สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน กินเจด้วยญาณรู้นิยาม 5.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน กินเจด้วยญาณรู้นิยาม 5 _1182กินเจลดโรคภัยเวรกรรม!กินเจลดวิบากกรรมพิบัติภัย!กินเจลดมหันตภัยโลกปรวนแปร! 10วันกินเจลดกิเลสอนุสัยอวิชชาสวะพ้นวัฎฎจักรกรรมวิบาก ทุกกัปป์กัลล์!สาธุ พ่อครูว่า…พืชพันธุ์ธัญญาหารเป็นอาหารแท้ๆของคน เอาอะไรมายืนยัน ก็เอารูปธรรมเช่น 1 สัตว์มีฟันกรามไม่ได้มีแต่ฟันเขี้ยวอย่างเช่น เสือ สิงห์ เขี้ยวคือฟันแหลมๆเอาไว้ฉีกอาหาร ส่วนสัตว์กินพืชจะมีฟันกราม เล็บก็เป็นกีบ(nail) แต่ถ้าเล็บของสัตว์กินเนื้อ ก็จะเป็นลักษณะ claw เป็นลักษณะของสัตว์กินเนื้อ แม้แต่สัตว์กินเนื้อจะเลียกินน้ำสัตว์กินพืชจะดูดกินน้ำ แล้วคนอยู่ในประเภทไหน เลียหรือดูดน้ำ ฟันเป็นฟันกรามหรือเขี้ยว มังสะ แปลว่าเนื้อสัตว์ วิรัติ แปลว่างดเว้น มังสวิรัติแปลว่างดกินเนื้อสัตว์ อาตมาพยายามย่อเป็น การกินมังฯ สัตว์ตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวก็มีกรรมของตน คนอื่นจะไปแบ่งแย่งเอากรรมคนอื่นไม่ได้ อยากแบ่งให้ก็แบ่งไม่ได้ แบ่งกุศลอกุศลก็ยังไม่ได้เลย อย่าว่าถึงแบ่งบุญบาปเลย กรรมเป็นการกระทำ อย่างเช่นการทำดีทำแล้วเป็นของคุณ แต่อีกคนไม่ได้ทำกรรมนี้ด้วย ก็บอกว่าเอาไปครึ่งหนึ่ง เขาก็ไม่ได้ เพราะกรรมมันอยู่ที่ตัวเองกระทำ ยกตัวอย่าง ตีหัวคนแตกต้องเย็บ 10 เข็ม แต่คุณแบ่งเอาไปสัก 5 เข็มก็ไม่ได้ ไปตีหัวคนอื่นแล้วจะบอกว่าไม่ทำไม่ได้ จะทำในที่ลับหรือในที่แจ้งก็ต้องรับสิ่งที่ตนกระทำทั้งหมด แบ่งให้คนอื่นไม่ได้ คนจะรู้หรือไม่รู้ก็แบ่งกันไม่ได้ กรรมนี้ยิ่งใหญ่กว่า God พระเจ้า พิสูจน์ได้ เปลี่ยนแปลงให้เจริญได้ ทำให้ถึงบุญคือการชำระกิเลสได้ ทำให้จิตในจิตของตนล้างกิเลสได้ ทำให้เกิดบุญ กรรม กาย วาจา ใจ พฤติกรรมของจิต 1. รู้กิเลส 2. ล้างกิเลสได้ ฆ่ากิเลสได้ก็เป็นบุญ ทำในปัจจุบัน พอเสร็จ
อ่านต่อ
ก็ไม่ตกค้างที่ไหน บุญหรือฌานก็ไม่ตกค้างที่ไหน แต่ฌานกับบุญมีประเด็นต่างกันสำคัญมากคือ ฌาน พระโสดาบัน พระสกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ทำได้ ทำให้จบกิจฆ่ากิเลสได้ก็ยังทำฌานเป็น แต่บุญเป็นตัวยอดของการประหารกิเลสเท่านั้น ทำพลังงานฌานนั่นแหละ ฆ่ากิเลสในปัจจุบันเสร็จ แม้กิเลสไม่หมด บุญก็ไม่ตกค้าง ทำใหม่อีกเป็นฌานฆ่ากิเลสอีก เมื่อกิเลสตัวใดฆ่าไปได้ครึ่งค่อนแล้วก็ทำฌานมาฆ่ากิเลสอีก กิเลสตัวใดจบหมดบุญก็หมดด้วย เป็นผู้หมดบุญ ปุญญปาปปริกขีโณ พระอรหันต์ไม่มีบาปไม่มีบุญ คนไม่รู้ก็ทำไม่เสร็จไม่มีปรินิพพานเป็นปริโยสานไม่รู้จุดจบ ทำจบไม่เป็นทำเสร็จแล้วก็ทำใหม่อีก เขานึกว่ามันมีใหม่อยู่เรื่อยก็ทำซ้ำซากต่อไป เข้าใจแล้วก็ถึงจะทำได้ แม้เข้าใจแล้วก็ยังทำไม่ได้ง่ายๆ ความรู้จบเป็นนิพพานอย่างนี้ก็ยังไม่รู้กันง่ายๆ คนที่รู้จุดจบเป็นสุญญตา นิพพานอย่างที่ว่าไม่ได้ เขาก็เป็นพระอรหันต์ไม่ได้ อาตมาถึงบอกว่าทำไมว่าตนเองเป็นอรหันต์ ทำไมไปว่าคนอื่นไม่ใช่ ก็เพราะเขาไม่รู้ หากเขารู้และทำได้เขาจะบอก จุดสำคัญของพระพุทธเจ้าของศาสนาไม่เปิดเผยไม่ได้ ต้องเปิดเผยเพราะไม่มีสิทธิ์จะรู้เองได้ง่ายๆ ไม่มีใครรู้ได้เอง พระเจ้าไม่รู้เรื่องนี้ พระเจ้าแบบเทวนิยมไม่รู้เรื่องนี้ พระพุทธเจ้าเป็นเจ้าของความรู้นี้เอามาถ่ายทอดให้คนอื่นรู้ต่างๆ พระโพธิสัตว์ พระพุทธเจ้าองค์ต่อๆมาก็รู้มาจากพระพุทธเจ้าองค์ต่อมา แล้วมีคนถามว่าพระพุทธเจ้าองค์ที่เป็นองค์แรกมีหรือไม่อย่างไร มีคนถามพระพุทธเจ้าท่านก็ตอบว่าไม่รู้ที่ต้น เราไม่จำเป็นต้องรู้ที่ต้น หรือรู้ที่จบ แต่เรารู้ที่เรา พุทธเจ้าตรัสไว้ว่าคุณเกิดมาจากอวิชชา อวิชชาความไม่รู้พาให้คุณเกิด จากดินน้ำไฟลมปรุงแต่งเป็นไปได้สารพัดวัตถุ สสาร หรือไม่ใช่นามก็เป็นอรูป พลังงานความร้อนแสงเสียงแม่เหล็กไฟฟ้า วิทยาศาสตร์สามารถเรียนรู้ได้เอามาใช้งานได้เก่ง พระพุทธเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้พวกนี้ ส่วนที่พัฒนาจากอุตุนิยามมาเป็นพืช มีคนถามมาให้แยกนิยาม 5 ขั้นพีชะ ก็เริ่มเป็นชีวิตแต่เป็นชีวิตที่เป็นธาตุรู้เกิดแค่สัญญากับสังขาร ในขันธ์ 5 ก็มีพลังงานดินน้ำไฟลม วิทยาศาสตร์สามารถแยกแยะเอามาใช้งานได้ จากการข้ามเขตจากอุตุมาเป็นพีชะตามธรรมชาติมันก็ทำได้แต่ยาวนาน แต่ถ้าจากพีชะไปเป็นจิตได้ด้วยรู้และทำได้ ถ้าไม่รู้ก็เป็นเองได้แต่นานวนเวียนยาวนาน จนกว่าจะเต็มรูปอัดอั้นไม่ไหวก็แตกมาเป็นพีชะ แต่อันที่มันเป็นโดยตัวมันเองมันก็ไม่รู้แล้วคนอื่นจะไปรู้ได้อย่างไร พระพุทธเจ้าสามารถทำจิตให้ลดลงมาเป็นพีชะ ทำให้เป็นอุตุได้ สุดท้ายสลายจิตตนเองให้เป็นอุตุได้เลย ไม่มารวมปรุงแต่งเป็นพีชะหรือจิตได้อีกเลย จึงสูญ สูญความเป็นตัวตนจิตนิยามของอัตภาพใดๆได้ นี่คือความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทางจิตวิญญาณของพระพุทธเจ้า อาตมายังไม่ถึงขั้นพระพุทธเจ้า รู้แล้วก็ทำได้ เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ยังไม่ใช่พระพุทธเจ้า ก็ยังรู้ได้ด้วยตัวเอง ในชาตินี้ ก็ที่พูดมานี้ถ้าไม่มีอาตมาไม่มีใครเอามาพูดหรอกในยุคนี้เพราะไม่อาจหาได้ในตำรา นิยาม 5 นี้ไม่มีในพระไตรปิฎกแต่มีในอรรถกถาจารย์ อาตมาเห็นก็รู้ว่านี่เป็นของพระพุทธเจ้าตรัสไว้แน่นอน 620930_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ปฐมอโศก ครั้งที่ 71