อุปัชฌาย์คืออะไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
อุปัชฌาย์คืออะไร _ด.ญ.ใสกลางเพ็ญ โพธิ์ใบ (ดญ.น้ำมนต์) ถามมา บอกว่า ...อุปัชฌาย์คืออะไรคะ ? พ่อครูว่า...สมณะท่านเรียกอุปัชฌาย์ มีท่านเดินดิน ท่านบินบน ท่านซาบซึ้งเป็นอุปัชฌาย์ ก็เห็นสมณะเรียกแทนที่จะเรียกว่าภันเต ก็เรียกเป็นอุปัชฌาย์ หรือว่านับถือเป็น อุปัชฌาย์ แม้ไม่ได้เป็นอุปัชฌาย์โดยตรงแต่นับถือก็เรียกได้ อุปัชฌาย์ก็คือเป็นเหมือนพ่อ สัทธิวิหาริกก็คือลูกก็ได้ อุปัชฌาย์คืออะไร อุปัชฌาย์ คือ เป็นภิกษุเป็นพระเป็นสมณะเป็นผู้ที่มีคุณธรรมเป็นผู้ที่บรรลุธรรม ถ้ายังไม่เป็นผู้บรรลุธรรมแล้วมาเป็นอุปัชฌาย์ทำพิธีรับบวชอย่างทุกวันนี้ อุปัชฌาย์นั้นเป็นผู้ที่สามารถถ่ายทอดให้ผู้อื่นอีกได้ เพราะฉะนั้นผู้อื่นจะมาบวช ก็รับเป็นผู้ที่จะเลี้ยงดูแลปกครองสั่งสอน เหมือนพ่อ ก็รับเลี้ยงลูก _สู่แดนธรรม ผมเคยได้ยินคำว่า อุปัชฌาย์เป็ด อุปัชฌาย์ไก่ พ่อครูว่า...ไก่นี่ออกไข่แล้วฟักไข่เลี้ยงลูกจนโต แต่เป็ดนี่เอาไข่แล้วไม่เลี้ยงลูก แต่เป็ดที่มันยังไม่เสียนิสัย มันยังมีเป็ดอยู่ 2 ประเภท เป็ดที่ไม่เสียนิสัยมันก็ฟักไข่เลี้ยงลูก แต่คนเอาเป็ดมาเลี้ยงกินไข่ ฟักไข่ เมื่อไข่ออกมาก็เอาไข่มันไปจนเป็ดลืมเลยว่าต้องฟักไข่ เพราะฉะนั้นเป็ดที่เลี้ยงกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเป็ดนิสัยเสีย และใครไปเอาไข่มันไปหมดไม่ให้มันฟัง หรือจะพักก็เอาไปฟักเองไม่ให้เป็ดมันฟัก เป็ดก็เลยลืมสัญชาตญาณตัวเองที่จะต้องฟักไข่ เลยได้แต่ไข่อย่างเดียว ไข่ให้มากๆ เหมือนยังกับ CP เลี้ยงไก่ฟักไข่ไม่เป็น เอาไปฟักแบบวิทยาศาสตร์หมด ไก่มีหน้าที่ไข่อย่างเดียว แล้วก็เร่งให้มันไข่เกิน หลอกให้มันมีกลางวันสองกลางวันสองกลางคืน เปิดไฟดับไฟเอา เป็ดมันก็เลยเร่งธรรมชาติในตัวมันให้มีไข่วันนึง 2 ใบ เป็ดเลยเป็นอุปัชฌาย์เป็ด ก็ไม่เลี้ยงดูลูกศิษย์เลย แต่ อุปัชฌาย์ไก่
อ่านต่อ
นี่เลี้ยงดูลูกศิษย์ _สมณะเดินดิน...ตอนเกิดเรื่องปี 2532 ที่เรามีคดีกับเถรสมาคม เขากล่าวโทษว่ามีความผิดเพราะบวชให้สมณะ 33 รูปในช่วงนั้น อย่างพวกอาตมาบวชมาจากสำนักอื่น เขาเข้าใจว่าอุปัชฌาย์เป็นผู้บวชให้กับพระซึ่งเป็นความเข้าใจผิดในประเทศไทยที่มีมายาวนาน แต่จริงๆแล้วผู้ที่จะทำให้กุละบุตรที่ขอบวชนี้เป็นพระได้ จะต้องอยู่ที่สงฆ์ คุณสมบัตินั้นจะต้องมีพระสงฆ์ครบ 20 รูปหรือไม่ ถ้าพระสงฆ์ไม่ครบ 20 รูปก็ไม่สามารถเป็นพระได้ แต่ความรู้ของเมืองไทยไปเข้าใจว่าจะบวชหรือไม่บวชได้ขึ้นอยู่ที่อุปัชฌาย์ เพราะฉะนั้นพระที่มานั่งร่วมพิธี เขาเรียกว่าพระอันดับ คอยรับเงินเฉยๆ ไม่ต้องพูดอะไร ไม่มีบทบาทอะไร แต่จริงๆแล้วความสำคัญอยู่ที่พระอันดับ อันนี้เป็นการให้ความรู้กับชาวพุทธ ว่าจริงๆการจะเป็นพระได้หรือไม่ได้ อยู่ที่คณะสงฆ์เป็นสำคัญ ถ้าคณะสงฆ์ไม่ครบเรียกว่าวิบัติ ก็จะไม่ได้เป็นพระ แต่ถ้าอุปัชฌาย์วิบัติ ในพระไตรปิฎกมีผู้นำสัตว์เป็นเดรัจฉานคือหาไม่ได้ก็เลยเอาลิงเอาอะไรมา ก็ยังบวชได้ อยู่ที่สงฆ์ พ่อครูว่า..อยู่ที่พระสงฆ์ไม่ใช่อยู่ที่อุปัชฌาย์ อุปัชฌาย์ก็มีน้ำใจช่วยเหลือเฟือฟายผู้เข้ามาบวชก็นำเข้ามา อุปัชฌาย์ถือว่าเป็นผู้นำเข้าหมู่สงฆ์ หมู่สงฆ์จะซักไซ้ไล่เรียง ถ้าเห็นว่าเหมาะสมก็ยอมรับให้เป็นภิกษุได้สำเร็จเป็นพระภิกษุด้วยหมู่สงฆ์ ไม่ใช่ไปเข้าใจผิด พระพุทธเจ้าท่านบวชด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทา เป็นคำตรัสของท่านว่าจงมาเป็นพระสงฆ์ได้ มีอยู่องค์เดียวคือพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่จะบวชด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทา นอกนั้นพระสงฆ์อื่นใดจะบวชด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ทำไม่ได้ จะต้องมีหมู่สงฆ์เป็นผู้ที่อนุมัติให้มาเป็นพระสงฆ์ได้ นี่คือความผิดเพี้ยนหลงมีมานะอัตตาหลงยึดถืออุปัชฌาย์ อุปัชฌาย์เองก็มาถึงขั้นขนาดเป็นปุถุชน ก็เลยหลงตัวเองฮุบเอาอำนาจ ตอนแรกก็อาจจะรู้ตอนหลังก็อาจจะเลอะเลือน ก็เลยถือว่าอุปชฌาย์เป็นผู้สำเร็จให้บวชได้ นอกนั้นเป็นพระอันดับมาประดับฉากเฉยๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด เพราะฉะนั้น อาตมานี่ ขออธิบายซ้อน โดยความจริงที่อาตมาเป็นมาอาตมาบรรลุธรรมมาตั้งแต่ก่อนบวชด้วยซ้ำ ก่อนบวช อาตมาก็เป็นพระอรหันต์แล้ว พอมาทำงาน ก็ทำไม่ผิดอาบัติอะไรหรอก ในพระธรรมวินัย มันจะรู้อยู่ว่าเราไม่ทำ แม้เราจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ ยิ่งถ้าเป็นโพธิสัตว์อย่างอาตมา อาตมาทำนานาสังวาสตั้งแต่ พ.ศ. 2518 อาตมาก็ไม่รู้มาก่อน แต่มันเป็นไปโดยธรรม อย่างนี้เป็นต้น หลายอย่างอาตมาทำแบบไม่ประสีประสาอะไรหรอก แม้แต่ไม่ต้องเอาอะไรมาก สาธารณโภคีนี้อาตมาไม่ประสีประสาไม่รู้เรื่อง แต่ทำไปแล้ว พวกเรามาปฏิบัติธรรมก็เป็นเองเป็นอย่างนี้ไปจนกระทั่งเกิด นี่มันสาธารณโภคีเลย ตั้งแต่รวมเป็นหมู่กลุ่ม ตั้งแต่สังคมปฐมอโศกเป็นชุมชนแรกเลย ก็เป็นสาธารณโภคีตั้งแต่โน่นจนถึงบัดนี้เลย ซึ่งตอนนี้ถึงบอกว่ามันเป็นตถตา มันเป็นเช่นนั้นของมันเอง มันจะต้องมีเหตุปัจจัยครบตรงนี้ จึงเป็นเรื่องยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้มันลอกเลียนกันไม่ได้ ทำเป็นแบบเสแสร้งไม่ได้ จริง จะปลอมได้บ้าง แต่ไม่นานหรอก ได้ชั่วคราว เดี๋ยวก็หมดความอดทน หมดความกดข่ม หมดเสแสร้งดราม่า ก็จะกลับไปสู่สัญชาตญาณเดิมของตัวเอง แต่ถ้ามันจริงมันไม่เปลี่ยนแปลง
630810_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 3