สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน มิจฉาวณิชชา5 เน้นที่อย่าขายอาวุธ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.90 KB
วันที่แก้ไข10 กันยายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน มิจฉาวณิชชา5 เน้นที่อย่าขายอาวุธ _3867 สงสัย(อีกล่ะ)จรวดเกาคิม ยิงผ่าโอโซนทะลุอ่าวร้อยพันลูก!สารพิษนิวเคลียร์แตกกระจายทั่วทะเลเจแปนมีผลกระทบกับสัตว์น้ำไหม?ห่วงคนกินอาหารปลาเป็นหลัก!บทเรียนสงครามโลกที่1-2สงค.เวียดนาม,นาซี,อ่าวเปอร์เซีย,ตะวันออกกลางฯที่ไหนๆมีจุดจบเหมือนกันหมด!ป่าสวนไร่นาแหล่งพืชพันธัญญาหารถูกทำลายหมดทั้งบนบกทะเล!แต่ที่ไม่เคยเสียหายจากสงค.เลยคือ แหล่งพลังงานที่ฟื้นคืนชีพหลังสงค.เร็วไวกว่าแหล่งอาหารเสียอีก!พ่อครูว่าจริงไหม? สงครามสากลแต่ละยุคสมัยนักค้าอาวุธมหาอำนาจเบื้องหลังทุกสงคราม เขาจะเปลี่ยนครัวโลกเป็นมหานครพลังงานโลกฤา?แล้วพลโลกรุ่นต่อไปจะเอาอะไรกิน? พ่อครูว่า...มาถามอาตมา จะมีความรู้ไหม ให้ไปถาม Google ดีกว่า อย่างคิมจองอึนกับโดนัล ทรัมป์แล้วคนคะนองเจอกับคนคะนอง หญ้าแพรกก็แหลกราญ อย่างไรก็ตามถ้าเกิดสงครามโลกเกิดขึ้น ประเทศไทยขอประกาศเลยว่าไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับสงครามโลกได้ไหม เขาจะฆ่าแกงก็เป็นเรื่องของเขาเอง แม้แต่จะบินข้ามน่านฟ้าก็ไปบินที่อื่น อย่ามาข้ามตรงนี้ ประกาศเลยได้ไหม เราไม่อยากจะให้เกิดเลยสิ่งเหล่านี้ พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องมิจฉาวณิชชา 5 ที่ร้ายเเรงสุดขึ้นข้อหนึ่งเลยคือการค้าขายอาวุธ สัตถวณิชชา การร้ายแรงข้อ 2 บาปมหาศาลคือ สัตตวณิชชา 1. การค้าขายอาวุธ (สัตถวณิชชา) 2. การค้าขายสัตว์มีชีวิต (สัตตวณิชชา) 3. การค้าขายเนื้อสัตว์ (มังสวณิชชา) 4. การค้าขายสิ่งมอมเมา (มัชชวณิชชา) 5. การค้าขายสิ่งที่เป็นพิษ (วีสวณิชชา) (พตปฎ. เล่ม 22 ข้อ 177) ใครที่ขายเนื้อสัตว์อยู่ก็บาปทั้งนั้น ไปค้าขายสัตว์เป็นสัตว์มีชีวิต บาป ตลอดเวลา การค้าขายอาวุธนี่บาป ประเด็นที่1 อาวุธสร้างขึ้นมาเพื่อฆ่าคน มันเลวร้ายตั้งแต่รู้ว่าสร้า

อ่านต่อ

งขึ้นมาทำไม ไม่ได้สร้างไปฆ่าสัตว์หรอก แต่สร้างมาฆ่าคน จะหาคนที่เลวที่สุดเท่าที่หา เท่าที่คนไปสร้างอาวุธมาค้าขายกันไม่ได้ เลวที่สุดในกระบวนการค้าขาย 5 ประการที่เป็นมิจฉาวณิชชา เลวที่สุด เพราะฉะนั้นคนร่ำรวยด้วยการค้าขายอาวุธ ฆ่าคน นี่ จึงเป็นการทำบาป ซับซ้อน สร้างอาวุธก็บาป แล้วดันเอาไปขูดรีดด้วยการซื้อ เพราะตนเองสร้างได้ร้ายแรง ประเทศอื่นสร้างได้ไม่เท่า ก็ต้องมาซื้อ เกาหลีเหนือคงคิดเช่นนี้ ถ้าสามารถสร้างอาวุธได้ร้ายแรงมากกว่าประเทศอื่น เขาจะเป็นมหาอำนาจยิ่งกว่าอเมริกาหรือรัสเซีย แล้วเขาจะผลิตอาวุธนี้ขาย ยิ่งจะเกิดสงครามโลก เขาก็ยิ่งได้ขายแน่นอน เขาจะรวยขึ้นทันที จะเอาเงินมาซื้อประเทศต่างๆมนุษยชาติต่างๆเอามาครอบงำประเทศต่างๆทันที เขาจะมีอย่างนี้ไม่มีทางออกอื่นเลย จะเอาสินค้ามาขายก็ไม่ได้ทางลัดเท่ากับการสร้างอาวุธได้เก่งที่สุด เพราะฉะนั้นจึงพัฒนาอยู่ตลอดเวลา จึงพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อาวุธไฮโดรเจน อาวุธนาโน อาวุธอะไรอื่นอีก นี่เขาก็ทำด้วยแบบนั้น สรุปแล้วในมนุษยชาติเขาไม่รู้ประสีประสาไม่รู้จักดีจักชั่ว จึงเกิดเป็นจริงอย่างนี้ในสังคมโลก เพราะฉะนั้นเราจึงต้องรู้ความจริงแล้วอย่าให้ตัวเองไปพัวพัน มันห้ามไม่ได้หรอก ที่จะมีคนดีคนชั่วในโลก คนเลวคนดีห้ามไม่ได้มันต้องมี เพราะฉะนั้นเราก็อย่าไปวุ่นวายกับคนชั่ว พระพุทธเจ้าถึงไม่ให้คบคนชั่วด้วยประการทั้งปวง มาคบคนดีกันช่วยกันไป คนชั่วนั้นเราไปข้องแวะด้วยไม่ได้หรอก บางทีเราฉลาดเฉลียว สู้คนชั่วไม่ได้ด้วย เพราะคนชั่วมันพัฒนาความชั่วได้อย่างฉลาดไม่หยุดยั้ง พัฒนาความฉลาดไม่หยุดยั้ง พัฒนาสิ่งที่แปลกใหม่ร้ายแรงไม่รู้จบ สร้างสิ่งที่ร้ายแรงแปลกใหม่พิสดาร ร้ายแรงที่เหนือคาดคิด สร้างขึ้นเรื่อย เพราะเขาจะใช้อันนั้นเป็นอำนาจไม่หยุดหรอก แต่คนที่มาทางดี นอกจากดีแล้วมาทางอาริยะมาทางโลกุตรธรรม ก็ไม่คิดจะไปสร้างชั่ว สร้างแต่ดีที่จะเป็นการเกื้อกูล อนุเคราะห์ช่วยเหลือกันอย่างนั้นจริงๆ ธรรมะที่อาตมานำมาเสนอต่อโลก ไม่ใช่เสนอต่อแค่ประเทศไทย เพียงแต่โลก ประเทศต่างๆ เป็นประเทศที่เกี่ยวข้องกับทางศาสนาในระดับเทวนิยม จึงเข้าใจอเทวนิยมที่เป็นโลกุตระนี้ไม่ได้ แม้แต่ประเทศที่เกี่ยวกับพุทธศาสนาเหมือนกัน เขาก็เข้าไม่ถึง อเทวนิยมที่เป็นโลกุตระ เขาก็ฟังไม่รู้เรื่อง แม้แต่จะเป็นพุทธ อเทวนิยม แต่เขาก็ฟังโลกุตรธรรมไม่ออก ขอประกาศอย่างมั่นใจและจริงใจที่สุดว่าประเทศไทยมี โลกุตรธรรม ที่อาตมานำมาฟื้นคืน มันเป็นธุลีสุดท้ายของโลกุตรธรรม แต่อาตมาคว้าดึงมาได้ ก็มีขึ้นมาในประเทศไทย อย่างน้อยก็มีชาวอโศก ก็จะพยายามสืบทอดกันไปในประเทศไทยให้เป็นหลัก ประเทศอื่นที่เขาศึกษาพุทธศาสนาคนที่ศึกษาโลกุตรธรรมบ้างก็ค่อยๆมารู้ ซึ่งไม่ง่าย ขนาดคนไทยเป็นชาวพุทธมาตั้งแต่ปู่ย่าตาทวดยังเข้าใจได้ยาก แล้วพวกเทวนิยมคนละขั้วจะเข้าใจง่ายได้ที่ไหน ไม่ต้องกลัวหรอก ว่าประเทศอื่นจะมามาก แต่จะมาได้บางคน ประเทศไทยเองก็หลงกับโลกียะไม่มาเอา แต่ถ้าคนที่ชัดเจนและฉลาด ก็มาเอา เมื่อได้ปลูกฝังปลูกวัฒนธรรมไปในโลกแล้ว หยั่งรากลงไป ก็จะเกิดการเจริญงอกงาม จะโตช้าบ้างก็ไม่เป็นไร แน่นอนของดีของยาก คนก็มาเอาช้า เราก็ดูแลรดน้ำพรวนดินทําให้โลกุตรธรรมนี้เจริญงอกงามไป ประมาทไม่ได้ อาตมาได้พูดไว้ว่า สักประมาณ 500 ปี โลกุตรธรรมจึงจะขึ้นถึงpeakสูงสุด โลกุตรธรรมที่อาตมาได้พัฒนาขึ้นมาจะค่อยๆเจริญงอกงามไปเจริญสูงสุดอีก 500 ปี ก็ทำงานมา 47 ปีแล้วก็เหลืออีก 453 ปี แต่peak สุดในอีก 500 ปี แล้วเนื้อหาโลกุตระ peak สุดนี้ก็ค่อยๆเสื่อมไปจนกระทั่งหมด สองพันกว่าปีก็ครบห้าพันปี ศาสนาพุทธก็สิ้นสุดในกัปป์นี้ไม่เหลือ ไม่ได้พูดเล่น โบราณาจารย์พูดว่าศาสนาพุทธจะมีอายุถึง 5000 ปี ท่านก็ว่าไว้แล้ว อาตมาไม่ได้งมงาย แต่ก็มีภูมิของตนรู้ว่า ศาสนาพุทธของพระสมณโคดมจะอายุถึง 5000 ปี แม้แต่หลักฐานยืนยัน 2500 ,2600 ปีก็เกือบไม่เหลือเลย 600910_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ พ่อครูคือใครจึงอธิบายอจินไตยฌานวิสัยได้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน