สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน ธรรมะสองของชีวจิตนิยามคือเลือดและวิญญาณ_.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน ธรรมะสองของชีวจิตนิยามคือเลือดและวิญญาณ ทีนี้ที่อาตมาอธิบายกันมาถึงขั้นชีวะระดับจิตนิยาม ก็จะมีน้ำที่เรียกว่าเลือด หรือ โลหิตะ เลือด คือธาตุน้ำที่เล็กละเอียดที่จะมีวิญญาณผสมเข้าไป อย่างเพศหญิงกับเพศชาย จะมีไข่แล้วมีตัวน้ำเชื้ออสุจิเป็นเชื้อชีวะ ถ้า 2 อันนี้รวมกันเข้าปรุงแต่งจับตัวเป็นพลังงานใหม่เรียกว่าวิญญาณ จับตัวเป็น 3 เป็นวงจรสมบูรณ์เป็นธาตุใหม่ เป็นชีวของสัตว์ แต่ถ้าไม่มีวิญญาณเกิดก็เรียกว่าวิญญาณล่วงเลย หรือว่าถ้าไม่มีตัวเชื้อของเพศชายไปผสมก็ไม่เกิดวิญญาณ สำหรับผู้หญิงโสดก็จะสร้างไข่ก็คือเลือดไข่ขาวผสมกับไข่แดงที่แยกมาแล้วก็จะละเอียดซ้อนไป ที่พูดนี่เป็นเรื่องของธาตุน้ำ อาโป ทั้งนั้น ยังไม่เป็นธาตุดิน ธาตุไฟ เข้าไปผสม ถ้าไม่มีวิญญาณร่วมก็จะหายไป เพราะฉะนั้นไข่ที่ไม่มีอสุจิผสมถึงเวลาก็จะสลายกลายเป็นเลือดไหลออกมา ก็คือเชื้อของชีวะที่เริ่มเกิดเป็นเซลล์หรือกลละ ไหลออกมาเป็นเลือดท่านเรียกว่าระดู หรือ ภาษาบาลีว่าอุตุ อุตุนี่ทิ้งออกมาแล้วนะ ถ้ายังเป็นเลือดไม่เรียกว่าระดู แต่เรียกกลละ กลละ อัพพุทะ เปสิ คณะ ปัญจสาขา เปสิคือกลางๆ ถ้าได้รับการผสมก็จะเกิดสภาพของคณะ เป็นการรวมก้อน แล้วจะเกิดปัญจสาขา ถ้าได้รับผสมก็เป็นชีวะ เป็นเลือดแท้ เป็นคณะ เป็นวิญญาณ ครบปัญจสาขา สิ่งลึกซึ้งในความเกิดธาตุแท้เรียกว่าธรรมะสองของชีวจิตนิยาม คือ เลือดและวิญญาณ เป็นธรรมะสอง ผู้สามารถเข้าใจเลือดและวิญญาณ และสามารถปรับปรุงสองอย่างนี้ให้เจริญคนนี้เจริญตลอดกาล ในร่างกายเลือดสร้างโดยหัว วิญญาณสร้างโดยจิต เราเรียกในภาษาว่า ใจเป็นองค์รวมของเลือดและวิญญาณ สิ่งที่จะให้เกิดหัวท่านเรียกว่าหัวใจ สิ่งที่จะให้เกิดวิญญาณท่านเรียกว่าจิตใจ หัวใจกับจิตใจ หัวใจนี้คือแหล่งท
อ่านต่อ
ี่จะเกิดเลือด อยู่ในก้อนหัวใจที่สูบฉีดเลือด เรียกว่าหัวใจ เป็นแหล่งที่ให้เลือดอาศัยและสร้างเลือดเรียกว่าหัวใจ ส่วนหัวกะโหลกนี่มีสมอง สมองนั้นคือหัวใจของกะโหลก ส่วนสำคัญของกะโหลกทั้งหมดคือสมอง สมองเป็นที่ให้จิตใจอยู่อาศัยทำงาน ธาตุของวิญญาณทำงานที่สมอง ส่วนที่ธาตุเลือดทำงานอยู่ที่ออฟฟิศของเลือดอยู่ที่หัวใจ ออฟฟิศของวิญญาณอยู่ที่สมอง นี่คือแหล่งจิตใจกับแหล่งของหัวใจทำงานอยู่อย่างสัมพันธ์กัน หากหัวใจวายหรือสมองวายก็ตายทั้งคู่ ที่พูดมานี้เป็นโครงสร้างระดับลึก แต่ถ้าขยายมาโครงสร้างใหญ่ มีตำบลอำเภอ จังหวัด จนถึงรัฐจะถึงประเทศจะถึงทั้งโลก ก็คือสิ่งที่ให้มนุษย์อาศัยอยู่ในนี้แล้วก็ดิ้นด๊อกแด๊กมีพฤติกรรมอยู่ในนี้ร่วมกัน ถ้าจิตใจไม่เจริญเป็นธาตุรู้ที่ดีแล้วเลือดเป็นเลือดที่ไม่สะอาด ที่ถูกปรับปรุงแต่งจิตพลาดไปจากความสมดุล ก็เป็นเลือดเสีย ถ้าขยับมาเป็นตัววัตถุ คนแต่ละคนนี่คือก้อนเลือดสังคมทั้งสังคมที่มีการเคลื่อนไหว มีพลังงานผลักดันอยู่อย่างสมดุล ก็เรียกว่าองค์รวมของธรรมะสอง คือคนกับพฤติกรรมสังคมที่อยู่อย่างสมดุล สงบเรียบร้อย ราบรื่นง่ายงาม ทำงานตามหน้าที่อย่างได้สัดส่วนสมดุล ถ้าเข้าใจโทษและเข้าใจคุณ แล้วเราไม่ให้เกิดโทษไม่ให้เกิดอกุศล เกิดแต่คุณ มีแต่คุณเป็นทศนิยมขึ้นไปเรื่อยๆ สังคมนั้นไม่เกินและไม่ขาด สังคมนั้นก็อยู่อย่างสมดุลหมุนเวียน อยู่อย่างสงบเรียบร้อยดี นี่เป็นสูงสุดแห่งสภาพที่จะต้องจัดการเรียกว่า อภิสังขาร จัดแจง ปรุงแต่ง ปรับปรุงให้ดี จิตวิญญาณเป็นต้นทาง เป็นประธานของสิ่งทั้งปวง เกิดจากมโนหรือจิตวิญญาณ วิญญาณนี่เป็นองค์รวม จิตเป็นธาตุรู้พร้อมทำงานเลย แยกจากจิตก็เป็นเวทนา สัญญา สังขาร เจตสิกสามที่ทำงานตลอดเป็นสามเส้าเลย ก็คือธาตุรู้ที่รู้กุศล อกุศล รู้คุณรู้โทษ รู้ควรไม่ควร ไม่ให้สิ่งไม่ควรอยู่ ให้มีแต่สิ่งควรอยู่ ก็จะเรียบร้อยดี ผู้ที่เข้าใจพลังงานอย่างที่กล่าวคร่าวๆ แล้วจัดสรรจิตวิญญาณตัวตนของตัวเองและให้คนอื่นรู้ได้ด้วยตาม เมื่อธาตุกุศลมากพอ มากกว่าธาตุอกุศลสังเคราะห์กันและสามารถทำให้มันลงตัว เป็นธาตุอภยกฤติ ที่เป็นกลาง ที่จะมีพลังงานเกิดหรือเสื่อม คืออุปจยะกับชรตา ผู้รู้จะจัดสรรให้พอเหมาะ ถ้ามากเกินไปจะเสียค่า พอดีพอเพียงจะได้สัดส่วนจะไปด้วยดีตลอดเวลา ผู้สามารถทำได้ถึงขั้นจิตวิญญาณเป็นประธานในคน และเป็นคนที่มีกุศลมากกว่าอกุศล คนนั้นก็จะเป็นตัวหลักของสังคม เป็นคนที่มีแต่กุศลมากกว่าอกุศลก็เป็นตัวหลักของสังคม สามารถทำให้พลังงานร่วมสังเคราะห์ตลอดเวลาดำเนินไปอย่างดีสงบสุข และมีพลังงานสร้างสรรประเสริฐ เป็นพลังงานที่เป็นเลือดและวิญญาณที่เป็นธรรมะ 2 สุดท้ายแล้วที่จะเรียนรู้ในความเป็นชีวะในโลก และควบคุมจัดการชีวะที่เป็นพลังงานขั้นจิตนิยามกับองค์ประกอบทั้งหลาย
590113_เทศน์ก่อนฉันศีรษะอโศก การเกิดของโลกสู่แผ่นดินพุทธ