ลักษณะกิเลสถือดี มีมานะ มีลักษณะอย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.65 KB
วันที่แก้ไข15 มีนาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

ลักษณะกิเลสถือดี มีมานะ มีลักษณะอย่างไร _ฟังฝน : กราบเรียนถามพ่อครู ... พ่อครูอธิบาย "อาการกิเลสถือดี" เมื่อวาน วันที่ 12 มีนาคม 2564 ในรายการพุทธศาสนาตามภูมิ (ช่วงเวลาที่ 1-12-35 ช.ม.) ... ความว่า ... อาการกิเลสถือดีจะแสดงออกมาทางลีลาท่าทาง ภาษาคำพูด ไปจนถึงไม่มีอาการถือดีออกมาให้เห็นภายนอก แต่ภายในจิตยังมีอาการถือดีอยู่ ... คำถามคือ ข้อ 1. ลักษณะของรูป และอรูปในกรณีที่ยกตัวอย่าง คืออะไรบ้าง รบกวนพ่อครูอธิบายเพิ่มเติม ข้อ 2. อรูป เช่น อาการว้อบๆๆ แวมๆๆ ... อาการของกิเลสถือดีที่ยังไม่สงบสนิทในจิตใช่หรือไม่คะ พ่อครูว่า…คำถามก็ชักจะปนๆกัน มันไม่คมเท่าไหร่ สู่แดนธรรม...คำถามข้อ 1 คือ รูปภายนอกที่ถือดี กับอรูปที่ถือดีเป็นอย่างไร ส่วนข้อ 2 เขาถามว่าคืออะไร ไม่ได้ถามวิธีแก้ พ่อครูว่า…ลักษณะการถือดี คือ มานะ คำว่ามานะ มีสองนัย คำ มานะกิริยาคือ ความพากเพียรอุตสาหะ ตั้งอกตั้งใจจะทำให้ดีอย่างที่เรารู้ เราต้องการ จะต้องทำดีนี้ให้ได้ เรียกว่ามานะอุตสาหะ พากเพียรเพื่อจะให้ทำดีนั้นได้สำเร็จให้ได้ เมื่อได้ผลสำเร็จดีแล้ว ก็ยึดถือดีนี้เป็นตัวเป็นตน ยึดดีนี้เป็นเราเป็นของเรา ยึดดีนี้เป็นอำนาจ ยึดดีนี้ถือว่าใหญ่ว่ายิ่งก็หลง ก็ ยึดดีนี้เป็นลักษณะ ดีไม่ดีก็เอาดีนี้แหละ ไปข่มคนอื่นเลย จะแสดงออกข่มทางอำนาจบาตรใหญ่ ทางกายกรรมหรือทางวาจา ก็ตาม ก็คือยิ่งหยาบ ยิ่งเป็นการถือดี เป็นกิเลสแสดงออกภายนอก ที่ถามมาไม่ใช่ลักษณะหยาบอย่างนั้นแล้ว เป็นลักษณะภายใน มันรู้สึกตัวเองถือดี เข้าใจถูกต้องตรงหรือเปล่าว่าลักษณะอาการถือดี มันมีดีนั้นแล้ว แล้วเราก็ยึดถือตัวดีนี้เป็นอำนาจในตัวเรา ถ้าแสดงออกหยาบก็อย่างที่อธิบายไป ถ้าไม่แสดงออกภายนอกก็อยู่ภายในลักษณะเล็กๆน้อยๆ ก็มีอยู่ตามจริง จะไปแสดงออกภายนอกมัน

อ่านต่อ

ไม่เท่ เอาภายในดีกว่าหรือบรรลุอรหันต์เลยก็ได้ ก็ดี เป็นการกดข่ม แต่ต้องรู้ด้วยปัญญา รู้ด้วยความเฉลียวฉลาดปัญญาทางธรรม รู้ว่าลักษณะพวกนี้ต้องแยกให้ออกว่าดีมันดีแล้ว แต่อย่าเอาดีเป็นเราหรือยึดดีเป็นของเรา แล้วก็เอาดีของเรานี้ไปเที่ยวได้ข่มคนอื่นเขา ไปบังคับคนอื่นเขา ไปใช้เบียดเบียนผู้อื่น ดีของเราได้ดีแล้ว ถ้ายังยึดดีนี้ก็เป็นภัยเป็นพิษยังเป็นวิบาก ดีก็ดีแล้วไม่ต้องเอาดีไปข่มใครเบียดเบียนใคร ไปทวงหนี้ ทวงบุญคณใคร ก็เห็นว่าเราดีก็ยกย่องนับถือเองโดยอิสระเสรีภาพไม่ต้องไปอ้างอิง และเล็ม ให้เขา บอกความจริงได้ เขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เป็นสิทธิของเขา อย่างอาตมาพูดบอกความจริงยืนยันย้ำ จนกระทั่งเขาไม่เชื่อว่าจะต้องมาบอกอะไรมันเหมือนมาอวด อาตมาก็บอกว่าไม่ใช่ อาตมาไม่มีตัวนี้ ซึ่งมันซับซ้อน อาตมาบอกว่าเป็นอรหันต์ เป็นโพธิสัตว์ระดับไหน ยิ่งใหญ่ขนาดไหนอย่างไร อาตมาย้ำยืนยันเพราะว่า ต้องการให้รู้ครบทั้งภาษาหยาบ ทั้งภาษาละเอียด และแสดงออกตามความเป็นจริงของอาตมา และให้ครบๆ เลยว่า แรงก็แรงด้วยให้เห็นเลยว่าแรง แต่แรงออกไปนี้ไม่มีจิตอกุศลเลย จิตอกุศลแม้แต่เล็กแต่น้อยก็ไม่มี ซึ่งมันเป็นสภาพย้อนแย้งว่า แสดงออกก็แรง ธรรมะพระพุทธเจ้าจะต้องไม่แรง แรงไม่ได้เมา ซึ่งไม่จริงหรอก แรงก็คือแรง มันตรง ถ้าอันนี้มันแรงก็แสดงออกอย่างแรงให้เห็น อันนี้มันกลางๆ ก็แสดงออกกลางๆให้เห็น ถ้าอันนี้มันเบาก็แสดงออกเบาให้เห็น ตรงทั้งนอกทั้งในทั้งตัวมันเอง มันจะได้ไม่งง ไม่สับสน ทุกอย่างตรง อาตมาเป็นคนตรง มันยากตรงนี้ เพราะฉะนั้น อาตมาไม่สงสัยหรอกที่คนไม่เข้าใจ แล้วอาจจะเข้าใจผิดด้วย เพราะว่ามันเป็นจริง เขายังไม่มีตัวอย่าง ตัวอย่างของจริงมันหมดไปแล้ว นอกจากหมดไปแล้วยังไม่พอยังเข้าใจตัวอย่างของเทียมของเก๊มาเป็นของจริงซะอีก ยึดถืออย่างนั้นอย่างยึดมั่นถือมั่นเลยว่าอย่างนั้นจริง อย่างของอาตมานี้ไม่จริง อย่างนี้เลยเป็นต้น มันก็เลยยิ่งยาก แต่ในยุคนี้มันไม่มีแล้ว อาตมาเกิดมาหัวเดียวกระเทียมลีบ มีคนเดียวด้วย เรียกหาผู้พี่ก็ไม่มี ส่วนผู้น้อง บางทีก็ยืนยันว่าเป็นน้องไม่ได้ ก็พูดไป อธิบายไปเรื่อยๆ ก็เป็นไปตามที่เรามีผู้ช่วยกัน จริงๆแล้วผู้ที่ช่วยกันทางธรรมะ แกนของศาสนาพุทธเมืองไทย มีกันเยอะ เพราะว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธมาแต่อ้อนแต่ออก และเป็นพุทธที่ดีที่ถูกต้องมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แล้วก็พัฒนามาเรื่อยๆ ซึ่งมันช้ามาก่อน จนกระทั่งถึงยุคนี้ แล้วมันก็มีโพธิสัตว์มาอุบัติ มีพลังของความเป็นโพธิสัตว์ที่แสดงออกอย่างเต็มรูปเต็มนาม ครบรูปครบนาม ถึงยุคครึ่งหนึ่งของศาสนาพระสมณโคดม 2,500 ปี สัจจะของมันต้องถึงกาลเวลาด้วย แล้วก็มีสภาพความเป็นจริงในตัว ไม่ใช่ว่าทุกอย่างมันบังเอิญ จะต้องมา ไม่ใช่ ทุกอย่างจะต้องลงตัว สิ่งที่สมบูรณ์ที่สุดจะต้องสมบูรณ์ทั้งรูปทั้งนาม ทั้งองค์ประกอบ ทั้งเหตุปัจจัยครบถ้วนในตัว มันถึงจะเป็นความจริงแล้วถึงจะมีพลังที่จะดำเนินไปได้ เพราะฉะนั้นถึงยุคนี้ก็จะมีความจริงเป็นไปได้ อาตมาทำงานมาถึง 50 ปีแล้ว ถ้าอาตมาทำงานไปถึง 80 ปี ที่จริงพระพุทธเจ้าทำงาน 45 ปี แล้วท่านก็ปรินิพพานเป็นปริโยสานไปแล้ว ท่านทำงานตั้งแต่อายุ 35-80 ก็ปรินิพพาน อาตมาทำงานเกินท่านมา 5 ปีแล้ว ยังจะต้องทำต่อไปอีก ท่านทำมา 45 ปีอาตมาจะต้องทำถึง 90 ปี ตอนนี้ทำมา 50 ปีแล้ว ก็คงจะต้องทำไปอีก 40 ปีเป็นอย่างน้อยว่าอย่างนั้นตั้งใจนะ แต่อย่าประมาทนะ _สู่แดนธรรม...ผมเห็นว่ากิเลสมานะ มานานุสัย เป็นมาตั้งแต่สัตว์แล้ว สัตว์ก็แสดงมานะให้เห็น พ่อครูว่า…สัตว์มันถือดีไม่กลัวตายเลยนะบางที _สู่แดนธรรม..แม้เด็กไม่แสดงออกกาม แต่มีมานะด้วย เช่นผู้ใหญ่คนนี้เด็กจะไม่ให้อุ้ม ก็เป็นตัวที่ลึกในสันดานพอสมควร พ่อครูว่า…ก็ค่อยๆไป มันเป็นแกนหลัก มันเป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง ยากเย็นก็ต้องทำ เพราะสิ่งที่พระพุทธเจ้าพาทำมันยากไม่ง่ายหรอก แต่มันเป็นสิ่งสุดยอดประเสริฐแล้ว

640315_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 31 ที่สันติอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน