สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ_สังกัปปะ 7) ตอน วิตกกับวิจาร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ_สังกัปปะ 7) ตอน วิตกกับวิจาร _พุทธพิมพ์ไพร ชวนนทกิจ กราบเรียนถามพ่อครูค่ะว่า ตัววิตก วิจารณ์ ที่พ่อครูบอกว่าต้องมีเพื่อที่จะเดินฌานให้ได้ นี้ต่างหรือเหมือนกับตัวโยนิโสมนัสิการอย่างไรคะ พ่อครูว่า...ถามว่า วิตก วิจาร คนที่ปฏิบัติธรรม ก็คงจะได้ฟังคำสองคำนี้ ผู้ปฏิบัติธรรมจิตเป็นฌาน ฌาน 1 ต้องมีวิตกวิจารเป็นตัวแรกเลย มีปีติ สุข ยังไม่ถึงอุเบกขา แต่องค์รวมต้องไปสู่อุเบกขา อุเบกขาเป็นฐานนิพพาน วิตก อธิบายเป็นภาษาง่ายๆคือจิตที่เริ่มเกิดมา ถ้าเริ่มโผล่มานี่ จิตเริ่มดำริ เริ่มมีจิตริเริ่มที่จิต เรียกว่า วิตก พอเริ่มมาจิตจะมีอาการ มีพฤติ มีความประพฤติของจิต เรียกว่า จาระ วิจาระ แปลว่า ต้องรู้อย่างยิ่ง ว่า จาร คืออะไร เวลาปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้า ต้องรู้จัก ตักกะ กับ จาระ ต้องรู้อย่างยิ่ง อ่านอาการตักกะอย่างไร จาระอย่างไร คือการจิตตั้งแต่เริ่มจนมีพฤติ มีการเริ่ม1 พอปรุงแต่ง มีลวดลายลีลา คุณต้องมีธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ อ่านวิเคราะห์ว่ามันมีตัวอกุศลเหตุ ปรุงแต่งร่วมอยู่ด้วยไหม การปฏิบัติธรรมต้องมีพิจารณา ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์เป็นตัวหลัก อ่านอาการ ไม่ใช่นั่งหลับตา ไม่กระดุกกระดิก แต่พระพุทธเจ้าให้อ่านอาการกระดุกกระดิกของจิตที่มีกิเลสปนมา แล้วจัดการกิเลสให้เบาหรือดับลงได้ นี่คือการปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้า แต่ทุกวันนี้ให้ไปนั่งสะกดจิตไม่คิดไม่นึกอะไรเลย เขาลัดเลยว่าให้จิตอุเบกขา คือจิตหยุดว่างเฉย เข้าใจผิด พาซื่อเป็นเคหสิตอุเบกขาเวทนาไม่ใช่เนกขัมสิตอุเบกขาเวทนา ใช้กดข่มกดหัวมันเลย เป็นคนละวิธีการของพระพุทธเจ้าเลย เขาให้จิตจดจ้องให้จิตหยุดกับอันนั้น เป็นสะกดจิตแท้ ไม่มีอะไรก็ให้เพ่งนิ้วมือตนหรือเพ่งที่หน้าผากตนเอง หรือเพ่งลมหายใจเข้าออก ดินน้ำไฟลม เป็นกสิณ
อ่านต่อ
ของโบราณอาจารย์ อรรถกถาจารย์ อื่นๆเอามา ซึ่งมันเพี้ยนไปแล้ว เขานึกว่าถูกต้องอีก การจะรู้จักวิตกวิจารณ์ จึงเป็นทางพิสูจน์ได้ คนปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าจะรู้จัก จิตตักกะ วิตักกะ คือวิตกนี่แหละ ในวิตกมีวิจัยวิจารณ์ วิจัย จิตที่เราดำริ มีพฤติกรรม เป็นจาระ คุณต้องวิจัยมัน มีธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ แยกแยะว่ามีกิเลสอยู่ไหน แล้วฆ่ากิเลสอย่าไปดับจิตหมด มันก็เสียสภาพจิตไปเฉยๆ ไม่ได้ดับสิ่งควรดับ คือกิเลส
600625_วิถีอาริยธรรม สันติอโศก ประชาธิปไตยโลกุตระ 28 ข้อ