499(521) 6204 P01-12 asoke news เมษายน ๖๒ รวมปักษ์ สี .pdf

โฟลเดอร์2562 หนังสือพิมพ์ข่าวอโศก
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์7.77 MB
วันที่แก้ไข25 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

ฉบับที่ ๔๙๙ (๕๒๑) ข่าวอโศก1ฉบับที่ ๔๙๙ (๕๒๑) รวมปักษ์ เม.ย. ๒๕๖๒ ถ้าเราไม่เต็มใจแต่ถูกบังคับให้เรียนจะท�าอย่างไร (ธรรมะพ่อท่าน)...น.๒ ร�าลึกให้ล�้าลึกครั้งที่ ๓๘ (สดจากปัจฉาฯ) ...น.๙ปลุกเสกฯ ครั้งที่ ๔๓ ณ บวรราชธานีฯเน้น “ปริยัติ-ปฏิบัติ-ปฏิเวธ”“มหัศจรรย์ ”ตลาดอาริยะครั้งที่ ๔๐มีแข่งเรือที่ตลาดน�้า เปิด “ซางไหลเด้อ” ครั้งแรกงึด...วันสุดท้าย ปชช.มามากกว่าวันแรก!พิธีรับกลด น.ร.สัมมาสิกขารุ่น“รู้ทันเทฺว”คกร.ชม.ตรวจเยี่ยมนักศึกษาแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มาศึกษาดูงานทีี่บ้านราชเกษตรอินทรีย์ อ.พร้าว รวมปักษ์ เมษายน ๒๕๖๒2ในงานปลุกเสก “พระ” แท้ๆของพุทธ ครั้งที่ ๔๓ เริ่มตั้งแต่วันที่ ๕ – ๑๑ เม.ย.๖๒ ที่บวรราชธานีอโศก พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ได้บอกกับลูกๆ เมื่อช่วงท�าวัตรเช้าของวันที่ ๖ เม.ย.๖๒ ซึ่งถือเป็นพรจากพ่อถึงลูกๆทุกคนดังนี้“ทุกวันนี้กายกรรมพวกเราชาวอโศกเสื่อมไปไกลมาก เสื่อมศรัทธามันไม่ส�ารวม มันไม่สงบ เป็นลิงเป็นค่าง ตั้งแต่อาตมาไปทีเดียวขอสารภาพ เอากลับคืนมาได้ไหม ส�ารวมระวัง เริ่มต้นวันนี้ไปดึงศรัทธากลับคืนมากลับมาส�ารวม สังวร ปฏิบัติกันให้ดีจริงๆพยายามตั้งใจดู”นี้ก็เป็นพรส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ไทย ที่เหล่าลูกๆทั้งหลาย พึงพยายามเดินตามค�าสอนของพ่อทางธรรมด้วยความยินดีพรจากพ่อถึงลูกถ้าเราไม่เต็มใจจะอยู่ที่นี่ แต่พ่อแม่ลุงป้าน้าอาบังคับให้อยู่ และท่านก็พูดค�านี้ว่า “ถ้าออกไปก็จบ ไม่มีอนาคต และถ้าอยู่ที่นี่ก็จะมีอนาคต” แล้วเราก็ได้เถียงกับครอบครัว เราจะบาปไหมคะ? หากเราจะออกไปจะมีความสุขไหม? ลูกบอกว่าอยู่ที่นี่มีความทุกข์มาก ถ้าหากออกไปจะมีความสุขนะคะ หลวงปู่ว่าเหมือนหนูไหมคะ? แล้วผู้ใหญ่ที่นี่ไม่ค่อยจะเข้าใจเด็กเลย พ่อครูว่า..ท่านพูดอย่างผู้ใหญ่ที่มีหูมีตา เราจะฉลาดกว่าพ่อแม่

อ่านต่อ

ลุงป้าน้าอาหรือ ท�าไมถึงฉลาดมากขนาดนั้น จะไม่ฉลาดมากไปหน่อยหรือ ฉลาดกว่าพ่อแม่ลุงป้าน้าอาหมดเลย บาปแน่นอน เชื่อไหมว่า พ่อแม่ลุงป้าน้าเอานี้ ปรารถนาดีกับเราเชื่อไหม ...เชื่อ สอง พ่อแม่ลุงป้าน้าอานี้ อายุมากกว่าเราใช่ไหม เห็นโลกมามากกว่าเราใช่ไหม เท่านี้ก็เป็นเหตุผลมากพอแล้ว ที่เราจะยอมตามพ่อแม่ลุงป้าน้าอา ยอมตามไปสักชาติหนึ่งเถอะ เพราะอะไร เพราะว่าเราเลือกพ่อแม่เกิดไม่ได้ นี่เป็นวิบาก วิบากสั่งเราให้เรามาเกิดกับพ่อแม่คู่นี้ แล้วก็มีลุงป้าน้าอา ญาติที่เป็นแบบนี้ ที่เขาปรารถนาดีต่อเราแน่นอน จงรับความปรารถนาดีเถอะ แม้เราไม่ชอบก็ต้องให้เกียรติท่าน ท่านคงจะมีภูมิปัญญาไม่เสียหรอก มาอยู่นี่จะมีอนาคตถ้าหากออกไปจะไม่มีอนาคต ท่านก็มองเห็นหมด แล้วค�าว่าอนาคตคืออะไร ท่านก็รู้ว่าโลกยุคนี้มันเป็นอย่างไร ค�าว่าไม่มีอนาคตคืออย่างไร ถ้าเราเข้าใจความหมายแล้ว มันไม่ยากอะไรที่จะรู้ คือว่าอนาคตจะแย่เหลวไหลเละเทะเสียหาย ไม่มีอนาคตคือแบบนี้ ถ้ามีอนาคตก็จะอยู่ที่นี่ให้ได้เจริญเข้าท่า เราเถียงเราก็บาป หากเราจะออกไปจะมีความสุขไหม จะมีความสุข เก๊ๆ มี แต่จะเอาไปท�าไมความสุขเก๊ๆ ความสุขคือความร�่ารวยอัตตาตัวเอง เป็นการเสริมกิเลส ซึ่งไม่ควรท�า โดยเฉพาะชาวอโศกให้ลดละตัวตนอัตตา อันนี้ส�าคัญที่สุดอย่าไปเพิ่มอัตตาตัวเอง ตอบอีกที ความสุขเป็นของเก๊ทั้งนั้นเลย (สุขัลลิกะ) ทุกข์เท่านั้นที่เป็นอริยสัจ ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป ตามที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์ แม้พระพุทธเจ้าก็ไม่พ้นทุกข์ ความทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ ๖ ประการพระพุทธเจ้าก็ต้องมี เช่น ทุกข์เพราะต้องปวดอุจจาระปัสสาวะ ทุกข์ก็ต้องแสวงหางานท�า ทุกข์ที่จะต้องแสวงหาอาหาร หากเราจะไม่มีทุกข์เลยก็ต้องปรินิพพานเป็นปริโยสาน หากได้ร่างกายมานี้ก็ศึกษาเถอะ เราได้มาอยู่ที่นี่ไม่ได้ถูกหลอกล่อ บอกความจริงว่าที่นี่ดีที่สุดแล้ว ทนให้ได้พ.ญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า สมาคมการแพทย์เพื่อการนอนหลับโลกก�าหนดให้วันศุกร์ในสัปดาห์ที่ ๒ เต็มสัปดาห์ของเดือนมีนาคมทุกปี เป็นวันนอนหลับโลก (World Sleep Day) ซึ่งในปี ๒๕๖๒ นี้ ตรงกับวันที่ ๑๕ มีนาคม และก�าหนดค�าขวัญ นอนหลับสนิท ชีวิตยืนยาว (Healthy Sleep, Healthy Aging) กระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงการนอนหลับและสุขอนามัยการนอนที่ดี เนื่องจากการนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่อวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้พักผ่อน ท�าให้ระบบหัวใจและไหลเวียนเลือดไม่ต้องออกแรงมากเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงเป็นช่วงเวลาที่เกิดการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ปรับสมดุลของสารเคมีต่างๆ ตลอดจนเป็นระยะที่สมองท�าการเรียบเรียงข้อมูล และจัดเก็บเป็นหมวดหมู่ ท�าให้สมองเกิดการจดจ�าและ มีพัฒนาการทั้งนี้ หากนอนหลับไม่เพียงพอจะก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน และความดันโลหิตสูง ส่งผลกระทบต่อระบบประสาท การคิด ความจ�า รวมไปถึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุขณะขับรถ และอาจสูญเสียประสิทธิภาพในการท�างานด้วย เผยแพร่: ๑๔ มี.ค. ๒๕๖๒ ๑๗.๒๔ โดย: ผู้จัดการออนไลน์ขอบคุณภาพจาก https://med.mahidol.ac.th/th/infographics/125ต่อจาก น.๑ภาพจาก : https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/942948 ฉบับที่ ๔๙๙ (๕๒๑) ข่าวอโศก3ชีวิตก่อนพบชาวอโศก Eอาชีพชาวนา ชาวไร่ เริ่มไปปฏิบัติธรรมที่วัดพันอ้น(ช่วงท่านสมณะดวงดีเป็นเจ้าอาวาส) รู้จักชาวอโศกได้อย่างไร ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร Eลูกสาว(ครูยุพา ชมชื่น) พามาปฏิบัติธรรม ที่ลานนาอโศก ฝึกกินมังสวิรัติ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ มาวัดลานนาอโศกทุกวันเสาร์ ไปช่วยท�าอาหารที่ ชมร.เชียงใหม่ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ จนถึงประมาณอายุ ๗๗-๗๘ ปีมีการฝึกฝนปฏิบัติให้กับตนเองอย่างไร Eถือศีล๕ ละอบายมุข กินมังสวิรัติ(๒มื้อ) อ่านหนังสือธรรมและฟังธรรมจากพ่อครู จากท่านสมณะและสิกขมาตุ ทางทีวี อยากฝากอะไร Eอนุโมทนาสาธุกับลูกหลานทุกคนที่เข้ามาอยู่วัดชื่อ : ค�ำน้อย ชมชื่นชื่อพ่อครูตั้งให้ : ต้นขวัญอายุ : ๘๔ ปี การศึกษา : ป.๔ภูมิล�าเนา : จ.เชียงใหม่สถานภาพ : หม้ำยที่เห็นอยู่นี่คือแปลงนา “นาค�ายอด” พ่อครูเคยกล่าวว่า ข้าวมีไว้เพื่อการแบ่งปันไม่ใช่มีไว้เพื่อขาย และคนไทยกินข้าวเป็นอาหารหลักและคนไทยควรปลูกข้าวให้เป็น หลายคนจึงอยากมีส่วนร่วม ท�าให้ฐานงานนี้ได้รับความสนใจจากญาติธรรม เข้ามาหัดโยนกล้ากันมาก หลังจากรถมาส่งพวกเราจนครบแล้วก็ได้เวลาลงนาไปโยนกล้าสองเท้าจมดิน มือหนึ่งถือถาดบรรจุต้นกล้า อีกมือหนึ่งดึงต้นกล้าออกจากหลุมที่อยู่บนถาดสีด�าแล้วโยนลงในแปลงนา การท�านาอินทรีย์เป็นส่วนหนึ่งของการท�าเกษตรอินทรีย์ และเป็นพื้นฐานของการพึ่งพาตนเองข้าวที่น�ามาปลูกในบ้านราช มาจากนาที่คลอง ๑๓ ส่วนสายพันธ์ชื่อช่อราตรี ใช้เวลาประมาณ ๔ เดือนหลังจากนั้นก็เก็บเกี่ยวในอีก ๔ เดือนถัดไป หากทุกอย่างเป็นไปตามก�าหนดประมาณ กุมภาฯ – มีนาฯ ก็จะมีข้าวให้พวกเรารับประทานพอเห็นคนอื่นโยนกล้ากันอยู่พักใหญ่ ท�าให้คิดว่าการโยน กล้าคงไม่ยาก จึงขอลองโยนกล้าดูบ้าง มือหนึ่งถือถาด อีกมือหนึ่งโยนกล้า ท�าได้สักพักก็เหนื่อย จึงหันไปเก็บถาดที่เอาต้นกล้าออกแล้ว เรียงให้เรียบร้อยเพื่อน�าไปเพาะต้นกล้าในครั้งต่อไป การท�านาไม่ง่ายอย่างที่คิด กว่าจะมาเป็นนาข้าวให้เรารับประทานต้องลงแรงอย่างหนัก นี่ขนาดแปลงเดียวยังเหนื่อยขนาดนี้ ดังนั้นกินข้าวก็อย่ากินทิ้งกินขว้างควรกินให้หมด นี่บอกกับตัวเองความสุขของคนเรา อันดับแรกคือ ต้องไม่เป็นหนี้ ๒.ต้องมีชีวิตที่พอเพียง และเพียงพอ ส่วน ๓.อาหารนั้นคือค�าข้าว ค�าว่าแม่โพสพ คือ เภสัช คือยารักษาโรค ข้าวที่ปลูกที่นาแห่งนี้ คือ กข ๔๓ เหมาะส�าหรับคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน สมณะถักบุญบอกกับบุญนิยมทีวี ในตอนบ่ายวันเดียวกัน นายนิยม อนัตน์ เกษตรจังหวัดอุบลราชธานี และมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานหลายภาคส่วน รวมทั้งอาแซมดิน เลิศบุษย์ด้วย ได้มาเยี่ยมชมแปลงนาดังกล่าว และได้ร่วมโยนกล้ากับชาวชุมชน ร่วมกับนักศึกษา ว.บบบ. อีกด้วย กับเหตุผลที่ว่าท�าไมมาร่วมท�านากับพวกเรา เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “อยากกินอาหารดีดี ปลอดภัย” และมั่นใจว่าที่นี่ปลอดภัยจากสารพิษแน่นอน หลายท่านได้ลดตัวลดตน และมาเป็นคนจนที่สุขส�าราญเบิกบานใจที่ นาค�ายอดแห่งนี้ นี่คือเรื่องราวดีดีที่อยากน�ามาเล่าสู่ฟัง รวมปักษ์ เมษายน ๒๕๖๒4ปลุกเสกฯ ครั้งที่ ๔๓ จัดที่บวรราชธานีฯเน้น “ปริยัติ-ปฏิบัติ-ปฏิเวธ”ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีการจัดงานปลุกเสก “พระ” แท้ๆของพุทธ ที่บวรราชธานีอโศก จ.อุบลราชธานี ระหว่างวันที่ ๕-๑๑ เมษายน ๒๕๖๒ มีผู้ลงทะเบียนร่วมงานกว่า ๑,๐๐๐ คน วันสุดท้ายมีผู้ฟังธรรม ๙๙๙ คน พ่อครูเทศน์เรื่องเปิดโลกบุญนิยม เนื้อหาเกี่ยวกับบุญ ความส�าคัญของบุญและหากคนไทยเข้าใจเรื่องบุญผิดไปแล้ว จะท�าให้ศาสนาพุทธผิดเพี้ยนไปไกล เรามาท�าความเข้าใจกันก่อนไหมว่า ปลุกเสกคืออะไร หลายท่านคงเข้าใจว่า งานปลุกเสกเป็นงานปลุกเสกพระเครื่อง และอาจจะน�าพระเครื่องที่บ้านมาปลุกเสกให้มีความขลังและศักดิ์สิทธิ์แล้วจึงน�ากลับไปบูชาต่อที่บ้านทว่า หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ในความจริงแล้ว งานปลุกเสก “พระ” แท้ๆของพุทธคือการปลุกคนให้เป็นพระนั่นเอง ปลุกจากปุถุชนให้กลายเป็นกัลยาณชน จนกระทั่งกลายเป็นพระอาริยะในที่สุด ส่วนจะได้ในระดับสูงเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับการหมั่นบ�าเพ็ญเพียรและวาสนา บารมีของแต่ละคนส่วนความหมายของค�าว่า งานปลุกเสกนั้น หมายถึง การฝึกฝนตนเองให้เป็นพุทธที่แท้จริงลดละเลิกกิเลสได้ราวปาฏิหาริย์ และเป็นอนุศาสนีย์ปาฏิหาริย์ ไม่ใช่ อาเทศนาปาฏิหาริย์ คนที่มาร่วมงานต้องรักษาศีลแปด และทานมื้อเดียว กิจกรรมแบ่งออกเป็น๓ช่วงคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายและช่วงเย็นพบปฏิบัติกร ตัวจริงเสียงจริง ที่มีความรู้ในศาสตร์แขนงต่างๆเช่น การสร้างธนาคารน�้าใต้ดิน เป็นต้น ยังคงมีการฟังธรรมในตอนเช้ามืดจนสว่าง(ในหัวข้อ “เปิดโลกบุญนิยม” โดยพ่อท่าน) การใส่บาตร การพบสมณะสนทนาธรรม เพื่ออธิบายธรรมะที่ยังไม่เข้าใจให้ชัดเจนขึ้น เราเรียกทั้งหมดว่า การบ�าเพ็ญธรรม ส่วนการบ�าเพ็ญคุณ จะเกิดขึ้นหลังจากพบสมณะแล้ว เราก็จะออกไปที่ฐานงานที่ก�าหนดไว้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเน้นการเตรียมงานตลาดอาริยะที่ก�าลังจะมีขึ้นในช่วงสงกรานต์ตามจุดต่างๆ เช่น ไปเก็บขยะที่ตลาดน�้า ไปจัดของที่ร้านเครื่องจักสานเฮือนศูนย์สูญ ถูกใช้เป็นสถานที่หลักในการจัดงานทั้งปลุกเสกฯและว.บบบ.จึงมีการเนรมิตให้เรียบง่าย ประโยชน์สูง ประหยัดสุด เหมือนเช่นที่ผ่านมา เราจึงเห็นญาติธรรมเดินขึ้นลงตลอดเวลาการสอบปริยัติเริ่มขึ้นในช่วงค�่า วันที่ ๑๐ เม.ย. ๖๒ มีการทดสอบความเข้าใจในการฟังธรรมแต่ละช่วงมากน้อยขนาดไหน ทั้งสี่ชั้นของเฮือนศูนย์สูญใช้เป็นสถานที่สอบ ปีนี้มีการจัดแถวและที่นั่งได้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีเสียงบ่นว่าหาที่นั่งไม่เจอเลย การสอบครั้งนี้ยังอยู่ในความสนใจของทุกคน เพราะมีญาติธรรมเข้าร่วมสอบหลายร้อยคนผ่าง! ผ่าง! ผ่าง! คือเสียงไม้กระทบกะละมัง ที่ท่านสมณะฟ้าไทตี ดังขึ้นในเวลา ๑๘.๐๐น. บางคนตกใจ เสียงฮาเริ่มขึ้น และเงียบลงในเวลาไม่นานเพราะสัญญาณการสอบได้เริ่มขึ้นแล้ว ส่วนผู้อายุยาวหรือผู้สายตาไม่ค่อยดีและคนที่ต้องการความช่วยเหลือในการอ่านข้อสอบให้ฟัง ก็จะมีกลุ่มจิตอาสามาให้ความช่วยเหลือ ท�าให้การสอบลุล่วงไปได้ด้วยดี ปลุกเสกฯชื่อนี้มีความขลัง จัดมา ๔๓ ครั้งแล้ว ด้วยความศรัทธา เพราะเราเชื่อว่า งานปลุกเสก สามารถสร้างคนให้บรรลุธรรมได้จริง และหากฝึกฝนปฏิบัติตนตามหลักไตรสิกขา มีศีล สมาธิ ปัญญา ได้อย่างสัมมาทิฏฐิ ตามหลักสัมมาอาริยมรรคแล้ว โลกไม่ว่างจากพระอรหันต์อย่างแน่นอน งานปลุกเสกฯยังคงจัดเพื่อปลุกเสกคนให้เป็นอาริยชน คนโลกุตระต่อไป แล้วพบกันใหม่ปีหน้า... ฉบับที่ ๔๙๙ (๕๒๑) ข่าวอโศก5พิธีรับกลด รุ่น“รู้ทันเทฺว”เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๒ ได้มีพิธีรับกลดครั้งที่ ๒๐ ให้กับนักเรียนของชาวอโศกที่จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ปวช.ปี ๓ และส่วน ปวส.รับจี้ใบโพธิ์จากพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ โดยในปีการศึกษา ๒๕๖๑ มี นักเรียนสัมมาสิกขา จบชั้น ม.๖ จ�านวน ๑๕ คน และระดับ ปวช.ปี ๓ จ�านวน ๑๑ คน ปวส. ๘ คน หลังพิธีรับกลดพ่อครูได้ให้โอวาท กับศิษย์เก่า รุ่น “รู้ทันเทฺว” หลังการถ่ายรูปเป็นที่ระลึก สมาคมศิษย์เก่าฯ น�าโดยนายกสมาคมศิษย์เก่าฯ นางสาวฟ้าใกล้รุ่ง เลิศทรัพย์สุรีย์และคณะศิษย์เก่าฯ ได้มาต้อนรับสมาชิกใหม่ของสมาคมศิษย์เก่าสัมมาสิกขาของชาวอโศก คกร.ชม.ตรวจเยี่ยมเกษตรอินทรีย์ อ.พร้าวทีมงานคกร.เชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรอินทรีย์ กลุ่ม อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ทั้ง ๔ ราย เกษตรกร รายแรก ๑.คุณอารีย์ เสาร์แก้ว ได้เล่าให้ทีมงานฟังว่า ปลูกพืชผัก อินทรีย์มากว่า ๑๐ ปีแล้ว ท�ากันในครอบครัว ปลูกแบบครบวงจร เลี้ยงไก่ และวัว เพื่อเอามูลมาท�าปุ๋ยอินทรีย์ และมีการแปรรูปผลผลิตจากสวน รวมถึงเรียนรู้ที่จะพึ่งตนเองด้วยการเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ปลูกอีกด้วย๒.ยายบุญมี ท�าสวนกะหล�่าปลี บนพื้นที่ประมาณ ไร่ครึ่ง แม้ไม่มากมายแต่ก็พอเลี้ยงตนเองได้ ท�าสวนแบบสบายๆ พออยู่พอกิน ๓. คุณดาววิภา บรรณศาสตร์ เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่ทุ่มเทให้กับการท�าเกษตรอินทรีย์ ในสวนมีทั้งกะหล�่าปลี แครอท เสาวรส มะเขือ มะละกอ และอื่นๆอีกหลายชนิด๔. สวนลุงชัย ที่ท�าข้าวอินทรีย์ ปลูกมะเขือ และพืชสวนครัวหลายชนิด เกษตกรกลุ่มอ.พร้าว จะรวมตัวกันน�าผลผลิตมาจ�าหน่ายที่ตลาดอินทรีย์ กาดจริงใจ จ�าหน่ายเป็นประจ�าทุกวันเสาร์ ทีมงานสัมผัสถึงความจริงใจในการท�าเกษตรอินทรีย์ ทีม คกร.เชียงใหม่จึงตั้งใจที่จะท�าหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ผลิตให้มีตลาดกระจายสินค้า และผู้บริโภคได้ทานของดี ราคาถูก ด้วยนโยบายขายเท่าทุนทุกวันพระ และกระจายสินค้าอินทรีย์สู่เครือข่ายที่ต้องการต่อไปเมื่อวันพุธที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๒ พญ.สุมลมาลย์ แสนทวีสุข จากโรงพยาบาล สรรพสิทธิประสงค์ หน่วยงานเวชศาสตร์สังคม ได้น�านักศึกษาคณะแพทย์ศาสตร์ชั้นปีที่ ๔ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ�านวน ๑๘ คน มาศึกษาดูงาน เรื่องเวชศาสตร์ชุมชน วิถีชีวิตชุมชนพึ่งตนเองอาดินดอน ตั้งใจจน ได้เป็นผู้ต้อนรับน�าชมนิทรรศการโพธิรักษ์-โพธิกิจ ที่เฮือนบวร เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาและกิจกรรมการงานของชาวอโศกจากนั้นก็พานั่งรถไฟฟ้าไปดูเรือนักศึกษาแพทย์ศาสตร์ ม.ขอนแก่น มาศึกษาดูงานโบราณที่ลานเบิ่งฟ้า ท้องนา แปลงกสิกรรมไร้สารพิษ ล�าคลองหรือบุ่งสองข้างทาง ไปดูเมรุเผาศพ เฮือนสุดชีวิต ขณะชมสถานที่อาดินดอนและอาดินนา ก็ได้อธิบายบอกเล่าตอบข้อซักถามเรื่องราวประวัติชุมชนกับนักศึกษาแพทย์หลังจากรรับประทานอาหารกลางวันที่เฮือนสวยเมิดแล้ว นักศึกษาพบสมณะแสนดิน ภูมิพุทโธซึ่งเป็นอดีตนายแพทย์รุ่นพี่ ได้สนทนาโอภาปราศรัย ตอบข้อซักถามให้ ก่อนกลับนักศึกษาได้ชมสถานที่ น�้าตก น�้าโตน เป็นที่พอใจ จากนั้นก็เดินทางกลับ รวมปักษ์ เมษายน ๒๕๖๒6งานตลาดอาริยะมีขึ้นและด�าเนินมาเป็นปีที่ ๔๐ ได้ ด้วยการสร้างคนของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ให้มีคุณสมบัติที่มี คุณวุฒิ คุณธรรม เป็นคุณวิเศษ กินน้อย ใช้น้อย ท�าได้มากแต่เอาไว้น้อย ที่เหลือสะพัดออก ไม่เป็นพิษเป็นภัย มีแต่เป็นประโยชน์กับผู้อื่น เป็นความสมบูรณ์แบบ ตรงตามความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์ในภาคการศึกษาว่า เป็นวิชาที่ศึกษาถึงวิธีการตอบสนองความต้องการของมนุษย์ ด้วยทรัพยากรอันมีอยู่อย่างจ�ากัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุดบรรยากาศการให้ของพ่อให้แม่ให้และนักให้ทั้งหลายในงานตลาดอาริยะอบอวลไปทั่วหมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศกตั้งแต่เช้ามืดด้วยการลุกจากที่นอนไปหุงหาจัดเตรียมอาหาร เตรียมของ เตรียมงานที่จะด�าเนินต่อไปเพื่อต้อนรับพี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียงที่จะมากิน มาซื้อข้าวของเครื่องใช้ตามความจ�าเป็นกลับบ้าน ทีมจราจรทางบกมาประจ�าจุดดูแลรถแต่เช้าตรู่ในเวลา ๐๖.๐๐ น. ซึ่งทุก ๆ วันของงานตลาดอาริยะ จะมีรถเข้ามาจอดรอเวลาเปิดตลาดเพื่อซื้อสินค้าอยู่ก่อนแล้วในลานจอดรถนาโม ปีนี้ลงตัวกว่าทุกปีที่ผ่านมา ด้วยการวางแผนการเข้า – ออก ของรถเป็นระบบทางเดียว โดยเข้าเส้นทางกุดระงุม ออกได้ ๒ เส้นทาง คือ เส้นทางหมู่บ้านค�ากลาง และ เส้นทางหมู่บ้านท่ากกเสียว รถจอดเข้างานที่ลานจอดรถนาโม โคกหนองนา และ หน้าโรงปุ๋ย จ�านวนรถที่จอดในลานจอดรถสูงสุดประมาณ ๖,๐๐๐ คัน จ�านวนคนที่มาในงานนี้สูงสุดประมาณกว่า ๑๐,๐๐๐ คนส�าหรับทีมจราจรทางเรือ จะมาประจ�าจุดตามเวลา ๓ เวลาต่อวัน รับ – ส่ง ผู้มาร่วมงานฟรี จากวัดหลวง อุบลราชธานี ถึง ตลาดอาริยะ บ้านราช เวลา ๐๘.๐๐น. – ๐๙.๐๐ น. , ๑๒.๐๐ น. – ๑๓.๐๐ น. และ ๑๖.๐๐ น. – ๑๗.๐๐ น. ใช้เวลาเดินทาง ๒๐ นาที ผู้โดยสารสูงสุดมีเฉพาะช่วงเช้าคือ วันแรก ๒๐ คนโดยประมาณ ส่วนเวลาอื่นมี น้อย น้อยสุด ๒ คนต่อ ๑ เที่ยว เวลา ๐๖.๓๐ น. นักบวชออกบิณฑบาตแบ่งเป็น ๒ สาย คือ สายตลาดอาริยะ และ สายตลาดน�้า การใส่บาตรเป็นการให้ที่เป็นได้ทั้งกุศลและบุญ ผู้ใดให้โดยจิตคิดสละออก ไม่หวังผลใดตอบแทนกลับมาเลย เป็นการช�าระกิเลสแท้ เรียกว่า “ท�าบุญ” ซึ่งก็ได้กุศลคือให้วัตถุสิ่งของด้วย สายบิณฑบาตที่ตลาดน�้า เป็นการสืบสานประเพณีเก่าแก่โบราณกาล โดยลงเรือรับบาตรจากผู้คนที่มีบ้านอยู่ติดแม่น�้าล�าคลองซึ่งต้องเดินทางโดยทางเรือเป็นส่วนใหญ่ ท�าให้บรรยากาศไทยไทยกลับคืนมาเวลา ๐๗.๓๐ น.ของวันที่ ๑๓ เมษายน ซึ่งตรงกับวันมหาสงกรานต์ของชาวไทยทั่วไป พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ให้ธรรมะในโอกาสเปิดงานตลาดอาริยะสรุปโดยสังเขปว่า “พ่อครูสมณะโพธิรักษ์มาสอนธรรมะให้กับคนเพื่อสร้างเผ่าพันธุ์ของพระพุทธเจ้า ดังที่ปรากฏให้เห็นในงานตลาดอาริยะว่าเป็นการขายของต�่ากว่าทุน ไม่หวังผลก�าไร ทั้งยังเตือนสติส�าทับให้พ่อค้าแม่ค้าตระหนักในอุดมการณ์ตลาดอาริยะว่า เจตนามาเสียสละแล้วอย่าหวังผลกลับคืนโดยทางหนึ่งทางใดอีกเป็นอันขาด ให้ชัดเจนในสิ่งที่ท�าดีแล้ว”สินค้าต�่ากว่าราคาทุนในตลาดอาริยะเกิดจากการเสียสละของพ่อค้าแม่ค้าทั้งส่วนที่เป็นของชาวบุญนิยมที่ระดมทุนเข้าส่วนกลางและส่วนของญาติธรรมกลุ่มบุคคล หรือเฉพาะส่วนบุคคล ตามทฤษฎีก�าไร – ขาดทุนของอาริยชนบุญนิยม ๔ ระดับ คือ๑. ขายราคาต�่ากว่าท้องตลาด ๒. ขายราคาเท่าทุน๓. ขายราคาต�่ากว่าทุน ๔. แจกฟรีสินค้าที่ประชาชนสนใจและซื้อมากทุกปีรวมทั้งปีนี้ด้วย ได้แก่ น�้าตาล เครื่องพลาสติก เครื่องครัวเล็ก เครื่องจักสาน เสื่อรองคลาน น�้ามันพืช และ สินค้ามือสอง ส�าหรับปีนี้สินค้าที่มาแรงแซงโค้งสินค้าตัวอื่นหลาย ๆ ตัว ซึ่งยังไม่เคยปรากฏ“มหัศจรรย์ ”ตลาดอาริยะครั้งที่ ๔๐มีแข่งเรือที่ตลาดน�้า เปิด “ซางไหลเด้อ” ครั้งแรกงึด...วันสุดท้าย ปชช.มามากกว่าวันแรก! ฉบับที่ ๔๙๙ (๕๒๑) ข่าวอโศก7มาก่อนคือ กล้าพันธุ์ไม้ และเครื่องมือการเกษตร สินค้าหมดไม่พอกับความต้องการของลูกค้าตลาดน�้าก็เป็นตลาดอาริยะที่แยกโซนออกมาขายสินค้าประเภท เตา ครก – สาก รถจักรยาน และต้นไม้ เพื่อให้สะดวกแก่ผู้ซื้อในการน�ารถมาบรรทุกกลับบ้านเส้นทางออกจากงานได้ง่าย ไม่ท�าให้การจราจรติดขัด และยังมีบรรยากาศที่ชวนผ่อนคลายอารมณ์กับการชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ แถมยังมีเวทีบรรเลงเพลงให้ฟัง มีการแสดงให้ดู มีการละเล่นแข่งขันให้ร่วมสนุกในยามเย็นเวลา ๑๖.๐๐ น. – ๑๘.๐๐ น. ของวันที่ ๑๓ – ๑๔ เมษายน ให้ความบันเทิง อีกด้วยส�าหรับงานดูแลสุขภาพ มี ๔ จุด อยู่ในตลาดอาริยะ ๒ จุด จุดแรกที่ห้านไคคีง เฮือนบวร โดยหมอพื้นบ้านแตงไทยและคณะ ได้รับความสนใจจากลูกค้าจ�านวนมาก มีผู้มาขอรับบริการสุขภาพสูงสุดถึง ๑๒๑ คน ในวันแรก ส่วนใหญ่ ผู้ป่วยป่วยเกี่ยวเนื่องกับอาการของเส้นในร่างกาย พอมารับบริการแล้ว อาการดีขึ้นตาม ๆ กัน สมกับที่พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ตั้งชื่อร้านให้ว่า “ห้านไคคีง” ซึ่งเป็นภาษาอิสาน “ไค” หมายถึง ดีขึ้น “คีง” หมายถึง ร่างกาย คือ ถ้ามาเข้าร้านนี้ได้รับบริการไปแล้วจะท�าให้ร่างกายคุณดีขึ้นนั่นเอง จุดที่สอง อยู่หน้าจุดแลกเงิน จุดที่สามที่โฮ่งปัว จุดที่สี่ นิทรรศการแพทย์แผนไทยศีรษะอโศก ออกบู๊ทบริการบ�าบัด-ดูแลสุขภาพฟรีที่เฮือนศูนย์สูญชั้นล่างงานขยะวิทยาด้วยหัวใจยังเต็มเปี่ยมด้วยการให้บริการอย่างยอดเยี่ยม ท�ากันมาจนแทบจะเป็นประเพณีของประชาชนผู้มาร่วมงานไปด้วยแล้วค่ะว่า มีสัญญาต้องทิ้งขยะที่ถุงด�า หรือ แยกขยะตามซุ้มเท่านั้น ปีนี้เหมือนจะเบาใจเบาแรงกว่าปีก่อน ๆ มากทีเดียวค่ะงานล้างจาน-ล้างใจ อย่าล้างตามใจ ล้างตามขั้นตอน บริการด้วยหัวใจเช่นกัน แม้ไม่ใช่งานขยะวิทยาก็ตามงานสุขาอยู่หนใด หัวใจยอดสะอาดไปด้วยการบริการอย่างเต็มแรง ดังค�าสอนของมหาตมคานธีว่า “งานบริการก่อนงานอื่นใดคืองานล้างส้วม” พ่อครูสมณะโพธิรักษ์สอนว่า “สิ่งที่สกปรกที่สุด ต้องท�าให้สะอาดที่สุด” ช่วงเช้าของแต่ละวันเหมือนจะมีคนไม่มากเท่าที่คิดค�านวณกันไว้ พอเริ่ม ๑๐.๐๐ น. – เที่ยง ผู้คนก็หนาตาได้ทุกวัน แม้วันสุดท้ายของงานตลาดอาริยะซึ่งสินค้าข้าวของเหลือน้อย และมักจะเก็บงานกันเร็วกว่าก�าหนด แต่ปีนี้กลับมีผู้คนมากพอสมควรท�าให้แลดูบรรยากาศคึกคัก โดยเฉพาะจุดไฮไลท์ของงาน คือ บรรยากาศช่วงสงกรานต์ การเล่นน�้าตก น�้าโตน โดยเฉพาะ การลื่นบนสไลเดอร์ และรอตัวอยู่ใต้ม่านน�้า เชิงอาคารเฮือนศูนย์สูญ จากเที่ยงวันถึงบ่าย ๒ โมง มีเด็ก ๆ และผู้ใหญ่จ�านวนมาก หนาตาเต็มพื้นที่น�้าตกลานสะโพ น�้าโตน และม่านน�้า เสียงหัวเราะ ด้วยความถูกใจสนุกสุดเหวี่ยง คึกคัก เบิกบาน แจ่มใส ท่ามกลางอากาศ สด แจ่มใส โดยเฉพาะ วิ่งขึ้นไปสไลด์ตัวลงมาตามสะพานสไลเดอร์ จนผู้รักษาความปลอดภัยประจ�าจุดต้องจับตัวไว้เข้าคิว แล้วปล่อยตัวลงมาทีละคนให้ลื่นลงมาถึงพื้นล่าง ลุกยืน ออกไปให้เรียบร้อยเสียก่อน จึงจะปล่อยคนต่อมา เพื่อไม่ให้ไปกระแทกกับคนที่ลื่นลงไปก่อนหน้า วันที่ ๑๔ เมษายน คิดว่ามีผู้ใหญ่พาเด็ก ๆ มาเล่นน�้ากันจ�านวนมากที่สุดที่เคยเห็นมาแล้ว วันที่ ๑๕ เมษายน วันสุดท้ายกลับมีผู้คนหนาแน่นมากกว่าอีกด้วยการจัดงานตลาดอาริยะ ประสบความส�าเร็จในการช่วยประชาชนด้านเศรษฐกิจพื้นฐานความเป็นอยู่ที่จ�าเป็นต้องอาศัยในชีวิต ด้วยความเสียสละหยาดเหงื่อ แรงงาน ของชาวบุญนิยมแต่ละคนอย่างทุ่มเท เพราะเข้าใจในค�าสอนของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ จึงเพียรฝึกตน ลดกิเลสไปตามล�าดับ จนกว่าจะมีจิตใจที่เป็นพีชธาตุ เป็นคนเหมือนพืช มีพลังงานเหลือเพื่อผู้อื่น อันเป็นเศรษฐศาสตร์บุญนิยมขั้นสูงสุดแบบสาธารณโภคี“มหัศจรรย์ ”ตลาดอาริยะครั้งที่ ๔๐มีแข่งเรือที่ตลาดน�้า เปิด “ซางไหลเด้อ” ครั้งแรกงึด...วันสุดท้าย ปชช.มามากกว่าวันแรก! รวมปักษ์ เมษายน ๒๕๖๒8vบวรภูผาฟ้าน�้าร่วมงานค่ายสัมมาสิกขาม.๑ และงานพุทธาภิเษกฯ เมื่อวันที่ ๘ – ๑๒ ก.พ.๒๕๖๒ ชาวบวรภูผาฟ้าน�้า ส่วนใหญ่เดินทางมาร่วมจัดค่าย สร้าง “คนจน”ที่มีแบบ ซึ่งเป็นการจัดค่ายเตรียมงานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ ครั้งที่ ๔๓ และเป็นการพัฒนาคุณธรรม นร.สัมมาสิกขา ชั้นม.๑ ซึ่งครั้งนี้มีโรงเรียนสัมมาสิกขา ๘ แห่ง พานักเรียนมาเข้าค่าย ในรูปแบบการศึกษา ศีลเด่น – เป็นงาน – ชาญวิชา หลังร่วมจัดค่ายเตรียมงานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์แล้ว ก็ได้เข้าร่วมงานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ ครั้งที่ ๔๓ เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๔ – ๒๐ ก.พ. ๒๕๖๒ โดยรับงานช่วยเก็บพืชผักสดไร้สารพิษที่ชาวเราได้ช่วยกันปลูกร่วมกับชาวบ้านราช เมื่อเก็บมาแล้วก็น�ามาล้างให้สะอาด แล้วจัดถวายนักบวชและผู้ร่วมงานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ ครั้งที่ ๔๓ ตลอดงานvจัดโรงบุญแจกอาหารมังสวิรัติ ที่โรงเรียนบ้านปากคะยาง ต.บ้านแก่ง อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย โดยมีการจัดแจกกันในวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา โดยการประสานงานกัน ระหว่างอาปะพัดชา และอาพริ้มเภา ซึ่งเคยเป็นญาติธรรมชาวสันติอโศก ที่สนิทสนมคุ้นเคยกันดีกับอาปะพัดชา แต่ตอนนี้ได้กลับไปดูแลแม่ที่บ้านเกิดจ.สุโขทัย ด้วยห่างหายไม่เจอกันหลายปี ไหนๆก็ตั้งใจจะไปเยี่ยมเยียนกันอยู่แล้ว จึงคิดกันว่าน่าจะจัดโรงบุญแจกอาหารให้กับเด็กๆนักเรียนด้วยเลย จะได้ไม่เสียเที่ยว ทางคณะจึงได้ออกเดินทางจากปฐมอโศกมุ่งหน้าสู่ สุโขทัยในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พักค้างและจัดเตรียมอาหารกันที่บ้านของอาพริ้มเภา ซึ่งเมนูที่น�าไปแจกก็เป็นก๋วยจั๊บ และฟักทองแกงบวช ส�าหรับเด็กๆนักเรียนของโรงเรียนบ้านปากคะยาง ตั้งแต่อนุบาล ถึงมัธยมประมาณ ๒๐๐ กว่าคน แทบจะทั้งหมดไม่เคยรับประทานอาหารมังสวิรัติมาก่อนเลย ถึงแม้จะไม่คุ้นเคย แต่ทุกคนต่างก็รับรับประทานกันเป็นอย่างดี หลายคนก็พยายามรับประทานให้หมดเพื่อเห็นแก่ความพยายามของพวกเราที่เดินทางมาไกลหลายร้อยกิโลเมตร ซึ่งก่อนจะเดินทางกลับอาเภาก็พาทุกคนได้ไปทัศนศึกษาที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเป็นการปิดท้าย vการประชุมกลุ่ม เชิงปฏิบัติการ งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ตัวแทนคณะคุรุสัมมาสิกขาราชธานีอโศกและกรรมการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชด�าริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมา

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน