สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน กุศลกับบุญต่างกันตรงไหน.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน กุศลกับบุญต่างกันตรงไหน มีอันที่ค้างอยู่ไม่ได้ตอบก็คือ บอกว่า _ทำบุญทำกุศล สร้างบารมีไว้ แต่ละชาติแต่ละชาติจะมีโอกาสไหมครับที่จะบรรลุธรรมได้ พ่อครูว่า...มีคำว่าทำบุญกับทำกุศล ถ้าคุณทำ บุญ ให้อาตมาอธิบายให้ชัดๆว่า คำว่าทำบุญนี่แหละจะพาคุณบรรลุ ถ้าทำบุญได้สำเร็จ มีผลถูกต้องสัมมาทิฏฐิตามคำว่าบุญ คุณจะบรรลุธรรม แต่คำว่ากุศลนั้นต่างกับคำว่าบุญ คำว่ากุศลนั้นพาให้เจริญ เจริญโลกียะเป็นต้น กุศล เป็นภาษาทางโลกียะ เป็นขั้นตอนเท่านั้นเอง กุศลนี่แปลว่า ความเฉลียวฉลาด ถ้าเฉลียวฉลาดข้ามขั้นกุศลโลกีย์มาเป็นโลกุตระ ความรู้ความเฉลียวฉลาดข้ามกรอบออกนอกกรอบของโลกียะเรียกว่า อัญญะ อัญญา ที่แปลว่าอื่น เป็นความรู้ความเฉลียวฉลาดที่แยกออกมาจากความเฉลียวฉลาดของโลกียะได้ ท่านก็เลยเรียกว่า อัญญา มันเป็นความรู้ที่เฉลียวฉลาดความรู้ เป็นความรู้ที่แตกต่างจากความรู้ที่ทุกคนมีคือปุถุชน แต่อัญญะหรืออัญญานี่ คนที่บรรลุธรรมมีจิตที่เป็นอัญญธาตุ แล้วก็เป็นธาตุความรู้เรียกว่าอัญญา ภาษาที่พระพุทธเจ้าสื่อแล้วอาตมาขยายความมันไม่ใช่ง่ายๆ ในสภาวธรรม ขออภัยที่จะพูดว่าไม่มีใครมาขยายความได้ละเอียดอย่างอาตมา เพราะมันไม่ได้ง่ายที่จะขยายความอย่างละเอียดอย่างที่ว่านี้ แม้แต่อัญญะ อัญญา เป็นความเฉลียวฉลาดที่มีนิยามของมัน ความเฉลียวฉลาด อัญญา มาเป็นปัญญา ปัญญา เป็นความเฉลียวฉลาดโลกุตระ ไม่ใช่ความเฉลียวฉลาดของโลกียะเลย ซึ่งโลกียะนี้ได้ขี้โกง เอาภาษาคำว่าปัญญา ชาวปุถุชนโลกียะโกงเอาคำว่าปัญญาไปเรียกแทนคำว่า เฉกะหรือเฉโกที่ชาวปุถุชนเป็นกัน เพราะเป็นความฉลาดของโลกียะปุถุชน ในกรอบโลกีย์ ไม่เป็นโลกุตระ เพราะฉะนั้นทุกวันนี้จึงยากมากที่จะปักหลัก เอาธรรมะพระพุทธเจ้ากลับคืนไปสู่ความรู้ สู่ความ
อ่านต่อ
เป็นสภาวะจริงให้ตรงจริงของศาสนาพระพุทธเจ้า แม้แต่คำว่าปัญญานี่ก็เข้าใจผิดเพี้ยนไปหมดแล้ว ปัญญา ไม่ใช่คำที่เป็นความฉลาดและผิดเพี้ยนไปอย่างทุกวันนี้ ต้องใช้เฉกา แต่เขาไม่ใช้ เขาไม่ใช้เฉโกหรือเฉกากันแล้ว ไม่ใช้แล้ว จนมาใช้คำว่าปัญญาไปเรียกว่าฉลาด ฟั่นเฟือนไปจนหมด ก็เลยอาตมาอธิบายกลับย้อนไปสู่สภาวะเก่าจึงยากมาก หรือแม้แต่คำว่าบุญ ก็จึงอธิบายกลับไปสู่คำว่าบุญก็เหมือนกับคำว่าปัญญา อธิบายกลับไปสู่คำว่าบุญจริงๆหมายความว่าอะไรจึงยากมาก จะว่าไปแล้ว คำว่าปัญญา ยังเข้าใจได้ง่ายกว่า อธิบายได้เข้าใจได้ง่ายกว่า คำว่าบุญ ยิ่งเข้าใจได้ยากกว่าปัญญา เพราะว่าปุญญะ นี้มีลักษณะพิเศษมากยิ่ง เพราะว่า เป็นลักษณะ เอกังเสนะ เอกังสวาที เป็นลักษณะเอง โดยตนเองอย่างเดียวไม่เกี่ยวกับใครเลย ที่ว่าไม่เกี่ยวคือมีหน้าที่เดียว แล้วทำอย่างเดียว บุญนี้ไม่เป็นอื่น เป็นอื่นไม่ได้ เป็นได้อย่างเดียวคือ ฆ่า บุญมีหน้าที่อย่างเดียวคือ ฆ่า ฟังแล้วจะตกใจ ใครไปอยากได้บุญคือคนยังไม่เข้าใจศาสนาพุทธเลย อยากได้บุญคือคนไม่เข้าใจศาสนาพุทธเลย บุญไม่ได้เป็นสมบัติ บุญใครทำได้แล้ว สร้างขึ้นมาได้แล้ว เป็นเครื่องมือฆ่าได้แล้วทำหน้าที่จบแล้ว บุญก็หายไป บุญ เหมือนระเบิดปรมาณูระเบิดไฮโดรเจน คนจะสร้างให้เกิดระเบิดไฮโดรเจนได้ต้องมีปัญญา มีเฉโกหรือเฉกะสร้างไม่ได้ สร้างบุญไม่ได้ นี่ขอยืมคำว่าระเบิดปรมาณูมาเทียบ คนไม่มีความรู้ก็สร้างระเบิดปรมาณูไม่ได้ หรือ คนไม่มีความรู้จริงๆไปสร้างระเบิดปรมาณูก็จะตาย ผิดพลาด ระเบิดตัวเองตายเลย ฉันเดียวกัน คนที่ไม่รู้จักคำว่าบุญก็ไปสร้างคำว่าบุญเละเทะไปหมด ตัวเองก็ตาย เพราะตัวเองก็ไม่รู้แล้วไปสร้าง ใครก็ไปสร้างบุญไม่ได้ ถ้าไม่มีความรู้ ไม่มีปัญญา คนที่จะสร้างได้ก็คือ อาตมาพูดว่าคนโลกีย์สร้างบุญไม่ได้ ทำบุญไม่ได้ บุญถ้าทำขึ้นมามันก็จะทำงานทันที ระเบิดทันที ทำงานฆ่ากิเลส ถ้าคุณไม่มีกิเลส คุณจะสร้างบุญขึ้นมาทำไม คุณจะเรียนรู้ธรรมะพระพุทธเจ้า เรียนเพื่อสร้างความเป็นบุญให้เกิดให้ได้ แล้วสร้างได้แล้ว บุญนั้นก็จะทำหน้าที่ล้างกิเลสจัดการกับกิเลสเรียกว่าอภิสังขาร เรียกเต็มๆว่าปุญญาภิสังขาร อภิสังขารนี้คือผู้มีวิชชา เป็นผู้รู้จักสังขาร รู้จักวิญญาณ รู้จักนามรูป รู้จักอายตนะ รู้จักผัสสะ รู้จักเวทนา รู้จักตัณหา รู้จักเวทนา รู้จักภพรู้จักชาติ รู้จักความทุกข์อริยสัจ เมื่อรู้หลักปฏิจจสมุปบาททั้งหมดนี้จึงสามารถที่จะ โดยเฉพาะรู้จักชาติ และรู้จักชาติถึงขั้นชาติ 5 รู้และทำได้ ทำนิพพัตติ ทำจนสุดเป็นอภินิพพัตติ เป็นชาติ ชาติตัวที่ 4 ตัวที่ 5 ที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ อภินิพพัตติ เป็นตัวจบ เป็นการเกิดที่เกิดอรหันต์ ถ้านิพพัตติ คือเกิดโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี คนที่ไม่รู้จักชาติก็อยู่ใน ชาติ สัญชาติ โอกกันตะ นี่เป็นอีกสาม ทำชาติ สร้างชาติที่เป็นนิพพัตติไม่ได้ ไม่เป็น ก็จะอยู่กับ ชาติ สัญชาติ ชาติ คือความหมายกลางๆ ของการเกิดทั้งปวง สัญชาติ คือความหมายของการเกิดเก่าที่มันเกิดแล้วแล้วติดตัวมาเรียกว่าสัญชาติ เคยเกิดมากับตัวเราแล้ว อยู่ในสัญญา สัญญะของเรา แล้วมันก็มาเป็นสัญชาตญาณ สัตว์ธรรมดาสามัญก็มีสัญชาตญาณของแต่ละสัตว์ คนก็มีสัญชาตญาณของแต่ละคน ที่มันมีไว้ใช้โดยอัตโนมัติ ก็คือชาติเก่า ของเก่าเราเกิดมาจำได้มีสัญญา สัญญะ เราเป็นมา ไม่มีใครสอนหรอก เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธนี้ศึกษาให้ดีแล้วจะไม่งงว่า ทำไมถึงทำเป็นอย่างนี้ เกิดมาทำอย่างนี้เป็นเลยทำไมรู้ ลูกจิงโจ้ มันเกิดมาก็ไต่ไปหากระเป๋าหน้าท้องได้ ไม่มีใครไปสอนมัน ลูกสัตว์เกิดมาก็ไต่ไปหากินนมแม่เลย ตายังไม่ลืมเลย ก็คือ สัญชาตญาณของมัน
มาขยายความคำว่ากุศลกับบุญที่สร้างบารมีไว้ ตอบที่เขาถามว่า ทำบุญทำกุศลไว้แต่ละชาติจะมีโอกาสบรรลุธรรมไหม พ่อครูว่า...สร้างบุญนี่แหละจะบรรลุธรรม สร้างกุศล บรรลุโลกุตรธรรมไม่ได้หรอก เพราะกุศลเป็นสมบัติแล้วอยู่กับตัวเรา ในชีวิตแต่ละอัตภาพ ตั้งแต่เป็นสัตว์เซลล์เดียวจนมาเป็นคน ล้วนเก็บเป็นสัญญา เก็บกุศลกับอกุศลใส่ไว้ บันทึกไว้ เป็นสมบัติ ไม่หายไปไหน จะออกผลกับเราเรียกว่า กรรมทายาท กัมมโยนิ กัมมพันธุ กัมมปฏิสรโณ พาเราเป็นไปก็ด้วยกรรมที่ทำมา สั่งสมในกุศลอกุศลกรรม ออกฤทธิ์กับเราตลอดกาลนาน จนกว่าจะสามารถเรียนรู้ กรรมนิยาม รู้จัก อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมนิยาม ศาสนาพุทธ เรื่องกรรมอย่างยิ่งใหญ่โดยเฉพาะกรรมที่เป็นปัจจุบัน กรรมที่เป็นอดีตก็ต้องผ่านปัจจุบัน กรรมที่จะมาถึงในอนาคตก็ต้องผ่านปัจจุบัน นอกจากคนจะไปหลงวาดเรื่องอนาคต แล้วนึกว่าอนาคตมันเป็นมันมี แล้วตนเองก็ไปยึดถือ ลอยๆเพ้อๆ อย่างนี้ก็แน่นอน ตนเองก็อวิชชา ทั้งๆที่มันไม่มีเลยอนาคตก็เอามาเป็นตัวเป็นตนได้ ยึดมั่นถือมั่น เป็นตัวเป็นตน แล้วตนก็ใส่กระบะอวิชชาของตนเองไว้ ทั้งที่อนาคตนั้นมันไม่มี สรุปคำตอบ กุศลเป็นสมบัติ ไม่ได้พาไปบรรลุธรรม แต่พาให้เจริญได้ พระพุทธเจ้าให้ทำกุศลให้เจริญไปจนเกินกุศลก็เป็นบุญ (ศีลที่เป็นกุศล ย่อมยังความเป็นอรหัตผลไปโดยลำดับ) กุศลที่สุดคือบุญ บุญคือยอดของกุศลที่ข้ามเขตกุศลไป ต้องข้ามเขตกุศลด้วยนะ มันเป็นอัญญะ อื่นจากสมบัติมันเป็นวิบัติ คืออะไร คือทำกุศลที่ฆ่ากุศล ฆ่าสมบัติได้ สมบัติของจิตโง่ๆอวิชชา มันติดลาภยศสรรเสริญโลกียสุขทั้งนั้น กุศลแปลว่าฉลาด อกุศลแปลว่าไม่ฉลาด ถ้าหลงอกุศลเป็นกุศลมันก็เป็นสมบัติ กุศลเป็นสมบัติ อกุศลก็เป็นสมบัติ ไม่ได้พูดเล่นลิ้นเล่นภาษา แต่บอกลักษณะของสัจธรรมที่มันต่าง กุศลนี่มันไม่ใช่บุญ แต่จะสร้างกุศล จนกระทั่งเป็นบุญได้จะต้องสุดยอดของกุศลจึงจะข้ามเขตไปเป็นบุญ แต่มันไม่ใช่กุศล กุศลแปลว่าฉลาด ต้องฉลาดข้ามเขตของโลกียะเป็นความฉลาดอื่น จึงเป็นความฉลาดที่ใหม่มาก พระพุทธเจ้าเทศนา 2 กัณฑ์กับปัญจวัคคีย์คือพราหมณ์ 5 รูปมีอัญญาโกณฑัญญะเป็นต้น โกณฑัญญะก็เกิดจิตตัวนี้ เป็นจิตตัวที่ฉลาดสุดยอด เป็นความฉลาดตัวใหม่ที่ไม่ใช่กุศลเป็นบุญ เป็นอัญญะ เกิดจิตตั ว แรกเลย เริ่มเกิดขึ้นมาในโลก เป็นคนที่มีอัญญธาตุเกิดมาเป็นคนแรกในโลก พระพุทธเจ้าหยั่งรู้จิตใจคนได้ รู้ว่าอัญญาโกณฑัญญะ อัญญธาตุเกิดแล้ว ท่านก็อุทานว่า อัญญาสิ วตโพ โกณทัญโญ พระพุทธเจ้าจึงมีกำลังใจ ตอนแรกท่านก็จะไม่สอน มันจะสอนคนรู้เรื่องหรือไม่หนอ เสียเวลาเปล่าไปกระมัง จะสอนเรื่องบุญเรื่องโลกุตระนี่ ปรุงให้เกิดสภาวะที่เรียกว่าบุญนี้ให้ได้ จึงเรียกว่าปุญญาภิสังขาร จะมีฤทธิ์ทำลายพลังไฟราคะ โทสะ โมหะได้ จะเรียกว่าฌานก็ตาม เป็นตัวมรรคของศาสนาพุทธ คำว่าฌาน ศาสนาอื่นเขาก็ใช้แต่คนละเรื่องกับของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็ใช้บัญญัติภาษาของเขาอธิบายแบบของท่าน ถึงยากมากเลยพระพุทธเจ้าจึงได้ปริวิตกว่าท่านจะสอนคนรู้เรื่องได้หรือ อธิบายเรื่องบุญมันจะเข้าใจหรือ จะเกิดปัญญารู้ได้หรือ ท่านก็เลยลองเทศนาดู ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร กับ อนัตตลักขณสูตร อัญญาโกณฑัญญะจึงได้มีอัญญธาตุ ท่านก็อุทานว่าได้แล้วหนอ ท่านก็เทศน์ต่อ จนได้เป็นพระอรหันต์กัน เกิดเป็นพระอรหันต์ 5 องค์แรก ที่จริงก็เป็นบารมีของพระพุทธเจ้า ท่านจะสร้างศาสนาทุกอย่างก็ครบหมดแล้ว เหมือนลิเกโรงนี้มีพร้อมมีตัวโกง ตัวพระ ตัวนาง ตัวประกอบต่างๆ แม้แต่เสนาก็พร้อม สิ่งเหล่านี้เป็นอจินไตยจะต้องมีสิ่งที่ต้องมี มันถึงจะทำให้เจริญขึ้นไปได้ เพราะศาสนาพุทธนั้น สิ่งที่มันไม่มีจะไม่มีเลย ศาสนาพุทธนั้นสิ่งที่ต้องมี ถึงจะมี ไม่เช่นนั้นไม่ได้ ศาสนาพุทธของแต่ละพระพุทธเจ้าแต่ละองค์ พอถึงยุคที่หมดเชื้อของศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธจะไม่มีในโลก มนุษย์จะไม่รู้จักพุทธศาสนา เมื่อไม่มีแล้วใครคนใดคนหนึ่งที่จะมาเกิดที่ไม่ใช่พระพุทธเจ้า จะมาเกิดแล้วมาเอาศาสนาพุทธประกาศจะไม่มี จะมีพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่จะเอาศาสนาพุทธมาประกาศขึ้นมาในโลก ถ้าหากศาสนาพุทธในโลกนี้มันหมดไปแล้ว หมายความว่า ศาสนาพุทธสมณโคดมจะหมด 5000 ปี เมื่อไหร่ 5000 ปีก็หมดศาสนาพุทธแล้ว จากนั้นใครจะมาเกิดที่จะมาเอาศาสนาพุทธมาประกาศก็ไม่มี ถ้าไม่มีพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งมาอุบัติขึ้นอีก หลังจากศาสนาพุทธพระพุทธเจ้าสมณโคดมหมดไป 5000 ปีก็จะเกิดพุทธันดร เกิดช่วงกัปป์ที่ไม่มีศาสนาพุทธไปอีกนาน เพราะมันจะเกิดกลียุคเลย มันจะมีการทำร้ายทำลายฆ่ากัน ศาสนาพุทธเอามาสอนเขาไม่รู้เรื่องเพราะเขาชั่วจนเกินจะรับได้ สมณะฟ้าไทว่า..แต่ละพุทธันดร มีเวลาเท่ากันไหมครับ พ่อครูว่า..ไม่เท่ากันหรอก แต่ละพระพุทธเจ้า แต่ละองค์ไม่เท่ากัน มันก็เป็นเรื่องอจินไตย แต่ละกัปป์แต่ละกัปป์ อย่างกัปป์นี้ มีพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ เป็นกัปป์ที่ไม่ใช่พุทธันดร ไม่ใช่กัปป์ที่ไม่ใช่แบบไม่มีศาสนาพุทธ ภัทรกัปป์หนึ่งห้ารูปหรือไม่ใช่ห้ารูปก็ได้ ไม่ต้องไปคิดตามหรอก เอาแค่กัปป์นี้ เอาแค่อาริยสัจ 4 ให้บรรลุอรหันต์ให้ได้ พระพุทธเจ้าสมณโคดมก็พยายามสอนใบไม้กำมือเดียวคือพระอรหันต์ แต่อาตมานี้มาพูดมากกว่าพระพุทธเจ้า เพราะอาตมาเป็นพระโพธิสัตว์ที่จะต้องสอนให้หลากหลายแล้ว ศาสนาพระพุทธเจ้าก็ได้ตราลงไปแล้วในโลกมนุษย์แล้วท่านก็ปรินิพพานไปแล้วก็ได้ปล่อยไว้ อันใดหลายอย่างที่พระพุทธเจ้าไม่ได้ไขความ อาตมาก็มาไข บางสิ่งบางอย่างก็เหมือนกับว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้อธิบายไว้ แต่อาตมาก็ขยายต่อ ไม่ใช่ว่าเอาที่ไม่มีเค้าเงื่อนเลยมาพูด อาตมาจึงไม่ค่อยพูดเรื่องโลก อะไรที่ไม่เป็นธรรมะ แม้อาตมาจะไปพูดเรื่องการเมือง การค้าขาย เรื่องอะไรก็แล้วแต่ ที่เป็นอยู่ในสังคมมนุษย์ ก็เป็นธรรมะทั้งนั้น การเมืองก็เป็นธรรมะ การค้าขายก็เป็นธรรมะ เช่นมิจฉาวณิชชา 5 ก็ต้องพูด หรือแม้แต่เศรษฐศาสตร์ก็ต้องพูดขยายความอธิบาย เพราะมันเป็นพฤติกรรมสังคม จะแยกอะไรออกจากธรรมะไม่มีหรอก ถ้าไม่มีโลกียะ โลกุตระก็ไม่มีคำพูด ก็ต้องอาศัยโลกียะ เป็นตัวพูดตัวสื่อ แล้วเหนือกว่าโลกียะ นั่นแหละคือโลกุตระ 600913_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ต้องข้ามเขตกุศลได้จึงเป็นบุญ