503(525) 6207 P01-12 asoke news กรกฎาคม ๖๒ ปักษ์หลัง สี .pdf

โฟลเดอร์2562 หนังสือพิมพ์ข่าวอโศก
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์5.36 MB
วันที่แก้ไข31 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

ฉบับที่ ๕๐๓ (๕๒๕) ข่าวอโศก1ฉบับที่ ๕๐๓ (๕๒๕) รวมปักษ์ ก.ค. ๒๕๖๒ธนาคารน�้าใต้ดินที่อบต.วังหามแหอ่านต่อ น.๖นายวีระพล กมลรัตน์รับพระราชทาน โล่รางวัลอ่านต่อ น.๗ “เข้าพรรษาพาลดละกิเลส” (ธรรมะพ่อท่าน)...น.๓ ความส�าเร็จและล้มเหลวของนักการเมืองไทยในปัจจุบัน (สดจากปัจฉาฯ)...น.๙ชาวบุญนิยมเวียนธรรมวันอาสาฬหฯ’๖๒นศ.แพทย์ ม.อุบลฯมาศึกษาและฝึกงาน ที่ บวรราชธานีอโศกอ่านต่อ น.๔อ่านต่อ น.๕ รวมปักษ์ กรกฎาคม ๒๕๖๒2ช่วงเข้าพรรษา ก็ได้มาถึงอีกวาระหนึ่งส่วนใหญ่เมื่อถึงเวลาเข้าพรรษา ชาวเราทั้งผู้ใหญ่และเด็กจะตั้งตบะ ในช่วงเข้าพรรษา เพื่อพัฒนาทางจิตวิญญาณการตั้งตบะ บางคนอาจสงสัยว่า ตบะ คือ อะไรตบะก็คือ ข้อปฏิบัติที่จะช่วยให้เราเพ่ิมสติและความอดทนสูงขึ้นอย่างน้อยเราตั้งตบะแล้ว ก็ต้องมีสติให้ตนตั้งอยู่ในกรอบของตบะที่เราตั้งไว้และแน่นอน เมื่อตั้งตบะ ก็ต้องมีความอดทนในการบ�าเพ็ญรักษาตบะมิให้ตบะแตกความอดทน ก็คือ ขันติ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ขันติ คือ ความอดกลั้นเป็นธรรมเครื่องเผากิเลสอย่างยิ่งดังนั้นการตั้งตบะ จะช่วยให้เราเผากิเลสได้ง่ายขึ้นข้อส�าคัญ ตบะที่เราตั้ง หากตั้งตบะได้เหมาะกับอินทรีย์พละของตนและเกิดความเจริญในธรรมได้ จะเป็นตบะหรรษา มิใช่ตบะนรกถ้าเป็นตบะหรรษา จิตใจจะมีความยินดี และท�าให้เกิดความยินดีในตบะธรรมที่ตั้งใจท�าได้ไม่ยาก ก็จะช่วยให้การบ�าเพ็ญตบะไปได้ดี ตลอดรอดฝั่งแต่ถ้าเป็นตบะนรก ก็จะเกิดภาวะตบะแตกบ่อย ไม่ค่อยเบิกบาน หรือไม่มีความยินดีในขณะบ�าเพ็ญตบะ แสดงว่าตั้งตบะไม่เหมาะกับตน ก็ควรปรับเปลี่ยนตบะ หรือควรปรึกษาแพทย์ทางจิตวิญญาณ คือ สมณะหรือสิกขมาตุ จะได้ตั้งตบะได้เหมาะสม และตรงกรรมฐานหรือตรงกับโรคทางใจของตนมากขึ้น เพราะมีข้อมูลจากผู้มีประสบการณ์ในการบ�าเพ็ญตบะหรรษามากขึ้นนั่นเองตบะหรรษา หรือว่

อ่านต่อ

าตบะนรก !?การแพทย์จุดปฐมเหตุเชื่อว่าโรคไม่ใช่สาเหตุให้เราตายแต่การขาดพลังร้อนเป็นสาเหตุให้เราตาย ในข้อต่อมาการแพทย์จุดปฐมเหตุเชื่อว่า โรคหรืออาการต่างๆ บั่นทอนพลังร้อน แต่ไม่ใช่สาเหตุของการตาย......คือโรคที่เราเกิด ....... ในทฤษฎีการแพทย์จุดปฐมเหตุได้พบจุดต่างๆตามแนวกระดูกสันหลัง และอีก ๗ ต�าแหน่งในร่างกาย ประกอบขึ้นเป็นวิธีการบ�าบัดจุดปฐมเหตุ ......เราเห็นว่า..... อ.จางจ้างฮั่น ผู้ค้นพบการแพทย์จุดปฐมเหตุ ได้ใช้ธรรมะของพระพุทธเจ้า คือ หลักเหตุปัจจัย และผล หรือ อิทัปปัจยตา มาอธิบาย......ในขณะที่ท�าการวินิจฉัย...... เมื่อผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะ การแพทย์จุดปฐมเหตุจะท�าการวินิจฉัยและรักษาไปพร้อมกันโดยกดที่จุดปฐมเหตุที่บริเวณศีรษะ...... แต่ถ้ากดแล้วอาการไม่ดีขึ้น แสดงว่าวินิจฉัยแล้วไม่ใช่สาเหตุนี้ แล้วท่านอาจสงสัยว่า การแพทย์จุดปฐมเหตุรักษาได้ทุกโรคหรือไม่ เรามาฟังค�าบรรยายจาก อ.จางจ้างฮั่น ผู้ค้นพบจุดปฐมเหตุกันครับ การแพทย์จุดปฐมเหตุไม่สามารถรักษาได้ทุกโรค แต่เหล่าซือภูกิจเชื่อว่าโรคเรื้อรังทั้งหมดการแพทย์จุดปฐมเหตุสามารถรักษาได้.....ผมเชื่อว่า ..... การแพทย์จุดปฐมเหตุเชื่อว่า การเจ็บป่วยเป็นของเรา โดยมีสิ่งอื่นเป็นปัจจัยที่ท�าให้เกิดโรค โดยยกตัวอย่าง โรคไข้เลือดออก ไม่ได้เกิดจากเชื้อไวรัส เชื้อไวรัสเป็นเพียงปัจจัยที่ท�าให้เกิดโรค ไม่ใช่สาเหตุที่ท�าให้เกิดโรค....แล้วเชื้อโรคเป็นปัจจัยหรือเป็นเหตุ ..... เมื่อเราแยกได้ว่าอะไรเป็นเหตุและอะไรเป็นปัจจัยเราไม่กลัวโรค......เชื้อโรคเป็นปัจจัย.......ปัจจัยมีทั้งสองอย่างทั้งดีและไม่ดี การที่เราแยกได้เป็นสิ่งส�าคัญแต่ไม่ส�าคัญเท่ากับเรามีร่างกายที่แข็งแรง การแพทย์จุดปฐมเหตุเชื่อว่าร่างกายเราเป็นเหตุ ซึ่งเกิดจากสองเหตุคือ กายป่วย และการขาดพลังร้อน.....คือในร่างกายเรา....ถ้าจะเจาะลึกลงไป..... เมื่อเราจะปิดไฟก็ต้องปิดที่สวิตช์ไม่ต้องหมุนหลอดไฟออกมา ....ที่เราเห็นคือแสงสว่าง.....ศาสตร์ของการแพทย์จุดปฐมเหตุคือให้รักษาที่ต้นเหตุ.......การที่เราแยกเพราะจะง่ายต่อการวินิจฉัย การแพทย์จุดปฐมเหตุ ตอนที่ ๔ต่อจาก น.๑ชื่อ : สุขสรรค์ นันทเมธินทร์อายุ : ๘๘ ปีการศึกษา : อนุปริญญาภูมิล�าเนา : จ.ชัยภูมิสถานภาพ : สมรส ขนาดตัว : สูง ๑๖๓ ซม. น�้าหนัก ๖๒ กก. เอว ๓๗ นิ้ว เลือดกรุ๊ป เอชีวิตก่อนพบชาวอโศก Eปฏิบัติธรรมตามชาวบ้านที่เขาน�าพาปฏิบัติตั้งแต่บรรพบุรุษปู่ย่าตายายกระท�ารู้จักชาวอโศกได้อย่างไร ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร Eเห็นพระอโศกเทศนาแปลกๆและการกิน , เดิน , นั่ง , นอน ถูกต้องตามพระธรรมวินัย มีการฝึกฝนปฏิบัติให้กับตนเองอย่างไร Eปฏิบัติตัวเอง รักษาศีลห้า ศีลแปด ลดเลิกอบายมุข ลดกิเลส หลายอย่าง กินอาหารมังสวิรัติ ตั้งแต่เร่ิมจนถึงปัจจุบันอยากฝากอะไร Eอยากให้ลูกหลานทุกๆคน ประพฤติปฏิบัติตัวแบบชาวอโศก ลดกิเลส กินอาหารมังสวิรัติ ฉบับที่ ๕๐๓ (๕๒๕) ข่าวอโศก3ถ า ม :- “เข้าพรรษาเป็นช่วงที่ควรบ�าเพ็ญตบะธรรมอย่างไร จึงเหมาะสมกับตัวเอง ?”ต อ บ :- “ต้องรู้จักตัวเอง ต้องตรวจตรา ถ้าไม่รู้ก็ต้องหารือผู้รู้ เพื่อจะได้รู้จักวิธีตรวจตนเอง ว่าตรวจอย่างไร เพื่อจะให้รู้ว่าตัวเองมีจุดอะไรส�าคัญ ที่จะควรจัดการกับกิเลส ในสิ่งที่บกพร่อง สิ่งที่ไม่ดีไม่งาม สิ่งที่ก่อทุกข์ก่อโทษก่อภัยให้แก่ตัวเองและสังคม ซึ่งเกิดในตัวเราที่เรามีเราเป็นอยู่ อันคือกิเลสต่าง ๆ นั่นแหละ ให้รู้ตัวนั้นของเรา แล้วใช้วิธีตั้งตบะ หมายความว่าเราจะลดละกิเลสตัวนี้ เราก็ต้องรู้แนววิธีการแบบพุทธ รู้วิธีการที่จะไปจัดการกับสมุทัยตัวนี้ โดยการปฎิบัติมรรคมีองค์ ๘ แล้วพยายามหยุด พยายามระงับ ในเรื่องไม่ดีนั้น ๆส่วนเรื่องดีไม่เท่าไหร่ ถ้าเรื่องดีอยู่กับเรา ก็ท�าให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นแต่ถ้าแม้นไม่ท�าให้ดียิ่งขึ้น ดีไม่ท�าให้เสียหายต่อตนต่อผู้อื่นอยู่แล้ว เป็นแต่ว่ามันไม่ดีมากขึ้นเท่านั้น แต่ตัวที่เสียหรือความไม่ดีนี่แหละส�าคัญมาก ต้องรีบจัดการก่อน หากมันอยู่กับเรา มันก็ท�าลายทั้งตนเองและสังคม ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งแย่ พุทธจึงต้องรีบแก้ไข ใครที่มีความไม่ดี เพราะฉะนั้นในแนวคิดของพุทธ จึงเป็นแนวเพ่งความไม่ดีเป็นหลัก เด่นในเชิงเพ่งโทษ เขาว่าศาสนาพุทธเป็นแนวมองโลกในด้านลบ อันที่จริงมีเหตุผลตามที่ชี้ให้เห็นนี้ พุทธจึงสอนให้พยายามลดละสิ่งที่ไม่ดีไม่งามก่อนให้ได้ ส่วนดีเราก็ท�าด้วย แต่เน้นการลดละส่วนไม่ดีไม่งามนั้นเป็นเอกก่อน นี่คือศาสนาพุทธเมื่อรู้จุดบกพร่องนั้นแล้ว เราก็ตั้งตบะหรือตั้งวิธีที่จะปฎิบัติกับตนเอง คือตั้งศีล เพื่องดหรือละเว้นสิ่งนั้น ๆ เมื่อตั้งศีลข้อนี้หรือจะลดละอันนี้ เวลาปฎิบัติก็ต้องรู้จักแบบวิธี ประพฤติตามแนวมรรคองค์ ๘ ซึ่งเป็นข้อปฎิบัติอริยสัจ ๔ ของพุทธด้วย”ต่อจาก น.๑...เ ข้ า พ ร ร ษ า พ า ล ด ล ะ กิ เ ล ส... รวมปักษ์ กรกฎาคม ๒๕๖๒4คุณค�ำบง บรรจงรัตน์ อดีตสำวโรงงำน มำท�ำตำมศำสตร์พระรำชำคุณค�ำบง บรรจงรัตน์ อดีตสำวโรงงำน มำท�ำตำมศำสตร์พระรำชำ บ้ำนเหล่ำกล้วย ต.เสอเพลอ อ.กุมภวำปี จ.อุดรธำนีจำกสภำพดินถมใหม่ ดินขำดอินทรีย์วัตถุ ไม่มีควำมสมบูรณ์ แต่หลังจำกถูกพัฒนำด้วยแนวทำงศำสตร์พระรำชำ โดยเฉพำะกำรห่มดิน ต้นผักหวำนป่ำ กว่ำ ๕๐๐ ต้น ได้เจริญเติบโต สวยงำมตำมล�ำดับ ซึ่งเป็นผลงำนของพี่ค�ำบง บรรจงรัตน์ อดีตสำวโรงงำน ท�ำงำนเป็นมนุษย์เงินเดือน กว่ำ ๒๐ ปี แล้วลำออกมำท�ำเกษตรอินทรีย์ ตำมศำสตร์พระรำชำ เป็นเวลำกว่ำ ๕ ปีแล้ว ที่พี่ค�ำบง ลำออกจำกโรงงำน แล้วกลับมำดูแลครอบครัว พร้อมๆกันกับกำรท�ำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งพื้นที่ทั้งหมด มีจ�ำนวน ๔๐ ไร่ แล้วจัดสรรมำท�ำเกษตรผสมผสำน ๘ ไร่ ที่เหลือให้ญำติพี่น้องท�ำนำ คุณค�ำบง ท�ำเกษตรแบบมือใหม่ ค่อยๆศึกษำและลงมือทดลองปฏิบัติ ประสบกำรณ์จึงสะสมมำกขึ้นเป็นล�ำดับ จำกกำรศึกษำควำมรู้จำกโลกออนไลน์ ท�ำให้พี่ค�ำบงรู้จักกำรปรับปรุงดิน ด้วยกำรห่มดิน เมื่อดินอุดมสมบูรณ์มำกขึ้น เธอจึงเลือกปลูกต้นผักหวำนป่ำ ซึ่งปลูกจำกกำรเพำะเมล็ดและมีพืชพี่เลี้ยงอย่ำงเช่น ต้นตะขบ ต้นมะขำมเทศ ต้นแค แปลงแรกมีต้นผักหวำนป่ำกว่ำ ๕๐๐ ต้น อำยุ ๓ – ๕ ปี พี่ค�ำบง ปลูกต้นผักหวำนป่ำ รอบพืชพี่เลี้ยง ซึ่งต้นผักหวำนป่ำทุกต้นจะมียำงรถครอบไว้ เพื่อป้องกันเครื่องตัดหญ้ำ พืชพี่เลี้ยงนับว่ำมีควำมส�ำคัญกับผักหวำนป่ำอย่ำงมำก เพรำะช่วยพรำงแสง เมื่อใบร่วงหล่นก็กลำยเป็นปุ๋ยอย่ำงดี นอกจำกนี้พี่ค�ำบงยังใช้ขี้หมูผ่ำนกำรหมัก หรือปล่อยไว้ข้ำมปี น�ำมำใส่ต้นผักหวำนป่ำและรดน�้ำอย่ำงสม�่ำเสมอ จะท�ำให้ต้นผักหวำนป่ำเจริญเติบโตได้ดี บนเนื้อที่ ๘ ไร่ ที่จัดสรรปลูกพืชผสมผสำน พี่ค�ำบงปรับที่ดินให้มีแหล่งน�้ำ แล้วลงทุนท�ำระบบน�้ำสปริงเกอร์ โดยท�ำแบบค่อยเป็นค่อยไป เธอปรับปรุงดินด้วยแนวทำงศำสตร์พระรำชำ เมื่อดินเริ่มดีขึ้น จึงปลูกพืช โดยปลูกพืชหลำกหลำยชนิด มีทั้งพืชผักสวนครัว ผักพื้นบ้ำน ผลไม้ตำมฤดูกำล ตลอดเวลำ ๕ ปีที่หันมำท�ำเกษตรอินทรีย์ เธอเป็นเจ้ำนำยตนเอง ชีวิตมีควำมสุขอยู่กับเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงนศ.แพทย์ ม.อุบลฯ มาศึกษาและฝึกงาน ที่ บวรราชธานีอโศกเมื่อวันพุธที่ ๑๑ กรกฏาคม ๒๕๖๒ จากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์น�าโดย พ.ญ.พิมพิกา ทองปุน หน่วยงานเวชศาสตร์สังคม ได้น�านักศึกษาคณะแพทย์ศาสตร์ชั้นปีที่ ๔ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จ�านวน ๑๙ คน มาศึกษาดูงาน เรื่องเวชศาสตร์ชุมชน วิถีชีวิตชุมชนพึ่งตนเองอาดินดอน ตั้งใจจน ได้เป็นผู้ต้อนรับน�าชมนิทรรศการโพธิรักษ์ โพธิกิจ ที่เฮือนบวร เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาและกิจกรรมการงานของชาวอโศกจากนั้นก็พา ดูแปลงกสิกรรมไร้สารพิษ ขณะชมสถานที่ ก็ได้อธิบายบอกเล่าตอบข้อซักถามเรื่องราวประวัติชุมชนให้กับนักศึกษาแพทย์หลังจาก ๑๒.๐๐ น.รับประทานอาหารกลางวันที่เฮือนสวยเมิดแล้ว นักศึกษาพบสมณะแสนดิน ภูมิพุทโธซึ่งเป็นอดีตนายแพทย์รุ่นพี่จากรพ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย ได้สนทนาโอภาปราศรัยตอบข้อซักถามให้ ก่อนกลับนักศึกษาได้ชมสถานที่ น�้าตก น�้าโตน เป็นที่พอใจ จากนั้นก็เดินทางกลับต่อจาก น.๑ ฉบับที่ ๕๐๓ (๕๒๕) ข่าวอโศก5บรรยากาศการเวียนธรรมวันอาสาฬหฯ’๖๒เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ บวรต่างๆมีกิจกรรมเวียนธรรม เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันส�าคัญทางศาสนาของชาวพุทธ หลังวันอาสาฬหฯ’๖๒ อีกวันหนึ่งก็เป็นวันเข้าพรรษา ชาวบวรต่างๆก็ได้ตั้งตบะธรรมเพื่อบ�าเพ็ญธรรมเพื่อลดกิเลสในพรรษานี้ สามารถติดตามชมได้ในยูทุปหรือติดตามได้ที่บุญนิยมทีวีบวรราชธานีอโศกบวรภูผาฟ้าน�้าบวรศาลีอโศกบวรปฐมอโศกบวรศีรษะอโศกบวรสีมาอโศกต่อจาก น.๑สังฆสถานทะเลธรรม รวมปักษ์ กรกฎาคม ๒๕๖๒6ธนาคารน�้าใต้ดิน ที่อบต.วังหามแหเมื่อวันที่ ๒๔ มิ.ย. ๒๕๖๒ อ.๑ และคณะได้เดินทางไปดูการท�าธนาคารน�้าใต้ดินที่ อบต.วังหามแห อ.ขาณุวรลักษณ์บุรี จ.ก�าแพงเพชร ได้พบนายกองค์การบริหารส่วนต�าบลวังหามแห นายไฉน อ�าไพริน ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี นายกอบต.ไฉน ได้พยายามแก้ปัญหาน�้าท่วมและภัยแล้งของท้องถิ่นที่ตัวเองดูแลรับผิดชอบมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ ขุดบ่อน�้าหลายพันบ่อในหลายแห่งก็ยังไม่สามารถเก็บน�้าไว้ใช้ในยามหน้าแล้งได้ จนได้ไปดูงานการท�าธนาคารน�้าใต้ดิน ที่อ.น�้ายืน จ.อุบลราชธานี ก็ได้น�ามาท�าในท้องถิ่นที่ตนดูแล ก็ประสบความส�าเร็จ สามารถแก้ปัญหาน�้าท่วมขัง และน�้าแล้งในฤดูน�้า ช่วยให้ชาวบ้านมีน�้าใช้เพาะปลูกพืชผักได้ตลอดปีนายกอบต.ไฉนได้ท�าธนาคารน�้าทั้งระบบปิดและเปิด ได้ส�าเร็จจนได้รับรางวัลจากทางราชการและเป็นสถานที่ดูงานของประชาชนกลุ่มต่างๆ ซึ่งชาวเราก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี จากนายกไฉน อ�าไพริน และเจ้าหน้าที่ทุกท่านในอบต.วังหามแหต่อจาก น.๑ ฉบับที่ ๕๐๓ (๕๒๕) ข่าวอโศก7นายวีระพล กมลรัตน์รับพระราชทาน โล่รางวัลนายวีระพล กมลรัตน์ ประธานศูนย์เครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษแห่งประเทศไทย(สวนส่างฝัน) จังหวัดอ�านาจเจริญ ได้รับคัดเลือกจากสภาเกษตรกรแห่งชาติ เป็นเกษตรกรที่มีผลงานดีเด่น ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในโครงการคัดเลือกศูนย์สัมมาชีพต้นแบบดีเด่นแห่งชาติ ประจ�าปี ๒๕๖๐ โดยเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี รับพระราชทานโล่รางวัล เมื่อวันพุธที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๕.๐๐ น. ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา กรุงเทพมหานคร๒๑ ปีของสวนส่างฝัน ที่ค่อยๆบ่มเพาะตนเอง พร้อมกับขยายผลหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไปยังพี่น้องประชาชน จนได้รับยกย่อง เป็นศูนย์สัมมาชีพต้นแบบดีเด่นแห่งชาติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างบุญนิยมทีวี ทีมข่าวเฉพาะกิจ รายงานต่อจาก น.๑ รวมปักษ์ กรกฎาคม ๒๕๖๒8vบวรศีรษะอโศกจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯบวรศีรษะอโศก ได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประจ�าปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ โดยเริ่มกิจกรรมตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐ น ถึง ๑๗.๐๐ น. มีกิจกรรมต่อไปนี้เวลา ๐๘.๐๐ น. – ชาวบวรศีรษะอโศก น้อมใจ จัดพิธีถวายความจงรักภักดีและเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี น�าโดยผู้ใหญ่บ้าน นายอุดร นรุณ ได้ถวายเครื่องราชสักการะ และกล่าวถวายพระพร ต่อหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ณ บริเวณหน้าชมรมมังสวิรัติแห่งประเทศไทย ก้าวตามพ่อ ร.๙ บวรศีรษะอโศก มีชาวบวรศีรษะอโศกและชุมชนใกล้เคียงมาร่วมพิธีด้วยความจงรักภักดี และพร้อมใจถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความจงรักภักดี ต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อการปฏิบัติงานที่ส่งเสริมให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติและประชาชนสืบไปเวลา ๐๘.๓๐ น. ชาวบวรศีรษะอโศก น้อมใจ จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ “กิจกรรม จิตอาสา” เพื่อถวายพระราชกุศล โดยการจัดโรงบุญแจกอาหารมังสวิรัติ ให้แก่ประชาชนทั่วไป มีผู้มารับบริการอาหารซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจิตอาสา จากหน่วยงานต่างๆ และประชาชนที่มาร่วมเป็นจิตอาสา และ ประชาชนทั่วไป เริ่มเปิดบริการ เวลา ๐๘.๓๐-๑๗.๐๐ น. ณ ร้านชมรมมังสวิริติแห่งประเทศไทย ก้าวตามพ่อ ร.๙ บวรศีรษะอโศก ในโรงบุญมีอาหารหลากหลายชนิด อาทิเช่น น�้าปั่นผัก ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ข้าวแกง ข้าวเหนียว ส้มต�า น�้าสมุนไพร และผลไม้สดๆ ไร้สารพิษจากสวนซ�าตาโตง ผลไม้ที่ให้ผลผลิตมากในฤดูนี้ คือ เงาะ ซึ่งชาวศีรษะอโศกน�ามาแจกให้ประชาชนได้กินอย่างทั่วถึงกัน และบริการประชาชนตลอดทั้งวันเลยทีเดียว นอกจากจะอิ่มกาย อิ่มใจกันแล้ว ยังอิ่มบุญกันถ้วนหน้าอีกด้วย กิจกรรมโรงบุญในวันนี้ได้น้องๆ จิตอาสาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี และ วิทยาลัยการชลประทาน ซึ่งมาฝึกงานที่บวรศีรษะอโศก เป็นเวลา ๑๕ วัน ได้ฝึกความเป็นจิตอาสา เพื่อการช่วยเหลือสังคม และการแสดงออกถึงความจงรักภักดีในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันส�าคัญยิ่งvจัดโรงบุญครบรอบ ๑๐๐ วันการจากไปของคุณพ่อโกศล น้อยโสภาเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา มีการจัดโรงบุญแจกอาหารมังสวิรัติ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ วัน การจากไปของคุณพ่อโกศล น้อยโสภา ซึ่งเป็นโยมพี่ชายของท่านสมณะนาไท อิสสรชโน โดยได้จัดขึ้นที่บริเวณหน้าร้านค้าปฐมบุญนิยม และร้านศาลาค้า ๒ ให้กับพ่อแม่พี่น้องที่มาจับจ่ายซื้อของได้ร่วมรับประทานกัน มีก๋วยจั๊บ เฉาก๊วย กะหรี่ปั๊บ และน�้าแข็งใส โดยมีชาวชุมชน และญาติธรรมรวมถึงญาติๆของคุณพ่อโกศล มาช่วยกันท�าอาหารและจัดแจก โดยเริ่มแจกตั้งแต่ตอนเช้า ประมาณ ๐๙.๐๐น. นอกจากนี้ก็มีเสียงดนตรีเสียงเพลงสดๆจากวงมัชฌิมะแบนด์ วงดนตรีประจ�าบวรปฐมอโศกมา ขับกล่อมให้รับฟังกันด้วย ซึ่งทางคณะเจ้าภาพก็รู้สึกดีใจและขอบคุณที่พี่น้องมาร่วมกันรับประทานในวันนี้ เพราะถ้าไม่มีผู้รับแล้ว การให้ก็ถือว่าไม่สมบูรณ์vนักเรียน กศน.อ.ราษีไศล จ.ศรีษะเกษ มาศึกษาเรียนรู้ที่บวรราชธานีอโศก เนื่องในวันที่ ๒๒ มิ.ย. ๖๒ เวลา ๙.๐๐น.-๑๕.๓๐ น. ที่ผ่านมามีนร.ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย อ�าเภอราษีไศล หรือ รร.กศน.อ.ราษีไศล จ.ศรีษะเกษ น�านักศึึกษา จากหลายๆต�าบล ของอ�าเภอ จ�านวน ๑๐๐ คนมาศึกษาเรียนรู้การสาธิตการท�าน�้าหมักชีวภาพ ดูร้านค้า โรงปุ๋ยพลังชีวิต ในโครงการอบรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ชุมชนต้นแบบไทยนิยม ยั่งยืน ประจ�าปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ครั้งนี้ทางกศน. มีเป้าหมายเพื่อเติมเต็มองค์ความรู้ด้านทักษะให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ตามสภาพครอบครัว อาชีพในสังคมที่แตกต่างกัน น�าผลที่ศึกษาต่อยอดโครงการนี้ให้ยั่งยืนต่อไปvนร. บ้านหนองนกทา มาเข้าค่ายฯเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๒ มีนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองนกทา อ.เขมราช จ.อุบลราชธานี มาเข้าค่ายคุณธรรมจริยธรรม ทักษะชีวิต ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๔-๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๒ ที่บวร ชุมชนราชธานีอโศก นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ - ปีที่๖ จ�านวน ๓๓ คน คณะครู ๗ คน เป็นรุ่นที่ ๒ของโรงเรียนบ้านหนองนกทา วัตถุประสงค์เพื่อให้ครู-นักเรียนได้มาสังเกต กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เป็นต้นแบบในการรักษาศีล๕ เพิ่มพูนคุณธรรมจริยธรรม เน้นศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา นักเรียนได้ศึกษาเรียนรู้วิถีการด�าเนินชีวิต ในแบบเศรษกิจพอเพียง การอยู่กับธรรมชาติ ในบวรราชธานีอโศก จากพี่ๆปฏิบัติกร ซึ่งให้การต้องรับอย่างอบอุ่น และพาฝึกฝนด้วยการปฏิบัติงานจริง โดยมีมีสมณะ สิกขมาตุ เป็นที่ปรึกษา เพื่อน�าไปประยุกต์ใช้และปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างสันติและมีความสุขvผญบ.ไปประชุมเตรียมงานเจ จ.อุบลราชธานีเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา น.ส. ขวัญหินแก้ว รักพงษ์อโศก ผู้ใหญ่บ้านจากบวรราชธานีอโศก ได้ไปประชุมเตรียมงานเจที่มูลนิธิหลินอิ่นซื่อ ต. ปทุม อ.เมือง จ.อุบลฯ เรื่องการจัดงาน “ถือศีล กินเจ สวดมนต์ ถวายในหลวงปีที่๕” ร่วมกับสมาคมหอการค้าและมูลนิธิองค์กรการกุศล ต่างๆ รวมทั้งเทศบาลนครจังหวัดอุบลราชธานี การท่องเที่ยวและกีฬาจ.อุบลราชธานี โดยเปิดงานวันศุกร์ที่ ๒๗ กันยายน ณ มณฑลทุ่งศรีเมือง จ.อุบลฯ ซึ่งจะมีการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ เพื่อฉลอง พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ มีจัดโรงบุญแจกอาหารเจ ที่หลากหลายและอร่อยที่สุด เน้นการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้กล่องกระดาษแทนกล่องโฟมด้วย และยังมีขบวนแห่มังกรเชิดสิงโตที่ยิ่งใหญ่ของมูลนิธิต่างๆ จุดเริ่มตั้งขบวนแห่ที่วัดหลวงเคลื่อนขบวนไปยังทุ่งศรีเมือง ซึ่งปีนี้ชาวบ้านราชจะไปร่วมจัดโรงบุญแจกอาหารเจและถ่ายทอดสดโดยทีมงานบุญนิยมทีวีด้วยvประชุมจิตอาสาเปลี่ยนเวรท่ีเฮือนบวร เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๒ เวลา ๑๗.๐๐-๑๘.๑๕ น. มีการประชุมทีมงานจิตอาสาบวรสันติอโศกและบวรปฐมอโศกที่ร้านโดนใจ โดยมีส.ฟ้าไท สมชาติโก เป็นประธาน ผู้เข้าร่่วมประชุมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายการเงิน การบัญชี ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายบริการและ ฝ่ายจิตอาสาทั่วไปของร้านพิสูจน์จิตอาสาจากบวรสันติอโศก ๑๕ คน จากบวรปฐมอโศก ๗ คนรวมทั้งสิ้น จ�านวน ๒๒ คนซึ่งเปลี่ยนเวรรับผิดชอบด้านการพาณิชย์บุญนิยมทั้งร้านค้าพิสูจน์จิตอาสาปันกันและ ร้านพิสูจน์จิตอาสาร้านโดนใจเป็นการแตะมือรับงานกัน ก่อน ๑ วัน ประเด็นประชุมได้แก่ การดูแลเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ เครื่องสแกนบาร์โค้ด งานบริการลูกค้า งานท�าความสะอาดห้องน�้าส่วนรวม การรวมกลุ่ม-แบ่งงานกัน เป็นต้น เวลา ๑๘.๑๕ -๒๐.๑๕ นาฬิกา มีการประชุมต่อที่เฮือนศูนย์สูญชั้น ๒ เรื่องตลาดพาณิชย์บุญนิยม ผู้เข้าร่วมประชุมคือเจ้าหน้าที่ร้านอุทยานบุญนิยม สหกรณ์บุญนิยม และทีมงานตลาดประชารัฐซึ่งประกอบด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่เฮือนบวรมาร่วมประชุมท�าความเข้าใจเรื่องต่างๆ เช่น ...ราคา ขายสินค้า ก�าหนดพื้นที่ขายให้ชัดเจน ตั้งคณะกก.ตรวจสอบรับเรื่องร้องทุกข์ ตู้เก็บอุปกรณ์เครื่องปรุงต่างๆ ความร่วมมือเรื่องความสะอาดบริเวณร้าน ก�าหนดสินค้าขายที่เป็นภัยต่อสุขภาพ จัดเวรท�าความสะอาด ซึ่งได้รับความเมตตาจากส.ฟ้าไท สมชาติโก ส.ด่วนดี สุชโว ส.ถักบุญ อาจิตปุญโญ พร้อมด้วยสิกขมาตุกล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล และสิกขมาตุผาแก้ว ชาวหินฟ้า เป็นที่ปรึกษา มีผู้ร่วมประชุม ๒๔ คน นอกจากนี้ยังร่วมประชุมปรึกษาหารือแนวทางแก้ปัญหาด้านพาณิชย์บุญนิยมมีการติดตามผลงานที่ผ่านมา ให้ร้านค้าต่างๆมีการค�านวณต้นทุนและราคาขายให้ชัดเจนเพื่อที่จะก�าหนดราคาขายบุญนิยมไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ตามอุดมการณ์บุญนิยมvกิจนิมนต์ที่ข่วงผะหญาเมื่อวันที่ ๒๖ มิ.ย.๒๕๖๒ ร.ต.ชัย วงศ์ตระกูล ซึ่งเป็นนายกสมาคมการท่องเที่ยวโดยชุมชน จ.ล�าปาง ญาติธรรมและกลุ่มแพทย์วิถีธรรมในจ.ล�าปาง ได้นิมนต์ อ.๑ และคณะมาฉันและแสดงธรรมที่ข่วงผะหญา ต.พระบาท อ.เมือง จ.ล�าปาง ข่วงผะหญา เป็นสถานที่ที่สมาคมการท่องเที่ยวโดยชุมชน จ.ล�าปาง สร้างขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ๑. เป็นแปลงสาธิตการท�าเกษตรอินทรีย์ ๒.เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยน อบรม แสดงองค์ความรู้ปัจจัย ๔ วิถีพอเพียง ตามศาสตร์พระราชา ขององค์กร ชุมชน สถานศึกษา และประชาชนทั่วไป ๓. เป็นศูนย์กลางตลาดนัดอินทรีย์ ให้กับผู้ผลิต และผู้บริโภค ๔.สนับสนุนการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ๕.เป็นที่แสดงศิลปะ ดนตรี การฟ้อน การร�าพื้นเมืองล้านนาก่อนที่อ.๑ และคณะจะเดิินทางกลับ รต.ชัย และญาติธรรมกลุ่มล�าปางได้พาเดินดูรอบข่วงผะหญา ซึ่งมีพื้นที่จ�านวน ๔ ไร่ vจัดโรงบุญมังสวิรัติที่โรงพยาบาลศรีสะเกษในวันพุธที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒ นักเรียนสัมมาสิกขาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจ�านวน๗คน ชาวชุมชน ญาติธรรมและเครือแห่ส่วนหนึ่ง เดินทางไป จัดโรงบุญมังสวิรัติที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ โดยมีป้าเสมเป็นแม่งานหลักในการไปครั้งนี้ ๑๐.๐๐ น.เริ่มเปิดโรงบุญบริเวณอาคารผู้ป่วยนอก โดยเมนูที่น�ามาแจกส่วนใหญ่เป็นอาหารอีสานเช่นแกงหน่อไม้ แกงขี้เหล็ก ป่นเห็ด และเมนูยอดฮิตที่สุดคือส้มต�าอีสาน บรรยากาศในโรงบุญผู้มารับอาหารส่วนใหญ่เป็นญาติผู้พ่อ แม่ พี่น้องหมอพยาบาลและชาวบ้าน ในละแวกนั้น มาร่วมกันอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งทุกคนที่ท�าหน้าที่ทั้งผู้ให้และผู้รับต่างมีความสุขที่ได้มาร่วมกันท�าบุญในครั้งนี้ครับ ใช้เวลาไม่นานในการแจกอาหารมังสวิรัติvการเยี่ยมเยียนผู้มีพระคุณเมื่อวันที่ ๒๑ มิ.ย. ๒๕๖๒ อ.๑ (สมณะบินบน ถิรจิตโต) และคณะได้รับนิมนต์ไปฉันและแสดงธรรมที่บ้านโยมแม่สุภา อายุ ๙๒ ปี ที่เขตบางกอกใหญ่ กทม. มีโยมพี่สาวและญาติของอ.๑ มาร่วมฟังธรรม ในการเยี่ยมเยียนครั้งนี้ โยมแม่สุภาบอกว่าก�าลังถดถอยลงกว่าเดิมจากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนโยมแม่นันทา สุขวราห์ อายุ ๙๑ ปี เป็นโยมแม่ของสมณะมั่นแจ้ง พุทธชาโต ที่บ้านในอ.นครชัยศรี จ.นครปฐม มีน้องสาวของท่านมั่นแจ้ง ชื่อจริยา เป็นผู้คอยดูแลใกล้ชิด สมณะได้กล่าวอนุโมทนาว่าการกระท�านี้เป็นความกตัญญู ที่หาได้ยากในยุคที่คนหลงใหลในวัตถุนิยมมากขึ้นเมื่อวันที่ ๒๒ มิ.ย. ๒๕๖๒ ได้เยี่ยมเยียน แม่เฮียง แซ่เตียว อายุ ๘๒ ปี เป็นแม่ของปะพัดชา ล่าสุดอาการของโรคมะเร็งปอดไม่ทรุดลงกว่าเดิม แต่อยู่ในภาวะทรงตัว พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพลาภิบาล ปฐมอโศกจากนั้นได้เข้าไปอีกห้องหนึ่งซึ่งมียายแดง จ�ารัสการ อายุ ๙๓ ปี หญิง ซึ่งเป็นลูกสาวพร้อมสามี และลูกชาย มาเฝ้าดูแลอาการเจ็บป่วยของยายแดง ซึ่งอาการล่าสุดที่ได้ไปเยี่ยม แม่หญิงเล่าว่า อาการติดเชื้อที่ปอดหายแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวัง ยังพูดไม่ได้เพราะหมอได้เจาะช่องหายใจที่คอ ส่วนอาหารก็ต่อท่อจากจมูก ลงกระเพาะอาหาร ผู้ที่เข้าเยี่ยมจะต้องระมัดระวังการน�าเชื้อโรคไปให้ผู้ป่วยยายแดงได้รับค�าชื่นชมจากนางพยาบาลว่า เป็นผู้ป่วยที่ดูแลง่าย ที่หาได้ยากเมื่อวันที่ ๒๓ – ๒๔ มิ.ย. ๒๕๖๒ อ.๑และคณะได้เดินทางมาเยี่ยมเยียนบวรศาลีอโศก ได้ร่วมรับฟังการด�าเนินการต่างๆในบวรศาลีอโศกร่วมกับสมณะลือคม ธัมมกิตติโก ที่ช่วยหมู่สงฆ์อยู่ดูแลบวรศาลีอโศก มาหลายปี ช่วงก่อนฉัน อ.๑ ได้แสดงธรรม ซึ่งมีโยมไผ่ อายุ ๘๓ ปี ซึ่งเป็นบรรพชนคนหนึ่งของบวรศาลีอโศก มาร่วมฟังธรรมด้วยvกิจนิมนต์ท�าบุญร�าลึกถึงผู้มีพระคุณเมื่อวันที่ ๒๕ มิ.ย. ๒๕๖๒ แม่พูนศีล อุ่่นทรัพย์ ประธานชุมชน เพชรผาภูมิ ได้นิมนต์สมณะจากบวรภูผาฟ้าน�้า มาแสดงธรรมและฉันที่ชุมชนเพชรผาภูมิ ซึ่งได้จัดงานร�าลึกถึงแม่พลับพลึง เกียรติทวี อายุ ๗๓ ปี เป็นแม่ของประธานชุมชน ปีนี้เป็นปีที่ ๕ ของการจากไปของคุณแม่ก็มีพ่อสมเกียรติทวี อายุ ๘๕ ปี พร้อมลูกหลานและเครือญาติได้มาท�าบุญฟังธรรมเพื่อระลึกถึงความดีของแม่พลับพลึงที่จากไป เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๗vหินผาฟ้าน�้า จัดพิธีไหว้ครูเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๖๒ สัมมาสิกขาจัดพิธีไหว้ครูประจ�าปี ถึงแม้ว่าจะเป็นโรงเรียนเล็กๆแต่เราจัดการเรียนการสอนเหมือนสัมมาสิกขาต่างๆประเพณีไหว้ครูปีนี้อบอุ่นชาวชุมชนเป็นคนมีศีล มีคุณธรรมจริยธรรมมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ก็เป็นครูของเด็กๆทุกคน พิธีไหว้ครูเรียบง่ายประหยัด ใช้วัตถุในพื้นที่ ใช้ดินเหนียว ใช้ดอกเข็ม หมายถึงมีปัญญาเฉียบแหลม ใช้ดอก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน