สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตย 28 ข้อ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตย 28 ข้อ อาตมาได้นิยามคำว่าประชาธิปไตยไว้ 28 ข้อ
ประชาธิปไตยดีสุดต้องโลกุตระ ประชาธิปไตยที่ไม่มีกษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็จะต้องมี“การเลือกตั้ง”จากประชาชนเป็นธรรมดา ซึ่งเป็นประชาธิปไตยขาเดียว “ประชาธิปไตยขาเดียว”หมายความว่า ประชาธิปไตยที่มีแต่“ระบบประชาชน”เท่านั้น ไม่มี“ระบบกษัตริย์”ในประเทศนั้นๆ ส่วนประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะมีความเป็นจริงของภาวะจริงแห่ง“กษัตริย์”ที่ทรงมีทั้ง“เลือดแห่งกษัตริย์” และทรงมีทั้ง“วิญญาณแห่งกษัตริย์” ซึ่งครบสมบูรณ์ในความเป็นมนุษย์ คือ ในความเป็น“มนุษย์”นั้นต้องสัมบูรณ์ด้วย“เลือด” โดยเฉพาะสำคัญยิ่งต้องสัมบูรณ์ด้วย“วิญญาณ” หากสังคมประเทศที่มีกษัตริย์ก็ชื่อว่าเป็น“ประเทศที่มี“วิญญาณ” หากกษัตริย์ในประเทศนั้นทรงมี“วิญญาณ”ที่เป็นประชาธิปไตยก็จะไม่ต้องมี“การเลือกตั้ง”โดยประชาชน มีแค่“การซาวเสียงกัน”ในหมู่ชนนั้นๆ เลือกผู้เหมาะสมขึ้นมาทำหน้าที่ในแต่ละเขตชุมชน แต่ละตำแหน่งหน้าที่ ก็เป็นไปได้แล้ว ส่วนตำแหน่งหน้าที่สำคัญๆสูงในขีดขั้นต้องบริหารประเทศนั้น กษัตริย์ทรง“แต่งตั้ง”ก็เพียงพอแล้ว เพราะกษัตริย์นั้นจะมี DNA สืบสันตติวงศ์ เมื่อทรงเป็นประมุขคู่รัฐ ชื่อว่าประชาธิปไตย 2 ขา และกษัตริย์จะทรงมี “ทศพิธราชธรรม” ในพระจริยวัตรแท้ เมื่อสัมบูรณ์ด้วย“เลือด” โดยเฉพาะสำคัญยิ่งสัมบูรณ์ด้วย“วิญญาณ”ก็สัมบูรณ์ความเป็นประชาธิปไตย 2 ขา ก็จะมี “ประชาราชสมาศัย” เป็นนาม-รูป ต่างอาศัยซึ่งกันและกัน ครบครันเต็มความเป็น“สัตว์โขลง” และเป็น“สัตว์สังคมมนุษย์” ไม่เอียงโต่งอยู่แค่ เป็น“มนุษย์ที่มีแต่เลือดแต่ไม่มีวิญญาณ” ซึ่งสำคัญมากเพราะเป็นธรรมะ 2 คือ เลือดกับวิญญาณ แล้วจะสามารถมีคุณธรรมขั้นโลกุตร
อ่านต่อ
ะได้ จึงชื่อว่า ประชาธิปไตย ๒ ขา ธรรมะต้องเป็นโลกุตระจริง คือล้างความเป็นตัวตน จนหมดตัวตน แล้วรับใช้ประชาชน ด้วยธรรมะที่เป็นโลกุตระนั้นๆ ไม่อย่างนั้นจะต้องใช้วิธี“เลือกตั้ง”กัน และจะมีการโกงกันหรือใช้กลเม็ดในการจะได้รับเลือกตั้งกันไปตลอดกาลนาน ดังที่เป็นกันอยู่ในโลก ถ้ากษัตริย์ไม่มีโลกุตรธรรม เป็นโลกุตรบุคคล ก็จะไม่มีเชื้อโลกุตรธรรมในสังคมนั้น เพราะกษัตริย์ต้องมีสันตติวงศ์ที่สืบทอดด้วย “กฎมณเฑียรบาล” หล่อหลอมสร้างมาทุกชาติทุกชาติ อยู่ดีๆสัตว์โลกที่ไม่ได้สั่งสมวิบากที่เป็นกุศล มานานนับชาติมากเพียงพอจะเป็นกษัตริย์ไม่ได้ แม้เป็นได้ก็ไม่มีทศพิธราชธรรมเพียงพอ ก็ยังไม่ดี ใช่มั้ย เป็นกษัตริย์ที่มีพระจริยวัตรอันประเสริฐอย่างเป็นจริงมีรูปธรรม เป็นสมมุติธรรมให้สัมผัสได้เป็นสากล ยิ่งเป็นโลกุตระ ก็ดีทั้งสมมุติที่เป็นสากล และดีทั้งปรมัตถ์คือคุณธรรม พระจริยวัตรนั้นทรงงานเพื่อประชาชนที่มีรูปธรรม ยืนยันจับต้องได้ ยังมีปริมาณของสมมุติมากมายให้เห็นให้รู้ได้จริง ส่วนปรมัตถ์ก็อยู่ในพระองค์ ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีพระจริยวัตรอันประเสริฐอย่างเป็นจริง มีรูปธรรม เป็นสมมุติธรรมให้สัมผัสได้เป็นสากลอย่างในหลวงร.9 ที่ทรงงานมาตลอด 70 พรรษา ก็สัมผัสผลงานจริงได้แท้ ค้านแย้งไม่ได้ พระจริยวัตรนั้นๆแม้จะเป็นงานเพื่อประชาชนที่มีนามธรรมยืนยันอยู่ แต่มีคุณภาพของปรมัตถสัจจะ ที่เป็นโลกุตรธรรม ที่ลึกซึ้งมากมายให้รู้ได้จริง ได้เท่าที่ทรงมีจริง นั้น มีรูปธรรมเห็นได้ อ่านออก ประชานก็จะเทิดทูนนับถือ จนถึงขั้น ขณะนี้ แสดงออกถึงขั้น ฮือฮา แสดงออกถึงความเคารพบูชาเทิดทูนความเป็นประชาธิปไตย พระจริยวัตรที่ทรงงานรับใช้ประชาชนมา 70 ปี ประชาชนฮือฮา อย่างที่ประเทศไทยกำลังเป็นอยู่ ที่เป็นประชาธิปไตยที่มีธรรมะเป็นโลกุตระ ประชาชนที่ขานรับ ด้วยความตั้งใจที่จะทำตามพ่อสอน เพราะท่านทรงทั้งทำทั้งพูด ทรงมาหมด แม้จะทรงพูดน้อย แต่ก็สอดคล้องเป็นโลกุตระ โลกุตระคือไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อส่วนรวม เพื่อมวลประชาชนอย่างแท้จริง ฉะนี้แลประชาธิปไตย คือประชาชนส่วนใหญ่เป็นผู้ได้ประโยชน์(หิตายะ)ได้รับความสุข(สุขายะ) ความเป็นประชาธิปไตยตามข้อต้นๆมานั้น แม้จะมีคุณภาพพอประมาณยังไม่มากนัก ทว่าก็มีพอยืนยันยอมรับได้ เพียงแต่ยังไม่ใช่กาละอันถ้วนถึงเท่านั้น ซึ่งยังมีอัตราการก้าวหน้าของ“สัมประสิทธิ์”(coefficient) ยืนยันได้จริง ที่ซึมลึกไหลถ่ายเทสืบทอดเป็น“ออสโมซิส”(osmosis)อยู่ ก็พอจะชื่อว่าเป็นประชาธิปไตยที่มีแต่เจริญก้าวหน้าไม่หยุดอยู่กับที่(coefficient) ถ้าแม้นความเป็นประชาธิปไตยในสังคมประเทศนั้นมีไม่พอถึงขั้นข้อ 17 จึงจำเป็นต้องมีวิธีการ“เลือกตั้ง” โดยให้ประชาชนลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง แต่ถ้าคุณภาพของความเป็นประชาธิปไตยตาม 17 ข้อนั้น ยังไม่มี“สัมประสิทธิ์”(coefficient) ยืนยันได้จริง ที่ซึมลึกไหลถ่ายเทสืบทอดเป็น“ออสโมซิส”(osmosis)อยู่จริง ก็ยังไม่ชื่อว่าเป็นประชาธิปไตย เมื่อยังไม่ใช่ประชาธิปไตยที่จริง จึงต้องใช้วิธี“เลือกตั้งโดยประชาชน” หากเป็นประชาธิปไตยที่จริงแล้ว ไม่ต้องมีวิธี“เลือกตั้งโดยประชาชน” แค่… “ซาวเสียงกัน”ในหมู่ชน ตามข้อ 6 และกษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามข้อ 7 สังคมก็สงบเรียบร้อยอบอุ่นสัมบูรณ์แล้ว เพราะประชาชนและสังคมจะมี“อิสระเสรีภาพ-ภราดรภาพ-สันติภาพ-สมรรถภาพ-บูรณภาพ”ที่ทรงสภาพมี“สัมประสิทธิ์”(coefficient)ที่ซึมลึกไหลถ่ายเทสืบทอดเป็น“ออสโมซิส”(osmosis)อยู่จริง อยู่ตลอดไป
พ่อครูว่า...ไม่ต้องไปคำนึงถึงปีไหนหรอกที่ว่าจะให้มีการเลือกตั้ง ถ้ายังไม่ดี อย่าไปแคร์ปากหอยปากปู สมณะเพาะพุทธว่า...มีคนถามว่าให้พ่อครูตอบปัญหานายกฯ 4 ข้อ พ่อครูว่า...ก็ให้เอาอันนี้ไปตอบเลย 28 ข้อนี้ สมณะเพาะพุทธว่า...ถ้าคำตอบของพ่อครู ตรงใจ ก็ตอบตามนี้
600625_วิถีอาริยธรรม สันติอโศก ประชาธิปไตยโลกุตระ 28 ข้อ