หลักสูตรพระพุทธเจ้าสอนคนให้ปรับวาทะกับลัทธิอื่นได้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.40 KB
วันที่แก้ไข15 มีนาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

หลักสูตรพระพุทธเจ้าสอนคนให้ปรับวาทะกับลัทธิอื่นได้ _ถามว่าพ่อครูฯจะกลับถึงบ้านราชวันไหนคะ(คึดฮอดคึดเถิงค่ะ)ความคิดถึงแบบนี้เป็นกิเลสไหมคะ พ่อครูว่า…เป็นกิเลส ..คงไม่นานหรอก ไม่อยู่ถึง 2 ปีหรอก ไม่นานขนาดนั้นหรอก เอาน่า เดี๋ยวนี้มันไม่น่าจะคิดถึงมากมาย ก็ว่าถึงจะคิดถึงก็เหมือนเห็นหน้ากัน ได้พูดคุยกันได้ทั่วโลก หลายแห่งชุมชนชาวอโศกกระจัดกระจายหลายสิบชุมชน ก็ไม่ได้ไปทั่วถึงเลย แต่ได้อย่างเก่ง 4-5 ชุมชน ไปๆมาๆวนเวียน ยิ่งอายุยาวขึ้นมาขนาดนี้แล้วคงไม่ได้ไปที่ไหนมากขึ้น ยังกะอยู่เลยว่า ต่อจากนี้ไปคงจะไม่ได้ไปหาลูกๆหลานๆที่ชุมชนนั้นนี้อีก ที่คิดว่าน่าจะไป ก็คงจะไปยากขึ้น จนกว่ามันจะมีปาฏิหาริย์ที่พิสดาร ปาฏิหาริย์ที่เป็นไปอย่างไม่น่าเชื่อก็คือ กลายเป็นหนุ่มใหม่ขึ้นมา แข็งแรงอย่างไม่น่าเชื่อขึ้นมา อายุ 100 ปีแล้วแทนที่จะดูง่องแง่ง แต่กลับเป็นอายุเหมือน 50 ปี 60 ปีก็คงจะมีอะไรประหลาดเพิ่มขึ้นได้ _สู่แดนธรรม...เรื่องที่พ่อท่านไม่ได้ไปบวรต่างๆ เป็นสิ่งยืนยันว่า แม้อนาคต พ่อท่านสิ้นไปแล้ว อโศกก็ยังเจริญได้ พ่อครูว่า…อันนี้เป็นหลักสูตรของพระพุทธเจ้า ท่านก็ใช้เป็นทฤษฎีของท่านเลยว่า ถ้าท่านสิ้นไปแล้ว ศาสนาก็ยังจะดำเนินไปได้ ไม่ใช่ว่าท่านสิ้นไปแล้วมันก็จะฝ่อลงไปหมด ลงไปไม่ใช่ เป็นลักษณะทฤษฎีของศาสนาพุทธเลย โดยการสร้างผู้อื่นที่ท่านใช้สำนวนว่า มารมาอาราธนาให้ตาย ท่านก็ยืนยันว่าเรายังไม่ตายจนกว่าเราจะสถาปนา ให้พวกสาวกทั้งหลาย พวกที่ได้ฟังธรรมะ สาวกแปลว่าผู้ได้ฟังธรรมะ ได้ฟังธรรมะแล้วจะต้องเข้าใจธรรมะแล้วเอาไปปฏิบัติจนกระทั่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ สามารถแสดงจำแนกเปิดเผย อธิบายจน ปรับปวาทะกับผู้อื่น ปร คืออื่น ปร ป วาทะ คือ วาทะของผู้อื่นที่เขามาท้วงติงค้านแย้ง ปรับให้คนอื่นเห็น

อ่านต่อ

แจ้งชัดเจนเข้าใจ จนกระทั่งเขาสัมมาทิฎฐิ เขายอมรับ ถึงแม้ว่าจะเป็นสัมมาทิฏฐิยังไม่ได้ทีเดียว แต่เขาจะต้องจำนนต่อเหตุผลหลักฐาน ต่างๆนานาว่า ที่พระพุทธเจ้าท่านเสนอว่าเป็นอย่างนี้อันนี้ถูกอันนี้ผิดอันนี้ดีกว่า อย่างจำนนหมด จนเขาจำนนได้ ท่านจะต้องสอนสาวกให้สามารถทำได้อย่างนี้ก่อนเราจึงจะตาย พระพุทธเจ้าท่านตรัสอย่างนั้นพูดกับมารอย่างนี้เป็นต้น แล้วท่านก็ทำจนสำเร็จเป็นสูตรทฤษฎีของพระพุทธเจ้า อาตมาก็ดำเนินแนวทางเดียวกับพุทธเจ้า อาตมาพยายามลากสังขาร ของพระพุทธเจ้าท่านไม่ลากสังขาร แม้แต่กัป ท่านก็ตายก่อนกัป อย่างนี้เป็นต้น ท่านไม่เหมือนอาตมา อาตมาต้องลาก อาตมาไม่เชื่อว่าจะเก่งว่าพวกคุณแข็งแรงแล้วตายได้แล้ว อาตมาไม่เชื่อว่าตัวเองจะเก่งได้ขนาดนั้น พวกคุณจะรับรองอาตมาก็ไม่เชื่อเท่าไหร่ อาตมาเชื่อตัวเองมากกว่า จึงได้พยายามทำ มันมีผลดีที่อาตมาพยายามลากสังขาร มีผลดีคือการพิสูจน์ธรรมะเป็นการยืดอายุขัยตัวเองได้ด้วยหรือ หมายความว่าท้าทายพญามัจจุราช ท้าทายเจ้าแห่งความตายได้ด้วยหรือ..ได้ ศาสนาพระพุทธเจ้าท้าทายพญามัจจุราช คือถึงเวลาตายควรตาย อาตมาเคยพูดก่อนอาตมาอายุ 72 ปีอาตมาบอกว่าถ้าอายุขัย 72 ปีจะต้องตาย แต่ก็เห็นว่าทำงานศาสนามายังทำได้อยู่ ตอนนั้นก็ยังแข็งแรง ยังไม่ควรตาย ก็เลยพากเพียร ทำความเข้าใจที่พระพุทธเจ้าบอกว่ามีโพชฌงค์ 7 จะยืดอายุได้ ก็ศึกษา จะต้องมีสติสัมโพชฌงค์ สรุปแล้วก็คือจะต้องพยายามตื่น พยายามวิจัยธรรมะ ด้วยความพากเพียร ให้มีปีตินำให้มีความยินดี มีความพอใจชื่นชอบ มีปิติยินดี แล้วก็ทำความสงบซ้อน ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ เป็นทั้ง static และ Dynamic เป็นพลังงานต้นตอของทุกอย่างตั้งแต่นิวเคลียสให้เก่งขึ้น มีปีติปัสสัทธิแข็งแรงขึ้น ปีติปัสสัทธิ จนกระทั่งสามารถเป็นสมาธิ สองจิตตั้งมั่นทั้งกระแสบวกและกระแสลบทั้ง static และ Dynamic แข็งแรงขึ้น 2 ขา มันก็จะเก่งขึ้น เป็นจิตที่เก่งทั้งบวกและลบ เป็นจิตที่เก่งทั้งเจโตและปัญญา Dynamic คือปัญญา static คือ เจโต จนกระทั่งเก่งจริงเป็น มุทุภูตธาตุที่เจริญยิ่ง ขยายฌาน 4 อุเบกขาสามารถยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ วสวัตตี จึงสามารถปรับปรุงจิตให้มีอัตราการก้าวหน้าเป็นสัมประสิทธิ์ เป็น coefficient เป็นอัตราเร่งจากคูณเป็นยกกำลัง พลังงานจิตตัวที่เป็นได้ทั้ง มุทุภูตธาตุ สภาพบวกลบเป็นเจโตและปัญญาเป็นพลังงานเป็นความยิ่งใหญ่ช่วยได้จริงๆ ทำให้จิตมีสมาธิเจริญ สมาธิของพุทธเป็นสมาธิที่สะอาดจากตัวที่มันทำให้เสียหายคือกิเลสล้างได้เท่าไหร่มันก็ยิ่งมีพลังสูงๆ ตามที่ทำได้จริงตามลำดับๆ สมาธิที่จิตสะอาดจากกิเลสเป็นอุเบกขา เป็นความบริสุทธิ์จากกิเลสทำอีกโดยทฤษฎีนี้ซ้อนเป็นปริโยทาตา สั่งสมเป็นมุทุภูตธาตุ เจริญเจโตปัญญา สูงขึ้นอีก แล้วเราก็ทำกัมมัญญา สั่งสม ขยันทำกรรม อย่าไปท้อแท้ เหนื่อยหน่าย ขี้เกียจ คนที่ไม่ขี้เกียจ เห็นความก้าวหน้าของกรรม การกระทำที่ดีมีประโยชน์ และในภาวะ 2 เห็นแก่ตัวก็ยิ่งลดความเห็นแก่ตัวได้มากขึ้น ขยันเสียสละเพื่อผู้อื่นก็ยิ่งทำเพื่อผู้อื่นได้มากขึ้นตัวเองลดลงเพื่อผู้อื่นได้มากขึ้นๆ มันก็มีแต่ปิติ มีแต่กำลังที่เห็นความเจริญก้าวหน้า เสร็จแล้วปัญญาที่เฉลียวฉลาดนั่นแหละ ละล้างกิเลสละล้างตัวตน ปัญญาจะมีรู้จักลดกิเลส รู้จักลดตัวตน ปฏิภาณปัญญาของพระพุทธเจ้า มีประสิทธิภาพขนาดนั้น มันลดกิเลส มุทุภูตธาตุ ก็ยิ่งสูง กัมมัญญาก็ยิ่งเจริญ มีความปภัสสรา ป ผ พ ภ ม คำว่า ปภ แล้วมี ส กับ ร เป็นพลังงานเศษวรรค ตัวที่ 2 กับตัวที่ 5

640315_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 31 ที่สันติอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน