สื่อธรรมะพ่อครู(การตำหนิการชม) ตอน การตำหนิด้วยจิตบริสุทธิ์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.55 KB
วันที่แก้ไข1 ตุลาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การตำหนิการชม) ตอน การตำหนิด้วยจิตบริสุทธิ์ _7613พระวิจารณ์พระก็ยังพอทนแต่ที่ชาวอโศก มีฆราวาสวิจารณ์พระป่าออกสื่อสาธารณะบอกว่าพระป่าคือพระเถื่อน นายสู่แดนทำคุณทำแบบนี้มันจะหยาบโลนเกินไปไหมคุณเป็นใครคุณเป็นพระหรือ ที่เคยได้ยินมาขนาดนักบวชของชาวอโศกหรือนักบวชหญิงของชาวอโศก เวลาออกสื่อสารมวลชนสาธารณะน้อยคนนักที่จะพูดวิจารณ์เรื่องแบบนี้ ถ้าอยากจะวิจารณ์ก็วิจารณ์ส่วนตัว ทำไมหมู่กลุ่มชาวอโศก ไม่ตักเตือนคนแบบนี้บ้างเห็นมานานแล้ว หรือถ้าจะเข้าข้างกันก็ไม่เป็นไรแต่คนข้างนอกเค้ามองเห็นมันเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควรกับฐานะ ขออภัยด้วยนะที่กล่าวตักเตือน พ่อครูว่า...การตำหนิเป็นเรื่องมีในมนุษยชาติ สำคัญอยู่ที่จิตใจมีอคติมีอกุศลหรือไม่ ถ้าหากมีการตำหนิติเตียนด้วยจิตไม่มีอกุศล ไม่โกรธไม่โลภ ไม่เบียดเบียน แต่จิตเจตนาตำหนิติเตียนด้วยจิตบริสุทธิ์ แสดงความเห็น หากภาษาที่ใช้แรงหยาบก็ต้องใช้ บางทีคนก็ไปแปลว่าด่าว่าก็เป็นไปตามลักษณะแสดงออก อยู่ที่คนไปติดใจ คนที่ติดใจว่าใครติใครไม่ได้คนนั้นเป็นคนมีอัตตา พระพุทธเจ้าท่านก็บอกว่าการตำหนินั้นถ้าหากตำหนิด้วยจิตบริสุทธิ์ไม่มีปัญหาอะไร ตำหนิดผิดก็ได้คนที่ไม่รู้ ตำหนิถูกก็ได้ ถ้าหากว่าตำหนิผิดก็เป็นประโยชน์ การตำหนิที่ถูกก็เป็นประโยชน์ไม่มีปัญหาอะไร ข้อสำคัญการตำหนินั้นคนที่ได้รับการตำหนิ มีอัตตา หากมีอัตตาก็ต่อต้านย้อนแย้งไม่ให้ทำ แต่คนไม่มีอัตตาแล้วตำหนิไปเลย อาตมาไม่เคยกลัวใครมาตำหนิ เขาตำหนิผิดเราก็แก้บอกไปว่าไม่ได้เป็นอย่างเขาว่า แต่เราเป็นอย่างไรเราก็บอก ซึ่งเขาไม่อยากให้พูดด้วยซ้ำ อย่างว่าเป็นอรหันต์เป็นต้น สรุปสำคัญที่จิตสะอาดจิตบริสุทธิ์ 7 มีโลภ โกรธ หลงหรือไม่ จริงหรือไม่จริงก็เป็นตามภูมิ อย่างสู่แดนธรรมไม่ใช่อรหันต์ก็ต้องม

อ่านต่อ

ีบ้าง แต่เขาก็เจตนาดี 620923_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 70

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน