สื่อธรรมะพ่อครู(บวร_สัมประสิทธิ์) ตอน บ้าน วัด โรงเรียน กับ สัมประสิทธิ์_.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(บวร_สัมประสิทธิ์) ตอน บ้าน วัด โรงเรียน กับ สัมประสิทธิ์ อาตมาตอนนี้มาเน้นเรื่อง บวร บ้าน วัด โรงเรียน กับ สัมประสิทธิ์ และในสัมประสิทธิ์มันเป็นค่าสูงที่มีตัวแปรยกกำลัง และที่ไม่แปรเต็มที่แต่เป็นตัวเติม osmosis ตัวซึมลึกไม่รู้ตัว แต่ตัวแปรหรือสัมประสิทธิ์ต้องมีเจตนามีความตั้งใจทำ เพื่อเพิ่มทศนิยมความก้าวหน้าเพิ่มขึ้น ต้องมีพลังงานเพิ่มระดับคูณเป็นต้นไป การก้าวหน้ามีระดับ บวก คูณ ยกกำลัง แต่สัมประสิทธิ์ต้องมีอัตราก้าวหน้าถึงขั้นคูณเป็นต้นไป ถ้าบวกก็ยังไม่ถือว่าเป็นสัมประสิทธิ์ อาตมาเรียนรู้ประกาศตนเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็บอกด้วยความจริงใจ และเชื่อมั่นว่าไม่ได้หลอกลวงโกหกหรือเดา เป็นเรื่องจริง ใครจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ ไม่ได้มีกิเลสอยากให้คนมานับถือ ตนเพียงมีเจตนาดีอยากให้ผู้อื่นได้ มาถึงปางนี้ ยุคนี้อาตมาประกาศว่ารู้ดีในคำสอนพระพุทธเจ้า ก็เลยเหมือนโอ้อวด คนที่รู้สึกว่าไม่ชอบใจไม่อยากให้อวดก็ค้านมาก็ดี อาตมาก็ฟัง แต่อาตมาว่าตนยืนหยัดยืนยันไม่ได้ดื้อดึงดันทุรัง ดื้อดึงดันทุรังนี้มีตัวตนมากจะเอาชนะคะคาน แต่ยืนหยัดยืนยันนี้ไม่มีตัวตนไม่ได้ต้องการเอาชนะ แต่ยืนหยัดทำเพื่อผู้อื่น ตนเองดีไม่ดีเสีย ที่คนอื่นเข้าใจไม่ได้ แล้วตำหนิด่าทอด้วย ยิ่งหาพวกมากมาสู้ด้วยซ้ำ อาตมาเน้นบวร มีสามเส้าของสังคม บ้านคือสังคมที่รวมกันอยู่ หมู่บ้านคือบ้านหลายหลังมารวมกัน มีสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงใกล้ชิด อุปโภคบริโภค กินใช้ร่วมกันเป็นสังคมเป็นชุมชน ถ้ามากขึ้นเป็นอำเภอ จังหวัดก็ห่างไกลไปเรื่อยๆ อันนี้จะเป็นอันเล็กๆ หมู่บ้านควบแน่นกันมากๆ osmosis การไหลซึมก็ยิ่งดี ถ้ายิ่งแปะชิดกันเลย เราเคยได้ยินผู้รู้ว่า เราเอาตำรามาหนุนหัว แม้ไม่ได้อ่านจะมีพลังซึมซับ osmosis จะเป็นไปได้
อ่านต่อ
หรือไม่ก็เป็นการเปรียบเทียบว่ามีการชิดใกล้อย่างไรก็ซึมซับไปหากัน โดยเฉพาะเป็นคนที่มีวิญญาณ แต่หนังสือไม่มีวิญญาณถ้าคุณไม่อ่านก็ไหลเข้าหาไม่ได้ แต่อ่านแล้วจะรู้จะเข้าใจหรือไม่ก็มีการซึมซับ เข้าไปในฮาร์ดดิสก์ ในอนาคตก็อาจเอาไปใช้ได้ สัมประสิทธิ์ต้องมีต้นทุน เป็นพลังงานคงที่ อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา เป็นของคนใดๆ แม้เป็นของอุตุ พีชะก็มีสิ่งนั้น มีพลังงานเคลื่อนที่ หรือพลังงานลบ เป็น dynamic หรือ kinetic ทำงานร่วมกันกับพลังงานบวกหรือคงที่ รวมกันเป็นพลังงานที่สาม ถ้าใกล้ชิดมากก็จะมีการเกิดปฏิกิริยาสูง พระพุทธเจ้าตรัสว่ามิตรดีสหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดีเป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์ พวกเราอย่าประมาท คำว่าประมาทนี้เลวร้ายมาก ประมาทรื่นเริงกับโลกเขาอยู่... ให้มารวมกันกับแกนแก่น ที่รวมกันแล้วเป็นชุมชนสาธารณโภคี ที่สูงสุดแล้ว อยู่อย่างสงบ อุดมสมบูรณ์ อยู่อย่างเป็นหลักแกนให้สังคมโลกเลย สังคมอโศกเรามีแล้ว แล้วก็มาอยู่อย่างถ้าเข้าใจแล้ว ข้าวมีกิน ดินมีเดิน ตะวันมีสอง พี่น้องมีเสร็จ เห็ดมีเก็บ ป่วยเจ็บมีคนรักษา ขี้หมามีคนช่วยกวาด ผ้าขาดมีคนช่วยชุน บุญต่างคนต่างศึกษาให้เข้าใจและทำ บุญคือการเอาออกสละออก แต่ว่าเขาเข้าใจผิดว่าเป็นการเอาเข้าหรือได้มา ไม่มีใครเข้าใจคำนี้แล้วยุคนี้ มีอาตมารู้คนเดียว ก็เลยโดนท้วงว่าเก่งคนเดียวรู้คนเดียว อาตมาพูดความจริง สังคมเกื้อกูลกันเอื้อเฟื้อกัน ช่วยเหลือกัน เราให้ท่าน ท่านให้เรา ถ้าใครเอามาให้เราแต่เรามีแล้วก็ขอบคุณ ถ้าเราไม่มีก็แจ๋วเลย เราไม่มี เรานึกไม่ถึง ถ้าสิ่งดีเราต้องการก็ยิ่งประเสริฐเลย ถ้าผู้มีเจตนาความรู้ อันประเสริฐในสังคมโลก อาตมาก็อยากเร่งพวกเราว่าตอนนี้ น่าจะฉวยโอกาส คือโลกกำลังเริ่มรู้ เพราะฉะนั้นเมื่อเรารู้เราก็ควรจะต้องรีบมาช่วยกันทำสิ่งนี้ให้เจริญเร็วๆ หมู่เราเกิดแล้วเป็นแล้วก็รีบรวมตัวเพื่อให้เกิดพลังงานดี รูปธรรมที่ดีตัวอย่าง idol ที่ดี ทุกวันนี้ตื่นตัวกันทั่วโลกแล้ว Globolization รู้กันทั่ว ก็ช่วยกันได้เร็ว เรามาสร้างร่วมกัน ตัวเราเองก็เจริญด้วยคุณเป็นโมเลกุลหนึ่ง จะอ่อนแอหรือแข็งแรง ตกมาในสนามแม่เหล็กที่ถูกต้อง ก็จะปรับโมเลกุลใดก็แล้ว แต่โยนเข้ามาก็จะมาถูกพลังแม่เหล็กช่วยปรับตัวเราให้เข้าทิศทาง เป็นความถูกต้องแม้แต่อธิบายเชิงฟิสิกส์ก็ตรงกัน คำตรัสของพระพุทธเจ้าไขความทั้งฟิสิกส์และนามธรรม ตรงกัน ก็เลยอยากจะเร่ง ให้สบายเบา ประชากรโลกเพิ่มปฏิภาคทวี คนที่มาเกิดเพิ่มขึ้น ก็มาจากอวิชชามากกว่าวิชชา ถ้าเราเพิ่มคนมีวิชชาก็จะช่วยโลกได้ ต้านสิ่งเดือดร้อนวุ่นวาย ถ้ามันไม่ทันโลก(มีอัตราก้าวหน้าของอวิชชา) เราก็จะได้รับผลนั้นมาถึงเราด้วย จะบอกว่าเราเห็นแก่ตัว ช่วยตัวเองรอดก่อนก็ถูก แต่เพื่อผู้อื่นด้วย อย่าประมาท เราเจริญขึ้นไม่ได้เสียอะไร เพราะฉะนั้นอย่าประมาท คนเราบางคนเข้ามาได้แล้ว รู้ดีด้วย ส่วนคนไม่รู้ก็มาได้ยาก พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่ายิ่งเป็นโลกุตระหากไม่มียินดีฉันทะอะไรก็ไม่ก้าวหน้าไม่เริ่มต้น จิตวิญญาณมนุษย์หากไม่ยินดี ยัดเข้ามาก็ไม่เอา ถ้าเรายินดีแม้ไม่มีภูมิปัญญาก็เข้าได้ ยิ่งมีภูมิปัญญาก็ยิ่งเข้าได้ดี พวกเรานี้อย่าช้าเลย ความต้องการของโลกของสังคมก็ต้องการ เราเองก็น่าจะเจริญอย่าช้า คนที่สูงแล้วลดตัวลงมาต่ำได้แล้วไม่เสีย แต่คนที่ยัังไม่สูงลดลงมาต่ำนี้เสียเลย นรกดึงไปไม่ขึ้นได้ง่าย แต่คนมีพลังของตนแล้ว โลกเอาไปไม่ได้ ลดตัวเองมาได้ประมาณหนึ่ง ทำเหมือนอย่างกับคนต่ำ เพื่อช่วยเขา ตนเองก็จะได้ทดสอบตนเองต้องแข็งแรงเพิ้มเติม เกื้อกูลคนอื่นด้วย แต่ถ้าลดไปมากๆจะเสียเวลา สิ่งเสถียรแล้วถ้าลดต่ำลงไปก็ไม่พอดี ต้องไปใช้วิบากอีกนานกว่าจะมาได้อีก วิบากมาเหมือนหมาไล่เนื้อลากเราไปก็เสียเวลา เราต้องประมาณในการช่วยคนอื่นให้พอดี ถ้าผู้สูงลดมาช่วยคนต่ำ ก็จะไปได้ แต่ถ้าเจริญแล้วไม่มาช่วยเจริญแล้วหายไป ตัดไปเลย อุจเฉทิฏฐิ อย่างเถรวาท อรหันต์ตายแล้วสูญไม่ต่อได้ อรหันต์ก็สั้นลง จนหมดไป ไม่มีการต่อเชื้อเลย ความเข้าใจผิดอุจเฉทิฏฐิชนิดนี้ทำให้บรรลัยจักรเลยทำให้สูญ คนไม่มีภูมิปัญญาก็ทำ แต่ดีมีคนรู้แล้วทำคืนอธิบายให้คนรู้ว่าอย่าไปหลงตามอุจเฉทิฏฐิพวกนี้ ตนเองบรรลัยไม่พอดึงคนอื่นไปด้วย ยุคใดกัปป์ใดมีคนเลวพวกนี้มาก ก็จบเลย อรหันต์ก็ไม่เหลือ จนกว่าจะต้องมีกัปป์ใหม่ พัฒนากันใหม่ใช้เวลานานอีกเท่านานเลย สรุปแล้วจุดเน้นคือพวกเราชุมนุมกันแล้ว อาตมามั่นใจว่าได้ติดชิปให้พวกเราไปแล้ว อย่าไปเสียเวลาประมาทกับสิ่งล่อภายนอกมาก ลาภ ยศ สรรเสริญ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อัตตามันก็ล่อไปเสียเวลา คุณมาเจริญแล้วสูงสุดอยากจะเป็นโพธิสัตว์อีกนานเท่าไหร่ก็ได้ อย่างพระอวโลกิเตศวรก็จะช่วยให้คนบรรลุอรหันต์หมดโลกก่อน ตนเองถึงปรินิพพาน อาตมาเห็นว่าเป็นปณิธานที่สุดยอด แต่อาตมาไม่ขอทำแบบนั้นด้วยหรอก บ้าน ในหลังปกอันนี้ต้อนรับอาตมาขึ้น 7 รอบนักษัตร บ้าน วัด โรงเรียน บ้าน คือสังคมทั้งหมดที่เราอยู่ร่วมกัน วัดคือ ธรรมะ โรงเรียนคือการศึกษา สามเส้านี้ บ้าน วัด โรงเรียนจะซึมซับหากัน มาอยู่ในหมู่บ้านนี้ก็จะซึมซับกันไปได้ เพราะหมู่บ้านนี้มีสัมประสิทธิ์แล้ว จะซึมซับละเอียดมีสภาวะจริง ความจริง ความรู้ สองอย่างที่เป็นโลกุตรธรรม จะมีความจริงกับความรู้สองอันหลักๆ จะแทรกซึมเข้าไปให้กับทุกคนที่คือสัจจะของบวร บ้าน วัด โรงเรียน คุณจะไม่ประสีประสาก็จะซึมซับได้ เพราะต้นทุนของหมู่ตัวแกน constant ตัวคุณธรรมคุณวิเศษที่คงที่มีอยู่แล้ว มีพลังงาน kinetic หรือ dynamic อยู่แล้ว พลังงานทั้งแกนและเคลื่อนไม่เสื่อม ตัวแปรเป็นพลังงานเคลื่อน เคลื่อนนี้จะมีคุณภาพก้าวหน้า แต่ก่อน kinetic หรือ dynamic ก็มีในนิวเคลียสบวกลบอยู่แล้ว แล้ว dynamic ที่จะก้าวหน้าก็จะช้าได้ เพราะกำลังมีแค่บวกอันอื่นทำอะไรมันได้ จนเป็นพลังงานระดับคูณ คูณคือเกินกำลังของสิ่งอื่นจะมาลดลงได้ มันจึงจะพาก้าวหน้าได้ ยิ่งยกกำลังแล้วยิ่งเจริญไปใหญ่เลย คือเงื่อนไขของสัมประสิทธิ์ ในสังคมมีสัมประสิทธิ์สมบูรณ์แล้วคุณจะอ่อนแอหน้านองน้ำตามาก็เจริญได้ ให้มันตายลงเลย เอาเลย ตายแล้วรับรองมีเชื้อเจริญต่อข้ามชาติได้ คุณสมบัติอย่างนี้เป็นคุณสมบัติที่แม้เราต้องน้ำตานองหน้าลำบากก็ยิ่งต้องพากเพียร ถ้ายิ่งได้โดยไม่ยากไม่ลำบากก็ สบม.ทมด.ปกต.หห สังคมโลกทุกวันนี้ต้องการ เขารู้แล้วในหลวง ร.9 เป็น idol แล้ว เราเป็นตระกูลเดียวกับท่านโดยธรรม เราก็ต้องพยายามเสริมหนุนคุณสมบัติวิเศษนี้ให้แก่โลกที่ท่านก็พยายมทำ เราก็ช่วยต่อให้เจริญ กาละนี้มันต้องเร่งรัด คล้ายๆกับว่า น้ำขึ้นให้รีบตัก เหล็กกำลังร้อนๆต้องรีบตี จะว่าฉวยโอกาสก็เป็นกาละอันควร ไม่ได้เร่งรัดเพื่อให้เกิดการได้เปรียบหรือไปทางเลว มีแต่เป็นไปในทางดี อนุโลมในกัปป์นี้ กัปป์นี้จึงหมดอายุศาสนาพุทธอีกสองพันกว่าปี เมื่อหมดกัปป์นี้ของพระสมณโคดมแล้ว กัปป์ต่อไปจะเป็นอย่างไรไม่ขออธิบายวันนี้ ในขณะนี้ยุคกัปป์นี้ที่ยังไม่หมดกัปป์นี้ของพระสมณโคดม เราก็ทำไปจนสิ้นกัปป์ ต่อไปก็ไม่ใช่หน้าที่เราแล้ว ผู้ที่จะเข้าไปสู่การเป็นพระพุทธเจ้าจะต้องมาเกิดในปลายกัปป์เพื่อให้มีเหตุปัจจัยให้ไปสู่การเป็นพระพุทธเจ้าได้ ต้องไปเรียนรู้ให้ครบ 600624_พ่อครูเอื้อไออุ่น งานคืนสู่เหย้า นศ.ปธ.สวนบุญผักพืช