บทที่ 5.pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์454 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงส ารวจ (Survey Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะสุขภาพของเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร เพื่อศึกษาเปรียบเทียบภาวะสุขภาพของเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร และเพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพของเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยคือ เกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร ค านวณขนาดตัวอย่างได้ 734 คน สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม คือ เกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกจ านวน 334 คน และเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่จ านวน 400 คน สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Random Sampling) เลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มี 2 ประเภทคือ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ เครื่องชั่งน้ าหนักและวัดส่วนสูง เครื่องวัดระดับความดันโลหิต ชุดตรวจวัดโคลีนเอสเตอเรสในเลือด และแบบสัมภาษณ์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง จากการทบทวนเอกสารและวรรณกรรม ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน ได้ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาเท่ากับ 0.91 หาค่าความเชื่อมั่นด้วยสูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาซ (Cronbach’s Coefficient Alpha) ได้ผลค่าความเชื่อมั่นของแบบสัมภาษณ์ ทั้งฉบับ เท่ากับ 0.81 ประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์พฤติกรรมสุขภาพทั่วไป แบบสัมภาษณ์พฤติกรรมปกป้องสุขภาพจากการท างาน แบบสัมภาษณ์ปัจจัยคุกคามสุขภาพจากการท างาน แบบสัมภาษณ์ปัจจัยด้านทัศนคติในการท างาน แบบสัมภาษณ์ปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร แบบสัมภาษณ์ภาวะสุขภาพ 4 ด้าน ประกอบด้วย ภาวะสุขภาพด

อ่านต่อ

้านร่างกาย ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ ภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณ ส่วนแบบสัมภาษณ์ปัจจัยด้านความรู้การท านา หาค่าความเที่ยงแบบคงที่ภายใน (Internal Consistency) ด้วยสูตร Kuder Richardson Formula (KR 20) ได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.83 การเก็บรวบรวมข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์พร้อมทั้งน ามาตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลตามวิธีการทางสถิติ โดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมส าเร็จรูป ก าหนดระดับนัยส าคัญทางสถิติที่ .05 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ สถิติพรรณนา (Descriptive Statistic) ได้แก่ความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และสถิติวิเคราะห์ (Analytical Statistic) เปรียบเทียบภาวะสุขภาพ ทดสอบโดยสถิติวิเคราะห์ Independent Sample t-test วิเคราะห์หาตัวแปรท านาย โดยใช้สถิติวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ (Multiple Regression Analysis) ด้วยวิธี Stepwise Method ซึ่งสามารถสรุปและอภิปรายผล ได้ดังนี้ 162 สรุปผลการวิจัย จากการวิเคราะห์ข้อมูล สามารถอภิปรายผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ 1. ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มประชากรที่ศึกษา 1.1 คุณลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง คุณลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง จ านวน 734 คน เป็นเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกจ านวน 334 คน เป็นเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่ 400 คน โดยคุณลักษณะทางเพศของกลุ่มตัวอย่างเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 71.56 และเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ก็พบว่าเป็นเพศหญิงเช่นเดียวกัน ร้อยละ 71.50 เกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกส่วนใหญ่มีอายุ 41-50 ปี ร้อยละ 36.83 และมีสถานภาพสมรส ร้อยละ 83.83 ส่วนเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่ เกษตรกรส่วนใหญ่มีอายุ ตั้งแต่ 51-60 ปี ร้อยละ 31.50 และมีสถานภาพสมรสเช่นเดียวกัน ร้อยละ 77.25 เกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ เกษตรกรส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาอยู่ในระดับประถมศึกษา ร้อยละ 54.19 ร้อยละ 65.50 ด้านรายได้ต่อเดือนและความเพียงพอของรายได้ของกลุ่มตัวอย่างพบว่า เกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก ส่วนใหญ่มีรายได้น้อยกว่า 10,000 บาท ร้อยละ 31.44 มีรายได้พอใช้แต่ไม่เหลือเก็บ ร้อยละ 44.91 ส่วนเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผ่นใหม่ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีรายได้น้อยกว่า 10,000 ร้อยละ 21.75 มีรายได้ไม่พอใช้และเป็นหนี้สิน ร้อยละ 39.25 1.2 ข้อมูลด้านการประกอบอาชีพ ในด้านการประกอบอาชีพพบว่า เกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกมีพื้นที่ท านาน้อยกว่า 10 ไร่ ร้อยละ 46.41 มีประสบการณ์ในการท านาน้อยกว่า 10 ปี ร้อยละ 71.86 ส่วนใหญ่ท างานสัปดาห์ละ 56 ชั่วโมงหรือ 8 ชั่วโมงต่อวัน ร้อยละ 46.71 ส่วนเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผ่นใหม่มีพื้นที่ท านาน้อยกว่า 10 ไร่ ร้อยละ 74.00 ส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในการท านาน้อยกว่า 10 ปี ร้อยละ 37.00 และท างานน้อยกว่า 56 ชั่วโมงต่อสัปดาห์หรือน้อยกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน ร้อยละ 43.25 1.3 ผลการวิเคราะห์ภาวะสุขภาพเบื้องต้น จากการศึกษาภาวะสุขภาพเบื้องต้นของเกษตรกร พบว่า เกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ไม่เคยบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับการท างาน และไม่เคยมีประสบการณ์การเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการท างานในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ร้อยละ 84.43 และร้อยละ 87.43 ตามล าดับ พบว่าส่วนใหญ่มีน้ าหนักตัวปกติ ร้อยละ 41.19 ส่วนใหญ่มีความดันโลหิตค่าบนปกติ ร้อยละ 56.00 และความดันโลหิตค่าล่างต่ า ร้อยละ 56.30 เป็นโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 5.69 เป็นโรคเบาหวาน ร้อยละ 4.19 และเป็นโรคหัวใจ ร้อยละ 0.60 โรคภูมแพ้และโรคอื่น ๆ ร้อยละ 4.19 และยังพบว่าส่วนใหญ่มีผลเลือดอยู่ในระดับปกติ ร้อยละ 65.52 เกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผ่นใหม่ ส่วนใหญ่ไม่เคยบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับการท างานและไม่เคยมีประสบการณ์การเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการท างานในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ร้อยละ 89.30 และร้อยละ 92.00 ตามล าดับ และยังพบว่าส่วนใหญ่มีน้ าหนักปกติ ร้อยละ 38.00 163 ส่วนใหญ่มีความดันโลหิตค่าบนปกติ ร้อยละ 51.30 และความดันโลหิตค่าล่างต่ า ร้อยละ 47.80 เป็นโรคเบาหวานร้อยละ 12.25 เป็นโรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 8.50 เป็นโรคหัวใจ ร้อยละ 2.25 เป็นโรคภูมิแพ้และโรคอื่นๆ ร้อยละ 9.25 เป็นโรคตับร้อยละ 0.50 ส่วนใหญ่มีผลเลือดอยู่ในระดับไม่ปลอดภัย ร้อยละ 58.62 และไม่พบว่ามีผลเลือดปกติ 2. ภาวะสุขภาพของเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ภาวะสุขภาพด้านร่างกาย ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ ภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม และภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณ 2.1 ภาวะสุขภาพด้านร่างกายของเกษตรกร การศึกษาภาวะสุขภาพด้านร่างกายของเกษตรกร ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกส่วนใหญ่มีภาวะสุขภาพด้านร่างกายดี (X=4.02, S.D.=0.39) ส่วนเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่มีภาวะสุขภาพด้านร่างกายดีเช่นเดียวกัน (X=4.14, S.D.=0.76) 2.2 ภาวะสุขภาพด้านจิตใจของเกษตรกร การศึกษาภาวะสุขภาพด้านจิตใจของเกษตรกร พบว่าเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก ส่วนใหญ่มีภาวะสุขภาพด้านจิตใจดีมาก (X=4.33, S.D.=0.81) ในขณะที่เกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่มีภาวะสุขภาพด้านจิตใจ อยู่ในระดับปานกลาง (X=3.06, S.D.=0.71) 2.3 ส่วนภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม การศึกษาภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของเกษตรกร พบว่าเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก ส่วนใหญ่มีภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมดีมาก (X=4.32, S.D.=0.87) ในขณะที่เกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่มีภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอยูในระดับปานกลาง (X=3.19, S.D.=0.76) 2.4 ภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณของเกษตรกร การศึกษาภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณของเกษตรกรพบว่าเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกส่วนใหญ่มีภาวะสุขภาพดีมาก (X=4.71, S.D.=0.63) ในขณะที่เกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่มีภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณอยู่ในระดับดี (X=3.57, S.D.=0.75) และภาวะสุขภาพโดยภาพรวมของเกษตรกร พบว่า เกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกส่วนใหญ่มีภาวะสุขภาพดีมาก (X=4.44 S.D.=0.67) ในขณะที่เกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผ่นใหม่ ส่วนใหญ่มีภาวะสุขภาพโดยภาพรวมอยู่ในระดับดี (X=3.46, S.D.=0.51) 3. การเปรียบเทียบภาวะสุขภาพของเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร 3.1 ภาวะสุขภาพเบื้องต้นของเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผ่นใหม่ ผลการตรวจเลือดหาสารเคมีปนเปื้อน พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ ที่ระดับ .001 ส่วนการเปรียบเทียบค่าดัชนีมวลกาย ความดันโลหิตค่าบน ความดันโลหิต ค่าล่างพบว่า ไม่มีความแตกต่างกัน 3.2 ภาวะสุขภาพด้านร่างกาย ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ ภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม และภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณ ของเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผ่นทางเลือก 164 และเกษตรกรรมแผ่นใหม่ พบว่าภาวะสุขภาพ ด้านร่างกาย ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ ภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม และภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณ มีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .001 4. ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพของเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร 4.1 ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพด้านร่างกายของเกษตรกร ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพด้านร่างกายของเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมทางเลือก ตัวแปรที่ดีที่สุดที่มีอิทธิพลต่อภาวะสุขภาพด้านร่างกายของเกษตรกรที่มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .001 มีจ านวน 4 ตัวแปร คือ ปัจจัยคุกคามสุขภาพจากการท างาน ปัจจัยด้านทัศนคติในการท างาน ปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและปัจจัยด้านความรู้การท านา มีความสัมพันธ์แบบพหุคูณกับภาวะสุขภาพด้านร่างกายของเกษตรกร อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเท่ากับ .386 และสามรถพยากรณ์ภาวะสุขภาพด้านร่างกายได้ร้อยละ 13.90 โดยมีความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์เท่ากับ ±.359 ส่วนเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่ ผลการวิเคราะห์ตัวแปรที่ดีที่สุด ที่มีอิทธิพล ต่อภาวะสุขภาพด้านร่างกายของเกษตรกร ที่มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .001 มีจ านวน 3 ตัวแปร คือ ปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ปัจจัยคุกคามสุขภาพจากการท างาน ปัจจัยด้านทัศนคติในการท างาน มีความสัมพันธ์แบบพหุคูณกับภาวะสุขภาพด้านร่างกายของเกษตรกร อย่างมีนัยส าคัญ ทางสถิติที่ระดับ .001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเป็น .243 สามารถพยากรณ์ภาวะสุขภาพด้านร่างกาย ได้ร้อยละ 5.20 โดยมีความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์เท่ากับ±.689 4.2 ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพด้านจิตใจของเกษตรกร ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพด้านจิตใจ ของเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก ผลการวิเคราะห์ตัวแปรพยากรณ์ที่ดีที่สุด ที่มีอิทธิพลต่อภาวะสุขภาพด้านจิตใจของเกษตรกร ที่มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .001 มีจ านวน 3 ตัวแปรคือพฤติกรรมปกป้องสุขภาพจากการท างาน ปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ปัจจัยด้านความรู้จากการท านา มีความสัมพันธ์แบบพหุคูณกับภาวะสุขภาพด้านจิตใจของเกษตรกรอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์พหุคูณเป็น .789 และสามารถพยากรณ์ภาวะสุขภาพด้านจิตใจได้ร้อยละ 63.40. โดยมีความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์เท่ากับ ±.494 ส่วนเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่ ผลการวิเคราะห์ตัวแปรพยากรณ์ที่ดีที่สุด ที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตด้านจิตใจของเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผ่นใหม่ ที่มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .001 มีจ านวน 2 ตัวแปรคือ ปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและปัจจัยด้านทัศนคติในการท างาน มีความสัมพันธ์แบบพหุคูณกับภาวะสุขภาพด้านจิตใจของเกษตรกรอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเป็น .214 และสามารถพยากรณ์ภาวะสุขภาพด้านจิตใจได้ร้อยละ 4.10 โดยมีความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์เท่ากับ±.672 165 4.3 ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของเกษตรกร ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก ผลการวิเคราะห์ตัวแปรพยากรณ์ที่ดีที่สุดที่มีอิทธิพลต่อภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของเกษตรกร ที่มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .001 มีจ านวน 4 ตัวแปรคือ พฤติกรรมปกป้องสุขภาพจากการท างาน ปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ปัจจัยด้านความรู้การท านาและปัจจัยด้านทัศนคติในการท างาน มีความสัมพันธ์แบบพหุคูณกับภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของเกษตรกรอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเป็น .817 และสามารถพยากรณ์ภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ร้อยละ 66.40 โดยมีความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์เท่ากับ ±.508 ส่วนเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่ ผลการวิเคราะห์ตัวแปรพยากรณ์ที่ดีที่สุดที่มีอิทธิพลต่อภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของเกษตรกร ที่มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .001 มีจ านวน 1 ตัวแปรคือปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร มีความสัมพันธ์แบบพหุคูณกับภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของเกษตรกร ที่มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเป็น.236 และสามารถพยากรณ์ภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ร้อยละ 5.60 โดยมีความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์เท่ากับ±.783 4.4 ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณของเกษตรกร ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณของเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก ผลการวิเคราะห์ตัวแปรพยากรณ์ที่ดีที่สุดที่มีอิทธิพลต่อภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณของเกษตรกร ที่มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .001 มีจ านวน 5 ตัวแปรคือปัจจัยด้านความรู้การท านา ปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ปัจจัยด้านทัศนคติในการท างาน พฤติกรรมปกป้องสุขภาพจากการท างาน ปัจจัยคุกคามสุขภาพจากการท างาน มีความสัมพันธ์แบบพหุคูณกับภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณของเกษตรกร อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเป็น .444 และสามารถพยากรณ์ภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณได้ร้อยละ 18.50 โดยมีความคลาดเคลื่อนในพยากรณ์เท่ากับ±.274 ส่วนเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่ ผลการวิเคราะห์ตัวแปรพยากรณ์ที่ดีที่สุดที่มีอิทธิพลต่อภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณของเกษตรกรที่มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .001 มีจ านวน 3 ตัวแปรคือ ปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ปัจจัยด้านความรู้การท านา ปัจจัยด้านทัศนคติในการท างาน มีความสัมพันธ์แบบพหุคูณกับภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณ อย่างมีนัยส าคัญทางเศรษฐกิจที่ระดับ .001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเป็น .313 สามารถพยากรณ์ภาวะสุขภาพด้านจิตวิญญาณได้ร้อยละ 9.80 โดยมีความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์เท่ากับ ±.654 อภิปรายผลการศึกษา การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาภาวะสุขภาพของเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร ศึกษาเปรียบเทียบภาวะสุขภาพของเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพของเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัด 166 ยโสธร ซึ่งได้น าผลการศึกษาในประเด็นที่ส าคัญมาอภิปรายผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ได้ดังนี้ 1. ภาวะสุขภาพของเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร 1.1 ภาวะสุขภาพทางด้านร่างกาย ผลการศึกษาภาวะสุขภาพด้านร่างกายของเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร ผลการศึกษาพบว่า ภาวะสุขภาพด้านร่างกายโดยภาพรวมของเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่อยู่ในระดับดี อาจเนื่องมาจากกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 71.56 และร้อยละ 71.60 ตามล าดับ สอดคล้องกับการศึกษาของรุ้งทิพย์ พันธุเมธากุลที่ท าการศึกษาความชุกของภาวะความผิดปกติของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อในชาวนา ซึ่งผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (รุ้งทิพย์ พันธุเมธากุล และคณะ. 2554 : 300) โดยเพศหญิงจะให้ความส าคัญในการดูแลสุขภาพของตนเองมากกว่าเพศชาย ยังสอดคล้องกับการศึกษาของสุภา แก้วบริสุทธิ์ (2547 : บทคัดย่อ) ที่พบว่าเพศนั้นมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยางพาราจังหวัดสงขลา และเพศหญิงที่ได้รับการศึกษา จะพบระดับเอ็นไซม์โคลีนเอสเตอเรสไม่ปกติเพียงร้อยละ 23.08 เนื่องจากเพศหญิงเป็นเพศที่มีความใส่ใจสุขภาพ ไม่มีพฤติกรรมโลดโผน (สิริพร ศรีธิ. 2555 : 32) และจากการศึกษาเรื่องคุณภาพชีวิตของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรพบว่าเพศของสมาชิกเกษตรกรต่างกัน มีคุณภาพชีวิตแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เช่นเดียวกัน (ปิ่นสอาด สหนาวิน. 2553 : บทคัดย่อ) แต่กระนั้นก็พบว่าเพศมิได้มีผลต่อคุณภาพชีวิต จากการศึกษาของศุภรทิพย์ นิลารักษ์ (2557 : 55) ที่ได้ท าการศึกษากลุ่มตัวอย่างเกษตรกรชาวสวนยางพาราในพื้นที่จังหวัดตราด และ อัมพร ไทยข า (2553 : บทคัดย่อ) ท าการศึกษาเรื่องคุณภาพชีวิตเกษตรกร : กรณีศึกษาเกษตรกรปลูกไม้ยูคาลิปตัสในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งชี้ให้เห็นว่า เมื่ออายุมากขึ้นระดับวุฒิภาวะจะเจริญเติบโตและค่อยเปลี่ยนไปตามวัย บุคคลที่มีวุฒิภาวะมากขึ้น ย่อมมีการตัดสินใจและรับผิดชอบต่อการมีพฤติกรรมสุขภาพได้ดีขึ้น และจากผลการศึกษากลุ่มเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกนี้ พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีอายุในช่วง 41-50 ปี ซึ่งอยู่ในวัยผู้ใหญ่ สามารถวิเคราะห์และพิจารณาตัดสินใจในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งความรับผิดชอบต่อการมีพฤติกรรมสุขภาพโดยทั่วไปดีกว่าช่วงอายุอื่น ๆ (ชื่นกมล สุขดี, ชวพรพรรณ จันทร์ประสิทธิ์ และวันเพ็ญ ทรงค า. 2553 : 135) นอกจากกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมแล้วยังพบว่าสอดคล้องกับอาชีพอื่น ๆ ด้วย ได้แก่การศึกษาของกิติมา นิพาสพงษ์ (2556 : 104) ที่ได้ท าการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของพนักงานดับเพลิงกรุงเทพมหานคร ที่พบว่าความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับภาวะสุขภาพ พบว่าอายุมีความสัมพันธ์เชิงลบกับภาวะสุขภาพของพนักงานดับเพลิงกรุงเทพมหานครอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีอายุในช่วง 51-60 ปี และผลการศึกษาพบว่าภาวะสุขภาพด้านร่างกายอยู่ในระดับดี ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากเกษตรกรท านาแผนแบบเกษตรกรรมใหม่ในด้านระยะเวลาการท างานต่อสัปดาห์ พบว่า ท างานน้อยกว่าสัปดาห์ละ 56 ชั่วโมง หรือท างานน้อยกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน และมีพฤติกรรมสุขภาพในด้านการรับประทานอาหารครบห้าหมู่ในระดับมาก ดื่มน้ าได้อย่างน้อยวันละ 6 แก้วและมีพฤติกรรม 167 ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เสพย์สิ่งเสพย์ติดและติดเครื่องดื่มประเภทชาหรือกาแฟ เพราะอาหารเป็นองค์ประกอบส าคัญที่สุดที่ช่วยให้บุคคลมีสุขภาพดี อาหารที่มีคุณค่าและได้สัดส่วนและถูกต้องตามหลักโภชนาการ ย่อมจะช่วยส่งเสริมความเจริญเติบโต ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและให้พลังงานแก่ร่างกาย สุราและของมึนเมาทุกชนิดจะเป็นตัวเร่งให้หัวใจท างานมากขึ้น เส้นโลหิตขยายตัวมากขึ้น หัวใจเต้นแรงขึ้น ถ้าดื่มมากเกินไปการท างานและการสูบฉีดโลหิตเปลี่ยนไป ท าให้ระบบการท างานไม่ปกติและท าลายระบบอวัยวะภายในท าให้สุขภาพเสื่อมโทรมและท าลายชีวิตในที่สุด (2545 อ้างถึงในอนนท์ วิสุทธ์ธนานนท์ และคณะ. 2551 : 56) 1.2 ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ การศึกษาภาวะสุขภาพด้านจิตใจของเกษตรกร ผลการศึกษาพบว่าเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก มีภาวะสุขภาพด้านจิตใจอยู่ในระดับดีมาก อาจเนื่องมาจากเกษตรมีความรู้สึกพึงพอใจภาคภูมิใจในอาชีพท านามากที่สุด ท านาด้วยระบบธรรมชาติที่ไม่ต้องใช้สารเคมี ที่เป็นภัยต่อตัวเอง ผู้บริโภคและระบบนิเวศ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการท าเกษตรเคมีเป็นเกษตรอินทรีย์ของครอบครัวนางพวงทอง จินาจันทร์ พบว่า ท าเกษตรอินทรีย์แล้วมีความสุข ได้แบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้กับคนรอบตัว เพราะการน าผัก ผลไม้ไปจ าหน่ายให้แก่ผู้บริโภคไม่เป็นบาปต่อตัวเอง การที่ไม่ใช้สารเคมีก าจัดศัตรูพืช ท าให้ไม่ต้องฆ่าสิ่งมีชีวิต เลี้ยงปลาเพื่อให้น้ ามีความสมบูรณ์ เลี้ยงไก่กินแต่ฟองที่ไม่สามารถฟักตัวได้ เหตุที่ปฏิบัติเช่นนี้เพราะเชื่อว่าภายในสวนตัวเองมีอาหารเพียงพอต่อการบริโภค จึงไม่จ าเป็นต้องไปเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตอื่น (แสงวรรณ์ ปาลี. 2553 : 81) และไม่ต้องกังวลในเรื่องต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาผลลัพธ์จากการปรับเปลี่ยนระบบการผลิตข้าวจากเคมีไปเป็นข้าวอินทรีย์พบว่า ผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจสูงกว่าท านาเคมีถึงหนึ่งเท่าตัว ต้นทุนการผลิตลดลง ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเกษตรเคมีในเกือบทุกพื้นที่ (อรกช เก็จพิรุฬห์. 2555 : 173) ไม่ต้องกังวลในเรื่องการขายผลผลิต เนื่องจากมีตลาดรองรับที่แน่นอนและขายด้วยระบบราคาการค้าที่เป็นธรรม ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง และยังสอดคล้องกับการศึกษาของ สายัณห์ กุลวงศ์ (2547 : 142) และ ชญาดา บุญถึง (2556 : ง) ที่พบว่าการท าเกษตรอินทรีย์ ท าให้มีรายได้สม่ าเสมอ มีตลาดที่แน่นอน เกิดธุรกิจขนาดเล็กในชุมชน เกิดตลาดที่เรียกว่า “ตลาดสีเขียว” ตลาดที่ขายผลิตภัณฑ์ที่ท าด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ เกษตรกรน าสินค้ามาจ าหน่ายเอง ตั้งราคาสินค้าด้วยตัวเกษตรกร เกษตรกรได้พบกับผู้บริโภคโดยตรง ไม่ต้องกังวลว่าจะขายผลผลิตไม่ได้ เพราะผู้บริโภคห่วงใยสุขภาพตัวเองและคนในครอบครัว และจากการศึกษาของกาญจนา สมมิตร (2553 : ข-ค) และอัจฉริยาพร ศรีหมื่นไวย (2553 : บทคัดย่อ) พบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงการบริโภคสินค้าเกษตรเคมีเป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มตัวอย่าง คือ ความห่วงใยสุขภาพตนเองและค านึงถึงปัญหาสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว และผู้บริโภครู้สึกปลอดภัยที่ได้บริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์และสินค้าอินทรีย์เป็นสินค้าที่ดีต่อสุขภาพเนื่องจากไม่มีสารพิษตกค้าง ซึ่งสอดคล้องไปกับแผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 12 ที่ยึดหลัก “ปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง” “การพัฒนาที่ยั่งยืน” และ “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” (ส านักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. 2560 : 2) ส่วนเกษตรกรท านาแผนใหม่ของจังหวัดยโสธรนั้น ผลการศึกษาพบว่าภาวะสุขภาพด้านจิตใจอยู่ในระดับปานกลาง อาจเนื่องมาจาก เกษตรกรส่วนใหญ่ กังวลต่อต้อนทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น กลัวขายผลผลิตไม่ได้ และรู้สึกเบื่อหน่ายท้อแท้ หมดหวัง สอดคล้อองกับงานวิจัยของ พงษ์ศักดิ์ อ้น 168 มอยและพีรญา อึ้งอุดรภักดี (2558 : ผลการวิจัย) ที่พบว่าเกษตรกรรู้สึกกังวลที่สารเคมีก าจัดศัตรูพืชมีราคาแพงท าให้ต้นทุนการผลิตสูง ซึ่งเป็นผลกระทบต่อจิตใจจากการท าเกษตรโดยการใช้สารเคมี และสุจิตรา เทพภูเขียวและสมจิต แดนสีแก้ว (2556 : 980-982) ศึกษาผลกระทบสุขภาพจากการใช้สารเคมีก าจัดศัตรูพืชในการปลูกดอกไม้เพื่อร้อยมาลัยขาย ก็พบว่าเกษตรกรส่วนมากมีความรู้สึกกลัวการเจ็บป่วยและกังวลใจต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับครอบครัว และมีความรู้สึกไม่พอใจเมื่อมีการใช้สารเคมีก าจัดศัตรูพืชจากบ้านข้างเคียง เช่นเดียวกัน องค์การอนามัยโลกได้ให้ความหมายของค าว่าสุขภาพจิต คือ ความสามารถของบุคคลที่จะปรับตัวให้มีความสุข อยู่กับบุคคลอื่น ด ารงชีวิตอยู่ได้ด้วยความสมดุลอย่างสุขสบาย รวมทั้งความสามารถของตนเองในการด ารงอยู่ในโลกที่ก าลังเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่มีข้อขัดแย้งภายในจิตใจ (2545 อ้างถึงในอนนท์ วิสุทธ์ธนานนท์ และคณะ. 2551 : 56) 1.3 ภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม การศึกษาภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของเกษตรกร ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก มีภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอยู่ในระดับดีมาก อาจเนื่องมาจากเกษตรกรท านาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกพึงพอใจกับภาวะเศรษฐกิจวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองและครอบครัว คนในครอบครัวมีงานท า ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของชญาดา บุญถึง (2556 : ง-จ) ที่พบว่า การท าเกษตรแบบอินทรีย์ถือเอางานในไร่นาเป็นหลัก วางแผนการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผลจากการวางแผนประโยชน์จากการใช้ที่ดิน ท าให้เกษตรกรลดภาระค่าใช้จ่ายในเรื่องต้นทุนการผลิต มีการจัดการอย่างมีวิสัยทัศน์คือมีการวางแผนอย่างนักเศรษฐศาสตร์ ใช้พื้นที่ท ากินอย่างคุ้มค่า มีการหมุนเวียนท าเกษตรหลายรอบ คือ ท านาปกติและพืชหลังนา ผลผลิตที่ได้เกิด

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน