สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท_สังขาร) ตอน ลดกิเลสในจิตได้ถึงเป็นอภิสังขาร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.42 KB
วันที่แก้ไข27 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท_สังขาร) ตอน ลดกิเลสในจิตได้ถึงเป็นอภิสังขาร Sms 11jan59 0839975xxx กราบนมัสการครับพ่อท่าน กระผมนัฐดนัยครับ วันนี้ผมไม่ได้มาในประเด็นพระคึกฤทธิ์ครับ แต่ผมจะมาสอบถามพ่อท่านเรื่องกายสังขาร วจีสังขาร และ จิตสังขาร ว่าตามที่ผมเข้าใจนี้ ถูกต้องไหมครับ กายสังขาร คือ การปรุงแต่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่มีผัสสะกระทบนามรูป และเกิดวิญญาณ เมื่อกระบวนกระเหล่านี้ครบถ้วนก็จะเกิดความชอบ ความไม่ชอบ ความดูดความผลัก อาการเหล่านี้คือกายสังขารใช่มั้ยครับ พ่อครูว่า...ใช่ คือองค์รวมความรู้สึกทั้งหมดหรือเวทนาก็ใช่เป็นปฏิจจสมุปบาท เมื่อเกิดกายสังขารแล้ว จิตก็จะเป็นด่านต่อไปที่จะเกิดการปรุงแต่งถ้าจิตดีจิตประเสริฐก็จะเกิดเป็นอภิสังขาร แต่ถ้าจิตยังชั่ว ยังโง่อยู่ก็จะสังขารไปในทางกาม พยาบาท เบียดเบียน ปรุงแต่งไปในอกุศลทั้งหลาย พ่อครูว่า...เป็นการสรุปที่ถูกต้อง ทุกวินาทีของปุถุชนก็ก่อสังขารด้วยอวิชชาตลอด นักปฏิบัติธรรมที่ไม่สัมมาทิฏฐิก็ไม่รู้ว่าต้องสังวรอะไร กลับไปนั่งสมาธิในภพ ออกมาก็ไม่รู้กายสังขาร การมักน้อยสันโดษ เขาก็ว่าเอาวัตถุมาใช้น้อยๆ ไม่ใช่เกิดจากจิตที่ใจพอ รู้และละวางจากมหัปปิจฉะ ลดลงมาจางคลายลงมา อัปปิจฉะลงเรื่อยๆ มีปัญญาทำให้จิตปล่อยวาง นั่นเรียกว่าความใจพอความมักน้อย แต่การไปนั่งสมาธิหลับตานั้นไม่ได้ทำจิตปล่อยวางอย่างมีปัญญา ไม่มีจิตวิเคราะห์ ไม่มีเบื้องต้น กลาง ปลาย แทนที่จะมีศีลกำหนดกรอบปริตตัง อย่าไปทำร้ายชีวิตเขา อย่าไปแย่งทรัพย์สินเขา อย่าไปโลภรสราคะแรง ต้องจำกัดว่านี่ไม่ใช่ผัวเราเมียเรานะ หรือกามคุณ ๕ ที่เราไม่ควรแย่งชิงเขา เราควรมีขอบเขตกำหนดให้แก่ตน นี่นัยลึกซึ้ง แต่เขาทำไม่ได้สังวรไม่ได้ฝึกอย่างที่ว่า ต้องฝึกให้ใจพอมักน้อยสันโดษแท้จริง ให้มีศีล ส

อ่านต่อ

ำรวมอินทรีย์อันเป็นอาริยะ มีสติสัมปชัญญะอันเป็นอาริยะสมบูรณ์ในมรรค ๘ และสัมโพชฌงค์ มีจิตสันโดษใจพอที่เป็นไปตามลำดับอย่างน่ามหัศจรรย์ ละวางปล่อยจริงมีมุญจิตตุกัมมยตาญาณ การไปกดข่มตามจารีตประเพณีแบบอย่างนั้น ไม่เกิดการลดที่จิตที่เป็นลำดับขั้นตอนอย่างน่าอัศจรรย์ มีอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา อธิวิมุติไปตามลำดับ สิ่งที่ปรุงอยู่ในจิตนี้คือจิตสังขาร เป็นสิ่งที่เราควรตามเห็นความไม่เที่ยง ความจางคลาย ความดับไป ของกิเลส และคอยเฝ้าดูตรวจตราอยู่เสมอๆ ไม่ให้กิเลสฟื้นคืนชีพ พ่อครูว่า...ไม่ใช่แค่เฝ้าดู แต่ต้องเห็นมันเลย คุณก็ทำตามหลักศีล สมาธิ ปัญญา แล้วเห็นกิเลสเป็นอย่างไร ทำให้มันลดได้อย่างไร ดับกิเลสได้อภิสังขารได้ ปฏิบัติไปตามขั้นตอน ที่สอนกันว่าตามเห็นความไม่เที่ยงคือเห็นอะไร??เป้าหมายแท้คือเห็นกิเลส เห็นกิเลสไม่เที่ยงตรงที่มันไม่เท่าเดิม มันโตขึ้น อ้วนใหญ่หนาขึ้นๆ ก็คือปุถุชน คือหนาอ้วนใหญ่มาก เห็นเลยว่ามันไม่เที่ยง ตัวกิเลสที่เรากำหนดในปริตตังเรา ศีล ๕ มีเรื่องราวประมาณนี้ อ่านมีผัสสะเป็นปัจจัย วิจัยกิเลส จับกิเลสได้ ทำให้จางคลายได้มันไม่เที่ยง แต่ก่อนเท่านี้ แต่เราทำให้มันลดได้ คือความไม่เที่ยง ถ้ามันเพิ่มเราก็เห็นมัน แล้วทำให้มันลด จึงวิราคานุปัสสี ทำให้ลดได้ตามที่ท่านสอนในอานาปานสติสูตร ตามเห็นความดับ เราก็ทำซ้ำ รักษาผล ปฏินิสสัคคานุปัสสี ให้ไม่เกิดสวรรค์ทำไปเรื่อยๆ จนไม่เหลือสวรรค์ ไม่หลงสวรรค์ ทำซ้ำไปเรื่อยๆ

590112_พุทธศาสนาตามภูมิ สามัญผลสูตร ตอน ๘

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน