จนให้หมดสุขหมดทุกข์ได้ให้ถึง 0.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข7 กุมภาพันธ์ 2565

เนื้อหาในไฟล์

จนให้หมดสุขหมดทุกข์ได้ให้ถึง 0 _พ่อครูว่า... ที่จริง เตรียมไว้จะพูดถึงองค์ประชุม เรื่องปาฏิหาริย์ก็น่าจะต่อ ความจนมหัศจรรย์ สามัญสำนึกของคนทุกคนด้วยปุถุชนปกติ ต้องการโดยต้องการมีมากๆ จะได้จับจ่ายใช้สอยบำเรอความต้องการของตัวเองให้เต็มที่ ความเร็วด้วยการซื้อวัตถุต่างๆที่ต้องการก็ดี ด้วยการที่จะซื้อของบำเรอ รูปรสเสียงกลิ่นสัมผัสเสียดสี ที่ตัวเองมีอุปาทานยึดว่าอย่างนี้มันสุขอย่างนี้มันพอใจอย่างนี้มันดี มันพอใจของสมมุติ บางคนก็ชอบรุนแรง บางคนก็ชอบนิ่มนวล บางคนก็ชอบกลางๆพอดีมันไม่เท่ากันเลย มากบ้างน้อยบ้างจนกระทั่งละเอียดตัดสินยาก ก็แล้วแต่คนยึดถือ บางคนยึดถือเอามา พอได้ก็เอามาสัมพันธ์กัน ตามที่เราต้องได้มาแตะต้องกันเกี่ยวข้องกันแล้ว ก็สมใจ ถ้ายังติดอยู่อย่างนี้มันก็ต้องติดไปอีกนานเท่านาน จนกว่าจะไม่ต้องหรอก ทุกอย่างก็เป็นอิสระของตัวเอง มันไม่มีอะไรไม่พรากจากกัน ต่างคนต่างอิสระเสรี แต่ที่นี้คงไม่ถึงขั้นนี้ เมื่อมาถึงขั้นนี้ก็ต้องมีคู่ จะต้องมีสิ่งดูดไว้ อย่างอาตมา ดูสภาพที่ควรจะต้องให้คนได้รู้ ใช่เข้าใจได้เห็นว่าดี แล้วเขาก็ควรจะต้องเอาอันนี้ ก็มีภาษาจบว่า เอาอะไร เอาสิ่งที่ไม่ต้องเอา เอาสิ่งที่ไม่ต้องมี มันเป็นภาษาจบแล้ว เพราะความมีนี่แหละทำให้คนที่ไม่หลุดพ้นไปจากทุกอย่างในโลก ในมหาจักรวาลในวัฏสงสาร เขาก็จะต้องมี จนกว่าจะเข้าใจว่าโอ้โห! ก็เพราะไปจะเอาไปมีนี่แหละ มันถึงไม่เลิกไม่จบในการที่จะมี สิ่งที่เป็นจิตนิยามก็ดี แม่เป็นพีชนิยามก็ดี เพราะฉันนั้นยังเป็นชีวจิตนิยามก็ต้องมีทุกข์มีสุขอะไรอีกเยอะแยะ ลดลงมาเป็นพีชนิยามก็ไม่มีสุขไม่มีทุกข์ไม่มีวิบากบาปบุญแล้วไม่จองเวรไม่ทำลาย ตัวของตัวก็เฉพาะตัว ก็ยังเหลือแต่ตัวของตัว จนกว่าจะเข้าใจว่า พีชะนี้ผสมด้วยธาตุ 3 ถ้า 1 ถ้าตัวประธ

อ่านต่อ

าน กับอีกธาตุหนึ่งเป็นธาตุ 2 เลขภาษาวิทยาศาสตร์บวกกับลบ เรียกภาษาคณิตศาสตร์ 1 กับ 2 หรือ 1 กับ 0 ถ้าสภาพของ 0 เราทำ 0 ได้ก็ไม่มีอะไรแล้ว 1 ไม่มี 2 ไม่มี ก็เป็นผู้รู้คือประธาน เราก็รู้ที่จบว่า 0 คือความไม่มี ทำให้มีความเกาะยึดความเป็นตัวตนแม้แต่ยึดแค่เป็นพืชก็ไม่ต้องยึดแล้ว ทำได้รู้ได้ พระอรหันต์ ทำเป็นพูดก็รู้ได้แล้ว เพราะฉะนั้นทำเป็นพืชให้หมดโศกหมดทุกข์เราก็ต้องทำเป็นพืชได้แล้วหมดสุขหมดทุกข์ จบ จากหมดสุขหมดทุกข์เป็นไม่มีสุขไม่มีทุกข์เลย หมดโศกหมดทุกข์มันก็คล้ายๆกับไม่มีสุขไม่มีทุกข์เลย แต่มันยังมีนัยยะเป็นสิริมหามายาละเอียดว่ายังมีสุขมีทุกข์อยู่นะ มันยังมี 2 อยู่ แยกไม่ออกหรอก 2 มองในมุมหนึ่งก็เป็นสุข เพราะฉะนั้นเห็นทุกข์นี่แหละเป็นสุข พวกที่ไปเห็นทุกข์เป็นสุขจนกระทั่งไม่รู้ว่าทุกข์มันหนักขึ้นหนักขึ้นก็ไม่รู้ตัว เพราะโง่ขึ้นโง่ขึ้นเรื่อยๆเจริญงอกงามไพบูลย์ด้วยความโง่ ก็เลยไม่รู้ทุกข์มากมายทุกข์หนักทุกข์ใหญ่ก็ไม่รู้ตัว จนกระทั่งไม่รู้ตัวแล้วแบกทุกข์ไว้ก็คือไปหลงสุขนั่นแหละ ก็ทำให้หมดทุกข์ หมดทุกข์ก็หมดสุข หมดภาษาแล้วตอนนี้ อาศัยกระดาษ 1 แผ่นอธิบายหน้าหนึ่งเป็นด้านสุขอีกด้านหนึ่งเป็นทุกข์ จะแยกออกจากกันไม่ได้ ทำให้มันเหลือหน้าเดียวไม่ได้ จะสลายก็ต้องสลายไปทั้งสองหน้า สลายทั้งความสุขและความทุกข์ ไม่มี 2 เป็น 0 ไปเลย ก็จบตรงนี้ รู้จัก 0 0 ได้ก็จบ สุดแล้วก็กลายเป็นอุตุธาตุ ดินน้ำไฟลม มันไม่มีตัวตนไม่มีตัวกูของกูแล้ว มีแต่พลังงานอื่นจะมาจัดการกับมันไป เป็นพลังงานตั้งแต่พลังงานพระอาทิตย์ มีบริวารมากที่สุดก็ 9 บริวารน้อยที่สุดก็ 9 ในจักรวาลที่น้อยที่สุดก็มี 9 ดวง ซึ่งมีคนอุตริจะให้เหลือ 8 มันเป็นไปไม่ได้หรอกเพราะมันมีสภาพของสัจธรรม 9 นี้มีเลข 3 ตัวสมดุลกันอยู่ เอาออกก็กลายเป็นตัวเขย่ง มีความบกพร่องเดี๋ยวก็กลายเป็นอุกกาบาตไม่มีวงโคจรแน่นอน ซึ่งมันเป็นได้ เปลี่ยนไปเป็นอันนั้นได้ แต่ด้วยแรงดึงดูดมันไม่ยอมให้จากกันง่ายๆหรอก จนกว่าคนจะถึงขั้นสร้างพลังงาน ผลัก รู้จักพลังงานดูดพลังงานผลักและสลายการดูดการผลัก จนไม่ดูดและผลักเลยอันนี้มีจิตวิญญาณเท่านั้นที่ทำได้ ดินน้ำไฟลมทำไม่ได้ พีชนิยามก็พอทำได้บ้าง ดินน้ำไฟลมนั้นเป็นพลังงานแม่เหล็ก พลังงานไฟฟ้า ไฟฟ้านี่สลาย ตัวแม่เหล็กนี่ดูดไว้แน่น ก็เป็น 2 สภาพ อันนึงดูด อันหนึ่งผลัก มันมีรายละเอียดพวกนี้อาตมาก็ไม่ได้ลงลึกฟิสิกส์ (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สู่แดนธรรม… ตอนนี้พ่อท่านพยายามเคลียร์รันเวย์เตรียมบิน เตรียมคนคัดเลือกเฟ้นคนดูดเอาแต่คนที่มีคุณสมบัติประเภทนี้มารวมกันได้ไหม พ่อครูว่า... ได้พูดอย่างนี้ก็ได้ พวกที่ไม่ดีก็อย่าไปรวมกับเขาเลย เขาก็เป็นของเขา เขาอยากจะมากวนเขาก็มารวนได้ แต่เราก็พยายามไม่ได้เป็นศัตรู ไม่ได้ทำอะไรเขา จนกระทั่งสุดท้ายเขาก็ไม่เดือดร้อนอะไร เขาก็ไม่มากวนเรา เราก็ทำประโยชน์กับหมู่ที่เราอยู่ด้วย ส่วนจะไปเป็นโทษเป็นภัยกับคนอื่นๆ เราก็ไม่หมดแล้ว คนอื่นก็มีลึกๆรู้เหมือนกันว่าเขาไม่อยากหาเรื่อง หรือยิ่งมีภูมิธรรมรู้แล้วว่าคนนี้เขาไม่ได้มาหาเรื่องให้คนอื่นเดือดร้อนเลย มีแต่เขาทำประโยชน์คุณค่าสัจธรรมความดีงามพวกนี้ เขาก็ยิ่งจะไม่ทำเลย เพราะฉะนั้นคนที่จะไปทำคนดีอยู่ ไปตอแยคนที่ดีอยู่ก็คือคนโง่เท่านั้น คนโง่จะไม่เข้ามาใกล้เรามากนักหรอกเป็นอจินไตย คนที่มันต่างกันมากจะไม่เข้ามาใกล้ แต่คนที่โง่หนัก ก็พยายามจะไปเบ่ง ไปเบ่งกับคนที่ด้อยกว่าอยู่เรื่อยๆ อย่างที่เห็นอยู่ในโลก ทำให้ตัวเองใหญ่ตัวเองมีอำนาจ มันก็หลงอยู่อย่างนี้ จนกว่าจะเลิกหลง ทีนี้เราจะไปบังคับเขาไม่ได้ ให้เขาเลิกหลง เราไปบังคับเขาไม่ได้ เขาเองเขายึดอย่างนั้นเป็นอย่างนั้นอย่างที่มันเป็นอยู่ในโลก มันก็ต้องปล่อยไปตามที่เขาเป็น เราไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่ง เขามายุ่งกับเราหรือเขาจะมาทำร้ายเรา เขาก็ไม่รู้หรอก เพราะฉะนั้นก็อย่าไปทำ เราก็ทำประโยชน์นี่แหละกับคนที่ควร อย่างเช่นอยู่ด้วยกันเป็นประโยชน์ต่อกันไปให้สูงสุด เสร็จแล้วใครจะปรินิพพานเป็นปริโยสาน เลิกจบแล้วชีวะชีวิตมนุษย์ เป็นจิตนิยามสูงสุดแล้วก็ทำไปสิ ทำได้แล้ว ถ้าใครยังไม่อยากปรินิพพานเป็นปริโยสานยังจะช่วยมนุษย์อยู่ มีปณิธานเหมือนพระอวโลกิเตศวรก็เอา ท่านก็มีตัวอย่างมีอยู่ในโลก ใครจะทำมากทำน้อยก็แล้วแต่ จะเอาอย่างพระอวโลกิเตศวรหรือพระเจ้าแม่กวนอิม ก็เอาสิ หรือจะเอาครึ่งนึงของท่านครึ่งทางของท่าน แล้วก็ปรินิพพานเป็นปริโยสานไป หรือจะไม่เอาครึ่งนึงเอาแค่เศษหนึ่งส่วนสี่ก็เอาได้ 650207 จนเป็นที่ 1 ในโลก แต่สร้างอาหารช่วยโลก รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 27

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน