สื่อธรรมะพ่อครู(สามัญญผลสูตร) ตอน พระเจ้าอชาตศัตรูแสดงพระองค์เป็นอุบาสก.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สามัญญผลสูตร) ตอน พระเจ้าอชาตศัตรูแสดงพระองค์เป็นอุบาสก [๑๓๙] เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว พระเจ้าแผ่นดินมคธ พระนามว่าอชาตศัตรู เวเทหีบุตร ได้กราบทูลพระดำรัสนี้กะพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก เปรียบเหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืดด้วยคิดว่าผู้มีจักษุจักเห็นรูป ดังนี้ ฉันใด พระผู้มีพระภาคทรงประกาศพระธรรมโดยอเนกปริยาย ฉันนั้นเหมือนกัน ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันนี้ ขอถึงพระผู้มีพระภาค พระธรรมและพระสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงจำหม่อมฉันว่าเป็นอุบาสก ผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่ วันนี้เป็นต้นไป โทษได้ครอบงำหม่อมฉัน ซึ่งเป็นคนเขลา คนหลง ไม่ฉลาด หม่อมฉันได้ปลงพระชนมชีพ พระบิดาผู้ดำรงธรรม เป็นพระราชาโดยธรรมเพราะเหตุแห่งความเป็นใหญ่ ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงรับทราบความผิดของหม่อมฉันโดยเป็นความผิดจริง เพื่อสำรวมต่อไป. พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า จริง จริง ความผิดได้ครอบงำมหาบพิตรซึ่งเป็นคนเขลา คนหลงไม่ฉลาด มหาบพิตรได้ปลงพระชนมชีพพระบิดาผู้ดำรงธรรม เป็นพระราชาโดยธรรม เพราะเหตุแห่งความเป็นใหญ่ แต่เพราะมหาบพิตรทรงเห็นความผิดโดยเป็นความผิดจริงแล้ว ทรงสารภาพตามเป็นจริง ฉะนั้น อาตมภาพ ขอรับทราบความผิดของมหาบพิตร ก็การที่บุคคลเห็นความผิดโดยเป็นความผิดจริง แล้วสารภาพตามเป็นจริงรับสังวรต่อไป นี้เป็นความชอบในวินัยของพระอริยเจ้าแล. [๑๔๐] เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ท้าวเธอได้กราบทูลลาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันขอทูลลาไปในบัดนี้ หม่อมฉันมีกิจมาก มีกรณียะมาก พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ขอมหาบพิตรทรงสำคัญเวลา ณ บัดนี้เถิด.
อ่านต่อ
ครั้งนั้นแล พระเจ้าแผ่นดินมคธพระนามว่าอชาตศัตรู เวเทหีบุตร ทรงเพลิดเพลินยินดีภาษิตของพระผู้มีพระภาคแล้ว เสด็จลุกจากอาสนะ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทรงกระทำประทักษิณแล้วเสด็จไป. เมื่อท้าวเธอเสด็จไปไม่นานพระผู้มีพระภาคตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระราชาพระองค์นี้ถูกขุดเสียแล้ว พระราชาพระองค์นี้ถูกขจัดเสียแล้ว หากท้าวเธอจักไม่ปลงพระชนมชีพพระบิดาผู้ดำรงธรรม เป็นพระราชาโดยธรรมไซร้ ธรรมจักษุ ปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน จักเกิดขึ้นแก่ท้าวเธอ ณ ที่ประทับนี้ทีเดียว. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคำเป็นไวยากรณ์นี้แล้ว. ภิกษุเหล่านั้นชื่นชมยินดีภาษิตของพระผู้มีพระภาคแล้วแล. จบสามัญญผลสูตร ที่ ๒. พ่อครูว่า...เพราะอนันตริยกรรม จึงทำให้บรรลุไม่ได้ตอนนี้ เป็นอจินไตย คนเขาไม่เชื่อกรรมอนันตริยกรรม หรือไม่เชื่อกรรมอันใดก็แล้วแต่ ทั้งหยาบหรือหนัก ก็เป็นของเราตามจริงลบล้างไม่ได้ด้วย แล้วมีอำนาจมีฤทธิ์เดชจริง คนเชื่อกรรมก็พยายาม ไม่ทำกรรมบาปใหม่ตามลำดับ ถ้ารู้เลยว่ากรรมอันน้อยนิดแม้ไม่ดีก็อย่าทำเลย จะบอกว่าไม่เป็นไรเล็กน้อยนั้นไม่ได้อย่าทำเสียเลย ถ้าคุณรู้อยู่ คุณจะไม่ทำก็ได้ เพราะมันเล็กน้อย แต่อย่าประมาท มันทำแล้วก็อยู่กับคุณจนปรินิพพาน ไม่สูญหาย ศาสนาพุทธล้างบาปไม่ได้ ถ้าทำแล้ว บาปทุกปัจจุบันมาหาคุณ เป็นวิบากเก่า มันออกฤทธิ์มันไม่หาย หากคุณหยุดบาปทุกปัจจุบัน คุณทำแต่กุศล กำแพงกุศลก็จะดันบาปนั้นให้ตามมาไม่ถึงได้ เป็นอจินไตย มันจะมาได้ยากขึ้นๆ เบาลงๆ ไม่ได้หมายความว่ามันสูญหายไปนะ กรรมบาปแม้แต่พระพุทธเจ้าแล้วมันยังมีส่วนเศษตามทันท่านเลยเป็นวิปากทุกข์ เลี่ยงไม่ได้ แต่มันน้อยลงบางเบาลง หรือไม่ถึงเลยก็ได้ เพราะกำแพงนี้จะดันไว้ แต่มันเหมือนหมาไล่เนื้อ มันควบอยู่มันก็ต้องมา ต้องสร้างกำแพงกุศลไว้เรื่อยๆๆ ไม่ประมาท แล้วหยุดวิบากบาปทุกปัจจุบันไว้ พระเจ้าอชาตศัตรูเข้าใจปริยัติแต่ทำใจไม่ได้ ไม่มีพลังพอ เพราะวิบากบาปมีมาก ความหมายที่ว่า บาปแม้น้อยอย่าทำเสียเลย ก็คือบาปแม้น้อยไม่ทำก็ได้ ก็ไม่ประมาท อย่าทำเลย แต่ถ้าบาปใหญ่ก็แบ่งไม่ทำได้ เอาที่เราไม่ทำได้ ที่เล็กน้อยที่เลิกได้ก็จงเลิก
590112_พุทธศาสนาตามภูมิ สามัญผลสูตร ตอน ๘