รู้แจ้งนามรูปด้วยปัญญาหมดปัญหาในวิญญาณาหาร.docx
เนื้อหาในไฟล์
รู้แจ้งนามรูปด้วยปัญญาหมดปัญหาในวิญญาณาหาร อาตมาอธิบายสภาวะลึกๆเข้าไปจากพยัญชนะที่ท่านใช้แทนสภาวะให้ฟัง เพราะฉะนั้นในความรู้ ธาตุรู้ ที่ยึดมั่นถือมั่นสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงแล้ว จม ยึดมั่นถือมั่น ไม่เกี่ยวกับ กาละ เทศะ ฐานะ ผ่านมาแล้วตั้งล้านปี คุณก็จมอยู่ตรงนั้นน่ะ โธ่เอ๋ย..เขาเปลี่ยนไปมากแล้วล่ะลุง เขาเปลี่ยนไปมากแล้วล่ะตา เขาเปลี่ยนไปมากแล้วล่ะทวด เขาเปลี่ยนไปถึงไหนๆแล้วล่ะ มันตั้งล้านปีแล้วคุณก็ยังอยู่อย่างเก่า คงที่เที่ยงแท้ แล้วคุณจะทันการณ์อะไรกับเขา คุณจะรู้จักสมัยอะไรกับเขาจะทันสมัยกับเขา นี่คือสัจจะที่มันไม่รู้จักสิ่งที่ไม่เที่ยง สิ่งที่เคลื่อนไปตลอดเวลาแล้วไม่มีอะไรเป็นอย่างเก่า มีแต่เปลี่ยนไปแล้วก็เปลี่ยนไป จนกระทั่งมันหายไป มันนาน นานจนกระทั่งสุดท้ายมันเวียนวนกลับมาที่เก่าอีก แต่ไม่มีใครจำได้หรอก ผู้ที่จะระลึกชาติที่ย้อนเก่าไปได้ไกลสุดนั้น ก็ต้องมีอภิญญา บุพเพนิวาสานุสติญาณที่จะระลึกได้ ก็เอาเรื่องราวเก่าๆมาถอดแบบให้ศึกษา เสร็จแล้วก็จะรู้ว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป แต่คุณดับไม่เป็น เพราะฉะนั้นผู้ที่มีปัญญารู้ก็จะเห็นว่า โถ..สิ่งเหล่านี้มันแค่การปรุงแต่งของสภาพ 2 ปรุงแต่งกันปุ๊บก็เป็นวิญญาณ พระพุทธเจ้าท่านรู้วิญญาณทั้งนามรูป แต่ถ้ามันปิดก็เป็นดำมืดเลย ถ้าเข้าใจถึงอายะ เรียกว่า ประโยชน์หรือสิ่งที่ควรได้ ควรมี ควรเป็น ของตน คือ อายตนะ ถ้าเข้าใจได้ถึงจะรู้ คนนี้แหละถึงจะเป็นผู้จบสุดยอดในอายะ โดยรู้จักตนเองเป็นผู้มีประโยชน์ อายะ ประโยชน์ ตนะ รู้ตนเองเป็นผู้มีประโยชน์ แสดงเป็นผู้มีประโยชน์แล้ว อายะ สูงสุดคือหมดตนแล้วเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) ให้ผู้อื่นเป็นอยู่สุข
อ่านต่อ
สงบ จึงเป็นผู้อนุเคราะห์โลกช่วยโลก อุ้มชูไว้ ช่วยมนุษยชาติในโลกไว้ ยิ่งกว่าพระเจ้าที่แท้ โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) ผู้ที่สูงสุดในอายตนะเป็นอภิภายตนะ 8 คือรู้จักความแตกต่าง ที่ละเอียดมากเลย มีนัยยะของความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นความน้อยความมาก ไม่ว่าจะเป็นความนอกความใน หรือความเป็นชั้นอะไรทุกอย่างเลย สูงขึ้นเป็นอภิภู สูงสุดเป็น สยัมภู อาตมากำลังศึกษาอภิภู กำลังพยายามพัฒนาอภิภูต่างๆ ระดับ 8 นี่คือสัจจะที่อาตมาพูดอาจจะลึกอาจจะไกลไปหน่อย เพราะฉะนั้นผู้ที่ไม่รู้สิ่งที่ปรุงแต่งกันอยู่ระหว่างนามรูป แล้วมารวมเรียกว่าวิญญาณ ยิ่งไปเรียกว่าอายตนะ มืดเลย ไม่รู้เรื่อง เพราะฉะนั้นก็ขยับมาที่วิญญาณ วิญญาณก็มาขยายเป็นนามรูป พอขยายเป็นนามรูปแล้วก็จะรู้จักสภาพต่างๆ ที่พระพุทธเจ้าท่านรู้แล้วขยายเป็น 4 อาหาร 4 กวฬิงการาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร วิญญาณอาหารก็คือนามรูป คนรู้จักนาม รูป รู้จักสภาพ 2 แล้วศึกษานามรูปนี่แหละจะจบ แล้วรู้เท่าทันตั้งแต่มันเป็นกาม จาก กวฬิงการาหาร รู้มาถึงผัสสาหารว่ามันเกิดเวทนา กามมันก็อยู่ในเวทนาในสัญญา รู้ไปถึงเจตนา ให้มีความต้องการภายนอกทางโลกเรียกว่ากาม ลดกิเลสกามให้หมด อยู่กับอวจร อยู่กับโลกเขา ในกามาวจรโลกเขาเป็นกามาวจร แต่เราล้างกามหมดในจิตเรา เราก็หมด เราก็อวจรในอวจรอยู่ในอากาศในโลก เขามีอยู่เหมือนอยู่ในที่ว่างอยู่ในอวกาศ เพราะเราไม่มี กามแล้ว แต่คนที่ยังไม่หมดภายในเรียกว่า รูปาวจร อรูปาวจรอีกที คุณก็ต้องรู้ อวจรของตนเอง เรายังเหลือส่วนใน กิเลสส่วนใน อกุศลเจตนาส่วนในที่เป็นตัณหาที่เหลือต่อ คุณก็ล้างอีก แต่คุณอยู่กับอกามาวจรอย่างโลกุตรนะ อยู่เหนือมันแล้ว มันทำอะไรเราไม่ได้ เราอยู่สบาย กระทบกระเทือนยังไงเรารู้ทันมันหมด เราไม่ไปตามมัน เราจะช่วยด้วย ช่วยพวกที่ยังมีกิเลส กิเลสมาช่วยกิเลสด้วย กิเลสของคนอื่น ของตนเองไม่มีแล้ว จนเราหมด รูปาวจร หรือรูปราคะ อรูปราคะ ต่อไปอีกชั้น 2 ชั้นหมด พอหมดรูปราคะ อรูปราคะ คนนี้ก็สมบูรณ์แบบ เป็นผู้มีวิญญาณอันสะอาด ทีนี้คนไม่รู้จักแม้แต่นามรูป สภาวะ 2 ไม่รู้ความจริง คนนี้แหละคนที่เหมือนกับโจรร้ายในศาสนาพระพุทธเจ้า คนที่ไม่รู้จักวิญญาณคนที่แยกนามรูปของวิญญาณไม่ได้ แล้วจัดการกับนามรูปไม่ได้ ไม่เข้าใจสภาวะ 2 คือตัวปัญญากับตัวกิเลส คนเกิดปัญญา ปัญญาจะมีพลังงานกำจัดกิเลสได้เลย พลังงานปัญญาจะมีธรรมฤทธิ์สูงสุด มันรู้ชัดรู้แจ้งแล้ว โถ..กิเลส เหมือนอย่างพระพุทธเจ้าท่านบอกว่า มาร เรารู้จักเธอแล้ว เราหักเรือนยอดของเธอหมดแล้ว ไป มารรู้ตัวหรือกิเลสรู้ตัว โอ้..สมณโคดมท่านรู้จักเราแล้ว วิ่งหนี ตูดแป้นเลย วิ่งหนีรีบเลยไม่กล้าเข้าใกล้พระพุทธเจ้าเลยมาร ธรรมฤทธิ์มันถึงขนาดนั้น เพราะฉะนั้น ปัญญานั่นแหละจะกำจัดกิเลส ปัญญานั่นแหละจะกำจัดมาร ปัญญาคืออะไร ปัญญา 8 ก็เอามาขยายสู่ฟัง เทวนิยมไม่มีทางที่จะรู้จักปัญญา เพราะเขาจะไม่ได้ฟังธรรมะจากพระพุทธเจ้า เขาจะไม่ได้ฟังธรรมะจากสัตบุรุษเขาจะไม่ได้ฟังธรรมะจากผู้ที่สัมมาทิฏฐิ ไม่ได้ฟังธรรมะจากครูบาอาจารย์ที่สัมมาทิฏฐิ เมื่อไม่ได้ฟังก็ไม่มีสัทธรรม 7 ก็ไม่ได้ปฏิบัติ อปัณณกปฏิปทา 3 ฌาน คุณไม่มีวันเกิด ฌาน คือพลังงานที่ฆ่ากิเลส ฆ่ากิเลสเสร็จถึงฌาน 4 ก็คือดาบสุดท้ายฟันกิเลส อาสวะสิ้นไม่เกิดอีก ซึ่งอาตมาก็ขยายความไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้น ผู้ที่ไม่สามารถได้ฟังธรรมะพุทธเจ้า แล้วก็ไม่มาฟังจนเข้าใจแล้วเอาไปปฏิบัติ ฟังเข้าใจแล้วเอาไปปฏิบัติ โดยการฟังธรรมะพระพุทธเจ้า และปัญญาข้อที่ 3 ก็จะเข้าใจความสงบ 2 อย่าง ความสงบ 2 อย่างคืออะไร ความสงบอย่างที่เป็นโลกุตระนั้น คือสงบที่กิเลสตัววุ่นวาย ตัวกวน ตัวผีร้าย ตัวผีห่าซาตาน ตัวนี้มันตายเกลี้ยงไปไม่เกิดอีกเลย ตายอย่างไม่ผุดไม่เกิด ตายหายไปเลยจากจิตวิญญาณอันสะอาด นี่เป็นความสงบ แล้วจิตวิญญาณยิ่งคล่องแคล่ว จิตวิญญาณยิ่งปราดเปรียว จิตวิญญาณยิ่งผ่องใสสะอาด สว่างแจ้ง รู้หมดโลกเป็นยังไง หมุนเร็วหมุนช้า มีสะดุดยังไงรู้หมดก็ช่วย ช่วยสิ่งที่ในโลกที่มันน่าช่วยที่ควรช่วย เพราะฉะนั้นจึงเป็นผู้ที่อยู่อย่างเสียสละ เพิ่มพูนการเสียสละช่วยคนที่ควรช่วยไปเรื่อยๆ อันนี้โพธิสัตว์จะรู้ดีเลย เป็นผู้ที่พัฒนาเพิ่มพูนการเสียสละ เพราะมันเยอะเหลือเกิน คนที่ควรจะช่วย ตกอยู่ในภาวะ คนที่จะช่วยนั้น คนที่พระพุทธเจ้าสุดท้ายต้องให้ประหารทิ้ง ช่วยไม่ได้ต้องให้ประหารทิ้ง ในวิญญาณาหารข้อที่ 4 คือคนมาอยู่ มาเข้ารีตศาสนาพระพุทธเจ้าแล้ว กลายมาเป็นโจรปล้นศาสนา เพราะฉะนั้นจึงเป็นผู้ที่จะต้องประหารทิ้ง พระพุทธเจ้ายกเป็นตัวอย่าง ให้พวกอำมาตย์ไปจัดการประหารเสีย เสร็จแล้วประหารเท่าไหร่ด้วยหอกกี่เล่ม กี่เล่ม มันไม่ตาย โอ้โห.. ทุกวันนี้ก็ยิ่งหนังเหนียวใหญ่เลย แทงแล้วเสร็จแล้วหอกเราหักด้วย สงสารอาตมาบ้างไหมนี่ อุทาหรณ์ของพระพุทธเจ้านี้สุดยอดจริงๆ แล้วพวกนี้ก็ทำลายศาสนา เป็นโจรร้ายอยู่นั่นแหละ ที่ถูกฆ่าด้วยปากหอก เช้าก็100 กลางวันก็100 เย็นก็100 อาตมาต้องทำหอกออกมาวันละ 300 เมื่อไหร่จะได้หยุดทำหอก 300 แต่ละวันนี้เสียที ฟังเข้าใจไหม มันดื้อด้าน ง่านโด้เสียจริงๆเลย ทั้งโง่ทั้งด้าน คนที่ไม่ถึงขั้นโง่ด้าน ฟังแล้วพอได้เข้าใจ พอได้รู้สึก แล้วก็ตื่น โอ้.. แหม แต่ก่อนนี้ด่าโพธิรักษ์ ผู้ที่เคยรู้สึกอย่างนี้ รู้สึกไม่ดีกับอาตมาเขาจะรู้สึกตัว ยิ่งเขาเคยดูถูกดูแคลนผิดไปคนละอย่างเลย พอรู้ตัวเขาจะยิ่งมีหิริโอตตัปปะ จะละอายอย่างแรงกล้าจริงๆเลย ธรรมะพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ลึกซึ้งจริงๆเลย ละอายอย่างแรงกล้าเพราะเขาผิดจริงๆเลย นึกว่าโพธิรักษ์เป็นคนเลวคนชั่วคนผิดคนเข้ามาทำลาย ที่แท้โอ้โห.. สุดยอดสุดเศียรสุดเกล้า เลยด้วยซ้ำ อย่างที่พวกเราหลายคนเข้าใจแล้ว มันกลับคนละขั้ว เห็นมั้ย นี่สัจธรรมมันลึกซึ้งสลับไปสลับมาอย่างนี้ 660524 ประกาศสิทธิสำเร็จสูงสุดคือสิทธัตถะ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก