เป้าหมายของพรหมจรรย์โลกุตระไม่ใช่เพื่อลาภสักการะสรรเสริญ.docx
เนื้อหาในไฟล์
เป้าหมายของพรหมจรรย์โลกุตระไม่ใช่เพื่อลาภสักการะสรรเสริญ _นพพล จรัสวิกรัยกุล : พวก 3 นิ้วกล่าวหาว่ากษัตริย์ไม่ใช่ประชาธิปไตย กล่าวหาว่าประยุทธ์เป็นเผด็จการไม่ใช่ประชาธิปไตย เขาลืมคิดไปว่าทั้งสถาบันกษัตริย์ และพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา ได้รับการรับรองไว้ใจเชิดชูปกป้อง จากประชาชน !!นั่นหมายความว่าเป็นประชาธิปไตยแล้ว(คือประชาชนส่วนใหญ่ให้การรับรอง) พ่อครูว่า...ถูกต้อง แต่พวกที่เขาจะยื้อแย่งฐานอำนาจ ฐานบัลลังก์ ก็จะมีเป็นธรรมดา มันเลี่ยงไม่ได้หรอก ในคน มนุษยชาติทั้งหลายแหล่ แม้แต่ในหมู่คนดีก็ยังมีคนที่ไม่หมดกิเลส ยังอยากได้อำนาจ ตำแหน่ง ยศศักดิ์ อยากได้โลกียะ ลาภยศสรรเสริญโลกียสุข มันเป็นธรรมดา มันก็จะต้องแย่งกันไปจนกว่ากิเลสจะหมด มาเรียนรู้มาลดละ ซึ่งมันไม่ได้ง่าย การมาลดละกิเลสมันไม่ได้ง่าย คนที่ลดละกิเลสได้จริงๆมันมีจำนวนน้อย ยิ่งเป็นการลดกิเลสได้ถูกต้อง มีสัมมาทิฏฐิ มีวิชชาแท้ๆของพระพุทธเจ้าที่เป็นโลกุตระธรรม มันมีในประเทศไทย ในประเทศอื่นเขาก็มีโลกียธรรมเท่านั้น เขาก็พอรู้ซ้อนอยู่ว่า ไปแบ่งอำนาจไปทับถมมันไม่ดี เขารู้เป็นนัยๆแต่ไม่ชัดไม่สมบูรณ์แบบ ไม่เหมือนพุทธ ไม่เหมือนสัมมาทิฏฐิหรือว่าโลกุตระที่แท้จริง ความรู้อันนี้โลกุตระที่แท้จริง พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ค้นพบ ซึ่งมีความพิเศษ คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) ก็มาพิสูจน์สำหรับคนที่สงสัยว่าอาตมาแปลไปนี้ถูกต้องไหม พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าให้บอกสอนเป็น
อ่านต่อ
ภาษาพื้นเมืองของถิ่นนั้น Mother tongue ภาษาลิ้นพ่อลิ้นแม่ อาตมาก็มั่นใจสัจจะที่จะให้แก่มนุษยชาติ อาตมาพูดไปก็เปิดเผยไม่ใช่ว่าเขาเชื่อนะ แต่เขาเลยเถิดความเชื่อจนไปเป็นหมั่นไส้แล้ว เพราะมันเน้นแต่ตัวเอง ย้ำแต่ตัวเองว่าตัวเองรู้ผู้เดียว รู้ยิ่งอะไรพวกนี้ ซึ่งมันก็เป็นความจริง ขนาดเน้นๆอย่างนี้ คนที่ยังไม่เข้าใจยังไม่ค่อยเชื่อ เน้นเพื่อให้เขาฟังชัดๆ ว่าเป็นอย่างนี้จริงๆ เขาก็ยังไม่รู้สึกว่าไอ้นี่มันพูดความจริงเหรอ ดีไม่ดีก็เข้าใจว่าอวดตัวอวดตนอะไรไป อาตมาก็บอกว่าอาตมาไม่มีแล้วกิเลสอวดตัวอวดตน เขาก็เข้าใจไม่ได้ มีด้วยเหรอคนที่ไม่มีกิเลสที่จะอวดตัวอวดตน ซึ่งมันไม่มี ถ้าทำให้ไม่มีไม่ได้ ศาสนาพระพุทธเจ้าก็มีจริงสิ ไม่มีสาเฐยจิต ไม่มีจิตอยากอวดโอ่ อาตมาก็พูดความจริงอาการของจิตอยากอวดอยากโอ่ มันเป็นอย่างไร ก็ต้องศึกษาอาการนั้นในจิตของตนเอง ศึกษา อาการ ลิงค นิมิต อุเทส ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ในพระไตรปิฎกเล่ม 10 ข้อ 60 ต้องเรียนรู้อย่างสำคัญเลย อาการ ลิงค นิมิต อุเทส อาการคือความแตกต่าง ลิงค คือเพศ นิมิตคือเครื่องหมายของสิ่งนั้น ตามอุเทส ตามคำบรรยายของผู้รู้ที่ท่านบรรยายเอาไว้ ก็มาศึกษาอ่านอาการของนามธรรมที่มันรู้ได้ยาก แต่รู้ได้ ศึกษาจริงๆแล้วจะรู้อาการของจิต อาการของเจตสิก อาการของนามธรรมพวกนี้ได้ อาตมาศึกษาความจริงก็บอกความจริง พูดความจริง จะได้รู้ว่าที่พูดนี้ พระพุทธเจ้าสอนนี้มันคนเป็นไปได้ไหม ก็นี่ไงคนเป็นๆอาตมาก็เป็นคนเป็นๆ ยืนยันตัวเองอยู่ อาตมาก็เป็นคนเหมือนพวกคนนั่นแหละ เคยโง่มาเหมือนพวกคุณนั่นแหละ เคยหลงโลกในเมืองมายาในจอโทรทัศน์ ปะเหลาะอย่างกับอะไรดี ให้คนมาชอบคนมาติดคนมาชื่นชม ถ้าสมัยนี้ก็ให้มากดไลค์ล้านวิว ก็เหมือนมหา 2 มหานั่นแหละ แต่ก่อนนี้ก็หลงอย่างนั้น แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วอย่างนั้น คนก็ต้องฟังว่ามันมีด้วยหรือ ก็ต้องเป็นด้วยอย่างมหา 2 มหานี่แหละ มากหรือน้อย 2 มหานี้อาจจะมากเท่านั้นเพราะเขามีโอกาส คนอื่นเขาไม่มีโอกาสเหมือน 2 มหานี้ก็รอดไป และก็พูดบอกไว้ตรงนี้ด้วยว่าใครอยากให้อาตมาวิจารณ์ 2 มหานี้อาตมาไม่วิจารณ์หรอก มันเสียเวลาสำหรับอาตมา อาตมาว่าอาตมาไม่วิจารณ์ 640908_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อจินไตยเรื่องกรรม สู่การเป็นสถาบันกษัตริย์