ศาสนาพุทธศึกษา 2 และ 1 จนทำเป็น 0 ได้ไร้อัตตา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.01 KB
วันที่แก้ไข8 กันยายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

ศาสนาพุทธศึกษา 2 และ 1 จนทำเป็น 0 ได้ไร้อัตตา อาตมากำหนดให้ว่า เอาเลข 0 เลข 1 เลข 2 เอา 3 ตัวนี้ มาออกแบบรวมกันให้มันเป็นโลโก้ของพรรคสัมมาธิปไตย ทำไมเอาเลข 0 เลข 1 เลข 2 0 หมายถึงว่าเป็นความสูญ ความหมด ความไม่มี ไม่มีแม้กระทั่งตัวตน 1 คือฐานอาศัย สัจจะมีหนึ่งเดียวในโลก เป็นต้น แม้แต่เทวนิยมก็บอกว่าพระเจ้ามีหนึ่งเดียวไม่มีแก้ไขเปลี่ยนแปลงและอีก อย่าไปแยกแยะ ถือว่าเป็นเรื่องของความยึดมั่นถือมั่นเรื่องตายตัว เทวฺ พยัญชนะแปลว่า 2 แต่เสร็จแล้วไปจับ ให้เป็นเพียงหนึ่งเดียว ยึดมั่นถือมั่นพระเจ้าเป็นหนึ่งเดียว แตกแยกไม่ได้ วิจัยวิจารณ์ออกไม่ได้ต้องเป็นหนึ่งเท่านั้น มันเลยไม่มีอะไรที่จะคลี่คลาย ไม่มีอะไรที่จะอธิบายให้เคลื่อนให้ย้ายให้แปลกให้เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไป ไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นพระเจ้าองค์ไหน พระศาสดาองค์ใด แต่ละศาสดาทางเทวนิยม มีความรู้ มีความจริง ที่ตัวเองมี สูงสุดเท่าไหร่ ก็เป็นของตนเอง ของแต่ละศาสนานั้น เป็นกรรมวิบากของแต่ละศาสนาที่ได้สั่งสมมา มากพอจนกระทั่งเอามาประกาศให้ประชาชนยอมรับก็ได้เป็นศาสดาของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ซึ่งมีมากมายหลายศาสนา ก็เป็นเทวนิยมหลายศาสนา แต่ศาสดานั้นไม่รู้เรื่องกรรมวิบาก ไม่รู้ว่าความรู้นี้เป็นของตน ความจริงนี้ตนเองเป็นผู้ศึกษาสะสมความจริงความรู้มาของตนเอง เขาไม่รู้ตัวเอง และก็ไม่เชื่อว่าความรู้ขนาดนี้มันไม่ใช่เรา คือมันไม่มีความมั่นใจ ไม่มีความจริงที่ชัดเจน ทีนี้มันมีนำมาแล้วในโลกว่า พระเจ้าเป็นเจ้าของความรู้ความจริง Concept นี้ก็เลยตามกัน เพราะฉะนั้นศาสดาองค์ใดก็แล้วแต่ของเทวนิยม จึงบอกว่าได้ความรู้ความจริงนั้นเอามาประกาศ แล้วไม่มั่นใจว่าตัวเองเป็นเจ้าของ เลยถือว่าตัวเองเป็นพระบุตร เป็นประกาศกเป็นผู้ประกาศของพระเจ้าเท่านั้น อันนี้เป็นของ

อ่านต่อ

พระเจ้าอยู่ไหนก็ไม่รู้หรอก แต่แท้จริงคือตัวเอง นี่คือการไขความจริงให้ฟัง อย่างมั่นใจ ไม่ใช่ไขความจริงอย่างเดา เก็งความถูกความผิดไม่ใช่ เรื่องสัจจะเป็นเช่นนี้ เขาจะไม่รู้ตัวเองไม่รู้อัตตา ไม่ได้มีวิธีการศึกษาอัตตาแล้วก็รู้ว่าอัตตานี้จริงๆแล้วมันไม่มีมันไม่เที่ยง มันเป็นอนัตตา เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธถึงรู้จบ อัตตามีได้ แต่สุดท้าย อนัตตานั้นจริงกว่า เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าทุกพระองค์สุดท้ายก็ปรินิพพานเป็นปริโยสาน แยกอนัตตาไม่เหลือ หรือพระอรหันต์บางองค์บรรลุแล้วสามารถแยกธาตุตัวเอง ให้จิตนิยามของตัวเองกลายเป็นธาตุดินน้ำไฟลมได้ ก็ปรินิพพานเป็นปริโยสานไป พิสูจน์ได้ แต่ของเทวนิยมไม่จบ แต่ของศาสนาพุทธนั้นจบ จบตรงที่คุณจะยังอัตตาต่อไป ก็ไม่ได้ยึดอัตตาเป็นตัวเป็นตนแล้ว เป็นแต่เพียงว่าอาศัยอัตตาทำงานรับใช้ประชาชนไปเท่านั้นเอง ทำประโยชน์ให้แก่ประชาชน พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) เป็นอายะ 3 เท่านั้นเองจะอยู่ไปอีกนานเท่าไหร่ สำหรับศาสดาสายโลกุตระ ที่รู้จักอัตตา อนัตตาแล้วก็อยู่ทำประโยชน์ต่อประชาชนไปจนกว่าจะพอแล้ว จบเป็นชาติสุดท้ายปรินิพพานเป็นปริโยสานเหมือนกับพระสมณโคดม ท่านบอกแล้วว่าชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย แล้วท่านก็จริงนะไม่เหมือนมหาบัวบอกว่าชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย ที่อาตมาต้องพาดพิงถึงมหาบัวเพราะว่า อยากจะเตือนสติผู้ที่ยังไปหลงยึดถือผิดๆ มันน่าสงสาร ที่พูดนี้ไม่ต้องการไปข่มมหาบัวหรอก ไม่มีจิตอยากจะไปข่มมหาบัวหรอก แต่น่าสงสารต่างหาก แล้วก็สงสารท่านที่ไปหลงผิดมหาบัวอีก ว่าเป็นอรหันต์ ซึ่งมันไม่จริง ถ้าไปเข้าใจผิดคนอย่างนั้นเป็นอรหันต์มันเลยทำให้เสียเวลาชีวิต มันน่าสงสาร อาตมาพูดความจริงเท่านั้น ไม่มีจิตสาเฐยจิตโอ้อวดข่มเบ่ง ไม่มี คนจะไม่เชื่อก็แล้วแต่อาตมามีสิทธิ์พูดความจริง แต่ไม่มีสิทธิ์ไปบังคับ อ้อนวอน ขอร้องให้ใครเชื่อ จะเชื่อก็เชื่อเองไม่เชื่อก็ไม่เชื่อเอง มันบังคับกันไม่ได้ แต่อาตมามีสิทธิ์พูดความจริงตามความเป็นจริงไม่มีความพยายามจะพูดให้ผิดความจริง ผิดก็เป็นวิบากของอาตมา เรื่องอะไรอาตมาจะทำเพราะมันเป็นกรรมวิบากของอาตมา เรื่องอะไรต้องทำอกุศลใส่ตัวเอง เราเข้าใจดีแล้วเรื่องกุศลอกุศลวิบากเป็นอย่างไร แล้วจะไปสั่งสมมาทำไม เป็นโพธิสัตว์ระดับนี้ยังจะไปสะสมอกุศลวิบากอีกหรือ เป็นโพธิสัตว์ระดับ 4 ก็รู้แล้ว สัพพปาปัสสอกรณัง(ไม่ทำบาปทั้งปวง) กุสลสูปสัมปทา(ทำกุศลให้ถึงพร้อม) สจิตตปริโยทปนัง(ชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้วจากกิเลส) ยิ่งเป็นโพธิสัตว์ระดับขึ้นไปแล้วจะไปทำอย่างนั้นทำไม นี่ก็พูดชัดๆๆ ฟังไม่ได้ยากอะไร ไม่ได้พูดเล่นๆ ไม่ได้พูดยกตัว ยกตัวอย่างตัวเล่น ไม่ใช่ แต่พูดความจริงสู่ฟังติดตามให้ดีๆ อาตมาชาตินี้ยังจะพูดธรรมะอยู่อีก ยังพยายามรักษาขันธ์อยู่ที่จะดูต่อไป ผู้ที่ประสงค์ต้องการจะได้สัจธรรมอันนี้ สนใจ โปรดติดตามอย่ากระพริบตา ติดตามได้ดีก็เป็นประโยชน์แก่ตัวเอง 640908_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อจินไตยเรื่องกรรม สู่การเป็นสถาบันกษัตริย์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน