ความติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสของอาจารย์สายหลับตา.docx
เนื้อหาในไฟล์
ความติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสของอาจารย์สายหลับตา _มาพูดถึงเรื่องอาหาร มีผู้เขียนอันนี้มาว่า กราบเท้าพ่อท่าน วันพุธทำวัตรเย็น ได้ยินพ่อพูดว่า ใครทำอาหารอร่อยๆ ทำมา ก็เกิดความรู้สึกว่า จะทำอาหารมาถวายบ้าง แต่พอได้ยิน กูรูแป้ง กราบเรียนให้พ่อครูขูดลิ้น สาเหตุที่ฉันอาหารไม่ได้มากเพราะลิ้นหนา จึงรับรสอาหารได้ยาก แต่พอได้ยินพ่อตอบว่าไม่ใช่ลิ้น ลิ้นอาตมารับรู้รสได้ทุกอย่าง เปรี้ยวหวานมันเค็ม แต่จิตที่ไม่ได้ปรุงแต่งสังขาร (ไม่มีกิเลสอุปาทานอะไรแล้ว ) ปรุงไม่ขึ้นแล้ว รสอร่อยคืออย่างไร คำที่พ่อพูดเสมอว่าฉันอาหารเพื่อผู้อื่นเพื่อให้กายขันธ์อยู่ได้ เพื่อทำประโยชน์ ชัดเจนขึ้นมาทันที ได้ร่วมทีมทำอาหารถวายพ่อมาหลายสมัย สมัยก่อนพ่ออายุไม่มากจะฉันอาหารได้มากเป็นที่พอใจทีมแดจังกึม อาหารที่จัดถวายพ่อท่าน ทุกวันสีสันสวยงามน่ากิน เห็นรูปถ่ายในบันทึกประจำวัน ตามปริมาณที่จะรับเข้าร่างกายในวัยอายุ 88 รู้สึกว่าจะมากอยู่ เพราะเคยได้ยินปู่ย่าตายายว่าแก่แล้วกินอะไรมากไม่ได้ พอถึงรุ่นตัวเอง เพื่อนๆคุยกันจะได้ยินหลายคนบอกว่าอายุมากแล้วกินไม่ค่อยได้มาก ร่างกายรับได้แค่นั้น ก็ไม่เจ็บไม่ป่วยอะไรแข็งแรงอยู่ เวลาฉันอาหารพ่อมักจะพูดว่า เตรียมตัวเข้าสนามรบ พ่อครูว่า... อันนี้ก็จริงๆ คนที่เขากินด้วยกันติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสนั้นก็สุขสำราญจริงๆ อย่างเช่นมหาบัวเคี้ยวหมากทั้งวันก็สุขสำราญโดยไม่ได้รู้ว่าตัวเองติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอย่างแกะไม่ออกจริงๆ ไม่รู้ไม่ประสีประสาเหมือนอย่างเด็กๆ แล้วก็แค่นี้ โต้งๆเห็นชัดอยู่อย่างนี้ก็ยังเรียนรู้ธรรมะพระพุทธเจ้าไม่ออกอยู่ว่า มหาบัว โถ!..โสดาบันยังไม่ได้เลย แล้วจะเป็นอรหันต์ยังไง มันก็น่าสงสาร งมงายกันไปหลงอรหันต์เก๊กัน ขออภัยที่ต้องพูดความจริงที่พูดไปไม่ได้ไ
อ่านต่อ
ปข่ม ไม่ได้ไปดูถูกดูแคลนอะไรหรอก แต่เป็นความจริงอธิบายธรรมะวิชาการความที่เป็นสัจจะ สู่ผู้ติดตามฟังศึกษา ต้องการศึกษาจริงๆ จะได้เรียนรู้ความจริงจะได้รู้ จะได้ไม่หลงงมงายจมอยู่กับสิ่งที่มันไม่ใช่ ไปหลงอรหันต์เก๊ว่าเป็นอรหันต์ ไปหลงผู้ที่มิจฉาทิฏฐิ แม้แต่แค่ตื้นๆ ติดอยู่แค่รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ยังไม่ได้ ขออธิบายธรรมะเพิ่มเติม มหาบัวมีความเข้าใจ เรื่องกามคุณ เข้าใจแค่ว่าไม่มีผัวไม่มีเมีย ตัวเองก็นึกว่าตัวเองบรรลุแล้ว เพราะตัวเองไม่ได้แต่งงาน ไม่ได้มีคู่ ก็นึกว่าตัวเองบรรลุเรื่องกามแล้ว จากนั้นไม่รู้เรื่องเลย ติดยึดในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เต็มบ้องจนตาย ไม่ได้สูงไปกว่านั้นเลย เข้าใจกามก็ไม่ครบ นึกว่ากามแค่ไม่มีคู่ผัวเมีย และตัวเองก็ไม่มี นึกว่าตัวเองบรรลุกาม บรรลุในรูปภพ อรูปภพแล้วเพราะนั่งสมาธิ เข้าไปดับกิเลสภายในก็นึกว่าดับ ภวตัณหา กามตัณหา ไม่รู้แล้วไม่มีเมีย ไปถึงรูปภพอรูปภพ ก็แค่นั่งหลับได้สะกดจิตให้ดับบรรลุอรหันต์ตายเป็นตาย ดับเป็นมิจฉาทิฏฐิ มิจฉาปฏิบัติ แล้วก็หลงว่าตัวเองบรรลุอรหันต์ ดับกิเลสรูปภพ ตัณหาทางรูป อรูปได้หมดแล้วด้วยการสะกด ไม่ได้เป็นจรณะ 15 วิชชา 8 เลย มันยังไกลห่างความเป็นพุทธมหาศาล แต่ความเสื่อมของศาสนาพุทธไปหลงเข้าใจอย่างนั้นว่าคือทางปฏิบัติ ไปยึดเดียรถีย์ปฏิปทา มันก็เห็นความเสื่อมชัดเจนในศาสนาพุทธทุกวันนี้ อาตมาพูดไปด้วยความสงสาร ท่านที่หลับตาทั้งหลายแหล่อยู่เต็มไปหมด หรือแม้แต่จะมาศึกษาทางปริยัติ จบมหาวิทยาลัย ปริญญาเอกอะไรก็ตาม จบเปรียญ 9 ประโยค ก็ยังเชื่อว่านั่งหลับตาอยู่นั่นแหละ ว่าเป็นทางที่จะบรรลุธรรมซึ่งก็น่าสงสารทั้งพระป่าและพระบ้านที่ยังเข้าใจมิจฉาทิฏฐิ นี่ก็พูดความจริง ใครจะฟังแล้วชัดเจนแล้วก็จะเลิกละเสียเวลา มาศึกษาที่อาตมานำพระไตรปิฎกของพระพุทธเจ้ามาสาธยายกันตลอดเวลา พยายามศึกษาดีๆอาตมาไม่ได้พูดเล่น ไม่ได้พูดผิด ไม่ได้มาอวดดิบอวดดี ไม่ได้อวดตัวอวดตนอะไร มาพูดสัจธรรม มาบอกสัจธรรม แล้วก็นำธรรมะโลกุตรธรรมขอพระพุทธเจ้า เอามาสถาปนาลงไปให้ได้ _เวลาก่อนฉันพ่อท่านว่าต้องเข้าสนามรบ (พ่อครูว่า... บางวันก็ 2 ชั่วโมงถึง 3 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ปริมาณมาเลี้ยงขันธ์ ตามปริมาณที่ควรได้ แต่ไม่ใช่กินเสียท้องคัดท้องแข็ง ก็พยายามฝืน) ตามความเข้าใจของลูก คงเป็นช่วงเวลาที่ต้องฝืน ต้องอดทนเคี้ยวๆกลืนๆต่อของที่อยู่ตรงหน้า จะเกิดคำความที่ว่าฉันอาหารเพื่อผู้อื่นทำเพื่อผู้อื่นเสมอมา กวฬิงการาหาร เป็นอาหารหยาบๆ คำข้าว พระโพธิสัตว์อยู่เหนือ อยู่สูงสุดแล้ว แม้แต่วิญญาณอาหาร ลูกๆทุกคนอาราธนาถึงพ่อ ขอให้มีอายุยืนนาน เมื่อทราบว่าพ่อฉันอาหารได้น้อย น้ำหนักลดก็เกิดความวิตกกังวลจะช่วยพ่อได้อย่างไร ในความคิดของลูก…การจะช่วยพ่อ ไม่ใช่แค่กวฬิงการาหาร ควรจะไปให้ถึงวิญญาณอาหาร คือทำตนให้เป็นลูก ที่ว่านอนสอนง่าย เพิ่มสมรรถนะสร้างพลังสามัคคี (สอนตัวเองค่ะ) ขอกราบเท้าพ่อค่ะ ..ลูกใบแพร 650204 พ่อครูฝืนตายฝืนกินอยู่ด้วยอาหาร 4 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ