อโหสิกรรมอภัย นัยที่ต่างกัน.docx
เนื้อหาในไฟล์
อโหสิกรรมอภัย นัยที่ต่างกัน _หายโง่ : กราบนมัสการพ่อครูที่เคารพ เราโน่ถามดิฉันว่า'อโหสิ'เหมือนหรือต่างจาก'อภัย'อย่างไร ดิฉันตอบไม่ได้..ขอความกรุณาพ่อครูอธิบาย(เป็นภาษาไทย)ด้วยค่ะ..กราบขอบพระคุณค่ะ.. พ่อครูว่า…คำว่าอโหสิกับอภัย เอาพยัญชนะมาเลยดีกว่า อ กับ โห กับ สิ แล้วก็ อ กับ ภย อ กับ อ เหมือนกัน คำปฏิเสธ ไม่ ไม่ โหสิ กับไม่ ภยะ โห นี่เป็นลักษณะของ ที่มันฟุ้งขึ้นมา มันจะมีอาการของจิต อโห อย่างนี้เป็นต้นเป็นคำอุทาน เหมือนจิตมีวาบๆ อะไรขึ้นมา ให้ดูตัวนี้แล้วเลิกเรียกว่าอโหสิ เพราะฉะนั้นจิตของเราจะไปสะดุดอะไรมันก็คือจิตยังไม่สงบจิตยังไม่นิ่ง จิตยังมีตัววิจิกิจฉา จิตยังมีความไม่รู้ถ้วนรอบไม่รู้จริงมันก็จะมีจิตกระเพื่อม อโหสิ รู้ให้ได้แล้วเลิก อโหสิจึงเป็นตัวละเอียดลออกว่า อภยะ ภยะ คือ ภัย ก็เข้าใจได้ไม่ยากอะไร อภัย คือโทษคือทำไม่ดี เป็นทุกข์เป็นความไม่สุขก็อย่าให้มี อภัย ไม่เป็นคำใหญ่คำหยาบคำรวม ส่วน อโหสิเป็นนัยยะสภาวะของจิตที่ละเอียดอย่างที่อธิบายให้ฟัง นี่เอาพยัญชนะ ราก เป็นตัวอธิบายเลย อโหสิ เป็นการยกเลิกสิ่งที่มันจะเป็นอย่าว่าแต่ภัยเลย สะดุด อะไรที่ยังไม่ลงตัวไม่สงบไม่เรียบร้อย ต้องทำให้เรียบร้อย อย่าไปเหลืออยู่ เรียกว่าอโหสิ ส่วนอภัยนั้น หยาบ แรง อย่าให้เกิดสภาพที่จะต้องเป็นโทษภัยแก่ใครๆ สู่แดนธรรม...ผมเคยจำไว้ เมื่อปี 2532 พ่อท่านให้ความหมายคำว่าอภัย พ่อท่านว่า มีความล้ำลึกไม่ใช่แค่จะยกโทษให้เท่านั้น มีความหมายไปถึงว่า ไม่มีภัยทั้ง 3 ไปเบียดเบียนเขา ก็คือ ราคะ โลภะ ก็เป็นภัยแบบหนึ่ง โทสะ ก็เป็นไปแบบนี้ โมหะ ก็เป็นไปแบบนี้ อภัยก็คือ การไม่มีภัยความรักโลภโกรธหลงไปเบียดเบียนเขา พ่อครูว่า…ได้ แม้ถึงขั้นละเอียดสุดโลภโกรธหลงเป็นภัย พวกกลิ เป็นตัวโทษภัย เป็นก
อ่านต่อ
ิเลส สู่แดนธรรม...ส่วนอโหสิ คุณตุ๊กอาจหมายถึงอโหสิกรรม ก็จะแปลอีกแบบ อโหสิกรรมคือกรรมที่ต่างฝ่ายต่างเลิกแล้วต่อกัน ไม่เอาบาปกรรมแก่กัน เป็นกรรมที่ไม่มีผล ส่วนอโหสิ ท่านแปลว่า ได้เป็นแล้ว ได้มีแล้ว พ่อครูว่า…ก็มีการสำเร็จไงบอกว่ามีอะไรนิดอะไรหน่อยก็ไม่ต้องไปถึงขั้น ขยายให้เห็นว่ามัน หยาบ คือ อุทาน อโหสิ ไม่ต้องมีอะไรเกิดขึ้น จิตสบายเข้าใจความจริงให้ชัดเจนว่าไม่มีอะไรต่อใคร ไม่มีอะไรต่อกัน เราก็ 0 คนอื่นจะ 0 ก็ตัวใครตัวมันสำหรับเรารับผิดชอบตัวเราเองว่าเราไม่มีพยาบาทไม่มีการติดใจอะไรทุกอย่าง เลิกแล้วต่อกันหมด เรียกว่าอโหสิ คนจะดีไม่ดีหรือยิ่งแม้มีดีๆ ก็อย่าไปติดใจว่าจะต้องสัมพันธ์ผูกพัน ต้องเกี่ยวเกาะอะไรกัน รู้ความจริงตามความเป็นจริงเท่านั้นว่าถ้าเผื่อว่าเรายังจะเกิดอีก เราก็จะต้องสัมพันธ์กับสิ่งที่ดีกันนี่แหละ สิ่งที่ไม่ดีเราก็ห่างกันไว้อะไรอย่างนี้เป็นต้น เราก็กำหนดหมายให้ละเอียดลออสำหรับตัวเราที่จะไม่มีโทษภัยต่อกัน
640217_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เรียนอาหาร 4 ให้ถึงนาม รูป ทะลุสุภกิณหา