อภิภายตนะ 8 กับอาหาร 4.docx
เนื้อหาในไฟล์
อภิภายตนะ 8 กับอาหาร 4 _มาพูดถึงอาหาร 4 ให้ครบก่อน กวฬิงการาหาร เข้าใจผัสสะรู้เจตนา เราอยากเป็นกามภพ ภวภพ ก็ต้องเรียนรู้จริงๆจากอาหารนี่แหละ เรียนรู้แล้วเป็นอรหันต์จากตรงนี้ แม้ที่สุดอันที่ 4 วิญญาณอาหารก็ต้องรู้รูปนามที่พระพุทธเจ้าสรุปลงไป ว่า วิญญาณนี้ก็คือ รู้รูปนาม เมื่อรู้รูปนาม รู้สภาวะ 2 รู้ความเป็นกาย รู้ความเป็นเทวะ ที่อาตมาสาธยายทุกวันนี้ ไม่มีใครจะมาสาธยายเรื่องกาย เรื่องเทวะ ให้พิสดารอย่างอาตมา ที่พูดนี้ไม่ได้หลงตัวยกตัว แต่มันเป็นสัจธรรมที่เป็นความจริงที่ตรัสรู้โดยพระพุทธเจ้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกาย เรื่องเทวะ ความเป็นสอง กาย ก็มีความเป็นสอง เทวะ ก็มีความเป็นสอง กาย นี่ มีความเป็น 1 ไม่ได้ ผิด เช่นเข้าใจว่ากายคือวัตถุภายนอกเท่านั้นไม่มีจิตร่วมด้วย ไม่ได้ แล้วจิตอย่างเดียว ว่าเป็นกาย มีเหมือนกัน พระพุทธเจ้าตรัสไว้ เพราะเข้าใจกว่า กายคือจิตอย่างเดียว ตายไปก็มีกาย ที่บอกว่า คิดว่าจิตเป็นกาย แล้วหลงจิตเป็นกายอย่างเดียว ไม่เกี่ยวกับภายนอก ตายไปแล้วก็เลยมี กาย ไปด้วย อย่างนี้เป็นต้น มันสลับซับซ้อน เข้าใจว่ากาย เป็นภายนอกอย่างเดียว ก็ผิด เข้าใจกว่ากาย เป็นภายในอย่างเดียวก็ผิด กาย ต้องมี 2 มีทั้งภายนอกและภายใน เพราะฉะนั้นผู้ที่ศึกษาภายนอกภายใน จนรู้สภาพนี้พร้อม เป็นอภิภู สามารถรู้อภิภายตนะ 8 อภิภายตนะ 8 มันต่างจากอายตนะ 1 หรืออายตนะ 6 นะ อภิภายตนะ 8 เป็นความสามารถของอภิภู ผู้ยิ่งใหญ่ อาศัยอายตนะ คือสะพานของสัมผัสและมีสภาพ 2 มี 6 คู่ ตากับรูป หูกับเสียง จมูกกับกลิ่น ลิ้นกับรส สัมผัสภายนอก แล้วก็ข้างในกับข้างใน 6 คู่ อายตนะ 6 ต้องศึกษาให้ตัวเองมีกาย เมื่อเป็นอภิภูแล้ว เป็นผู้ที่รู้รูปภายใน และเห็นรูปภายนอก ทันทีเลยรู้ทั้งคู่ทั้งภายในภายนอก เพราะฉะนั้นผู้ท
อ่านต่อ
ี่ปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้านั้นจะไม่ขาดการรู้ภายนอกภายในทุกเรื่อง แล้วก็แยกแยะการรู้ภายนอกภายในได้ว่า อย่างนี้เป็น ปริตตัง สุพรรณะ ทุพรรณะ รายละเอียดต่างๆกระจายไปจนถึงอภิภายตนะ 8 ข้อ อาตมายังไม่อยากอธิบายมากนักเพราะเป็นเรื่องชั้นสูง เป็นเรื่องที่ยาก อาตมาก็ยังไม่ค่อยคล่องไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ก็สงวนท่าทีไปก่อน เดี๋ยวพลาด มันไม่ง่าย มันละเอียดลออแต่ก็พอรู้พออธิบายได้ พวกเราฟังไปก่อน ฉะนั้นแค่อาหาร 4 รู้จักผัสสะ แล้วก็รู้ว่าเราติดยึดในรูป ติดยึดในรูป การเสพเป็นตนเป็นของตน ซึ่งภาษามีแค่นี้ไม่ใช่เข้าใจกันได้ง่ายๆ ตนต้องมีต้องเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่เป็นไม่มี ขาดใจตายเลย ต้องอาศัยพวกนี้อยู่ขาดไม่ได้ มันรุนแรงอย่างนั้นจริงๆ มันเป็นนามธรรมแต่มันจริงๆอย่างนั้น เพราะฉะนั้นผู้ที่ขาดแล้วมันเป็นเรื่องน่าเบื่อ อย่างอาตมาขาดแล้วมันน่าเบื่อ แต่ก็จำเป็น ต้องยังขันธ์ุด้วยสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นคนจึงเข้าใจยาก ไม่ใช่อาตมาแกล้งพูดว่า ต้องกินอีกแล้ว กิน มันหลายอย่าง ตั้งแต่ตัวเองจะต้องตาย แต่ก็ต้องฝืนไม่ตาย เมื่อฝืนไม่ตายก็ต้องกิน ก็เลยต้องฝืนกินอีก มันก็เลยเวลาหมด 650204 พ่อครูฝืนตายฝืนกินอยู่ด้วยอาหาร 4 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ