พิมพ์เขียวของการบำเพ็ญบารมีเป็นกษัตริย์.docx
เนื้อหาในไฟล์
พิมพ์เขียวของการบำเพ็ญบารมีเป็นกษัตริย์ _2. สถาบันพระมหากษัตริย์จะมีพิมพ์เขียวหรือนโยบายที่กระทำต่อกันเพื่อพัฒนาประเทศให้แล้วเสร็จด้วยรู้จริงของพื้นภูมิถิ่นนี้ เพราะอยู่มาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษเช่นปัญหาน้ำท่วมที่บรรพบุรุษได้รับผลกระทบจากเรื่องน้ำท่วมและได้แก้ไขจากรุ่นสู่รุ่นไม่ใช้คิดจ้างนักวิชาการจากยุโรปที่ไม่รู้จักพื้นที่นี้เป็นต้น หรือรู้ว่าจุดแข็งของประเทศไทยคือเกษตรไม่ใช่อุตสาหกรรม ดังที่นายกฯสมัคร สุนทรเวชจะให้ประเทศไทยเป็นนิค แล้วร.9 ต้องเบรคนายกฯสมัครว่า ไม่ใช่ เป็นต้น พ่อครูว่า... คำว่าสถานที่ที่ดี มันอยู่ในพิกัดไหนของโลก จุดไหนที่ดีที่สุดที่มนุษย์จะพึ่งอาศัยอันควร ถ้าเป็นหนาวเกินไป ร้อนเกินไป น้ำท่วมเกินไป แห้งแล้งเกินไป สารพัด แต่ที่ที่มันดีที่สุด อุดมสมบูรณ์ที่สุดน่าอยู่ที่สุดเหมาะสมที่สุดที่มนุษย์จะอยู่ อุณหภูมิก็พอเหมาะต่างๆนานา ทำมาหากินก็อุดมสมบูรณ์พรักพร้อม อย่างนี้เป็นต้น เรียกว่าเสนาสนะที่สัปปายะ อย่างอาตมานี่ วิบาก จะได้ เสนาสนะสัปปายะ ที่ราชธานีอโศกไม่ใช่สัปปายะนะ เป็นที่เขาทิ้งที่น้ำท่วม พืชพันธุ์ธัญญาหารก็ไม่ค่อยขึ้น มีแต่พืชที่ดันทุรังอยู่เท่านั้นเอง ไม่มีอะไร อาตมาก็พบว่ามันเป็นวิบากของเรา ต้องมาก่อมาสร้างเอาปรุงแต่งเอา จนกระทั่งกลายเป็นพื้นที่ที่จะบอกว่าน้ำไม่ท่วมก็ยังผ่อนไม่ได้ เพราะที่ตรงนี้เป็นที่ล่างของลำน้ำมูล จากนี้ก็ไปลงน้ำโขงแล้ว มันก็ต้องเป็นอย่างนี้แน่นอนเราก็ต้องทำให้พื้นดินสูงขึ้น และก็ต้องปรุงให้ดินดีขึ้น จนกระทั่งปลูกพืชผักได้ดีต่างๆนานา เราก็ต้องทำ อาตมามีวิบากอย่างนี้ก็ต้องทำ ก็ยังภาคภูมิใจว่าเราทำสิ่งเหล่านี้ได้ อาตมาไม่ใช่พวกงมงาย เราก็ทำตามที่รู้ว่าเราต้องทำ แล้วมันไม่ใช่เสียหายอะไร ทำแล้วมันก็ดี ทำสิ่งที่ไม่ดีให้ดี ไอ้ที่ด
อ่านต่อ
ีแล้วเราจะไปชุบมือเปิบก็เท่านั้นแหละ ไอ้ที่ดีแล้วคุณก็ไปปล้นเอาที่ไปแย่งไปชุบมือเปิบ อะไรที่ไม่ดีที่เขาทิ้งขว้างมาไม่มีใครเขาเอา จ้างเขาก็ยังไม่เอาเลย ถ้าจ้างเขาก็เอาแต่สตางค์ ที่ไม่เอา เอามาแล้วเป็นภาระแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ เราก็ต้องมาอยู่ มาอยู่ตอนแรกๆต้องใช้เรือที่เราอุตส่าห์หามาเป็นสะพานเดินต่อกัน ถ้าใครระลึกถึงความหลังได้ เรือใหญ่ๆเอามาผูกต่อกัน จะเดินไปไหนมาไหนจะกินข้าวที่ศาลาส่วนกลางก็ต้องเดินผ่านเรือใหญ่หรือพายเรือมา สารพัด ประวัติศาสตร์ก็ยืนยาว จนมาวันนี้ ทางราชการก็ช่วยเจาะช่องระบายน้ำ มันก็เลยไม่มาทางนี้บ้าง ทางเราก็ทำเองด้วย มันก็เลยดีขึ้นหน่อย ถึงวันนี้แล้ว ตั้งแต่ พ.ศ. 2537 เรามาจุติลงตรงนี้ ถึงปีนี้ 2564 ทั้งหมด 27 ปี เราบูรณะขึ้นมา อย่างไรเราก็ไม่เก่งเท่าธรรมชาติ แต่เราจะไม่ท้อกับธรรมชาติแต่เราช่วยเสริมสร้างธรรมชาติ พูดไปแล้วมันก็ลึกๆนะ อย่างอาตมาทำไมต้องมาบูรณะธรรมชาติกันจริงๆ ที่ไหนๆก็แล้วแต่ ต้องมาอยู่ที่ไม่ใช่ดีๆทุกที่ต้องมาบูรณะขึ้นทั้งนั้น มาตกลงอยู่ที่ราชธานีอโศกนี่ก็ โอ้โห.. ต้องทำขึ้นมา ช่วยกันขึ้นมาคนละไม้คนละมือมาตั้งแต่คนเก่าคนแก่ จนกระทั่งถึงวันนี้ ก็ว่ากันไปด้วยวิบาก ก็มีผลดี แม้ว่าเราเองหลายคนก็จะท้อแท้ตัวเอง เราก็ว่าเราได้ช่วยแต่ทำไมเราไม่เห็นจะได้รับอะไรเลย ก็อย่าไปท้อทำไปเถอะ สะสมกุศลให้แก่ตัวเองทั้งนั้น มันไม่ได้เสียหายอะไรหรอก ที่นี่ถามว่าท่านมีพิมพ์เขียวนโยบายหรือไม่ ก็คือทุกอย่างจะต้องสืบทอด มันเป็นเรื่องลึกซึ้งซึ่งอาตมายังอธิบายไม่ได้ละเอียด สถาบันกษัตริย์ ผู้ที่จะมีบารมีเป็นพระประยูรญาติของกษัตริย์ อยู่ๆใครจะไปเกิดเป็นลูกหลานพระประยูรญาติของกษัตริย์ได้ ไม่ พระเจ้าก็ไม่สามารถจะจับยัดเยียดใส่เข้าไป ไม่ได้ มันเป็นกรรมวิบากของแต่ละผู้แต่ละคนทั้งนั้น เป็นไปโดยธรรม และใครเข้าไปเป็นก็ต้องเป็นไปตามกฎมณเฑียรบาลฝึกฝนอบรม ทุกองค์ ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย สืบทอดทางยีน สืบทอดทางกรรม ทั้งสองอย่างเลย จะต้องได้ยีนนั้นๆ ก็เป็นเรื่องอจินไตยอย่างหนึ่ง ได้เชื้อ DNA ของทั้งพ่อทั้งแม่จึงจะได้มาเป็นพระโอรส เป็นราชนัดดาอะไรก็แล้วแต่ ต้องมีส่วนของกรรมวิบากทั้งนั้น อยู่ๆจะโมเมมาเกิดไม่ได้ อันนี้เป็นเรื่องที่จะต้องศึกษากันจริงๆแล้วจะรู้ ที่นี้การจะเกิดแต่ละชาติ อย่างเป็นสายเชื้อกษัตริย์ ก็ไม่ใช่เกิดทีเดียวแล้วก็เลิก ไม่ใช่ แต่ต่อเนื่องกันอยู่ สั่งสมวิบากไปจนกว่าจะเปลี่ยนทิศทางไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นกรรมวิบากที่อาตมาค่อยๆอธิบายไป ในขณะที่ยังจะต้องสืบทอด เกิดแต่ละชาติๆ มาสืบทอดเชื้ออันนี้ ก็พัฒนา หรือเสื่อมก็ได้ บางองค์เสื่อม มันก็เป็นธรรมดา แต่ในขณะที่พากเพียรตนเองนั้น ทุกคนก็จะมีปฏิภาณไหวพริบเป็นสามัญ พอจะรู้ได้ว่า การได้สูงได้เจริญเป็นกษัตริย์ที่ดีมันก็ดี เป็นกษัตริย์ที่ไม่ดีมันก็ไม่ดี มันเป็นสามัญสำนึกใครก็รู้ เพราะฉะนั้นไม่มีใครที่อยากจะเป็นกษัตริย์ที่ไม่ดีหรอกใช่ไหม โดยสามัญสำนึกเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นกษัตริย์ที่ไม่ดีก็เพราะว่าเป็นวิบากของท่าน ท่านก็หลุดไป ส่วนผู้ที่ท่านมีวิบากดีก็ได้ไป เจริญขึ้นแต่ละชาติจนเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ เป็นจอมจักรพรรดิอะไรก็ว่าไป โดยสัจจะก็เป็นเช่นนั้น เป็นกษัตริย์แล้วต้องรู้เสนาสนะสัปปายะ เกิดเป็นกษัตริย์ไทย ก็ไม่ใช่ว่าเดี๋ยวก็ไปเกิดเป็นกษัตริย์เขมร หรือกษัตริย์ทางยุโรป ทางตะวันออกกลาง มันไม่ไปง่ายๆหรอก โดยเฉพาะมาเป็นกษัตริย์ทางสายโลกุตระแล้วไม่ไปทางเทวนิยมง่ายๆ ไม่ไป มีแต่เทวนิยมจะต้องพัฒนาเข้ามาเป็นกษัตริย์ทางโลกุตระ มาเจริญทางนี้ ทางโน้นจะต้องเข้ามา ทางนี้สูงแล้วไม่ไปทางต่ำ เพราะจะต้อง นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) เป็นเรื่องลึกซึ้ง จะต้องรู้เสนาสนะ จะต้องรู้บุคคล ต้องรู้บริวารมีประชาชนอันพรั่งพร้อม จะเกิดร่วมชาติกันมาละเอียดลออมากมาย เป็นทั้งสถานที่ทั้งบุคคลทั้งเครื่องอาศัย ไม่ว่าจะเป็นดินนำ้ไฟลมที่เป็นอาหารการกิน เครื่องใช้ไม้สอย หรือแม้แต่เป็นความรู้ความสามารถ ก็ต้องอาศัยความรู้ความสามารถ ก็ต้องเจริญต้องเป็นสัปปายะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ มีธรรมะสัปปายะ มีความรู้ที่เป็นประธานจิตวิญญาณมีธรรมะ เป็นประธานสิ่งทั้งปวง ยิ่งกว่าพระเจ้า อันนี้ ธรรมะยิ่งกว่าพระเจ้าที่เป็นประธานของจิตวิญญาณ 640908_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อจินไตยเรื่องกรรม สู่การเป็นสถาบันกษัตริย์