สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน โพธิสัตว์คือผู้มากอบกู้โลก.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข13 กันยายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน โพธิสัตว์คือผู้มากอบกู้โลก _3867พ่อครูสรุปพระอรหันต์ตรงสัจธรรมจริงของโลก!พระเทียมผู้นำเท็จสร้างปย.สุขให้ผู้คนไม่ได้จริง!พระแท้ผู้นำจริงพาผู้คนพ้นทุกข์ทั้งปวงได้จริง! พ่อครูว่า…คนจนนี่แหละเป็นเครื่องชี้บ่งความทุกข์ ถ้ามาจนแล้วสุขสบายดี ความจนนี้ยังตั้งใจจนพากเพียรเป็นคนจน จนคืออะไร จนคือไม่สะสมกอบโกยกักตุนไม่เอาเปรียบ แต่มีสมรรถนะมีความขยันหมั่นเพียรสร้างสรร ให้ตนเองพึ่งพาตนเองก็ได้ มีอยู่มีกินมีใช้พอเพียง แล้วที่เหลือก็สะพัดออก เกื้อกูลสังคม มันจึงไม่มีมันจริงหรือน้อยเรียกว่าจน คนจนคืออย่างนี้ คนจนนี่แหละยอดของความสุข พิสูจน์ได้เลยว่าคนจนมีสุข ถ้าพระพุทธเจ้าบอกว่าเป็นคนรวยและมีความสุขจะไม่ทิ้งสมบัติออกมาเลย แล้วท่านก็มีความสุข ความสุขทางโลกียะเป็นสุขเท็จสุขหลอก ไม่ใช่ปรมังสุขัง คนจนมหัศจรรย์คือคนที่กินน้อยใช้น้อยแล้วสร้างสรรช่วยเหลือสังคม คนจนแบบนี้มีมากเท่าใดสังคมประเทศชาติจะเจริญเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติในโลกมากเท่านั้น ในเมืองไทย ที่อาตมาสาธยายอยู่นี้คือโพธิสัตว์ ประเทศไทยมีโพธิสัตว์อีกองค์หนึ่งคือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสนี้ตรงกับที่อาตมาพูด หรือที่อาตมาพูดนั้นตรงกับของท่าน ในหลวงว่า เราไม่เอาก้าวหน้าแบบนั้น ก้าวหน้าแบบนั้นมีแต่ถอยหลังและถอยหลังอย่างน่ากลัว ในหลวงตรัสด้วยพระทัยจริงของท่าน บอกให้คนไทยรู้จักสัจธรรมนี้ อาตมาทำงานมา 47 ปีพาคนมาจนได้ก็ทำด้วยภาคภูมิใจ ถ้าหลอกให้มาจนได้ หลอกได้ไม่นาน แต่ถ้าหลอกให้รวยสอดคล้องกับกิเลสก็หลอกได้นาน แต่มาให้จนนี้ไม่ได้ตรงกับกิเลส จะต้องเข้าใจและมาอยู่ได้อย่างสบายดี อย่างพวกเราไม่เดือดร้อนใจไม่อวิปฏิสาร อยู่กับศีลกับธรรม เป็นสัจจะ ดีไม่ดี มีความภูมิใจ มีปิติ ปัสสัทธิ อาตมาได้ฟื้นคืนศาสนาพุทธมาได

อ่านต่อ

้ ศาสนาพุทธกำลังถูกตรวจสอบ ไปเรื่อยๆ อาตมานำพาสัจธรรมนี้มาได้ยาก แต่ยากก็ไม่ท้อ จึงพาทำกันได้ผลขนาดนี้ อาตมาว่า ภาคภูมิใจที่เกิดมาชาตินี้ มีประโยชน์ต่อสังคมประเทศชาติ แม้จะถูกว่า ถูกด่า อาตมานี้บางคนเขารังเกียจยิ่งกว่าขี้ รังเกียจยิ่งกว่าหมูกว่าหมา เขาบอกว่า คนๆนี้ คือทวนกระแสกิเลสเขา เขาเชื่อโลกีย์ แล้วอาตมาจัดการด่าว่าโลกีย์เยอะเขาก็เลยรังเกียจ อาตมานั้นสงสารเขา ไม่ได้พูดเล่นลิ้น ก็เอามวลใหญ่เป็นประมาณ ส่วนใหญ่ฟังรู้เรื่อง ส่วนน้อยฟังไม่รู้เรื่อง ส่วนน้อยของคนที่ มีปัญญา ส่วนน้อยคนที่มีปัญญาจะฟังอาตมาเข้าใจแต่ส่วนใหญ่ของคนไม่มีปัญญาจะฟังไม่เข้าใจ อาตมาเอาส่วนน้อยที่มีปัญญา ฟังเข้าใจ ส่วนคนที่ไม่มีปัญญาฟังไม่เข้าใจ แม้จะมากเท่าไหร่จะไปบังคับให้มาฟังก็ไม่ได้ เขาต้องมีปัญญาของเขาเอง ตกหล่นเขาเอง อาตมาต้องไปงมก็เสียเวลา อย่างมากจะพยายามอยู่ให้ถึง 151 ปี จะถึงหรือไม่ถึงก็ไม่รู้ ก็ช่วยคนที่ฟังรู้เรื่องก่อน คนทุกวันนี้ไม่รู้จักทุกข์ ไม่รู้จักทุกข์นี้ ทุกข์คืออาริยสัจ ผู้ใดเห็นทุกข์ก็เกิดปัญญา เพราะทุกข์ มันปลอมเป็นสุข แล้วคนก็เข้าใจว่าสุขคือสิ่งที่ดีที่สุด เขาก็เลยพยายามไปแสวงหา สร้างความสุขให้แก่ตัวเอง คำตอบก็คือ นั่นแหละคือตัวทุกข์ สุขนั่นแหละคือตัวทุกข์ การไปแสวงหาความสุขก็ได้ทุกข์ทุกตัว ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ไม่เอาคำพูดว่าทิ้งสุข แต่เอาคำว่าปราบสุขที่เป็นเหตุแห่งทุกข์ สุขทุกข์เป็นของปลอม ผู้บรรลุธรรมเป็นอรหันต์แล้วไม่สุขไม่ทุกข์เป็นอุเบกขาไม่ทุกข์ไม่สุข ความรู้สึกของเวทนาเป็นอุเบกขาเวทนา นั่นคือจิตที่เป็นฐานนิพพาน ผู้ใดสร้างและทำจิตตัวเอง มนสิการ ทำใจตนเองให้เป็นอุเบกขา อย่างรู้ๆว่าไม่สุขก็ต้องดับเหตุได้ จิตเป็นเนกขัมสิตอุเบกขา ได้ก็คือมีเชื้อของนิพพานเป็นลำดับ เรียกว่ามีนิพพัตติ สูงสุดเป็นอภินิพพัตติ เป็นอรหันต์ เดี๋ยวนี้อธิบายกันไม่เป็น อธิบายไม่ได้แล้ว หนึ่งชาติ สองสัญชาติ สามโอกกันติ สี่นิพพัตติ ห้าอภินิพพัตติ การเกิดชาติ เป็น Common noun เป็นสามัญนาม ชาติปิทุกขา การเกิดใดๆเป็นทุกข์ คนใดไม่เรียนรู้เรื่องชาติเรื่องการเกิด คุณก็จะมีตัวสัญชาติ คือการเกิดเก่า สร้างสังขารสั่งสมหยั่งลงโอกกันติ ด้วยอวิชชาไม่รู้จัก ชาติ สัญชาติ ไปตลอด จนกว่าคุณจะเรียนรู้ชาติ แล้วทำให้เกิดชาติแบบใหม่ แบบอื่น ที่เป็นปัญญาที่เป็นชาติที่เกิดด้วยปัญญา เป็นการเกิดของจิต โอปปาติกโยนิ ทำให้เกิดโลกุตรสัตว์หรือบุคคลโลกุตระ เป็นอาริยบุคคล ตามทฤษฎีของพระพุทธเจ้า ต่างไปจากคนโลกีย์ มีเนื้อแท้ของจิต จิตที่เป็นสัตว์โลกีย์มาเป็นสัตว์โลกุตระ ที่จริงไม่เรียกสัตว์แล้วเรียกมนุสโส คือผู้มีใจสูง เจริญขึ้นเจริญขึ้นอย่างแท้จริง ผู้ที่เรียนรู้ได้จริงทำได้จริง ขออภัย ต้องพูดความจริงอย่างชาวอโศก เรียนรู้ชัดเจนได้จริง จึงเป็นคนไม่สุขไม่ทุกข์ กิเลสขาดไปได้เรื่อยๆ นานวันมาแล้วก็ได้มากขึ้นๆตามลำดับ จนทุกวันนี้ก็ยังยืนหยัดยืนยันอยู่ สิ่งที่ได้มาแล้ว ตั้งแต่ปฏิบัติเริ่มต้นมาเป็นชาวอโศก ก็จะมีคนเป็นชาวอโศก ตั้งมั่น constant อยู่กับชาวอโศกไม่เปลี่ยนแปลงเป็น status quo ถึงปัจจุบันนี้ ที่ไม่มีเปลี่ยนแปลงแล้ว นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ)อย่างแท้จริง เป็นเครื่องยืนยันว่ามนุษย์ทำได้ทำโลกุตรธรรม ไม่เป็นหมัน ไม่สูญเปล่า แม้มาถึงทุกวันนี้ พระพุทธเจ้า ท่านตรัสว่า คนจะรู้เรื่องได้หรือ ตอนท่านตรัสรู้ใหม่ๆ แต่สหัมบดีพรหม ก็มาอาราธนาธรรม บอกว่าชิปหายแล้วนะพระพุทธเจ้า หากไม่สั่งสอนคน พระพุทธเจ้าก็ตรวจโลกดูพบว่ายังมีคนที่พอจะสอนได้อยู่นะ ก็เป็นศาสนาพุทธที่จะมีคนบรรลุธรรมได้น้อยที่สุดกว่าพระพุทธเจ้าองค์อื่น พ้นจากนั้นเป็นพระศรีอริยเมตไตรยจะบรรลุธรรมได้มากมาย พระสมณโคดมเป็นชาติที่จะสอนคนได้น้อยที่สุดแล้ว ท่านจึงได้โปรดสอน เพราะฉะนั้นการสอนของท่านจึงตั้งใจสอนให้ถึงอรหันต์ไว้ ถ้ายุคใดก็ตาม ไม่มีใครบรรลุอรหันต์เลย ก็จบพุทธศาสนามีแต่จะเสื่อมลงไป เพราะฉะนั้นมาถึง 2600 ปี ถึงได้ใหม่ เกือบจะสายใยสุดท้ายขาดไปแล้ว อรหัตตผลเกือบไม่มี อาตมาจึงรีบ สาวขึ้น รีบกอบกู้ขึ้นมา ทุกวันนี้ก็เริ่มมีปัญญารู้ว่า อรหัตตผลคืออ่างไร มีโสดาฯสกิทาฯอนาคา ถ้าอาตมาไม่รีบคว้าไว้จากก้นหลุม ศาสนาพุทธในเมืองไทย จะหลงแต่อรหันต์หลับตาซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นอรหันต์เก๊ อรหันต์ปลอม หลงเชื่อว่าเป็นอรหันต์จริงๆน่าสงสาร แม้แต่ตัวผู้ที่บรรลุอรหันต์เก๊นั้นก็หลง ประชาชนที่เข้าใจทฤษฎีแบบนั้น ก็หลงนับถือบูชายังมีจำนวนมากอยู่ทีเดียว ในบรรดานักศึกษานักรู้นักเรียน ที่ศึกษาศาสนา ก็เชื่อแบบนั้น อาตมาพูดมานี่ไม่กระเตื้องขึ้น แม้เสี้ยวหนึ่งจะได้ถึง 25% ไหมอาตมาว่าไม่ถึง แต่ความจริงอันนี้แม้ไม่ถึง 25% ก็มีน้ำหนักเหมือนปรอท ที่ไม่เหมือนโฟม น้ำหนักปรอทจึงถ่วงโฟมได้ ไม่ถูกเฮอริเคนพัดไปง่ายๆ แต่โฟมนั้นแค่ลมหัวกุดก็พัดไปได้ แต่ปรอทนี้ไม่ไปได้ มันเป็นเรื่องจริง เมื่อสัจจะ หยั่งลงจริง จึงจะยั่งยืนและเจริญงอกงามต่อไป เพราะทฤษฎียังอยู่ ความต้องการปรารถนาที่จะให้ได้สัจจะของศาสนาขึ้นมา เพราะพระพุทธศาสนาพุทธศาสนิกชนทั้งหลายยังมีอยู่ เพราะฉะนั้นไม่มี 0 ยังจะเจริญงอกงามต่อไป อย่างน้อยก็พวกคุณนี่แหละยังจะพากเพียรเสียเวลาใช้เวลา มาเอาความจริงเอาความรู้อันนี้ ไม่ไปแย่งชิงลาภยศสรรเสริญโลกียสุขภายนอกแล้ว มาศึกษาทางนี้ดีกว่า คนที่ยินดีในลาภยศสรรเสริญโลกียสุขจะไม่ยินดีในโลกุตรธรรม เขาจะไปหาโลกียธรรมที่เพิ่มลาภยศสรรเสริญโลกียสุขของเขา เขาจะไม่มาขัดเกลา ไม่มาเอาโลกุตระที่ไม่ส่งเสริมเพิ่มกาม อัตตาหรอก ก็ได้หมู่มวลเท่านี้ ที่เป็นปรอท ก็ใช้ได้แล้ว ก็พากเพียรกันไป ก็ค่อยๆก้าวหน้าขึ้นเป็น status quo ไป ให้ sustainable มั่นคงถาวร มีสมรรถนะ สัจธรรมโลกุตระนี้ ต่อไป อาตมาขยายความกว้างและลึกมาแล้ว 600912_เทศน์ก่อนฉัน ค่ายแพทย์วิถีธรรม ดอนตาล ตรวจสอบภูมิอาริยะในตนจะได้ไม่วนทำซ้ำ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน