8 บทที่ 3 ทัศบูรณ์.pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์692 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 3 วิธีด ำเนินกำรวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงส ารวจ (Survey Research) เพื่อศึกษารูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรม ในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ มีรายละเอียดดังนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล 4. การวิเคราะห์ข้อมูลและการแปลความหมายของข้อมูล 5. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง ประชำกร ประชากรที่ศึกษา ได้แก่ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ผู้เข้าอบรมแพทย์วิถีธรรมในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ณ วันที่ 20-28 ตุลาคม พ.ศ. 2560 จ านวน 500 คน กลุ่มตัวอย่ำง ผู้เข้าอบรมแพทย์วิถีธรรม ในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ก าหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางส าเร็จรูปของคริสซี และมอร์แกน (Krejcie and Morgan (1970 : 607-610. อ้างถึงในธีรวุฒิ เอกะกุล. 2551 : 121) ได้จ านวน 217 คน ในการวิจัยครั้งนี้ได้เพิ่มขนาดตัวอย่างเป็น 240 คน คิดเป็น 10 % ของกลุ่มตัวอย่างที่ค านวณได้ เพื่อป้องการการถอนตัวออกจากโครงการก่อนสิ้นสุดการวิจัยวัชรีภรณ์ ไชยมงคล (Chaimongkol. 2005 : 29) ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง ใช้เกณฑ์คัดเข้าและเกณฑ์คัดออก ดังนี้ เกณฑ์คัดเข้า คือ 1. เป็นผู้เข้าร่วมอบรมแพทย์วิถีธรรมตลอดเนื้อหา 9 วัน 2. มีสติสัมปชัญญะปกติ สามารถสื่อสารพูดและเข้าใจภาษาไทยได้เป็นอย่างดี สามารถให้ข้อมูลได้ด้วยตนเอง 3. สมัครใจและยินยอมให้ความร่วมมือในการท าวิจัยครั้งนี้ เกณฑ์คัดออก คือ 1. ไม่สามารถร่วมโครงการวิจัยต่อไปได้ 2. ไม่สมัครใจเข้าร่วมโครงการต่อ 65 เครื่องมือที่ใช้ในกำรวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 2 ชนิด คือรูปแบบของการอบรมหรือหลักสูตรการอบรมแ

อ่านต่อ

พทย์วิถีธรรม หลักสูตร 9 วัน และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ 1. รูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรม ประกอบด้วย 1.1 หลักการแพทย์วิถีธรรม สาเหตุของการเกิดโรค การประเมินภาวะร้อน เย็นของร่างกาย และเทคนิคการปรับสมดุลร่างกายให้หายโรค 9 ข้อ 1.2 หลักสูตรการอบรมแพทย์วิถีธรรม ประกอบด้วยแผนการเรียนรู้ 11 แผน ได้แก่ 1.2.1 แผนที่ 1 หลักการแพทย์วิถีธรรม 12.2 แผนที่ 2 เทคนิคข้อที่ 1 การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุล 1.2.3 แผนที่ 3 เทคนิคข้อที่ 2 การกัวซาหรือขูดพิษขูดลม 1.2.4 แผนที่ 4 เทคนิคข้อที่ 3 การสวนล้างล าไส้ใหญ่ 12.5 แผนที่ 5 เทคนิคข้อที่ 4 การแช่มือแช่เท้าในน้ าสมุนไพร 1.2.6 แผนที่ 6 เทคนิคข้อที่ 5 การพอก ทา หยอด ประคบ อบ อาบ เช็ด 1.2.7 แผนที่ 7 เทคนิคข้อที่ 6 การออกก าลังกาย โยคะ กดจุดลมปราณ 1.2.8 แผนที่ 8 เทคนิคข้อที่ 7 การรับประทานอาหารปรับสมดุล 1.2.9 แผนที่ 9 เทคนิคข้อที่ 8 ใช้ธรรมะ ละบาป บ าเพ็ญบุญ 1.2.10 แผนที่ 10 เทคนิคข้อที่ 9 การรู้เพียร รู้พักให้พอดี 12.11 แผนที่ 11 การพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง 2. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถาม 2 ชุด ดังนี้ 2.1 แบบสอบถามชุดที่ 1 ผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลการรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ มี 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วยด้วยข้อมูลคุณลักษณะประชากร คือ เพศศาสนา อายุ ภูมิล าเนา ภาวะความเจ็บป่วยมีลักษณะค าถามแบบตรวจสอบรายการ (Check List) ตอนที่ 2 แบบสอบถามการรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมจ านวน 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านเนื้อหาสาระการเรียนรู้ จ านวน 54 ข้อ ด้านการจัดการเรียนรู้ จ านวน 36 ข้อ ด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ จ านวน 27 ข้อ ด้านการใช้สื่อประกอบการเรียนรู้ จ านวน 36 ข้อ และด้านการประเมินผลการเรียนรู้ จ านวน 27 ข้อข้อค าถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า ของ Likert (Rating Scale) 5 ระดับ เป็นค าถามเชิงบวกทั้งหมด 5 ระดับ มีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ 5 คะแนน หมายถึง การรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมระดับมากที่สุด 4 คะแนน หมายถึง การรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมระดับมาก 3 คะแนน หมายถึง การรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมระดับปานกลาง 2 คะแนน หมายถึง การรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมระดับน้อย 1 คะแนน หมายถึง การรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมระดับน้อยที่สุด ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะการอบรมแพทย์วิถีธรรมในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอ สันทราย จังหวัดเชียงใหม่ลักษณะค าถามแบบปลายเปิด (Open Ended) 66 1. แบบสอบถามชุดที่ 2 ผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลการปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมของผู้ผ่านการอบรมแพทย์วิถีธรรม หลังการอบรม 2 เดือน มี 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วยด้วยข้อมูลคุณลักษณะประกร คือ เพศ ศาสนา อายุ ภูมิล าเนา ภาวะความเจ็บป่วยมีลักษณะค าถามแบบตรวจสอบรายการ (Check List) ตอนที่ 2 แบบสอบถามการปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมของผู้ผ่านการอบรมแพทย์ วิถีธรรม ในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ จ านวน 40 ข้อ เป็นข้อความทางบวกทั้งหมด ลักษณะแบบสอบถาม ให้เลือกตอบได้ 1 ค าตอบ ค าถามเป็นแบบมาตราส่วน ประมาณค่า (Rating Scale) ระดับการปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมมากน้อยเพียงใดโดยใช้แบบ Likert Scale แบ่งเป็น 5 ระดับ คือปฏิบัติประจ า ปฏิบัติบ่อย ปฏิบัติบางครั้ง ปฏิบัติบางครั้ง ปฏิบัตินาน ๆ ครั้ง ไม่เคยปฏิบัติเลย (ธีรวุฒิ เอกะกุล 2551 : 128) 5 คะแนน หมายถึง ปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด (5-7 วันต่อสัปดาห์) 4 คะแนน หมายถึง ปฏิบัติอยู่ในระดับมาก (3-4 วันต่อสัปดาห์) 3 คะแนน หมายถึง ปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง (2 วันต่อสัปดาห์) 2 คะแนน หมายถึง ปฏิบัติอยู่ในระดับน้อย (1 วันต่อสัปดาห์) 1 คะแนน หมายถึง ปฏิบัติอยู่ในระดับน้อยที่สุด (ไม่ได้ปฏิบัติ) ส่วนที่ 3 เป็นค าถามแบบปลายเปิด (Open Ended) เกี่ยวกับประสบการณ์ในการดูแลรักษาสุขภาพ หลังจากที่ผ่านการอบรมแพทย์วิถีธรรม 2 เดือน ขั้นตอนกำรสร้ำงเครื่องมือ ผู้วิจัยด าเนินการตามขั้นตอน ดังนี้ 1. ศึกษาเนื้อหาแนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2. ก าหนดโครงสร้างและเนื้อหา รูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรม 3. ก าหนดขอบเขต โครงสร้าง และเนื้อหาของแบบสอบถามเพื่อน ามาสร้างข้อความให้มีความครอบคลุมเนื้อหาวัตถุประสงค์ สมมติฐานและกรอบแนวคิดในการวิจัย 4. สร้างแบบสอบถามให้ครอบคลุมขอบเขตของเนื้อหาทั้งหมด 5. น าแบบสอบถามเสนอคณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ เพื่อตรวจสอบปรับปรุงแก้ไข 6. น ารูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมและแบบสอบถามเสนอผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ความเหมาะสมของการใช้ภาษา (Wording) ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย กรอบการวิจัยพร้อมทั้งขอค าแนะน าในการปรับปรุงเครื่องมือให้เหมาะสมกับการน าไปทดลองใช้โดยใช้เกณฑ์ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะตรงกันจ านวน 5 ท่าน ดังนี้ 6.1 แพทย์หญิงกานดา ศักดิ์ศรชัย ต าแหน่ง รังสีแพทย์ (เชี่ยวชาญด้านรังสีวิทยา)โรงพยาบาลอุตรดิตถ์อ าเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ 6.2 ดร.ดวงกมล ภูนวล ต าแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขช านาญการ หัวหน้ากลุ่มงานสุขศึกษาโรงพยาบาลอุตรดิตถ์อ าเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ 67 6.3 ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมพร กิ่วแก้ว ต าแหน่ง ผู้ประสานงานภาควิชาการพยาบาลสุขภาพและจิตเวช คณะพยาบาลเวสเทิร์น (วิทยาเขตวัชรพล) 6.4 นางสาวทองเพ็ญปาละก้อน ต าแหน่งพยาบาลวิชาชีพช านาญการ โรงพยาบาล ป่าซาง อ าเภอป่าซาง จังหวัดล าพูน 6.5 นางสาวณัฐนิชา ค าปาละ ต าแหน่งอาจารย์พยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดล าปาง 7. น ารูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมและแบบสอบถามจากผู้ทรงคุณวุฒิมาพิจารณา หาค่า IOC โดยก าหนดให้คะแนนผลการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ ดังนี้ ระดับคะแนน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ +1 แน่ใจว่า สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย 0 ไม่แน่ใจว่า สอดคล้องกับกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย -1 แน่ใจว่า ไม่สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย 8. น าผลการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญไปค านวณหาค่าความสอดคล้องระหว่างข้อค าถามกับวัตถุประสงค์ IOC (Item-Objective Congruence) เลือกข้อค าถามที่มีค่า IOC ไม่น้อยกว่า 0.6 แสดงว่ามีความตรงตามวัตถุประสงค์ ผล IOC ของรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรม เท่ากับ 0.95 9. น ารูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมและแบบสอบถามที่ผ่านการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ ไปปรับปรุงแก้ไขร่วมกับคณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ 10. น าแบบสอบถามที่ผ่านการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญและคณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ และปรับปรุงแก้ไขแล้วไปทดลองใช้ (Try Out) กับกลุ่มผู้เข้าอบรมแพทย์วิถีธรรมที่ศูนย์อบรมฮอมบุญอโศก อ าเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่คล้ายคลึงกับกลุ่มตัวอย่าง จ านวน 30 คน เพื่อตรวจสอบความเชื่อถือได้ (Reliability) ของแบบสอบถามทั้งฉบับ โดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา (α-Coefficient) วิธีของครอนบาค (Cornbach Method) (ธีรวุฒิ เอกะกุล. 2551 : 156) เกณฑ์ที่ใช้หาความเที่ยงของเครื่องมือ เท่ากับ 0.80 ขึ้นไป (ธีรวุฒิ เอกะกุล. 2551 : 157) ได้ผลดังนี้ แบบสอบถามชุดที่ 1 การรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.87 และแบบสอบถามชุดที่ 2 การปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรม ได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.86 11. น าแบบสอบถามที่ได้รับการตรวจแก้ไขแล้วไปใช้สอบถามผู้เข้าอบรมแพทย์วิถีธรรม ในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ กำรเก็บรวบรวมข้อมูล ขั้นตอนในการเก็บรวบรวมข้อมูล มีดังนี้ 1. ผู้วิจัยยื่นแบบเสนอขอหนังสือการรับรองจากคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ และได้รับเลขที่รับรองโครงการจริยธรรม HE-SRRU2-0008 ในวันที่ 16 ตุลาคม 2560 2. ผู้วิจัยน าหนังสือจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ถึงประธานเครือข่ายแพทย์วิถีธรรมภาคเหนือ เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ของการวิจัยและขออนุญาตเก็บ 68 รวบรวมข้อมูลผู้เข้าอบรมแพทย์วิถีธรรม ในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 3. ขอความร่วมมือผู้เข้าอบรม ตอบแบบสอบถามชุดที่ 1 ในวันสุดท้ายของการอบรม 4. น าข้อมูลที่ได้จากการตอบแบบสอบถามตรวจสอบความสมบูรณ์และความถูกต้องของข้อมูลแล้วน ามาวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ 5. ขอความร่วมมือผู้ผ่านการอบรม น าแบบสอบถามชุดที่ 2 กลับไปเพื่อบันทึกผลการปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรม หลังผ่านการอบรมไปแล้ว 2 เดือน และส่งกลับให้ผู้วิจัยทางไปรษณีย์ กำรวิเครำะห์ข้อมูลและกำรแปลควำมหมำยของข้อมูล 1. กำรวิเครำะห์ข้อมูล หลังการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถาม พร้อมทั้งน ามาตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล มาท าการลงรหัสข้อมูลแล้วจึงน ามาประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลตามวิธีการทางสถิติ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ส าเร็จรูป ซึ่งสถิติที่น ามาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล มีรายละเอียดดังนี้ 1.1 วิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยความถี่และร้อยละ เสนอผลการวิเคราะห์ในรูปแบบของตาราง 1.2 วิเคราะห์ข้อมูลการรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรม และการปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมด้วยค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงแบนมาตรฐาน (Standard Deviation) เสนอผลการวิเคราะห์ในรูปแบบของตาราง 1.3 วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้น (การรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์ วิถีธรรม) กับตัวแปรตาม (การปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรม) ของอบรมแพทย์วิถีธรรม ในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่โดยใช้สถิติการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson Product-Moment Correlation Coefficient) เสนอผลการวิเคราะห์ในรูปแบบของตาราง (บุญชม ศรีสะอาด. 2553 : 110) 2. กำรแปลควำมหมำยของข้อมูล 2.1 เกณฑ์การแปลผลเพื่อแบ่งระดับคะแนนการรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรม. และการปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรม โดยผู้วิจัยใช้เกณฑ์การแปลผลโดยรวมและรายข้อ โดยพิจารณาจากสูตรการหาอันตรภาคชั้น (Class Interval) คือ คะแนนสูงสุดลบคะแนนต่ าสุดและหารด้วยจ านวนชั้น (บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. 2553 : 206) ดังนี้ Maximum-MinimumInterval= คะแนนสูงสุด-คะแนนต่ าสุดจ านวนชั้น = (5-1÷5=0.8) เกณฑ์การแปลผลคะแนนการรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมรายข้อ แบ่งเป็น 5 ระดับ ดังนี้ 69 คะแนน 4.21-5.00 หมายถึง มีการรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรม อยู่ในระดับมากที่สุด คะแนน 3.41-4.20 หมายถึง มีการรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรม อยู่ในระดับมาก คะแนน 2.61-3.40 หมายถึง มีการรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรม อยู่ในระดับปานกลาง คะแนน 1.81-2.60 หมายถึง มีการรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรม อยู่ในระดับน้อย คะแนน 1.00-1.80 หมายถึง มีการรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรม อยู่ในระดับน้อยที่สุด เกณฑ์การแปลผลคะแนนการปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมรายข้อ แบ่งเป็น 5 ระดับ ดังนี้ คะแนน 4.21-5.00 หมายถึง มีการปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมอยู่ในระดับมากที่สุด คะแนน 3.41-4.20 หมายถึง มีการปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมอยู่ในระดับมาก คะแนน 2.61-3.40 หมายถึง มีการปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมอยู่ในระดับปานกลาง คะแนน 1.81-2.60 หมายถึง มีการปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมอยู่ในระดับน้อย คะแนน 1.00-1.80 หมายถึง มีการปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมอยู่ในระดับน้อยที่สุด 2.2 เกณฑ์การแปลผลการวิเคราะห์เกี่ยวกับการหาค่าความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ต่อรูปแบบการอบรมแพทย์วิถีธรรมกับการปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรม ของผู้ผ่านการอบรมแพทย์ วิถีธรรม ในส านักวิปัสสนาเกษตรใหม่ อ าเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่โดยใช้สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson Correlation Coefficient) ใช้สัญลักษณ์= r โดยก าหนดระดับนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ใช้เกณฑ์การตัดสินผลการวิเคราะห์ข้อมูลพิจารณาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r) (กัลยา วานิชย์บัญชา. 2546 : 351) โดยก าหนดเกณฑ์การแปลความหมายดังนี้ -0.68 < r < -1.00 แสดงว่า มีความสัมพันธ์สูงในทางลบ (ทิศทางตรงกันข้าม) -0.34 < r < -0.67 แสดงว่า มีความสัมพันธ์ปานกลางในทางลบ -0.000 < r < -0.33 แสดงว่า มีความสัมพันธ์น้อยในทางลบ r = 0 แสดงว่า ไม่มีความสัมพันธ์ไม่สามารถบอกทิศทางได้ 0.0 < r < 0.33 แสดงว่า มีความสัมพันธ์น้อยในทางบวก 0.34 < r < 0.67 แสดงว่า มีความสัมพันธ์ปานกลางในทางบวก 0.68 < r < 1.00 แสดงว่า มีความสัมพันธ์สูงในทางบวก เครื่องหมาย +,- หน้าตัวเลขสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ บอกถึงทิศทางของความสัมพันธ์ โดย r มีเครื่องหมาย + หมายถึง การมีความสัมพันธ์กันไปในทิศทางเดียวกัน (ตัวแปรหนึ่งมีค่าสูง อีกตัวหนึ่งจะมีค่าสูงไปด้วย) r มีเครื่องหมาย - หมายถึง การมีความสัมพันธ์กันไปในทิศทางตรงกันข้าม (ตัวแปรหนึ่งมีค่าสูง ตัวแปรอีกตัวหนึ่งจะมีค่าต่ า) 70 2i2iSS11KKαสถิติที่ใช้ในกำรวิเครำะห์ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ส าเร็จรูปหาค่าสถิติดังนี้ 1. สถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพของแบบสอบถาม มีดังนี้ 1.1 การหาค่าความเที่ยงตรง (Validity) ของแบบสอบถามโดยใช้สูตรดัชนีค่าความ สอดคล้อง IOC (Index of Item-Objective Congruence) ของโรวิเนลลี และแฮมเบิลตัน (Rovinelli and Hambleton, 1977 : 49-60) IOC = ∑RN เมื่อ IOC แทน ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ ∑R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N แทน จ านวนผู้เชี่ยวชาญ 1.2 การหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) โดยใช้สูตรการหาค่าสัมประสิทธิ์เอลฟ่า ตามวิธีของครอนบาค (Cronbach) ใช้กับแบบสอบถามที่เป็นมาตราส่วนประมาณค่า วิธีนี้เรียกว่าการหา (= Coefficient) (บุญชม ศรีสะอาด. 2547 : 96) เมื่อ  แทน สัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น K แทน จ านวนข้อของเครื่องมือวัด 2iS แทน ผลรวมของความแปรปรวนของแต่ละข้อ 2iS แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวม 2. สถิติพื้นฐานที่น ามาวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ 2.1 ค่าร้อยละ (Percentage) (บุญชม ศรีสะอาด. 2547: 96 ) P = fN x100 เมื่อ P แทน ร้อยละ f แทน ความถี่หรือจ านวนข้อมูลที่ต้องการหาร้อยละ N แทน จ านวนข้อมูลทั้งหมด 71 2.2 ค่าเฉลี่ย (X̅) (บุญชม ศรีสะอาด. 2553: 105) สูตร X̅ = ∑xn เมื่อ X̅ แทน ค่าเฉลี่ยกลุ่มตัวอย่าง ∑x แทน ผลรวมของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด n แทน จ านวนคนทั้งหมดในกลุ่มตัวอย่าง 2.3 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) (บุญชม ศรีสะอาด. 2553: 106) สูตร S.D. = √n∑x2-(∑x)2n(n-1) เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน X แทน คะแนนแต่ละตัว 2X แทน ผลรวมคะแนนแต่ละคนยกก าลังสอง 2X)( แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดยกก าลังสอง n แทน จ านวนคะแนนในกลุ่ม 3. สถิติวิเคราะห์ (Analytical Statistic) ได้แก่ การหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการดูแลสุขภาพ,การสนับสนุนทางสังคมกับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหาร โดยใช้สถิติการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson Product -Moment Correlation Coefficient) (ธานินทร์ ศิลป์จารุ. 2552 : 205) สูตร r= n∑XY-(∑x)(∑Y)√[n∑x2-(∑x)2][n∑Y2-(∑Y)2] เมื่อ r แทน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร X กับ Y X แทน ค่าตัวแปร 1 Y แทน ค่าตัวแปร 2 n แทน จ านวนตัวอย่าง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน