33 ปานกลาง ยาเม็ดที่ 7 1. การรับประทานอาหารปรับสมดุลตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย 3.15 1.51 ปานกลาง 2. การรับประทานน้ าผักและผลไม้ปั่น 3.20 1.34 ปานกลาง 3. การรับประทานอาหารตามล าดับ 3.52 1.23 ปานกลาง 4. การรับประทานอาหารสุขภาพ 3.71 1.29 สูง 5. การรับประทานอาหารปราศจากเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์(มังสวิรัติหรืออาหารเจ) 3.11 1.42 ปานกลาง 149 ตารางที่ 4.3 สภาพปัจจุบันของการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม ด้านของประสบการณ์ในการใช้ยา 9 เม็ดของการแพทย์วิถีธรรม 1 เดือนที่ผ่านมา (n=384) (ต่อ) เทคนิค ยา 9 เม็ด วิธีการดูแลสุขภาพ X S ระดับ 6. การลดหรือละการรับประทานอาหารเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ 2.81 1.22 ปานกลาง รวม 3.25 1.34 ปานกลาง ยาเม็ดที่ 8 1. การใช้หลักธรรมะ ในชีวิตประจ าวัน 3.92 1.27 สูง 2. การใช้เทคนิคท าใจให้หายโรคเร็ว 3.18 1.52 ปานกลาง 3. การสวดมนต์ 3.37 1.33 ปานกลาง 4. การทบทวนธรรม 3.55 1.31 ปานกลาง 5. สมาธิบ าบัด 3.20 1.39 ปานกลาง 6. ละอบายมุข เช่น หวย พนัน เป็นต้น 3.28 1.40 ปานกลาง 7. การท ากิจกรรมการงานด้วยอิทธิบาท 4 (มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) 3.78 1.41 สูง 8. การคบมิตรดีสร้างสังคมดี 3.81 1.15 สูง 9. การประกอบสัมมาอาชีพ 4.31 1.02 สูง รวม 3.60 1.31 ปานกลาง ยาเม็ดที่ 9 1. การรู้เพียรรู้พักให้พอดีหรือการท างานเต็มที่และพักผ่อนให้พอดี 3.64 1.27 ปานกลาง 2. การนอนหลับในช่วงเวลา 21.00 -03.00 น. 4.24 1.00 สูง 3. การพักผ่อนให้เพียงพอ 4.15 1.23 สูง รวม 4.01 1.17 สูง โดยรวม 2.93 1.32 ปานกลาง 150 จากตารางที่ 4.3 พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีสภาพปัจจุบันของการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม ด้านประสบการณ์ในการใช้ 1 เดือนที่ผ่านมา โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (2.93±1.32) ค่าเฉลี่ยสูงสุด คือประสบการณ์ในการใช้ยาเม็ดที่ 9 การรู้เพียรรู้พักให้พอดี (4.01±1.17) อยู่ในระดับสูง รองลงมาอยู่ในระดับปานกลางคือ ยาเม็ดที่ 8 การใช้ธรรมะ ละบาป บ าเพ็ญบุญ เพิ่มพูนใจไร้กังวล คบมิตรดีสหายดี สร้างสังคมสิ่งแวดล้อมดี (3.60±1.31) ยาเม็ดที่ 7 การรับประทานอาหารปรับสมดุล (3.25±1.34) และยาเม็ดที่ 6 การออกก าลังกาย (2.89±1.33) ตามล าดับ ค่าเฉลี่ยต่ าสุด คือยาเม็ดที่ 5 การพอก ทา หยอด ประคบ อบ อาบ เช็ดด้วยสมุนไพรที่ถูกกัน (2.29±1.27) อยู่ในระดับต่ า รองลงมาอยู่ในระดับต่ า คือยาเม็ดที่ 4 การแช่มือแช่เท้าหรือส่วนที่ไม่สบายด้วยน้ าสมุนไพรที่ถูกกัน (2.30±1.39) และยาเม็ดที่ 2 การกัวซา (2.33±1.44) ตามล าดับ 2. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันของการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม ผู้วิจัยได้ท าการศึกษาสภาพปัจจุบันของการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม จากการรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ โดย การสนทนากลุ่มจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม จ านวน 12 คน และการสัมภาษณ์เชิงลึก จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมประจ าศูนย์วิชาการการแพทย์วิถีธรรม จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมเครือข่ายจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมที่เป็นบุคลากรสาธารณสุขในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ านวน 16 คน รวม 28 คน มีผลการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ดังต่อไปนี้ ประเด็นที่ 1 แรงจูงใจในการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ พบว่า สาเหตุที่ท าให้ตระหนักถึงความส าคัญและสนใจการดูแลสุขภาพในวิถีชีวิตอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ 1. มีความเจ็บป่วยของคนในครอบครัว และบุคคลในความรับผิดชอบ คนที่มีสุขภาพแข็งแรงบางคนสนใจดูแลสุขภาพตนเองเพื่อป้องกันความเจ็บป่วย เพื่อให้คงความแข็งแรงไม่เป็นภาระผู้อื่น และบอกว่ายังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ บางคนตระหนักว่าต้องดูแลบุคคลในครอบครัวจึงต้องคงความแข็งแรงไว้ จึงสนใจดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง บางคนศึกษาหาแนวทางดูแลสุขภาพแนวทางใหม่และพิจารณาเลือกมาปฏิบัติดูแลสุขภาพของบุคคลในครอบครัว เช่น พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ฯลฯ บางคนเป็นบุคลากรสาธารณสุขมีหน้าที่ดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบจึงหาแนวทางดูแลสุขภาพเพิ่มเติมจากการแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อน าไปช่วยแนะน าประชาชน 151 สอดคล้องกับผู้ให้สัมภาษณ์คนที่ 11 ที่กล่าวว่า “คนเราควรต้องพึ่งพาตนเองได้ในทุกเรื่องเพื่อจะได้ไม่เป็นภาระใคร โดยเฉพาะปัจจัย 4 ตอนท างานเคยป่วยและเห็นว่าถ้าเราไม่มีประกันจะท าอย่างไร เราท างานหาเงินได้แล้วก็เอาเงินไปให้หมอ ท าไมเราจึงพึ่งตนเองไม่ได้” สอดคล้องกับผู้ให้สัมภาษณ์คนที่ 12 ที่กล่าวว่า “จากการท าหน้าที่การงานในการเป็นพยาบาล ท าให้เห็นสภาพความทุกข์กายและทุกข์ใจของคนไข้ ในมิติของการรักษาที่ท าให้เกิดความทุกข์ทรมานจากผลของการรักษาและภาวะแทรกซ้อนที่ตามมาและที่ส าคัญความทุกข์ใจจากความกลัว กังวล ระแวง หวั่นไหวกับความเจ็บป่วย ท าให้ต้องหันหาแนวทางที่จะน าพาตนเองและผู้อื่นออกจากความทุกข์ เพื่อจะได้มีแรงมีโอกาสได้บ าเพ็ญช่วยเหลือผู้อื่นต่อไปได้นาน ๆ เพื่อพ้นทุกข์จากความเจ็บป่วย” สอดคล้องกับผู้ให้สัมภาษณ์คนที่ 2 ที่กล่าวว่า "คุณย่าป่วยหนัก เราต้องดูแลท่าน ท าให้คนในครอบครัวของเราต้องมาเรียนรู้การดูแลสุขภาพพร้อมไปกับผู้ป่วย เราได้ตระหนักว่า เมื่อบุคคลในครอบครัวป่วย เราจ าเป็นต้องดูแลตนเองให้แข็งแรง เพื่อจะได้ดูแลสมาชิกในครอบครัวของเราได้ และได้น าไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยที่มารับบริการในโรงพยาบาลด้วย" 2. ตนเองมีความเจ็บป่วย จึงแสวงหาแนวทางลดความทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วย เมื่อแก้ไขปัญหาได้ด้วยการดูแลสุขภาพ จึงปฏิบัติดูแลสุขภาพต่อเนื่อง โดยมีความคาดหวังว่าจะไม่เจ็บป่วยอีก ดังตัวอย่าง สอดคล้องกับผู้ให้สัมภาษณ์คนที่ 6 ที่กล่าวว่า “เคยป่วยเป็นโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกเมื่อปี 2557 ไม่ต้องการฉายรังสีเพราะถามแพทย์แล้วได้ค าตอบว่ามีสถิติของคนหายน้อยกว่าคนตาย จึงมองหาการแพทย์ทางเลือก พอดีแม่เป็นพยาบาล รู้จักการแพทย์วิถีธรรมจาการอ่านหนังสือ แนะน าให้มาศึกษาวิธีการในค่ายสุขภาพวิถีธรรม ตอนนี้หายจากโรคมะเร็งแล้ว แต่ปฏิบัติต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรงจะได้ไม่กลับไปเจ็บป่วยอีก” สอดคล้องกับผู้ให้สัมภาษณ์คนที่ 4 ที่กล่าวว่า “การเจ็บป่วยด้วยโรคเนื้องอกที่ต่อมไทรอยด์เส้นเสียงด้านซ้ายไม่ท างาน ท าให้ต้องหาวิธีการดูแลรักษาตัวเองอย่างจริงจัง เมื่อพบทางที่ท าแล้วดีขึ้น จึงท าต่อไป เพราะถ้ายังมีพฤติกรรมเดิม ๆ ก็จะมีความเจ็บป่วยหรือสภาพร่างกายแบบเดิม” 152 ผู้วิจัยสรุปได้ว่า สาเหตุหลักที่ท าให้แสวงหาแนวทางดูแลสุขภาพเกิดจากความเจ็บป่วยของคนในครอบครัว และบุคคลในความรับผิดชอบและความเจ็บป่วยของตนเอง โดยมีความคาดหวังว่าจะช่วยเหลือตนเองไม่ให้เป็นภาระผู้อื่นและช่วยเหลือดูแลผู้อื่นได้ด้วย ประเด็นที่ 2 การศึกษาหาความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ พบว่า มีการค้นคว้าหาความรู้ด้านการดูแลสุขภาพจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ และการพิจารณาเลือกวิธีการดูแลสุขภาพที่ศรัทธามาทดลองปฏิบัติ ดังนี้ 2.1 การค้นคว้าหาความรู้ด้านการดูแลสุขภาพจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ 2.1.1 การค้นคว้าหาความรู้ด้านการดูแลสุขภาพ จากแหล่งความรู้สื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ได้แก่หนังสือ ต ารา วารสารสุขภาพ หนังสือพิมพ์ เอกสารการดูแลสุขภาพ แผ่นพับ สอดคล้องกับผู้ให้สัมภาษณ์คนที่ 13 ที่กล่าวว่า “เริ่มจากการฟัง การอ่านหนังสือ การดูโทรทัศน์ และในที่สุดได้เข้ามาอยู่ในองค์ประกอบของการดูแลสุขภาพด้วยการใช้เทคนิค 9 ข้อของแพทย์วิถีธรรม” 2.1.2 สื่อออนไลน์ เช่น หนังสือต าราสุขภาพต่าง ๆ ทางอินเตอร์เน็ต ยูทูป ทีวี วิทยุ สอดคล้องกับผู้ให้สัมภาษณ์คนที่ 1 ที่กล่าวว่า “ศึกษาจากยูทูป เกี่ยวกับเรื่องของอาหารที่จะน ามาเป็นยารักษาโรคโดยเฉพาะอาหารที่เกี่ยวกับมังสวิรัติและเป็นอาหารเจ และจากท่านอาจารย์หมอเขียวรวมทั้งจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมที่มีประสบการณ์ในการดูแลตัวเอง” 2.1.3 การเข้ารับการอบรมในหลักสูตรการดูแลสุขภาพหลักสูตรต่าง ๆ รวมทั้งเข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม สอดคล้องกับผู้ให้สัมภาษณ์คนที่ 12 ที่กล่าวว่า “อ่านหนังสือ เข้าอบรมในแนวของธรรมชาติบ าบัดตามโอกาสและเข้าค่ายอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม” 2.1.4 การรับข้อมูลจากค าบอกเล่าของคนในครอบครัว ญาติผู้ใหญ่ จากเพื่อน จากผู้แชร์ประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่ได้ผลดี สอดคล้องกับผู้ให้สัมภาษณ์คนที่ 16 ที่กล่าวว่า 153 “รู้จักการแพทย์วิถีธรรมจากการบอกกล่าวของเพื่อนที่ได้รับการช่วยเหลือจากอาจารย์หมอเขียวโดยบังเอิญ พร้อมทั้งได้รับเอกสารการดูแลสุขภาพแนวการแพทย์วิถีธรรม แล้วน ามาทดลองปฏิบัติตาม” 2.2 การตัดสินใจเลือกวิธีการดูแลสุขภาพที่ศรัทธามาปฏิบัติ หลังจากได้รับความรู้การดูแลสุขภาพวิธีการต่าง ๆ ได้มีการพิจารณาคัดเลือกวิธีการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับตนเองมาทดลองปฏิบัติ ดังตัวอย่าง สอดคล้องกับผู้ให้สัมภาษณ์คนที่ 2 ที่กล่าวว่า “พบว่าการดูแลสุขภาพโดยแพทย์วิถีธรรมเป็นวิธีการดูแลสุขภาพที่เกิดผลลัพธ์ที่ดี ท าให้สามารถหยุดกินยาได้และท าให้แข็งแรง จึงปฏิบัติอย่างต่อเนื่องกับตนเองและแนะน าคนในครอบครัว และช่วยสนับสนุนให้เกิดโครงการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรมใน รพ.สต.ในเขตรับผิดชอบ” ผู้วิจัยสรุปได้ว่า วิธีการศึกษาหาความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ ได้มาจากการค้นคว้าหาความรู้ด้านการดูแลสุขภาพจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ 4 วิธี ได้แก่ 1) สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือ ต ารา วารสารสุขภาพ หนังสือพิมพ์ เอกสารการดูแลสุขภาพ แผ่นพับ 2) สื่อออนไลน์ เช่น หนังสือต าราสุขภาพต่าง ๆ ทางอินเตอร์เน็ต ยูทูป ทีวี วิทยุ 3) การเข้ารับการอบรมในหลักสูตรการดูแลสุขภาพหลักสูตรต่าง ๆ รวมทั้งเข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม และ 4) การรับข้อมูลจากค าบอกเล่าของคนในครอบครัว ญาติผู้ใหญ่ จากเพื่อน จากผู้แชร์ประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่ได้ผลดี จากนั้นจึงมีการพิจารณาเลือกวิธีการดูแลสุขภาพที่ศรัทธามาทดลองปฏิบัติด้วยตนเอง ประเด็นที่ 3 การปฏิบัติการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรม วิธีการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ที่ประสบความส าเร็จในการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์วิถีธรรมได้ต่อเนื่อง โดยใช้กรอบแนวคิดสุขภาพแบบองค์รวมใน 4 มิติ คือ 1) กาย 2) จิตใจ 3) สังคมเศรษฐกิจวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม 4) จิตวิญญาณ (ปัญญา) มีผลการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ดังต่อไปนี้ 3.1 การดูแลสุขภาพด้านร่างกาย 3.1.1 ด้านการรับประทานอาหารและสมุนไพร เริ่มจากการฝึกการลด ละ เลิก สิ่งที่จะท าให้มีผลเสียต่อสุขภาพ เช่น อาหารที่เป็นพิษต่าง ๆ ลดอาหารรสจัดที่ปรุงแต่งมาก รับประทานอาหารรสไม่จัด ในปริมาณที่รู้สึกสบาย รับประทานอาหารมังสวิรัติ งดเนื้อสัตว์หรืองดผลิตภัณฑ์จากสัตว์ หรืองดรับประทานเนื้อสัตว์ 154 ในโอกาสที่ท าได้ พยายามรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นรับประทานผักผลไม้ กินอาหารตามล าดับ พยายามเคี้ยวอาหารให้ละเอียด เน้นการรับประทานอาหารให้เกิดประโยชน์สูงสุด ละสิ่งที่เป็นโทษเป็นภัย ดื่มน้ าสมุนไพร ดื่มปัสสาวะ ใช้สมุนไพรรักษาอาการเจ็บป่วย สอดคล้องกับผู้ให้สัมภาษณ์คนที่ 1 ที่กล่าวว่า “พยายามรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นรับประทานผักผลไม้ งดรับประทานเนื้อสัตว์ในโอกาสที่ท าได้และการออกก าลังกายอย่างสม่ าเสมอร่วมกับการพยายาม ไม่ใช้ยาแผนปัจจุบันแต่ใช้สมุนไพรรักษาอาการเจ็บป่วยแทน” 3.2 ด้านการออกก าลังกาย การออกก าลังกายมีการปฏิบัติหลายวิธี ได้แก่ แกว่งแขน กดจุดลมปราณ โยคะ เดินเร็ว โดยมีการออกก าลังกายเป็นประจ าอย่างต่อเนื่องและสม่ าเสมอ เลือกวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสมกับตนเองเท่าที่รู้สึกสบาย สอดคล้องกับผู้ให้สัมภาษณ์คนที่ 14 ที่กล่าวว่า “ตั้งใจออกก าลังกายเกือบทุกวัน ที่ท าประจ าคือกดจุดลมปราณ โยคะ และเดินเร็วเท่าที่รู้สึกสบาย” 3.3 ด้านการระบายพิษออกจากร่างกาย การระบายพิษออกจากร่างกายใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่งในแต่ละวัน และเลือกปฏิบัติบางวันเท่าที่รู้สึกสบาย เช่น การสวนล้างล าไส้ใหญ่ (ดีท๊อกซ์) กัวซา

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน