บุญไม่ใช่กุศล บุญคือนักฆ่ากิเลส.docx
เนื้อหาในไฟล์
บุญไม่ใช่กุศล บุญคือนักฆ่ากิเลส _Took Aswin (ตุ๊ก อัศวิน) : ขอโอกาสเจ้าค่ะ..ในหนังสือเปิดยุคบุญนิยมเล่ม๒ หัวข้อ๓๙๖/หน้า ๒๘๖ พ่อครูท่านเขียนว่า "บุญ" ที่เป็น "๑" คือ "บุญ" ที่อาศัยทำงาน เมื่อทำงานสำเร็จ กำจัดกิเลสหมดสิ้น ก็เสร็จ"หน้าที่บุญ" ก็ "๐" ไป หมายถึง "๐" = สูญ คือ สูญทั้งกิเลส และ สูญทั้งขันธ์๕ ใช่ไหม..เจ้าคะ พ่อครูได้โปรดอรรถาธิบายไขให้เกิดความกระจ่าง..ด้วยเถิด!เจ้าค่ะ พ่อครูว่า... ที่อาตมาหมายคืออรหันต์เป็นคน ปุญญปาปปริกขีโณ ไม่มีบุญไม่มีบาปแล้ว เพราะว่าบุญเป็นเครื่องมือกำจัดกิเลส เมื่อกิเลสหมดในตนเองแล้ว อย่างอาตมาเป็นคนไม่มีบุญ พระพุทธเจ้าท่านก็ตรัสเองว่า ท่านเป็นผู้ไม่มีบุญไม่มีบาป ปุญญปาปปริกขีโณ คนยังเข้าใจคำว่าบุญนี้อย่างถ้วนรอบสมบูรณ์ในนิยามของมัน ยาก ทุกวันนี้ยิ่งศาสนาพุทธโลกุตรธรรมเสื่อม ก็เลยไม่รู้ว่าคำว่าบุญนี้มีนิยามสุดยอด ทุกวันนี้ไปเข้าใจคำว่าบุญเป็นกุศลเป็นความดีงาม ซึ่งอาตมาก็พยายามอธิบายว่าบุญเป็นเพชฌฆาตด้วย เป็นนักฆ่า ซึ่งไม่ใช่ความดีงามเลย เป็นคนไม่มีบุญไม่ต้องใช้บุญ อันนี้สุดยอดแล้ว คนที่จะต้องใช้บุญอยู่คือคนที่ยังมีชนักยังมีเรื่องที่จะต้องอาศัยมือปราบ อาศัยเพชฌฆาตนี้มาทำร้ายสิ่งที่เลวร้ายอยู่ในตัวเรา ต้องอาศัยสภาพนี้ ซึ่งมันซ้อนอยู่ในเราเองต้องสร้างพลังงานนี้ เพื่อกำจัดตัวผีร้ายในตัวเราเองให้ได้ ทุกวันนี้คนเข้าใจบุญไม่ได้แล้ว จนต้องใช้คอลัมน์หนังสือเราคิดอะไรว่าเปิดยุคบุญนิยม เขียนเป็นหนังสือปึกเบ้อเร่อ ขยายคำว่าบุญ ก็ไม่ง่าย คนพวกเราก็เข้าใจความจริงได้บ้างแต่คนข้างนอกยาก ยังเข้าใจคำว่าบุญตามนิยามของพุทธเจ้าได้ชัดไม่ได้ บุญไม่ใช่กุศล บุญจะว่าเป็นอกุศลก็ไม่ได้ทีเดียว มันไม่ใช่ทั้งกุศลและอกุศล มันมีหน้าที่ปราบกิเลส กิเลสนั้นเป็นอกุศลแน่ แ
อ่านต่อ
ต่นี่กิเลสนี้มันแย่ยิ่งกว่าอกุศลอีก เพราะฉะนั้นต้องใช้มือระดับบุญเลยปราบ ผู้ที่จะล้างด้วยพลังงานชั้นบุญได้สำเร็จ บุญนี้มันต่อหางฌานที่ 4 เป็นตัวที่จะทำให้เกิดอุเบกขา อุเบกขาคือกิเลสหมดเกลี้ยงสะอาด ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา นี่คือองค์ธรรม 5 ของอุเบกขา ผู้ที่ทำฌานที่ 4 ได้จะมีผลของฌานเป็นอุเบกขาชัดเจน ฆ่ากิเลสไม่ได้ฆ่าด้วยกดข่ม แต่ฆ่าด้วยปัญญาอันยิ่ง ต้องสร้างปัญญาอันยิ่ง ฌานคือปัญญา ปัญญาคือฌาน สร้างปัญญาอันยิ่งที่ทำให้กิเลสตายเด็ดขาดเลย ตายไม่มีกลับมาอีกเลย อาตมาพยายามอธิบายความลึกซึ้งเท่าที่พอจะมีปัญญาอธิบายได้ก็ติดตามฟังไปก็แล้วกัน อาตมาพยายามอธิบายถึงสภาวะธรรมความเป็นจริงของมัน ทุกวันนี้แม้จะใช้พยัญชนะอธิบายอย่างไร มันก็ไม่ถึงความจริงทีเดียวหรอก ผู้จะถึงความจริงอย่างแท้จริงได้ต้องฟังความหมายที่นิยามไปอย่างละเอียดแล้วเอาไปปฏิบัติ แล้วจะได้รู้จักรู้แจ้งรู้จริงความจริงนั้นได้ด้วยตนเอง ตนเองถึงจะรู้จักอันนั้น บัญญัติแท้ๆนั้นมันบอกความจริงไม่ได้ชัดเจนทั้งหมดหรอก 640910_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เทวนิยมมีหลากหลายศาสดาแต่พุทธมีศาสดาเดียว