สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ธรรมะกับการเมือง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข14 กันยายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ธรรมะกับการเมือง อาตมาพูดผ่านๆว่า พูดเรื่องธรรมะก็พูดเรื่องการเมืองด้วย เขาก็หาว่ามาพูดเรื่องการเมืองทำไม อาตมาก็มาไขความลับเปิดโปงว่า คนที่มาแยกการเมืองออกจากธรรมะนี้ คนไหนที่มาพูดว่าธรรมะอย่ามายุ่งกับการเมือง ส่วนการเมืองอยากมายุ่งกับธรรมะ มาหาเสียงมาหาพรรคพวก แต่เขาก็พยายามห้ามว่าพวกธรรมะอย่ามายุ่งกับการเมือง จริงๆมันก็ถูกในส่วนหนึ่ง เพราะว่าธรรมะนั้นไม่มีภูมิคุ้มกัน เหมือนเด็กไม่รู้เดียงสา จึงต้องป้องกัน พวกการเมืองนี้พวกอันธพาล เป็นพวกเกเร เป็นพวกร้ายกาจ จึงต้องป้องกันเด็กไม่รู้เดียงสาไม่ให้อันธพาลมายุ่ง พวกนี้ร้ายกาจ ขืนไปก็เสร็จ เพราะศาสนานั้นไม่มีภูมิคุ้มกันก็ถูกแล้ว อย่าไปยุ่งกับนักการเมือง ถ้าไปยุ่งกับนักการเมืองก็เสร็จ เป็นเบี้ยล่างของนักการเมือง ให้นักการเมืองใช้ศาสนาเป็นแหล่งหาเสียง หัวคะแนน เขาจึงเอาวัดเป็นหัวคะแนน เขาจะไม่ลงจากที่นั่นเลย ยิ่งต่างจังหวัดชนบทได้เลย วัดต่างๆหัวคะแนนเข้าไปรวบรวมคะแนนได้อย่างเยอะเลย เขาก็เลยป้องกันเอาไว้ ยิ่งเอาเงินไปล่อก็เสร็จแล้ว พระเจ้าแต่ละวัด ถูกนักการเมืองใช้เป็นเบี้ยเลย เขาจึงกันไว้ ที่อาตมาพูดนี้ ขอยืนยันว่าเป็นความจริงเขากันไว้ก็ดีแล้ว แต่อาตมาไม่ใช่พวกอย่างนั้น ที่อ่อนแอไม่มีภูมิคุ้มกัน อาตมาจึงไม่ต้องทำอย่างนั้น เพราะฉะนั้นนักการเมืองมาเลย ยินดีต้อนรับ แต่เขาก็ไม่มา เพราะอโศกรู้ทันหมด เงินก็ไม่มีจะมาหาเงินกับอโศกก็ไม่มี จะมาหาเสียงกับอโศก จ้างก็ครอบงำไม่ได้ มาได้แต่ก็ไม่ได้ เขาจึงรู้ดีและไม่กล้ามา ไม่ใช่ไม่กล้า เขาไม่อยากมา มาแล้วก็ป่วยการครอบงำไม่ได้ อโศกมีความเป็นตัวของตัวเองพอ จะไปเลือกตั้งก็เป็นตัวของตัวเอง จะเลือกใครก็ถูกครอบงำไม่ได้ ยิ่งเอาเงินมาซื้อครอบงำทางนั้นทางนี้ก็ไม่สำ

อ่านต่อ

เร็จ ดีไม่ดี นักการเมืองมันจะถูกสอนด้วย ลองสิ จะถูกชาวอโศกโดยเฉพาะฆราวาสนี่แหละอบรมให้ ไม่ต้องให้พระภิกษุสมณะหรอก สมณะนั้นไม่มีปัญหา มาก็อบรมแน่ นักการเมืองมา แม้แต่ฆราวาสก็ลองแตะดู แต่ละคนเป็นไฟเลย รับไม่หวาดไม่ไหวเลย เทศน์ธรรมะให้ นักการเมืองแท้จริง ไม่ใช่ผู้ที่เบ่งอำนาจ หรือแสวงหา ใช้อำนาจ มาบริหารประชาชน เรียกว่าเอาอำนาจมาปกครองประชาชน ไม่ใช่เลย แต่นักการเมืองไม่เบ่งอำนาจ ไม่ใช้อำนาจกับประชาชน แต่นักการเมืองคือผู้ที่ประชาชนเต็มใจจะมอบอำนาจ ยกอำนาจให้เป็นผู้บริหารประชาชนเป็นผู้ปกครองประชาชนเอง นักการเมืองคือผู้ที่ประชาชนจะมอบอำนาจยกอำนาจให้เป็นผู้บริหารประชาชน ปกครองประชาชนเอง ประชาชนเขาจะให้เอง แต่ทุกวันนี้ประชาชนไม่มีความรู้อย่างที่กล่าวนี้กันจริงๆสักเท่าไหร่ เพราะนักการเมืองจะไม่สอนการเมืองให้แก่ประชาชน เขาจะสอนเหมือนกัน แต่เขาไม่เป็นนักการเมือง เขาไม่มีความรู้ในการเป็นการเมืองโดยเฉพาะเป็นประชาธิปไตย เขามีแต่ผู้แสวงหาอำนาจ นักการเมืองทุกวันนี้มีแต่ผู้แสวงหาอำนาจเท่านั้น แม้แต่ไปเรียนทางรัฐศาสตร์ เขาบอกว่าการเมืองคือการแสวงหาอำนาจ เขาสอนกันในนั้น ถ้าไม่มีอำนาจบริหารปกครองประเทศชาติไม่ได้ เลอะเลย อำนาจคืออะไร ต้องขยายกันอย่างลึกละเอียดมาก อำนาจคืออะไร? อำนาจคือการเสียสละ อย่างเป็นกุศล เป็นการทำงานให้แก่สังคม นั่นคืออำนาจ อำนาจคือผู้รับใช้ เพราะฉะนั้นผู้ใดที่รับใช้เก่ง ผู้นั้นได้อำนาจจากผู้ที่เราไปรับใช้เขา เขาจะให้ความยอมรับนับถือ ว่าเป็นผู้รับใช้ประชาชนจริงๆ การเมืองเขาก็ไปหาเสียงว่ามาเลือกผม ผมมารับใช้ท่าน เขาก็พูดอย่างนั้น แต่จริงๆเมื่อเลือกเข้าไปแล้ว เขาไม่ได้ไปรับใช้ เขาไปข่มเบ่ง อันนี้คือความไม่จริง คือความตลบแตลงของนักการเมือง พูดโก้ๆ รู้คร่าวๆ แต่ไม่ทำจริงอย่างที่รู้ ก็ประดักประเดิด ไม่ค่อยได้เรื่องได้ราว ไม่ชัดเจนอะไร อำนาจนี่ ประชาชนจะยกให้ผู้ที่ควร ผู้ที่บริหารมารับใช้ประชาชน ผู้ที่ทำงานให้แก่ประชาชน ในหลวงร .9 เป็นผู้ได้อำนาจจากประชาชนเอง ท่านไม่เบ่งอำนาจด้วย แต่ท่านรับใช้ประชาชนถ้าพูดตรงๆง่ายๆ ท่านทรงงานรับใช้ประชาชนตลอด 70 พรรษา ตอนนี้ก็ระลึกถึงท่านใช่ไหม ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ แล้วท่านก็ไม่ใช่ผู้ช่างพูดด้วย ท่านทรงงาน ท่านมาปางนี้ท่านมาทำๆๆๆๆ ซึ่งต่างจากพวกที่มาพูดๆๆๆๆ คนละหน้าที่ แต่อาตมาก็พาทำด้วย สำหรับผู้ที่เข้าใจก็มาร่วมทำ ถึงไม่ง่าย เช่น ในหลวงท่านตรัสว่า มาบริหารแบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา แม้แต่ย่นย่อว่า ต้องทำเศรษฐกิจแบบเศรษฐกิจพอเพียง กระเตื้องกันที่ไหน อาตมาก็มาขยายเศรษฐกิจพอเพียง ก็มาขยายแบบคนจน ขยายแบบขาดทุนของเราคือกำไรของเรา แล้วก็พิสูจน์ความจริงอันนี้ พวกชาวอโศกมาเป็นคนจน อย่างไม่ได้เสแสร้งไม่ได้ทำเอาหน้า ไม่ได้มาทำชั่วครั้งคราว มาทำด้วยปัญญา มาทำด้วยความชัดเจนในใจ ด้วยความจริงว่าเราจะต้องมาเป็นคนจน แล้วเราก็มาเป็นคนจนกันสำเร็จเท่าที่มี จนมาเป็นผู้ทำงานฟรีไม่รับเงินส่วนตัวอีก ในพวกเรานี้ ชุมชนชาวอโศกทุกแห่ง เข้ามาในนี้ทำงานฟรีทั้งนั้น ทำงานแล้วมีมรรคผลมีผลผลิตเอาเข้าส่วนกลาง เอามาบริหาร เอามาแบ่งกันกินกันใช้ จนเกิดสังคมสาธารณโภคี ซึ่งเป็นผลสำเร็จของทฤษฎีพระพุทธเจ้า เกิดสาราณียธรรม 6 มีพุทธพจน์ 7

มีความระลึกถึงอย่างหมดตัวตน มีตัวตนน้อยลงไม่ใช่ไม่นึกถึงใคร คำว่าอยู่แต่ผู้เดียวไม่มีเพื่อน 2 ไม่ได้หมายความว่าเอาตัวเองออกจากมิตรสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี ไม่ใช่ จะต้องอยู่ในหมู่บัณฑิต อยู่ในหมู่ของผู้ที่เป็น สัมปวังโก องค์รวมของผู้ปฏิบัติธรรม อย่างสังคมชาวอโศกเป็นสังคมคนมีศีลของผู้ปฏิบัติธรรมจริงๆ ตั้งแต่เริ่มต้นมีชุมชนชาวอโศกชุมชนแรก คนเข้ามาในนี้ต้องถือศีล 5 เป็นอย่างต่ำ ไม่ใช่ถืออย่างชั่วคราวแต่ถือตลอดชีวิต ในเถรสมาคม เพิ่งจะขึ้นมา สมเด็จช่วงก็ว่าให้แต่ละหมู่บ้านถือศีล 5 แต่คำพูดมันก็เป็นวาทะที่หายไปกับสายลมแล้วไม่เกิดอะไรขึ้นมา แต่ชาวอโศกต่ชาวอโศเป็นกันได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงทุกวันนี้ เป็นชุมชนที่มีศีลทั้งนั้น แล้วปฏิบัติให้เกิดสมาธิ ซึ่งเป็นสมาธิแบบพุทธเป็นสมาธิลืมตา ไม่ใช่สมาธิหลับตา เพราะสมาธิหลับตาไม่ใช่ของพุทธ ในพรหมชาลสูตร ชัดเจน ถ้านั่งหลับตา ปฏิบัติแล้วจะได้แต่ทิฏฐิ 62 ที่มีแต่อดีตกับอนาคต จะเรียนรู้ธรรมะได้ต้องมีการกระทบสัมผัส มีรูปนาม เกิดเวทนาให้เรียนรู้ แต่นี่เขาไม่ได้ศึกษาแบบนี้ไม่ทำแบบนี้ ไปถือศีลก็ถือแค่กาย วาจา สมาธิก็ไปนั่งหลับตา แยกส่วน หั่นศีล สมาธิออกจากกันแล้วปัญญาเขาก็ว่าเกิดจากการนั่งสมาธิจิตนิ่งแล้วปัญญาจะเกิดเอง อย่างนี้ไม่ใช่ของศาสนาพุทธเลย ความรู้ที่ได้จากการนั่งหลับตามีแต่สัญญาไม่ใช่ปัญญา เขาปนเปสัญญากับปัญญา นั่งหลับตาไม่เกิดปัญญาได้ ปัญญาจะเกิดต้องเกิดจากการปฏิบัติ องค์ 6 มีปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ มรรคองค์ 8 และสัมมาทิฏฐิ เอกกัคตาของพระพุทธเจ้าต้องมีการวิจัย โดยการทำตามลำดับ วิจัยมีรูปนาม มีธรรมะสองแล้วทำธรรมะให้เป็นหนึ่งคือเอกัคคตาของพระพุทธเจ้าโดยเหลือธรรมะอีกหนึ่ง จิตเจตสิกเมื่อวิจัยธรรมะสองให้เป็นหนึ่ง ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 เวทนาสัญญาสังขารคล่องแคล่ว เป็นกายปาคุญญตา และเป็นกายกัมมัญญตา ทำงานได้ดีแคล่งคล่องเพราะ เวทนาสัญญาสังขารแคล่วคล่อง เพราะจิตเจตสิกต่างๆไม่มีผีร้ายแล้วจึงคล่องแคล่ว ปาคุญญตา เขาเรียนกันได้แต่พยัญชนะ ได้แต่ความรู้ทางภาษา ไม่ได้สภาวธรรม เก่งด้วยนะ เก่งทางไวยกรณ์ วายสัมพันธ์ อาตมาสู้ไม่ได้หรอกไม่ได้ศึกษา ไม่ประสีประสา แต่อาตมาว่าอาตมามีสภาวธรรม เอาสภาวธรรมบรรยายเป็นหลักก็อาศัยไวยกรณ์ด้วย มาใช้สื่อตามภาษาที่เราไม่ค่อยเก่ง แต่ก็พยายามไม่ให้ผิด มั่นใจว่าไม่ผิด เท่าที่มีความรู้

ธรรมะพระพุทธเจ้าทุกวันนี้อาตมาเอามาเปิดเผยและพยายามเก่งให้คนเอาไปปฏิบัติได้ ก็สำเร็จได้ผล ผู้ที่ปิดประตูไม่รับเพราะเห็นอาตมาไม่สงบเรียบร้อยเห็นอาตมาบรรยายเสียงดัง เขาได้รับการสอนเช่นนั้นก็ดี แต่อาตมาว่าสอนไปแบบนั้นมีแต่คนหลับ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ตลกไปเลยหรือมหาสมปอง หรือพระพยอมตอนนี้เป็นเจ้าคุณแล้วก็น่าสงสารล้มหัวฟาด ดีนะสมองไม่เป็นอะไร เย็บสิบสองเข็ม คนที่ปราถนาดีมาสอนธรรมะแต่ไม่ค่อยรู้จริงจึงทำให้ศาสนามัวหมอง เพราะพระพุทธเจ้าว่า ต้องทำคุณอันสมควรก่อนพร่ำสอนผู้อื่นจึงไม่มัวหมอง บรรลุโสดาฯก็สอนโสดาฯ ...สกิทาฯก็สอนสกิทาฯ แต่ตอนนี้ที่สอนกันสอนอรหันต์แต่ผู็สอนไม่ได้บรรลุ อาตมาก็สอนอรหันต์ แล้วเขาก็ว่าเอามาจากไหน อาตมาก็ว่าบรรลุแล้วก็มีของตน เขาก็ว่าไม่จริงอีก ถ้าเขาว่า เอามาจากไหนมาสอน อาตมาก็ว่าเอาจากของเก่าชาติก่อนมาสอน เขาก็มองหน้าเลย หาว่าอวดอุตริมนุสธรรม เอาจากชาติก่อนจริงหรือเปล่าวะ ...จริง ที่จริงที่สุดเพราะว่าอาตมาเอามาจากชาติก่อนจริงๆ เอามาพูดอธิบายอย่างอาตมาว่านี้มันเป็นของอาตมามา แล้วมั่นใจว่าถูกต้องจริง จึงยืนยันว่าที่เขาสอนไม่ถูกมันจึงขัดกัน ที่อาตมาโดนทางโน้นเล่นงานก็ถูกแล้ว ก็ส่งเสียงออกมา ถ้าอาตมาถูกทางโน้นผิด ถ้าอาตมาผิดทางโน้นถูก ศาสนาพุทธในเมืองไทย เขาสืบทอดกันมาเป็นร้อยปี ถ้าถูกลักษณะของศาสนาพุทธทุกวันนี้จะเป็นเช่นนี้ไหม ทุกวันนี้ศาสนาพุทธเสื่อม ก็ยอมรับกันว่าเสื่อม จะปฏิรูป ก็โดนอิทธิพลใหญ่ครอบครอง เล่นการเมืองทางศาสนาจนเขาต้องยาย พลต.โทพงษ์พร หราหมณ์เสน่ห์ น่าสงสารประเทศไทย อิทธิพลผีมีเสน่ห์ พราหมณ์สู้ไม่ได้ น่าสงสารประเทศไทย แต่อาตมาก็ไม่ท้อ อย่างไรก็พากเพียร แล้วไม่ยอมตายง่ายๆ รักษาขันธ์ทั้งที่ควรจะไปแล้ว แต่ก็อยู่ต่อไป ถ้าอาตมาจะอายุ 100 120 ก็อยู่เพื่อยืนยันสัจธรรม อาตมาเกิดมาชาตินี้เพื่อทำงานเช่นนี้ กว่าจะรู้ตัวก็อายุ 36 รู้แล้วก็ทำงานทางนี้จนกว่าจะตายให้ตายก็ไม่ไปทำทางโน้น เขาว่าจะจับอาตมาเข้าคุก อาตมาก็ว่าไม่ยากหรอก ในคุกก็มีมนุษย์สอนคนเดียวห้าคนก็ได้อาตมาจะบรรยายธรรมะ ขี้คร้านผู้คุมจะจัดคิวให้อาตมา เพราะควรทำ เพราะไปนิมนต์พระไปก็ยาก เสียเงินอีก แต่นี่เทศน์ฟรี ไม่ไปไหนด้วยหากในคุก พูดมาแล้วอาตมาว่าพูดจนเหนื่อย เหนื่อยก็พัก หายเหนื่อยก็พูดต่อ จะตายก็ไม่ยอมตาย เพื่อพูดต่อ พูดไปก็ได้ผลอยู่ สิ่งทีจะรับได้ มีชามๆหนึ่งหากมีอะไรเต็มชามก็ใส่เข้าไปไม่ได้ อาตมาก็พยายามให้ชามที่อาตมามีขยายเพิ่มเพื่อรับได้เพิ่ม แต่ขยายชามได้ยาก แต่ไม่ได้ขยายชามแบบธัมมชโยนะ อาตมามีชาร์มนะ มีตั้งแต่เด็ก เหมือนใบโพธิ์ มีภาพ 600913_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ต้องข้ามเขตกุศลได้จึงเป็นบุญ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน