บทที่ 3.pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์424 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 3 วิธีด ำเนินกำรวิจัย วิธีด ำเนินกำรวิจัยปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภำพชีวิตผู้ป่วยเบำหวำนชนิดที่ 2 อ ำเภอค ำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เป็นกำรวิจัยเชิงส ำรวจ (Survey Research) ผู้วิจัยได้ด ำเนินกำรตำมล ำดับดังนี้ 1. ประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง 2. กำรสร้ำงเครื่องมือในกำรเก็บรวบรวมข้อมูล 3. เครื่องมือที่ใช้ในกำรวิจัย 4. วิธีกำรเก็บรวบรวมข้อมูล 5. กำรวิเครำะห์ข้อมูล 6. สถิติที่ใช้ในกำรวิเครำะห์ข้อมูล ประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง 1. ประชำกร ประชำกรในกำรวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้ป่วยโรคเบำหวำนชนิดที่ 2 ที่มีอำยุ 35-59 ปี ของอ ำเภอค ำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร จ ำนวน 1,382 รำย (ส ำนักงำนสำธำรณสุขจังหวัดยโสธร. 2560) 2. กลุ่มตัวอย่ำง กลุ่มตัวอย่ำงที่ใช้ในกำรวิจัยครั้งนี้คือ ผู้ป่วยโรคเบำหวำนชนิดที่ 2 ที่มีอำยุ 35-59 ปี ของอ ำเภอค ำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร จ ำนวน 302 คน ก ำหนดขนำดกลุ่มตัวอย่ำง โดยใช้ตำรำงส ำเร็จรูปของเครจซีและมอร์แกน (Krejcie & Morgan) (บุญชม ศรีสะอำด. 2545 : 43) สุ่มตัวอย่ำงแบบหลำยขั้นตอน ขั้นตอนกำรเลือกกลุ่มตัวอย่ำง ขั้นตอนที่ 1 กำรก ำหนดขนำดกลุ่มตัวอย่ำง ผู้วิจัยใช้ตำรำงของเครจซีและมอร์แกน (Krejcie & Morgan) (บุญชม ศรีสะอำด. 2545 : 43) จำกประชำกรทั้งหมดของผู้ป่วยโรคเบำหวำนชนิดที่ 2 ที่มีอำยุ 35-59 ปี อ ำเภอค ำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร จ ำนวน 1,382 รำย ได้กลุ่มตัวอย่ำง จ ำนวน 302 คน แล้วท ำกำรสุ่มแบบหลำยขั้นตอน (Multi-Stage Random Sampling) ขั้นตอนที่ 2 น ำจ ำนวนกลุ่มตัวอย่ำง 302 คน ไปแบ่งชั้นภูมิเทียบสัดส่วน (Proportional Stratified Random Sampling) แต่ละต ำบล อ ำเภอค ำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ดังนี้ 50 ตำรำงที่ 2 จ ำนวนประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำงผู้ป่วยเบำหวำนชนิดที่ 2 อ ำเภอค ำเขื่อนแก

อ่านต่อ

้ว จังหวัดยโสธร จ ำแนกรำยต ำบล ล ำดับ ต ำบล ประชำกร(คน) กลุ่มตัวอย่ำง(คน) 1 ลุมพุก 271 59 2 ย่อ 155 34 3 สงเปือย 97 21 4 โพนทัน 79 17 5 ทุ่งมน 166 36 6 นำค ำ 29 6 7 ดงแคนใหญ่ 142 31 8 กู่จำน 55 12 9 นำแก 61 13 10 กุดกุง 100 22 11 เหล่ำไฮ 58 13 12 แคนน้อย 88 19 13 ดงเจริญ 81 18 รวม 1382 302 ขั้นตอนที่ 3 เมื่อได้จ ำนวนกลุ่มตัวอย่ำงในแต่ละต ำบลแล้ว ใช้วิธีกำรสุ่มกลุ่มตัวอย่ำงแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) ในกำรเก็บข้อมูล เกณฑ์กำรคัดเลือกกลุ่มตัวอย่ำง 1. เป็นผู้ป่วยเบำหวำนชนิดที่ 2 อำยุ 35-59 ปี ในวันที่ตอบแบบสอบถำม 2. อำศัยอยู่ในอ ำเภอค ำเขื่อนแก้วอย่ำงน้อย 6 เดือน 3. สมัครใจตอบแบบสอบถำม กำรสร้ำงเครื่องมือในกำรเก็บรวบรวมข้อมูล 1. แบบสอบถำมปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภำพชีวิตด้ำนสุขภำพของผู้ป่วยเบำหวำนชนิดที่ 2 เป็นแบบสอบถำมที่ผู้วิจัยสร้ำงและพัฒนำขึ้นมำ ซึ่งสร้ำงขึ้นตำมขั้นตอน ดังนี้ 1.1 ศึกษำค้นคว้ำรวบรวมข้อมูล เอกสำร ต ำรำ ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ทฤษฎี แนวคิด ระเบียบวิธีวิจัย สถิติส ำหรับกำรวิจัย เทคนิคกำรสร้ำงเครื่องมือวิจัย และงำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง ส ำหรับน ำไปสร้ำงแบบสอบถำม 1.2 ประมวลควำมรู้ แนวคิดต่ำง ๆ ที่ได้จำกกำรทบทวนวรรณกรรมมำก ำหนดกรอบแนวคิด เพื่อเป็นแนวทำงในกำรสร้ำงแบบสอบถำมให้ครอบคลุมเนื้อหำที่ต้องกำรศึกษำ 1.3 สร้ำงแบบสอบถำม ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภำพชีวิตด้ำนสุขภำพของผู้ป่วยเบำหวำนชนิดที่ 2 โดยใช้ค ำถำมปลำยปิด และค ำถำมปลำยเปิด 1.4 น ำแบบสอบถำมที่สร้ำงขึ้นเสนอต่ออำจำรย์ที่ปรึกษำวิทยำนิพนธ์ เพื่อพิจำรณำ 51 ควำมถูกต้องครบถ้วน ควำมเหมำะสมของเนื้อหำ แล้วน ำมำปรับปรุงแก้ไขตำมข้อเสนอแนะ 1.5 น ำแบบสอบถำมที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วเสนอต่อผู้เชี่ยวชำญ เพื่อตรวจสอบควำมตรงของเนื้อหำ (Content Validity) โดยหำค่ำดัชนีควำมสอดคล้องกันระหว่ำงข้อค ำถำมแต่ละข้อกับจุดประสงค์ (Index of Item-Objective Congruence หรือ IOC) จ ำนวน 3 คน ดังนี้ (1) แพทย์เฉพำะทำงด้ำนอำยุรแพทย์ (2) นักวิชำกำรสำธำรณสุขเชี่ยวชำญคุณวุฒิทำงด้ำนกำรศึกษำระดับปริญญำโท สำขำสำธำรณสุข (3) พยำบำลวิชำชีพช ำนำญคุณวุฒิทำงด้ำนกำรศึกษำระดับปริญญำเอกเป็นผู้ผู้เชี่ยวชำญด้ำนกำรพัฒนำงำนประจ ำสู่กำรวิจัย (Routine to Research : R2R) โดยก ำหนดค่ำดัชนีควำมสอดคล้อง ดังนี้ +1 หมำยถึง แน่ใจว่ำข้อค ำถำมมีควำมสอดคล้องกับนิยำมเชิงปฏิบัติกำร 0 หมำยถึง ไม่แน่ใจว่ำข้อค ำถำมนั้นมีควำมสอดคล้องกับนิยำมเชิงปฏิบัติกำร -1 หมำยถึง แน่ใจว่ำข้อค ำถำมนั้นไม่มีควำมสอดคล้องกับนิยำมเชิงปฏิบัติกำร ข้อที่ใช้ได้ต้องมีค่ำดัชนีควำมสอดคล้อง (IOC) ตั้งแต่ .50 ขึ้นไป สรุปได้ค่ำดัชนีควำมสอดคล้องเฉลี่ยทั้งฉบับเท่ำกับ 0.94 1.6 น ำแบบสอบถำมที่ได้จำกกำรตรวจสอบแก้ไขจำกผู้เชี่ยวชำญแล้วเสนอต่ออำจำรย์ที่ปรึกษำวิทยำนิพนธ์พิจำรณำปรับปรุงให้ดีขึ้น 1.7 ผู้วิจัยขอหนังสือจำกโครงกำรบัณฑิตศึกษำมหำวิทยำลัยรำชภัฏสุรินทร์ เพื่อขอควำมอนุเครำะห์ให้นักศึกษำลงพื้นที่ทดลองใช้เครื่องมือวิจัย เสนอต่อสำธำรณสุขอ ำเภอเมืองยโสธร 1.8 น ำแบบสอบถำมไปทดลองใช้ (Try Out) กับผู้ป่วยเบำหวำนชนิดที่ 2 อำยุ 35-59 ปี ที่อำศัยอยู่ในเขตอ ำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่ำง จ ำนวน 30 คน เพื่อค ำนวณหำค่ำควำมเชื่อมั่น (Reliability) ได้เท่ำกับ 0.802 เครื่องมือที่ใช้ในกำรเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในงำนวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถำมเกี่ยวกับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภำพชีวิตผู้ป่วยเบำหวำนชนิดที่ 2 อ ำเภอค ำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร โดยแบ่งออกเป็น ตอนที่ 1 แบบสอบถำมปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภำพชีวิตด้ำนสุขภำพของผู้ป่วยเบำหวำนชนิดที่ 2 ซึ่งผู้วิจัยสร้ำงขึ้นเอง ดังนี้ 1. ปัจจัยน ำ 1.1 ด้ำนข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อำยุ กำรศึกษำ อำชีพ รำยได้ ระยะเวลำกำรป่วย ระดับน้ ำตำลในเลือด ภำวะแทรกซ้อน มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบรำยกำร (Check list) จ ำนวน 9 ข้อ 1.1.1 เพศ มี 2 ค ำตอบ ได้แก่ เพศหญิง เพศชำย ซึ่งแบ่งตำม ลักษณะเพศ 1.1.2 อำยุ มี 3 กลุ่มอำยุให้เลือกตอบ ได้แก่ อำยุ 35-39 ปี, อำยุ 40-49 ปี และ อำยุ 50-59 ปี โดยอำยุเริ่มต้นและอำยุสิ้นสุดตำมขอบเขตประชำกรที่ศึกษำได้แก่ 35-59 ปี 1.1.3 กำรศึกษำ มี 3 กลุ่มให้เลือกตอบ ซึ่งแบ่งตำมระดับกำรศึกษำ ได้แก่ ประถมศึกษำ, มัธยมศึกษำ, และปริญญำตรีขึ้นไป 1.1.4 อำชีพ มี 6 อำชีพหลักให้เลือกตอบ โดยแบ่งตำมลักษณะอำชีพ ได้แก่ 52 เกษตรกรรม, รับจ้ำง, ค้ำขำย, แม่บ้ำน, ธุรกิจส่วนตั , รับรำชกำร/พนักงำนของรัฐ และอื่น ๆ ให้ระบุ 1.1.5 รำยได้ มี 3 กลุ่มให้เลือกตอบได้แก่ รำยได้ต่อเดือนต่ ำกว่ำหรือเท่ำกับ 5,000 บำท, 5,001-10,000 บำท และ 10,001 บำท ขึ้นไป 1.1.6 ระยะเวลำกำรป่วยเป็นเบำหวำน มี 4 กลุ่มให้เลือกตอบ ได้แก่ ต่ ำกว่ำ 5 ปี, 5-9 ปี, 10-14 ปี และ 15 ปี ขึ้นไป 1.1.7 ระดับน้ ำตำลในเลือดครั้งสุดท้ำย มี 4 กลุ่มให้เลือกตอบ แบ่งตำมปิงปอง 7 สี ของกระทรวงสำธำรณสุข ได้แก่ น้อยกว่ำ 125 mg/dl, 125-154 mg/dl, 155-182 mg/dl และ 183 mg/dl ขึ้นไป 8) ภำวะแทรกซ้อน มี 2 กลุ่มให้เลือกตอบ ได้แก่ มี และไม่มี 1.2 ด้ำนควำมรู้เกี่ยวกับโรคเบำหวำน เป็นปรนัยให้เลือก 1 ค ำตอบ มีข้อค ำถำมทั้ง ทำงบวกและทำงลบ จ ำนวน 10 ข้อ ควำมคิดเห็นทำงบวก ควำมคิดเห็นทำงลบ ผิด 0 คะแนน 1 คะแนน ถูก 1 คะแนน 0 คะแนน คะแนนเฉลี่ยของควำมรู้เกี่ยวกับโรคเบำหวำนแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ซึ่งผู้วิจัยใช้เกณฑ์ในกำรแบ่งระดับคะแนนของบุญชม ศรีสะอำด (บุญชม ศรีสะอำด. 2556 : 100) ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย(ค ำถำม 1 ข้อ) คะแนนเฉลี่ย(ค ำถำม 10 ข้อ) แปลผล 0.00-0.59 0.00-5.99 มีควำมรู้ระดับน้อย 0.80-1.0 06.00-7.99 มีควำมรู้ระดับมำก 0.60-0.79 8.00-10.00 มีควำมรู้ระดับมำกที่สุด 1.3 ด้ำนทัศนคติต่อโรคเบำหวำน ลักษณะค ำถำมประเมินค่ำเป็นมำตรำวัด (Rating Scale) ของลิเคิร์ทสเกล (Likert Scale) มีข้อค ำถำมทั้งทำงบวกและทำงลบ จ ำนวน 9 ข้อก ำหนดไว้ 5 ระดับ ควำมคิดเห็นทำงบวก ควำมคิดเห็นทำงลบ ไม่เห็นด้วย 1 คะแนน 5 คะแนน เห็นด้วยน้อย 2 คะแนน 4 คะแนน เห็นด้วยปำนกลำง 3 คะแนน 3 คะแนน เห็นด้วยมำก 4 คะแนน 2 คะแนน เห็นด้วยมำกที่สุด 5 คะแนน 1 คะแนน คะแนนเฉลี่ยของทัศนคติต่อโรคเบำหวำน แบ่งค่ำเฉลี่ยรำยข้อออกเป็น 3 ช่วงซึ่งผู้วิจัยใช้เกณฑ์ในกำรแบ่งระดับคะแนนของเบสท์ (Best. 1977 : 174) ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 1.00-2.33 หมำยถึง ทัศนคติต่อโรคเบำหวำนระดับต่ ำ คะแนนเฉลี่ย 2.34-3.66 หมำยถึง ทัศนคติต่อโรคเบำหวำนระดับปำนกลำง คะแนนเฉลี่ย 3.67-5.00 หมำยถึง ทัศนคติต่อโรคเบำหวำนระดับสูง 53 กำรแปลผลคะแนนทัศนคติต่อโรคเบำหวำนรวมทุกข้อ แบ่งออกเป็น 3 ระดับ แบบอันตรภำคชั้น (Class Interval) โดยใช้คะแนนสูงสุดลบด้วยคะแนนต่ ำสุด แล้วหำรด้วยจ ำนวนกลุ่มที่ต้องกำรแบ่ง (บุญธรรม กิจปรีดำบริสุทธิ์. 2553 : 206) มีคะแนนตั้งแต่ 9-45 คะแนน ดังนี้ 9-18 คะแนน หมำยถึง ทัศนคติต่อโรคเบำหวำนระดับต่ ำ 19-30 คะแนน หมำยถึง ทัศนคติต่อโรคเบำหวำนระดับปำนกลำง 31-45 คะแนน หมำยถึง ทัศนคติต่อโรคเบำหวำนระดับสูง 1.4 ด้ำนกำรปฏิบัติตนของผู้ป่วยเบำหวำน ลักษณะประเมินค่ำมำตรำวัด (Rating Scale) ของลิเคิร์ทสเกล (Likert Scale) มีข้อค ำถำมทั้งทำงบวกและทำงลบ จ ำนวน 10 ข้อ ก ำหนดไว้ 5 ระดับ กำรแปลควำมหมำยดังนี้ ไม่ปฏิบัติ หมำยถึง ไม่เคยปฏิบัติเลย ปฏิบัติน้อย หมำยถึง 1-2 ครั้ง/สัปดำห์ ปฏิบัติปำนกลำง หมำยถึง 3-4 ครั้ง/สัปดำห์ ปฏิบัติมำก หมำยถึง 5-6 ครั้ง/สัปดำห์ ปฏิบัติมำกที่สุด หมำยถึง ทุกวัน กำรแปลค่ำคะแนนดังนี้ ควำมคิดเห็นทำงบวก ควำมคิดเห็นทำงลบ ไม่ปฏิบัติ 1 คะแนน 5 คะแนน ปฏิบัติน้อย 2 คะแนน 4 คะแนน ปฏิบัติปำนกลำง 3 คะแนน 3 คะแนน ปฏิบัติมำก 4 คะแนน 2 คะแนน ปฏิบัติมำกที่สุด 5 คะแนน 1 คะแนน คะแนนเฉลี่ยของกำรปฏิบัติตนรำยข้อ แบ่งออกเป็น 3 ช่วงซึ่งผู้วิจัยใช้เกณฑ์ในกำรแบ่งระดับคะแนนของเบสท์ (Best. 1977: 174) ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 1.00-2.33 หมำยถึง มีกำรปฏิบัติตนระดับต่ ำ คะแนนเฉลี่ย 2.34-3.66 หมำยถึง มีกำรปฏิบัติตนระดับปำนกลำง คะแนนเฉลี่ย 3.67-5.00 หมำยถึง มีกำรปฏิบัติตนระดับสูง กำรแปลผลคะแนนกำรปฏิบัติตนรวมทุกข้อ แบ่งคะแนนแบบอันตรภำคชั้น (Class Interval) ใช้คะแนนสูงสุดลบด้วยคะแนนต่ ำสุด แล้วหำรด้วยจ ำนวนกลุ่มที่ต้องกำรแบ่ง (บุญธรรม กิจปรีดำบริสุทธิ์. 2553 : 206) มีคะแนน ตั้งแต่ 10–50 คะแนน ดังนี้ 10-23 คะแนน หมำยถึง ปฏิบัติตนระดับต่ ำ 24-36 คะแนน หมำยถึง ปฏิบัติตนระดับปำนกลำง 37-50 คะแนน หมำยถึง ปฏิบัติตนระดับสูง 2. ปัจจัยเอื้อด้ำนกำรสนับสนุนจำกระบบบริกำรสำธำรณสุข จ ำนวน 8 ข้อ ลักษณะ ประเมินค่ำมำตรำวัด (Rating Scale) ของลิเคิร์ทสเกล (Likert Scale) ก ำหนดกำรไว้ 5 ระดับ ได้รับสนับสนุนน้อยที่สุด 1 คะแนน 54 ได้รับสนับสนุนน้อย 2 คะแนน ได้รับสนับสนุนปำนกลำง 3 คะแนน ได้รับสนับสนุนมำก 4 คะแนน ได้รับสนับสนุนมำกที่สุด 5 คะแนน คะแนนเฉลี่ยของกำรสนับสนุนจำกระบบบริกำรสำธำรณสุขรำยข้อ แบ่งออกเป็น 3 ช่วงซึ่งผู้วิจัยใช้เกณฑ์ในกำรแบ่งระดับคะแนนของเบสท์ (Best. 1977 : 174) ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 1.00-2.33 หมำยถึง กำรได้รับกำรสนับสนุนระดับต่ ำ คะแนนเฉลี่ย 2.34-3.66 หมำยถึง กำรได้รับกำรสนับสนุนระดับปำนกลำง คะแนนเฉลี่ย 3.67-5.00 หมำยถึง กำรได้รับกำรสนับสนุนระดับสูง กำรแปลผลคะแนนกำรสนับสนุนจำกระบบบริกำรสำธำรณสุขรวมทุกข้อ แบ่งออกเป็น 3 ระดับ แบบอันตรภำคชั้น (Class Interval) ใช้คะแนนสูงสุดลบด้วยคะแนนต่ ำสุด แล้วหำรด้วยจ ำนวนกลุ่มที่ต้องกำรแบ่ง (บุญธรรม กิจปรีดำบริสุทธิ์. 2553 : 206) มีคะแนน ตั้งแต่ 8-40 คะแนน 8-18 คะแนน หมำยถึง กำรสนับสนุนระดับต่ ำ 19-29 คะแนน หมำยถึง กำรสนับสนุนระดับปำนกลำง 30-40 คะแนน หมำยถึง กำรสนับสนุนระดับสูง 1.3 ปัจจัยเสริมด้ำนกำรสนับสนุนจำกสมำชิกในครอบครัว จ ำนวน 6 ข้อ ลักษณะประเมิน ค่ำมำตรำวัด (Rating Scale) ของลิเคิร์ทสเกล (Likert Scale) ก ำหนดไว้ 5 ระดับ ได้รับสนับสนุนน้อยที่สุด 1 คะแนน ได้รับสนับสนุนน้อย 2 คะแนน ได้รับสนับสนุนปำนกลำง 3 คะแนน ได้รับสนับสนุนมำก 4 คะแนน ได้รับสนับสนุนมำกที่สุด 5 คะแนน คะแนนเฉลี่ยของกำรสนับสนุนจำกครอบครัว แบ่งออกเป็น 3 ช่วงซึ่งผู้วิจัยใช้เกณฑ์ในกำรแบ่งระดับคะแนนของเบสท์ (Best. 1977 : 174) ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 1.00-2.33 หมำยถึง กำรได้รับกำรสนับสนุนระดับต่ ำ คะแนนเฉลี่ย 2.34-3.66 หมำยถึง กำรได้รับกำรสนับสนุนระดับปำนกลำง คะแนนเฉลี่ย 3.67-5.00 หมำยถึง กำรได้รับกำรสนับสนุนระดับสูง กำรแปลผลคะแนนกำรสนับสนุนจำกสมำชิกในครอบครัวรวมทุกข้อ แบ่งออกเป็น 3 ระดับ แบบอันตรภำคชั้น(Class Interval) ใช้คะแนนสูงสุดลบด้วยคะแนนต่ ำสุด แล้วหำรด้วยจ ำนวนกลุ่มที่ต้องกำรแบ่ง (บุญธรรม กิจปรีดำบริสุทธิ์. 2553 : 206) มีคะแนนตั้งแต่ 6-30 คะแนน ดังนี้ 6-14 คะแนน หมำยถึง กำรสนับสนุน ระดับต่ ำ 15-22 คะแนน หมำยถึง กำรสนับสนุน ระดับปำนกลำง 23-30 คะแนน หมำยถึง กำรสนับสนุน ระดับสูง ตอนที่ 2 แบบวัดคุณภำพชีวิต ผู้วิจัยใช้แบบวัดคุณภำพชีวิตขององค์กำรอนำมัยโลกฉบับย่อแปลภำษำไทย WHO-BREF THAI 26 ข้อ ซึ่งกรมสุขภำพจิต กระทรวงสำธำรณสุข ได้พัฒนำมำจำกเครื่องมือวัดคุณภำพชีวิตของ 55 องค์กำรอนำมัยโลก 100 ข้อ โดยเลือกค ำถำมมำเพียง 11 ข้อ จำกแต่ละหมวดใน 24 หมวด และรวมกับหมวดคุณภำพชีวิตและสุขภำพโดยรวมอีก 2 ข้อค ำถำมหลังจำกนั้นคณะท ำงำนได้ทบทวนและปรับปรุงภำษำโดยผู้เชี่ยวชำญทำงภำษำกับคนที่มีพื้นฐำนต่ำงกัน น ำมำปรับปรุงข้อที่เป็นปัญหำแล้วทดสอบซ้ ำ ท ำเช่นนี้อยู่ 3 รอบ กำรศึกษำค่ำควำมเชื่อมั่นของเครื่องมือ โดยมีค่ำควำมเชื่อมั่นครอนบรำค Cronbach,s Alpha Coefficiency) เท่ำกับ 0.8406 ค่ำควำมเที่ยงตรงเท่ำกับ 0.6515 (สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์กุล และคนอื่น ๆ. 2540) โดยเทียบกับแบบวัด WHOQOL-100 ฉบับภำษำไทยที่องค์กำรอนำมัยโลกยอมรับอย่ำงเป็นทำงกำร ข้อค ำถำมที่มีควำมหมำยทำงบวก 23 ข้อ และข้อค ำถำมที่มีควำมหมำยทำงลบ 3 ข้อ คือ ข้อ 2, 9, 11 แต่ละข้อเป็นมำตรำส่วนประมำณค่ำ 5 ระดับ ให้ผู้ตอบเลือกตอบ ข้อควำมทำงลบ 3 ข้อ มีระดับกำรให้คะแนนดังนี้ 5 คะแนน หมำยถึง ไม่เลย 4 คะแนน หมำยถึง น้อย 3 คะแนน หมำยถึง ปำนกลำง 2 คะแนน หมำยถึง มำก 1 คะแนน หมำยถึง มำกที่สุด ข้อควำมทำงบวก 23 ข้อ 1 คะแนน หมำยถึง ไม่เลย 2 คะแนน หมำยถึง น้อย 3 คะแนน หมำยถึง ปำนกลำง 4 คะแนน หมำยถึง มำก 5 คะแนน หมำยถึง มำกที่สุด กำรแปลผลแบบวัดคุณภำพชีวิต WHO-BREF THAI 26 ข้อ คะแนนคุณภำพชีวิตมีคะแนน ตั้งแต่ 26-130 คะแนน โดยเมื่อผู้ตอบรวมคะแนนทุกข้อได้คะแนนเท่ำไร สำมำรถเปรียบเทียบกับเกณฑ์ปกติที่ก ำหนดดังนี้ 26-60 คะแนน หมำยถึง กำรมีคุณภำพชีวิตที่ไม่ดี 61-95 คะแนน หมำยถึง กำรมีคุณภำพชีวิตกลำง ๆ 96-130 คะแนน หมำยถึง กำรมีคุณภำพชีวิตที่ดี กำรแบ่งระดับคะแนนคุณภำพชีวิต แยกตำมองค์ประกอบ องค์ประกอบ คุณภำพชีวิตไม่ดี คุณภำพชีวิตกลำง ๆ คุณภำพชีวิตที่ดี ด้ำนร่ำงกำย 7-16 17-26 27-35 ด้ำนจิตใจ 6-14 15-22 23-30 ด้ำนสังคม 3-7 8-11 12-15 ด้ำนสิ่งแวดล้อม 8-18 19-29 30-40 คุณภำพชีวิตโดยรวม 26-60 61-65 96-130 องค์ประกอบด้ำนสุขภำพกำย ได้แก่ ข้อ 2, 3, 4, 10, 11,12, 24 องค์ประกอบด้ำนจิตใจ ได้แก่ ข้อ 5, 6, 7, 8, 9, 23 องค์ประกอบด้ำนสังคม ได้แก่ ข้อ 13, 14, 25 56 องค์ประกอบด้ำนสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ข้อ 15, 16, 17, 18, 19, 20, 21, 22 ส่วนข้อ 1 และข้อ 26 เป็นตัวชี้วัดที่อยู่ในหมวดคุณภำพชีวิตและสุขภำพโดยรวมจะไม่อยู่ในองค์ประกอบทั้ง 4 ด้ำน วิธีกำรเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ด ำเนินกำรเก็บรวบรวมข้อมูล ตำมขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. ผู้วิจัยได้ยื่นขอรับรองจริยธรรมกำรวิจัยในมนุษย์ และผ่ำนควำมเห็นชอบจำกคณะกรรมกำรจริยธรรมกำรวิจัยในมนุษย์ ทั้งนี้เพื่อพิทักษ์สิทธิของกลุ่มตัวอย่ำง 2. ผู้วิจัยขอหนังสือจำกโครงกำรบัณฑิตศึกษำ มหำวิทยำลัยรำชภัฏสุรินทร์ เพื่อขอควำมอนุเครำะห์ให้นักศึกษำลงพื้นที่เก็บข้อมูลกำรท ำวิทยำนิพนธ์ เสนอต่อสำธำรณสุขอ ำเภอค ำเขื่อนแก้ว และผู้อ ำนวยกำรโรงพยำบำลค ำเขื่อนแก้ว 3. ผู้วิจัยประสำนงำนกับผู้รับผิดชอบงำนโรคเบำหวำนของส ำนักงำนสำธำรณสุขอ ำเภอ ค ำเขื่อนแก้ว และโรงพยำบำลค ำเขื่อนแก้ว ชี้แจงท ำควำมเข้ำใจ และขอควำมอนุเครำะห์ให้เป็นผู้ประสำนงำนในกำรเก็บข้อมูลกำรวิจัยจำกกลุ่มตัวอย่ำง 4. ผู้ประสำนงำนประชุมชี้แจงแก่เจ้ำหน้ำที่ของโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพต ำบลทุกแห่งในวันประชุมประจ ำเดือน เพื่อท ำควำมเข้ำใจกำรเก็บข้อมูลวิจัย และแจกแบบสอบถำม ตำมจ ำนวนกลุ่มเป้ำหมำยในแต่ละต ำบล (ผู้วิจัยได้แจกแบบสอบถำมให้เกินจ ำนวนที่ต้องกำร 48 ฉบับ) 5. เจ้ำหน้ำที่โรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพต ำบลแจกแบบสอบถำมให้แก่กลุ่มตัวอย่ำง ตำมสัดส่วนหมู่บ้ำนที่รับผิดชอบ โดยให้อำสำสมัครสำธำรณสุขเป็นผู้ช่วยแจกและเก็บแบบสอบถำมจำกกลุ่มตัวอย่ำง 6. แบบสอบถำมที่กลุ่มตัวอย่ำงกรอกเสร็จเรียบร้อยแล้วจำกทุกต ำบล ถูกรวมรวมส่งที่ส ำนักงำนสำธำรณสุขอ ำเภอค ำเขื่อนแก้ว และโรงพยำบำลค ำเขื่อนแก้ว ผู้วิจัยเดินทำงไปเก็บแบบสอบถำมที่รวบรวมไว้กับผู้ประสำนงำนและไปเก็บตกแบบสอบถำมบำงส่วนจำกโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพต ำบลด้วยตนเอง จนได้แบบสอบถำมที่สมบูรณ์และครบตำมจ ำนวนกลุ่มเป้ำหมำยที่ต้องกำร กำรจัดท ำกับข้อมูลและวิเครำะห์ข้อมูล ผู้วิจัยรวบรวมแบบสอบถำมได้ มำวิเครำะห์ข้อมูลตำมแนวทำงกำรวิเครำะห์ข้อมูล ดังนี้ 1. ตรวจสอบควำมสมบูรณ์ของแบบสอบถำมแล้วใช้โปรแกรมส ำเร็จรูปวิเครำะห์ผลดังนี้ 1.1 วิเครำะห์ข้อมูลปัจจัยน ำ ได้แก่ อำยุ เพศ กำรศึกษำ อำชีพ รำยได้ ที่อยู่ ระยะเวลำกำรเจ็บป่วย ระดับน้ ำตำลในเลือดของกลุ่มตัวอย่ำงที่ศึกษำโดยใช้ค่ำร้อยละ ภำวะแทรกซ้อน ควำมรู้ ทัศนคติ และกำรปฏิบัติตน โดยใช้ค่ำร้อยละ ค่ำเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน 1.2 วิเครำะห์ข้อมูลปัจจัยเอื้อ ได้แก่ ระบบบริกำรสำธำรณสุข ของกลุ่มตัวอย่ำงที่ศึกษำ โดยใช้ร้อยละ ค่ำเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน 1.3 วิเครำะห์ข้อมูลปัจจัยเสริม ได้แก่ สมำชิกในครอบครัว ของกลุ่มตัวอย่ำงที่ศึกษำ โดยใช้ค่ำร้อยละ ค่ำเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน 57 2i2iSS11KKα 1.4 วิเครำะห์ควำมสัมพันธ์ภำยในของตัวแปรพยำกรณ์ และควำมสัมพันธ์ระหว่ำงตัวแปรพยำกรณ์กับคุณภำพชีวิต โดยใช้สูตรของเพียร์สัน (Pearson Product Moment Correlation) 1.5 วิเครำะห์ข้อมูลคุณภำพชีวิต โดยใช้ ร้อยละ ค่ำเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน 1.6 วิเครำะห์หำปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภำพชีวิตของผู้ป่วยเบำหวำนชนิดที่ 2 โดยใช้ กำรวิเครำะห์กำรถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ในกำรหำค่ำสัมประสิทธิ์กำรถดถอย (Coefficient of Partial Regression) และหำค่ำสัมประสิทธิ์กำรถดถอยมำตรฐำน (Beta) ก ำหนดระดับนัยส ำคัญทำงสถิติที่ระดับ .05 เพื่อวิเครำะห์อ ำนำจกำรท ำนำยคุณภำพชีวิตของผู้ป่วยเบำหวำนชนิด ที่ 2 (Multiple Regression Analysis) โดยใช้ปัจจัยน ำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริม เป็นตัวแปรพยำกรณ์ (Independent Variables) และใช้คุณภำพชีวิตเป็นตัวเกณฑ์ (Dependent Variables) สถิติที่ใช้ในกำรวิเครำะห์ข้อมูล ผู้วิจัยวิเครำะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ส ำเร็จรูปหำค่ำสถิติดังนี้ 1. สถิติที่ใช้ในกำรหำคุณภำพของแบบสอบถำม มีดังนี้ 1.1 กำรหำค่ำควำมเที่ยงตรง (Validity) ของแบบสอบถำมโดยใช้สูตรดัชนีค่ำควำมสอดคล้อง IOC (Index of Item-Objective Congruence) ของโรวิเนลลี และแฮมเบิลตัน (Rovinelli and Hambleton. 1977 : 49-60) IOC = เมื่อ IOC แทน ค่ำดัชนีควำมสอดคล้องระหว่ำงข้อสอบกับจุดประสงค์ R แทน ผลรวมของคะแนนควำมคิดเห็นของผู้เชี่ยวชำญ N แทน จ ำนวนผู้เชี่ยวชำญ 1.2 กำรหำค่ำควำมเชื่อมั่น (Reliability) โดยใช้สูตรกำรหำค่ำสัมประสิทธิ์เอลฟ่ำ ตำมวิธีของครอนบำค (Cronbach) ใช้กับแบบสอบถำมที่เป็นมำตรำส่วนประมำณค่ำ วิธีนี้เรียกว่ำกำรหำ ( = Coefficient) (บุญชม ศรีสะอำด. 2547 : 96) เมื่อ  แทน สัมประสิทธิ์ควำมเชื่อมั่น K แทน จ ำนวนข้อของเครื่องมือวัด 2iS แทน ผลรวมของควำมแปรปรวนของแต่ละข้อ 2iS แทน ควำมแปรปรวนของคะแนนรวม 58 2. สถิติพื้นฐำนที่น ำมำวิเครำะห์ข้อมูล ได้แก่ 2.1 ค่ำร้อยละ (Percentage) (มนสิช สิทธิสมบูรณ์. 2550 : 140) P = x100 เมื่อ P แทน ร้อยละ f แทน ควำมถี่หรือจ ำนวนข้อมูลที่ต้องกำรหำร้อยละ N แทน จ ำนวนข้อมูลทั้งหมด 2.2 ค่ำเฉลี่ย (Arithmetic Mean) (มนสิช สิทธิสมบูรณ์. 2550 : 142) = เมื่อ X แทน ค่ำเฉลี่ย X แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด N แทน จ ำนวนคนทั้งหมดในกลุ่มเป้ำหมำย 2.3 ส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน(Standard Deviation) (มนสิช สิทธิสมบูรณ์. 2550 : 145) )()(..1NNXXNDS22 เมื่อ ..DS แทน ส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน X แทน คะแนนแต่ละคน 2X แทน ผลรวมคะแนนแต่ละคนยกก ำลังสอง 2X)(แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดยกก ำลังสอง N แทน จ ำนวนนักเรียนในกลุ่มเป้ำหมำย 3. สถิติกำรหำค่ำสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson Product Moment Correlation) (สมบัติ ท้ำยเรือค ำ. 2551 : 93) 2222.YYnXXnYXXYnr เมื่อ r แทน ค่ำสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน N แทน จ ำนวนคู่ X แทน ค่ำของตัวแปรที่หนึ่ง Y แทน ค่ำของตัวแปรที่สอง 59 แทน ผลรวมของข้อมูลทุกค่ำในตัวแปรที่หนึ่ง แทน ผลรวมของข้อมูลทุกค่ำในตัวแปรที่สอง แทน ผลรวมของผลคูณระหว่ำงสมำชิกแต่ละตัวจำกตัวแปร ที่หนึ่ง และสองทุกค่ำ 4. สถิติที่ใช้ทดสอบสมมติฐำน วิเครำะห์กำรถดถอยพหุคูณ ดังนี้ (บุญชม ศรีสะอำด. 2541 : 153 - 154) Y / = a+b1X1+b2X2+…+bkXk เมื่อ Y /' แทน คะแนนพยำกรณ์ของตัวแปรตำม (ตัวเกณฑ์) a แทน ค่ำคงที่ของสมกำรพยำกรณ์ในรูปแบบคะแนนดิบ b1, b2...bk แทน ค่ำน้ ำหนักคะแนนหรือสัมประสิทธิ์กำรถดถอยของตัวแปร อิสระ (ตัวพยำกรณ์) ตัวที่ 1 ถึงตัวที่ k ตำมล ำดับ X1, X2…Xk แทน คะแนนของตัวแปรอิสระ (ตัวพยำกรณ์) ตัวที่ 1 ถึงตัวที่ k ตำมล ำดับ k แทน จ ำนวนตัวแปรอิสระ (ตัวพยำกรณ์) กำรเขียนสมกำรในรูปคะแนนดิบจะต้องทรำบค่ำ a และ b เพื่อน ำมำแทนค่ำในสมกำร ค่ำ a จำกสูตร a = Y - b1 X1 - b2 X2 - - bk Xk เมื่อ a แทน ค่ำคงที่ส ำหรับสมกำรพยำกรณ์ในรูปคะแนนดิบ Y แทน ค่ำเฉลี่ยส ำหรับตัวแปรตำม X1, X2, Xk แทน ค่ำเฉลี่ยของตัวแปรอิสระ (ตัวแปรพยำกรณ์) ตัวที่ 1 ถึง k ตำมล ำดับ b1, b2, bk แทน ค่ำน้ ำหนักของตัวแปรอิสระ (ตัวแปรพยำกรณ์) ตัวที่ 1 ถึง k ตำมล ำดับ k แทน จ ำนวนตัวแปรอิสระ (ตัวแปรพยำกรณ์) ค่ำ b หำจำกสูตร ssβbjyjj เมื่อ bj แทน ค่ำน้ ำหนักคะแนนหรือสัมประสิทธิ์กำรถดถอยของตัว แปรอิสระ (ตัวพยำกรณ์) ตัวที่ j ที่ต้องกำรหำค่ำน้ ำหนัก 1 แทน ค่ำน้ ำหนักเบต้ำของตัวแปรอิสระ (ตัวพยำกรณ์) ตัวที่ j Sy แทน ส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำนของตัวแปรตำม (ตัวเกณฑ์) Sj แทน ส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำนของตัวแปรอิสระ (ตัวแปร)

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน