สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ความจนไม่ใช่เครื่องบ่งชี้ความทุกข์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ความจนไม่ใช่เครื่องบ่งชี้ความทุกข์ ศาสนาพุทธพระพุทธเจ้าท่านพูดสั้นๆ ว่าต้องมาเรียนรู้ทุกข์สมุทัยนิโรธมรรค ตัวทุกข์นี้เป็นตัวที่เรียนรู้ได้ยากมากเลย เพราะความสุขมันบัง คนไปแสวงหาสุขอยู่คนนั้นไม่รู้จักทุกข์ เพราะความสุขมันไม่มี คุณจะไปแสวงหาความสุขได้เท่าไหร่มา ก็วนเวียน ผู้ใดทำให้หมดสุขทุกข์ คือนิพพาน เป็นอุเบกขา นี่คือความสรุปแล้วสรุปอีก ย้ำแล้วย้ำอีก คนที่พ้นทุกข์แล้วจะเป็นคนไม่มีกิเลสแล้วเป็นคนที่มีปัญญา จึงเข้าใจความจริงว่า ตัวเราก็ยังมีองค์ประกอบองคาพยพรูปนามขันธ์ 5 รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ก็ต้องอาศัยมันไป เป็นรูปกับนาม เพื่อทำประโยชน์ ให้เกียรติผู้อื่น คนที่ไม่ขึ้นกับความจนความรวย คนที่มีความจนทำความจนอย่างมีปัญญาเป็นคนจนได้สำเร็จ แล้วก็ไม่ทุกข์ คนนั้นแหละเป็นคนสบาย ศาสนาพุทธจึงจะไม่สิ้นเชื้อ ยังพาคนมาจนได้ แล้วพาคนมาอยู่อย่างคนจนทำงานสร้างสรร กินใช้ร่วมกัน ไม่ยื้อแย่งเอามาเป็นของตัวตน อยู่อย่างสาธารณโภคีแล้วช่วยเหลือคนอื่นให้พ้นทุกข์อยู่ตลอดเวลา ความจนจึงไม่ใช่เครื่องชี้ของความทุกข์ คนที่ไม่เรียนรู้ความจน แล้วเป็นคนจนอย่างมีบารมีเป็นคนจนมีประโยชน์เป็นคนจนไม่มีทุกข์ เป็นคนจนช่วยเหลือคนอื่นได้ เป็นคนจนอุ้มชูโลกช่วยเหลือโลก โลกานุกัมปายะ เป็นคนมีประโยชน์ต่อโลก อันนี้คือความยิ่งใหญ่ของศาสนาพุทธ เมื่อคนเราสร้างสรรได้มาก แต่ไม่สะสม จึงเป็นคนจน ไม่ยึดถือมาเป็นเราเป็นของเราจึงเป็นคนจน มีหมู่กลุ่มวัฒนธรรมพฤติกรรมสังคม ทำงานอยู่ร่วมกันอย่างชาวอโศก กลุ่มนี้ทำอย่างนี้เป็นอริยะแท้เป็นคนศิวิไลซ์แท้ เป็นคนเจริญของโลกจริงๆ เป็นประโยชน์ต่อโลกอย่างมาก เป็นคนชนิดนี้ ศาสนาไหนสังคมไหนก็ต้องการ เขาไม่รู้ว่าทำอย่างไรถึงเป็นคนเช่นนี้ได้มี
อ่านต่อ
ทฤษฎี พระพุทธเจ้าสอนไว้หมด พวกเรามาเป็นได้อย่างนี้เป็นการกอบกู้ศาสนาพุทธเอาไว้ เพราะรู้จริงและเป็นได้จริง แล้วก็มาเป็นคนไม่ทุกข์ไม่สุขจริง เป็นคนสร้างสรรให้มากเป็นคนมีวรรณะ 9 อยู่ง่ายกินง่าย 1. เลี้ยงง่าย (สุภระ) 2. บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) 3. มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) มีน้อยก็พอ สบาย 4. ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) 5. ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) ขัดเกลาสิ่งที่บกพร่องอยู่จนเป็นอรหันต์ต้องรู้ที่จบ จึงไม่วนเวียน อรหันต์ของชาวอโศกมีไม่น้อย แต่ไม่รู้ที่จบไม่มีกตญาณ หากสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกายจึงจะมี ปัญญาวิมุติ แม้จะมีสัมมาทิฏฐิแล้ว 6. เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) 7. มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) 8. ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9 9. ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ)
ในทักขิเนยบุคคล 7 ผู้มีปัญญาละอาสวะได้ จึงจะเป็นอรหันต์ แม้จะเหลืออนุสัยในส่วนลึกของเจโต แต่คนนี้อย่างไรก็ไม่มีโทษภัย อยู่ที่ไหนเกี่ยวกับโลกอย่างไรก็ไม่มีโทษภัย จะมีอนุสัยไปอีกนานเท่าใด ไม่ล้าง จะหมดอาสวะแล้วอย่างเดียว จนเป็นโพธิสัตว์ระดับสูงจึงจะล้างอนุสัย แล้วก็ปฏินิสรณะ วนเวียนช่วยโลกไป โดยไม่สงสัยลังเล ไม่งง ชัดเจนทุกด้าน นี่คือ ความรู้ของคนที่ชื่อว่าพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้ อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 มาถึงวันนี้ คนก็บอกว่าจะมาสูงกว่าขั้นที่ 7 แล้ว ไม่มีปัญหาหรอก ถ้าเราสูงแล้วเขาบอกตัวเราต่ำก็ไม่เป็นไรไม่มีปัญหา อาตมาตั้งปณิธานไว้จะตอบแทนบุญคุณของศาสนาพุทธให้ได้ กับสงสารมนุษย์จะต้องช่วยกัน เท่านี้ก็เหลือแหล่ ให้อาตมาทำต่อแล้ว
600912_เทศน์ก่อนฉัน ค่ายแพทย์วิถีธรรม ดอนตาล ตรวจสอบภูมิอาริยะในตนจะได้ไม่วนทำซ้ำ