สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน มีสัญญากำหนดรู้อัตตา 16 ชนิด.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน มีสัญญากำหนดรู้อัตตา 16 ชนิด ในพระไตรปิฎกที่ท่านตรัสถึงอัตตา ล.๙ ในพรหมชาลสูตร ข้อ ๔๖ อัตตาเหนือการตายแล้วมีสัญญา คือต้องมีสัญญากำหนดรู้นะ ไม่ใช่งมงายแบบไม่มีสิ่งที่จะรู้ แต่มันมีสัญญา ทิฏฐิย่อมบัญญัติว่าอัตตาเหนือการตายมีสัญญา ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์พวกนั้น มีทิฏฐิว่าอัตตาเหนือขึ้นไปจากการตาย มีสัญญา ย่อมบัญญัติว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญา ด้วยเหตุ ๑๖ ประการนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่มีทิฏฐิว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญา ย่อมบัญญัติว่าอัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญา สมณพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ย่อมบัญญัติด้วยเหตุ ๑๖ ประการนี้เท่านั้น หรือแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ไม่มี ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องนี้ตถาคตรู้ชัดว่า ฯลฯ เพราะไม่ถือมั่น ตถาคตจึงหลุดพ้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้แล ฯลฯ ที่เป็นเหตุให้กล่าวชมตถาคต ตามความเป็นจริงโดยชอบ [๔๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง มีทิฏฐิว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญา ย่อมบัญญัติว่าอัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญา ด้วยเหตุ ๑๖ ประการ ก็สมณพราหมณ์ผู้เจริญเหล่านั้น อาศัยอะไร ปรารภอะไร จึงมีทิฏฐิว่าอัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญา ย่อมบัญญัติว่าอัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญาด้วยเหตุ ๑๖ ประการ ? สมณพราหมณ์เหล่านั้นย่อมบัญญัติว่า เบื้องหน้าแต่ตาย ๑๙. (๑) อัตตาที่มีรูป ยั่งยืน มีสัญญา ๒๐. (๒) อัตตาที่ไม่มีรูป ยั่งยืน มีสัญญา (ที่ว่าไม่มีรูป คือมันมีสภาวะแต่น้อยมาก จนไม่สามารถกำหนดรู้ได้ง่ายๆ อย่างอาฬารดาบส แกไม่สามารถกำหนดรู้ได้ แต่อุทกดาบสรู้ว่ามีละเอียดกว่าอีก รู้ได้ คือเนวสัญญานาสัญญาฯกับอากิญจัญฯ คุณฟังแล้วเข้าใจว่าอุทกดาบสเหนือกว่
อ่านต่อ
าอาฬารดาบส ก็จะไปรู้ของคุณเอง คุณทำได้ก็จะไม่ต้องเชื่อใครเลย เชื่อของคุณเอง) ๒๑. (๓) อัตตาทั้งที่มีรูป ทั้งที่ไม่มีรูป ยั่งยืน มีสัญญา (อันนี้เป็นธรรมะสองเอาทั้งสองอย่างเลย ก็มีสัญญาอยู่เช่นเดิม เพราะมันยังยั่งยืนอยู่ ยังไม่ปรินิพพาน) ๒๒. (๔) อัตตาทั้งที่มีรูปก็มิใช่ ทั้งที่ไม่มีรูปก็มิใช่ ยั่งยืน มีสัญญา ๒๓. (๕) อัตตาที่มีที่สุด ยั่งยืน มีสัญญา ๒๔. (๖) อัตตาที่ไม่มีที่สุด ยั่งยืน มีสัญญา ๒๕. (๗) อัตตาทั้งที่มีที่สุด ทั้งที่ไม่มีที่สุด ยั่งยืน มีสัญญา ๒๖. (๘) อัตตาทั้งที่มีที่สุดก็มิใช่ ทั้งที่ไม่มีที่สุดก็มิใช่ ยั่งยืน มีสัญญา (จะปฏิเสธแต่มันก็มีเพราะยั่งยืนอยู่ คนที่มีวิชชาก็จะกำหนดรู้ ต้องมีสัญญา จะว่าไม่รู้ก็ไม่ใช่ รู้ก็ไม่ใช่ไม่ได้ เอาพยัญชนะมาเรียกทั้งสองมุมอย่างไรก็ไม่ได้ แต่ว่ามันยังมีนะ) ๒๗. (๙) อัตตาที่มีสัญญาอย่างเดียวกัน ยั่งยืน มีสัญญา ๒๘. (๑๐) อัตตาที่มีสัญญาต่างกัน ยั่งยืน มีสัญญา ๒๙. (๑๑) อัตตาที่มีสัญญาย่อมเยา ยั่งยืน มีสัญญา ๓๐. (๑๒) อัตตาที่มีสัญญาหาประมาณมิได้ ยั่งยืน มีสัญญา ๓๑. (๑๓) อัตตาที่มีสุขอย่างเดียว ยั่งยืน มีสัญญา ๓๒. (๑๔) อัตตาที่มีทุกข์อย่างเดียว ยั่งยืน มีสัญญา ๓๓. (๑๕) อัตตาที่มีทั้งสุขทั้งทุกข์ ยั่งยืน มีสัญญา ๓๔. (๑๖) อัตตาที่มีทุกข์ก็มิใช่ สุขก็มิใช่ ยั่งยืน มีสัญญา ( อาตมาก็เป็นสมณพราหมณ์ มาบอกว่าคุณตายไปก็มีสัญญาด้วยเหตุทั้ง ๑๖ นี้) ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์พวกนั้น มีทิฏฐิว่าอัตตาเหนือขึ้นไปจากการตาย มีสัญญา ย่อมบัญญัติว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญา ด้วยเหตุ ๑๖ ประการนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่มีทิฏฐิว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญา ย่อมบัญญัติว่าอัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญา สมณพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ย่อมบัญญัติด้วยเหตุ ๑๖โสฬสหิวตฺถูหิ ประการนี้เท่านั้น หรือแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ไม่มี ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องนี้ตถาคตรู้ชัดว่า ฯลฯ เพราะไม่ถือมั่น ตถาคตจึงหลุดพ้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้แล ฯลฯ ที่เป็นเหตุให้กล่าวชมตถาคต ตามความเป็นจริงโดยชอบ เคยย้ำให้พวกเราว่าสุดท้ายท่านโมคคัลลานะ ใครฆ่าท่านท่านก็มีฤทธิ์ชุบชีวิตขึ้นมาได้ ไม่มีสูญสิ้นหรอกเพราะท่านเป็นอมตะ แต่สุดท้ายท่านต้องยอมตาย ถ้าท่านไม่ตายมันไม่หยุด จะเกิดสงครามในโลกสุดท้ายท่านก็ต้องยอม ผู้ถูกจะเป็นผู้ยอมในท้ายที่สุด สุดท้ายจะจบก็คือผู้ถูกจะต้องหยุด ผู้ถูกจะต้องหยุด ผู้ผิดจะทำต่อ ให้ผู้ผิดหยุดมันไม่หยุดหรอก จะไปหวังให้ทักษิณหยุดมันไม่หยุด เราต้องวางใจ เราก็ทำ สิ่งที่จะจัดการให้จบ อย่าไปแคร์ไปวุ่น จงข้ามพ้นความเป็นทักษิณไปเลย แม้แต่เศษส่วนแห่งทักษิณคือยิ่งลักษณ์ก็ตามธุลีละอองมากข้ามไปให้หมด แล้วจัดการตามสัจจะ วันนี้คือสิ่งที่ถูกต้องก็จบ ถ้าประเทศไทย มีคนรู้ว่าถูกต้องกับไม่ถูกต้อง ไม่ผิดพลาด แต่ถ้าตัดสินผิดพลาดก็ให้ประเทศไทยซวยไปเถิด แต่ถ้าคนสนับสนุนแล้ว แล้วคุณก็ทำตามภูมิปัญญาคุณว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องก็ทำเลย อาตมาก็ใช้ภูมิปัญญาของอาตมาเลือกคนเชียร์ โลกต้องมีสอง มีอัตตา ๐ กับ ๑ ทำเอกบุรุษได้ คุณก็ทำให้เป็น ๐ นปุงสกลิงค์ของคุณเองได้ ทำโดยอัตโนมัติหรือทำด้วยรู้ก็ตาม ถ้าคุณหลอกก็ไม่จริง แต่ถ้าจริงก็จริง ที่ถูกต้องเป็นสัจจะจะมีหนึ่งเดียว ของพระพุทธเจ้ากี่องค์ๆ ก็ตรงกันหมด ไม่มีเพี้ยนไปจากสัจจะหรอก เราต้องมีสัญญา ทุกอย่างต้องกำหนดด้วยสัญญา จะปรินิพพานเป็นปริโยสานก็ต้องมีสัญญากำหนดรู้ว่าจะทำอย่างไร สัญญาเป็นตัวสุดในขันธ์ ๕ นี้แล้ว เป็นตัวสูญอันที่สุด เพราะฉะนั้น สุดอันนี้แล้วสูญจริงๆ ก็มันถึงที่สุดแล้วมันก็สูญ มันสูญจริงๆ แล้วมันก็สุดล่ะไม่มีอีกล่ะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องนี้ตถาคตรู้ชัดว่า ฐานะเป็นที่ตั้งแห่งทิฏฐิเหล่านี้ อันบุคคลถือไว้อย่างนั้นแล้ว ยึดไว้อย่างนั้นแล้ว ย่อมมีคติอย่างนั้น มีภพเบื้องหน้าอย่างนั้น และตถาคตย่อมรู้เหตุนั้นชัด ทั้งรู้ชัดยิ่งกว่านั้น ทั้งไม่ยึดมั่นความรู้ชัดนั้นด้วย เมื่อไม่ยึดมั่นก็ทราบความเกิดขึ้นความดับไป คุณและโทษของเวทนาทั้งหลาย กับอุบายเป็นเครื่องออกไปจากเวทนาเหล่านั้นตามความเป็นจริง จึงทราบความดับได้เฉพาะตน เพราะไม่ถือมั่น ตถาคตจึงหลุดพ้น สัญญาเป็นตัวกำหนดรู้ แล้วตัวที่จะต้องกำหนดรู้คือเวทนา คืออาการ หรือจากอาการก็มาเป็นอารมณ์ ต้องรู้ความเคลื่อนไหวเป็นอาการ เป็นธาตุจิต อาการความเคลื่อนไหวของสิ่งที่ถูกรู้ อาการเป็นรูป อารมณ์เป็นนาม อารมณ์ความรู้สึก มีอาการเป็นตัวให้เรารู้ ที่จริงนิ้วชี้ของอาตมามีอาการในนี้นะ ที่ท่านว่าเป็นอาการ ๓๒ มีอาการทั้งนั้นแหละ ในอุจจาระ ยังไม่ตัดขาดจากพลังงานที่มันจะร่วมทำงาน เป็นสสัมภาระ พอหมดสสัมภาระที่จะทำงานกับอุจจาระอันนี้แล้ว มันก็ขาดจากสสัมภาระพร้อมจะหลุดออกมา มันขาดจากอารมณ์รู้สึกของเราขาดสนิท ก็จะหลุดออกมา เล็บของเรา หรือผมของเรา ขนของเรา มันยาวออกมา มันยังมีธาตุพีชะนะ ยังมีพลังงานที่จะเลี้ยง มี protoplasm ที่จะเลี้ยงไว้เป็นธาตุดินนะ ในนั้นมันก็มีอาการพลังงานละเอียดสังเคราะห์ มีชีวิตินทรีย์ยาวออกมาได้ ไม่ได้แห้งนะ หนึ่งคุณตัดขาด สองไม่ตัดขาด แต่ปลายที่มันชำรุดจริงๆมันแห้งได้นะ เซลล์ที่ละเอียดมันไม่ปรุงร่วมด้วย ก็แห้งไป เมื่อขาดความสดที่เรียกว่า protoplasm ธาตุ protoplasm เริ่มจากกลละ มาเป็นอัมพุธ มันเป็นธาตุน้ำที่เล็กละเอียด กลละคือ Cell เป็นคำเดียวกัน ก คือ C ส่วน ll คือ ลล คือเซลล์ C ออกซ ก็แล้วไป แต่ที่จริง C คือ ก คือ ท เริ่มต้นเกิด primary cell เกิดจาก nich คือห้องว่างหรือ space แรกมันก็มีติดผนังอยู่ไม่ได้แยกมา อะไรเกิดหนึ่งมา ยังไม่เป็นอะไร จากว่างๆ สังเคราะห์มาเป็นธาตุน้ำ ส่วนอากาศหรือลม ก็คือ h กับ o ทางฟิสิกส์ สองธาตุจับตัวเข้า พัฒนาเป็นธาตุที่ ๓ ๑.ว่าง ๒.เกิด ๑ แล้วเกิด ๓ คือมี primary กับ secondary แล้วมีกรอบให้จับตัวกันเรียกว่า protoplasm มันคือสามในตัวมันเองคือสองแล้วมีกรอบถือเป็น สาม tertiary แล้วค่อยเป็น Quarterly ต่อไป สิ่งทั้งหลายต้องมีสัญญากำหนดรู้ ก่อนตายต้องมีสัญญากำหนดรู้ ที่สุดแห่งที่สุด สุดคือ ๐ อย่างนี้เอง คุณก็ทำเอง ไม่มีใครทำให้คุณได้ คุณก็ทำ ปรินิพพานเป็นปริโยสาน จบ ไม่มีการต่อ รู้ความเกิดความดับแล้วทำความดับได้จริงๆ จะใหญ่หรือละเอียดขนาดไหน แม้พระโมคคัลลานะทำให้ใครตายได้ท่านก็เลิกทำแล้ว มีแต่คนทำให้ท่านตาย จนสุดท้ายแล้วจริงๆ ก็ไม่มีอะไรนอกจากต้องตาย ท่านก็ยอมตาย ท่านไม่ยอมก็ได้แต่ท่านยอม เพราะฉะนั้นผู้ชนะคือผู้แพ้ ถ้ายังอยู่คุณต้องรู้คุณและโทษ แล้วต้องยังแต่กุศลให้ถึงพร้อมอย่างเดียวสุดวิสัยแล้วได้แค่นี้ ไม่ได้กุศลแต่เราไม่ทำอกุศล แต่ถ้าอกุศลชนะเราก็ต้องจำนนแพ้ สุดท้ายจริงๆผู้ชนะที่แท้คือผู้แพ้ ผู้จะชนะรอบโลกคือผู้นั้นแพ้เป็น ผู้ใดแพ้ไม่เป็น ยิ่งผยองกร่างว่าผมแพ้ไม่เป็น เอ็งชนะไปเถิดนิรันดร ใครจะอยู่กับผู้แพ้...แพ้ก็แพ้ชะตาทราม ดวงใจทรงความมั่นคง... เด็กอายุไม่ถึง ๒๐ แต่งเพลงปรัชญานี้ออกมาได้อย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้แล ที่ลึกซึ้ง เห็นได้ยาก รู้ตามได้ยาก สงบ ประณีต จะคาดคะเนเอาไม่ได้ ละเอียด รู้ได้เฉพาะบัณฑิต ซึ่งตถาคตทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอง แล้วสอนผู้อื่นให้รู้แจ้ง ที่เป็นเหตุให้กล่าวชมตถาคตตามความเป็นจริงโดยชอบ
590217_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติฯ สุดยอดเคล็ดวิชชาพาเป็นสูญ